ผมกับพี่จูลนั่งรอน้ำชากับขนมในสวนของคฤหาสน์สีดำ บรรยากาศรอบข้างให้ความรู้สึกเย็นร่มรื่น
กุหลาบหลากสีปลูกไว้เป็พุ่มเป็แนวเรียงรายกันเป็แนวกันฝุ่น ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดกับธรรมชาติ สายลมแ่อ่อนที่พัดโชยมาช่วยคลายความร้อนได้มาก
สาวใช้ของเลดี้ที่ชื่อ มิเลน คอยรินชาและเสิร์ฟ ส่วนมิกเกลยืนอยู่ข้างผมไม่ห่างไปไหนราวกับไม่ไว้วางใจในความปลอดภัย
อาจเป็เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าคฤหาสน์เมื่อครู่ก็เป็ได้
โรเซตต้าสาวใช้เ้าปัญหาถูกเรียกตัวมาที่โต๊ะน้ำชาที่เรากำลังดื่ม ผมไม่ได้คาดหวังจะให้พี่จูลลงโทษสาวใช้ต่อหน้าผม แต่เธอก็ไม่เชิง ทำหรือไม่ทำอย่างนั้นเสียทีเดียว
"มิเลน รินชามาอีกถ้วย"
"เ้าค่ะ…"
มิเลนทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ก่อนจะส่งถ้วยชาสีดำขอบทองให้เลดี้ของเธอ
แต่ ณ ขณะที่ปลายนิ้วของพี่จูบัักับแก้ว
ผมสังเกตเห็นนิ้วนางข้างซ้ายที่สวมแหวนหินสีม่วงกลับเปล่งประกายขึ้นมา
ปริมาณมานาเพิ่มสูงขึ้นในชั่วพริบตา ก่อนจะไหลหยดลงไปในถ้วยชาใบนััน
"มารับไปดื่มสิ โรเซตต้า"
สาวใช้ที่ได้รับรางวัลแสดงท่าทีวิตกอย่างมาก โรเซตต้าลังเลและมือสั่นอย่างไม่อาจควบคุม
พี่จูลไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้เร่งเร้า ไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม เธอเพียงแค่หรี่ตามอง คล้ายกับเป็การถามด้วยสายตาว่า
'เธอไม่ไว้ใจฉันอย่างนั้นหรือ?'
และนั่นเป็สิ่งสุดท้ายที่ผลักหลังให้โรเซตต้าต้องรับชาถ้วยนั้นไปดื่ม
แม้จะรับไปแล้ว แต่สาวใช้ก็ยังคงลังเลอยู่ พี่จูลเรียกให้มิเลน นำเก้าอี้อีกตัวมาให้โรเซตต้านั่งลงข้างๆเธอ
"นั่งลงก่อน แล้วค่อยๆละเลียดจิบชา …ทำใจให้สบาย ต่อจากนี้เราค่อยคุยกัน"
แม้น้ำเสียงของพี่จูลจะไม่ได้มีอารมณ์ใดเจืออยู่
แต่ผมพอจะเดาได้ถึงความหมายที่แฝงเร้น ว่าคำว่าต่อจากนี้ มันหมายถึง สถานการณ์แบบไหน…
โรเซตต้าดื่มชาตามคำสั่งทั้งที่ยังไม่ได้สังเกตอะไร อาจเป็ความโชคดีของเธอก็ได้ ที่คิดว่า ต้องรอให้ดื่มชาเสร็จก่อนถึงจะคุยเื่ซีเรียสกัน
"ชากุหลาบช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เป็อย่างดี แถมยังช่วยให้หลับสบายอีกด้วย"
พี่จูลหันมายิ้มให้ผมระหว่างที่บอกเล่าสรรพคุณของชากุหลาบ
เมื่อแน่ใจแล้วว่า น้ำชาปนมานาสีดำได้ล่วงผ่านลำคอของโรเซ็ตต้าจริงๆแล้ว พี่จูลถึงได้ยอมแง้มเื่สำคัญออกมา
"นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณพิเศษที่ ฉันแถมให้ด้วยนะ…"
ใบหน้าที่เรียบเฉยของเลดี้อลิซาเบธกลายเป็รอยยิ้มฉีกกว้าง
จริงอยู่ที่เธอยังคงงดงามไม่ว่าจะยิ้มแบบไหน หากแต่รอยยิ้มที่เพิ่งเผยออกมานั้นมันทำให้ผมรู้สึกเสียวหลัง
ว่าแต่…วางยาสาวใช้ตัวเองต่อหน้าเด็กนี่มันไม่โหดร้ายไปหน่อยเรอะ!
"มิเลน ระหว่างนี้เธอไปหยิบหนังสือเรียกอาจารย์มาหน่อย"
"ค่ะ"
ผมไม่แน่ใจว่า ตัวเองได้ยินคำพูดผิดไปหรือเปล่า
โดยเฉพาะกับคำว่า 'หนังสือเรียกอาจารย์' มันคือ หนังสือแบบไหนกัน?
"โนวิส สนใจเวทย์มนตร์ไหมจ๊ะ?"
อยู่ดีๆพี่จูลก็โพล่งถามผมขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
"สนใจครับ อยากเรียนมากๆครับ"
ผมแสดงความสนใจไว้ก่อน จริงๆก็สนใจอยู่แล้วแหละนะแต่แค่แสดงให้ดูเกินจริงนิดนึง
"ถ้าอย่างนั้น…"
พี่จูลเงียบไปสักครู่ เธอคงกำลังรวมสมาธิและมานา ก่อนจะร่ายมันออกมา
"ในนามแห่ง มิททราส(Mithras) เทพแห่งความมืดผู้จุดสิ้นสุด ผู้เป็ดั่งนายของความมืด โปรดปิดกั้นการรับรู้ของทุกผู้ที่อยู่ในอาณาบริเวณนี้ด้วยเถิด อาณาเขตแห่งรัตติกาล! Dark room! "
พอจบคำร่าย ควันไอสีม่วงดำแผ่ออกมาพื้นที่เป็ทรงสี่เหลี่ยมความกว้างยาวด้านละประมาณ4เมตร
เป็อาณาเขตที่แน่นทึบไปด้วยมานาสีดำจนดูคล้ายอยู่ในห้องมืดแยกออกจากสิ่งแวดล้อมในสวน ทั้งมิกเกล และโรเซตต้าต่างค้างอิริยาบถ หยุดอยู่นิ่ง
ผมจึงแกล้งทำตัวนิ่งๆเหมือนได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันที่สาวใช้ทั้งสองคนในห้องมืดทำ โดยหวังว่าจะไม่มีพิรุธ
เลดี้อลิซาเบธลุกขึ้นเดินไปหาโรเซตต้าที่นั่งนิ่งเหมือนหุ่นปูนปั้น
ก่อนจะใช้นิ้วแตะเบาๆที่กลางหน้าผาก และทำให้โรเซตต้าหลุดจากการถูกสตาฟไว้ในห้องสีดำ
เลดี้ถามคำถามกับสาวใช้ของเธอที่ดวงตาไร้ชีวิตชีวา
"ทำไมเธอถึงไม่ให้เ้าชายโนวิสพบกับฉัน?"
"เพราะมีความเป็ไปได้ที่เลดี้จะให้การสนับสนุนเ้าชายลำดับที่3ค่ะ"
"แล้วถ้าเป็แบบนั้น มันจะเกิดปัญหากับเธออย่างนั้นเหรอ?"
"ค่ะ"
"เล่าให้ฟังหน่อยซิ ปัญหาที่จะเกิดกับเธอคืออะไร?"
"เ้านายของฉัน… ท่านอาจไม่พอใจค่ะ"
"แล้วเ้านายของเธอ คือ ใคร?"
ปากของโรเซตต้าที่ตอบทุกคำถามที่ผ่านมาเจื้อยแจ้ว อยู่ๆกลับหยุดลงเพราะคำถามนี้
จะมีก็แต่เพียงการขยับปากพะงาบๆโดยไม่มีเสียงเล็ดออกมาราวกับถูกตัดลิ้นไปแล้ว
"เข้ารหัส ให้เื่นี้เป็ความลับไว้สินะ …"
น้ำเสียง เลดี้ไม่ได้ฟังดูหัวเสียแต่อย่างใด เธอเพียงแค่หันไปใช้วิธีอื่นแทนการถามตอบตรงๆ
"เอาอย่างนี้แล้วกัน เรามาเล่นทายคำกันดีกว่า คำไหนน้า? โรเซตต้า… คำไหนกัน? ที่เธอคุ้นเคยมากที่สุด…"
ผมรู้จักเกมเล่นทายคำดี แต่ไม่เคยพบเจอเกมเล่นทายคำที่ไหน จะกดดันและลุ้นระทึกได้ถึงขนาดนี้
"ญิกดร้า(Yggdra)"
แววตาของโรเซตตายังคงสงบเหมือนผิวน้ำนิ่ง
"เวโรนิก้า(Veronica)"
ยังคงไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
"เวสเทอเรีย(Westeria)"
ทันใดนั้นเอง เลดี้อลิซาเบธที่มองจ้องจดจ่ออยู่กับดวงตาของสาวใช้ก็จับสัญญาณความเปลี่ยนแปลงเล็กๆได้
รูม่านตาของอีกฝ่ายขยายขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ สำหรับหลักฐานการยืนยันตระกูลผู้ที่เกี่ยวข้อง เบาะแสแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
"พวกเวสเทอเรียเป็เ้านายตัวจริงของเธอสินะ แต่คนที่ส่งเธอมาให้รับใช้ฉัน ไม่ใช่ตระกูลเวสเทอเรียนี่นา…"
ถือเป็โชคดีที่ผมแกล้งทำเป็โดนผลของเวทย์ห้องมืดไปด้วย จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรหนักๆแบบนี้ แต่พอพี่จูลครุ่นคิดอะไรสักพัก เธอกลับหันมาจ้องผมไม่วางตา
หรือผมขยับตัวมากเกินไปจนเธอรู้แล้วนะ?
หรือเพราะผมเหล่มองบ่อยเกินไปจนเธอรู้ตัว
แต่ละย่างก้าวของเธอที่เดินเหมือนเพชฌฆาตที่ถือดาบตรงเข้ามาหา
ลมหายใจผมปั่นป่วนไปหมด ใบหน้าของเธอลดต่ำลงมาอยู่ระดับเดียวกับใบหน้าของผม
ผมแกล้งทำเป็ตาค้าง มองเหมือนไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น เพื่อจะได้รอดชีวิตไปจากตอนนี้ให้ได้
ผมไม่อยากคิดเลยด้วยซ้ำถ้าโดนจับได้จะโดนอะไรบ้าง อาจถูกวางยาหรือโดนคุณไสยแปลกๆตายอนาถตอนนอนอยู่บนเตียงก็ได้
ขอให้รอดทีเถอะ รอดทีเถอะ!
แล้วอยู่ๆใบหน้าของพี่จูลก็มาแนบข้างแก้มผม ไม่นะ หรือผมจะต้องมีหน้าแหว่งเหมือนพยาบาลในเื่ ความเงียบของลูกแกะ(Silent of the lamb)เหรอ?
ความคิดนึกของผม ตอนนี้ เวลานี้ เดี๋ยวนี้ ณ บัดนี้ คือ ผมอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ แต่ผมจะหนีไปที่ไหนได้ล่ะ
ในเมื่อผมหลุดมาอยู่ในถ้ำเสือลำดับ2ของจักรวรรดิแล้ว อาจจะดิ้นหลุดได้สักพักเดียว แต่ก็ต้องถูกลากกลับมาอยู่ดี
ตอนนั้นเองที่ผมถูกจูบตรงแก้มแบบแนบชิดและดูดดื่ม ไม่ได้จูบอย่างน้าสาวเอ็นดูหลานชายเหมือนทุกครั้งที่แสดงให้คนอื่นเห็น
ริมฝีปากเลื่อนต่ำลงจนถึงซอกคอผมหวาดเสียวว่าจะถูกฟันสีขาวเรียงสวยขบกัดเข้าที่เส้นเืใหญ่ตรงลำคอ แต่ก็เป็เพียงความคิดวิตกไปเอง
พี่จูลเพียงแค่พรมจูบเบาๆเหมือนลิ้มรสน้ำตาลที่เคลือบบนผิวของผม
ผมขนลุกด้วยความจั้กจี้แต่ก็ยังคงต้องฝืนอดทนไว้ จนกระทั่งอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าที่แดงก่ำและยิ้มอย่างอิ่มเอมใจ
ดูท่าผมจะมีอันตรายจริงๆแล้วล่ะ…แม้ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ทีแรกก็ตาม…
พอได้ทำอะไรต่อมิอะไรจนสมใจของเลดี้อลิซาเบธ ผู้มีศักดิ์เป็น้าสาวของผมแล้ว
เธอก็กลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงแดงระเรื่ออยู่บ้างก็ตาม
เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องมืด ผมจะเหยียบไว้ไม่เล่าให้ใครฟังเด็ดขาด ต่อให้เอาอะไรมาง้างปากผมก็ไม่พูด!
เวทย์ห้องมืดคลายออก แต่ดวงตาของโรเซตต้ายังคงกลวงเปล่า
มิเลนยืนรออยู่ข้างนอกพื้นที่ห้องมืดเหมือนกับรู้ว่า ควรทำอย่างไร
มิกเกลยังคงยืนข้างๆโดยที่ไม่รู้ว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับเ้านายของเธอบ้าง
มิเลนยื่นหนังสือปกหนังสีดำให้กับเ้านายของเธอ
เลดี้อลิซาเบทร่ายเวทย์บางอย่างพึมพัม โดยใช้มานาผ่านปลายนิ้วจนเป็กระแสสีดำจำนวนมากแผ่พุ่งออกมาไหลเข้าสู่หนังสือ ปรากฏวงจรเวทย์และตัวอักษรสีเงินขึ้นทั้งหน้าปก สันปก และหลังปก
ผมสังเกตเห็นกระแสบางส่วนไหลย้อนกลับไปคล้ายกับมันกำลังต่อต้านก่อนที่พี่จูลจะไอโขลกออกมาอย่างหนักหลังใช้เวทย์
มิเลนเข้ามาลูบหลังเลดี้ของเธอเพื่อให้อาการทุเลาลง สาเหตุที่เธอมีอาการอย่างนั้นคงเกิดจากกระแสแปลกๆในตัวเธอมันออกมาพร้อมมานาที่เธอ้าจะใช้
คล้ายกับมีการปนเปื้อนเกิดขึ้น แต่ดวงตาของเธอยังไม่ได้แสดงความกังวลกับอาการดังกล่าวแม้แต่น้อย
เธอยังคงดำเนินขั้นตอนต่อไปด้วยการกางหนังสือปกดำคลี่ออกจนเผยให้เห็นว่าด้านในมีแค่กระดาษเปล่า
พี่จูลจับหนังสือตั้งขึ้นแล้วคลี่ไปมา ทั้งซ้ายขวา หน้ากระดาษด้านในที่เคยว่างเปล่ากลับค่อยๆแสดงให้เห็นเป็สามเหลี่ยมสองวงหัวกลับซ้อนกันอยู่ในวงกลม
แต่ละรอบที่หน้ากระดาษวิ่งไปวิ่งมา ภาพของวงเวทย์ก็ยิ่งชัด จนกระทั่งไปกลับรวมกันครบ 6 รอบ เธอจึงปล่อยมือให้หนังสือปกดำกางออก
ควันสีม่วงดำเหมือนกระแสมานาพวยพุ่งขึ้นฟุ้งอย่างเห็นได้ชัด แต่นอกจากผมแล้วดูเหมือนจะไม่มีใครใกับมัน
ควันโขมงอยู่ไม่นานเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะมีเสียงของบุคคลที่ผมไม่คุ้นเคยดังขึ้นมา
"ศิษย์เรา เ้าเป็อะไร?"
อยู่ดีๆก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาแล้วใช้หลังมือแตะไปที่ลำคอของเลดี้อลิซาเบธ ท่ามกลางความตื่นใของสาวใช้
"กระแสมานาภายในปั่นป่วนอย่างมาก นี่เ้าไปทำอะไรมา ถึงได้มีกระแสหลากหลายธาตุแทรกอยู่ในร่างขนาดนี้?"
แม้ใบหน้าของพี่จูลจะยังสวยเช่นเดิมแต่หลังจากใช้เวทย์มืดแล้ว เหงื่อของเธอก็ผุดขึ้นเป็เม็ดเกาะตามใบหน้า ลำคอขาวงามกลับมีเส้นเืสีน้ำเงินโผล่ขึ้นมาให้เห็นราวกับจะฟ้องเตือนถึงความไม่ปกติภายใน
ผมปะติดปะต่อเื่ราวได้ความว่า ทั้งหมดที่เกิดกับพี่จูล คือ ผลข้างเคียงจากการดูดกลืนมานาที่เคยสะสมในร่างกายผมตอนถูกฟ้าผ่าใหม่ๆ
จริงอยู่ที่ถ้ามองจากมุมมองภายนอกเลดี้อลิซาเบธ จูลเลียน นั้นไม่น่าไว้วางใจอย่างมาก ฝักใฝ่ศาสตร์มืด วางยาคนด้วยมานา กักขังผู้คนได้ด้วยห้องมืด แอบลวนลามผมด้วย แถมยังอัญเชิญใครมาก็ไม่รู้
แต่ถึงอย่างนั้น…แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็เป็คนที่มีพระคุณต่อผม ช่วยชีวิตผมไว้
แบกรับสภาพร่างกายที่ผิดปกติแทน รับกระแสมานาแปลกประหลาดหลายสาย ทำให้ต้องทุกข์ทรมานจากอากาเจ็บป่วย
มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงจุดจบของเธอ ที่ต้องป่วยตายจากอาการมานาเป็พิษ โดยแลกกับการที่ผมมีชีวิตปรกติสุขได้ต่อไปในโลกใบนี้
มันไม่คุ้มกันเลยไม่ใช่หรือไง? เอาสุขภาพร่างกายดีๆของตัวเอง มาแลกกับชีวิตของใครก็ไม่รู้ …
ผมจึงตัดสินใจแล้วว่า ของที่มันเป็ของใคร คนๆนั้นก็สมควรรับมันกลับคืนไป
ผมรู้ดีว่า ตัวเองไม่มีความรู้อะไรเลยทั้งเื่เวทย์มนต์ และอาการป่วยอันเนื่องมาจากมานา
ผมมีแต่ใจล้วนๆที่อยากจะช่วยให้พี่จูลพ้นจากความทรมาน และอยากตอบแทนคืนด้วยการรับมันกลับไป
ผมภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังงาน หรือปาฏิหาริย์อะไรก็ได้ขอให้ช่วยให้เธอ เลดี้ผู้ใจดี ที่อยู่ตรงหน้าผมหายดีเป็ปกติสุขด้วยเถิด
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเดินเข้าไปใกล้เลดี้อลิซาเบธ ผู้มีพระคุณของผม แตะที่หลังมือของเธอเหมือนผมให้กำลังใจ
ผมนึกจินตนาการภาพถึงกระแสที่ไหลกลับเข้ามา ดูดซึมมันกลับเข้ามาหาตัว
ให้มันไหลมาจากปลายนิ้วเข้าสู่ท่อทั้งทั้งร่างกาย แล้วลงไปให้ลึกที่สุดตรงสะดือสุดทางของลมหายใจ
เกิดนิมิตภาพของถ้ำเกิดขึ้นในหัวผม ถ้ำอุโมงที่มืดและมีกระแสน้ำหลากสีไหลเข้ามาในถ้ำ แต่คราวนี้ไม่ได้เป็มวลน้ำมหาศาลอย่าง่น้ำหลาก
หากแต่เป็เพียงลำธารเล็กๆหลายสาย เมื่อเชื่อมต่อได้แล้ว ผมกลับนึกไม่ออกว่า ควรทำอย่างไรต่อ
จนกระทั่งนึกถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่พี่จูลช่วยชีวิตผมไว้ ผมจึงเอ่ยวลีนั้นออกมา
"จงดูดกลืน…"
ตัวผมกลายเป็หนึ่งเดียวกับความมืด
สัมปชัญญะหลวมรวมเป็ส่วนเดียวกับในถ้ำแห่งนั้น
ความรู้สึกตัวของผมกลับวูบลงทันที