ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 65 แรกพบจ้วงอวี้เหยียน


            ชั่วพริบตาเดียวแววตาของฉู่ลี่แน่นิ่งลงใบหน้าดูแข็งทื่อ

            ค่ายกลนี้เขาใช้เวลาเกือบสิบปีก็ยังมิอาจไขความลับนี้ได้มาถึงตอนนี้ไม่ง่ายเลยที่จะรู้ กระนั้นก็ยังคงจนปัญญาในการจัดการ

            ช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมานี้ไม่รู้ว่าท่านแม่ของเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในสภาพไหน

            ดูเหมือนมู่อวิ๋นจิ่นจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฉู่ลี่พลันถอนหายใจเสียงเบาออกมา “ยังมีเวลาอีกมาก กลับไปค่อย ๆหาทางแล้วกัน อย่างน้อยวันนี้ก็รู้ที่มาที่ไปขึ้นมาบ้าง มิใช่หรือ?”

            ฉู่ลี่ได้ยินมู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยเช่นนั้นสายตาของเขากลับแน่นิ่ง พยักหน้าเพียงเล็กน้อย

            …

            หลังจากที่พวกเขาทั้งสามเดินออกมาจากวัดสุ่ยอวิ๋นเวลาพลันล่วงเลยไปจนดึกดื่นแล้ว

            แม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อนด้วยพื้นที่นอกเมืองช่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาจึงมีสายลมพัดโบกไปมานำพาความเย็นเข้ามาปะทะร่างกายได้บ้าง

            มู่อวิ๋นจิ่นและฉู่ลี่เดินเคียงข้างกันออกมาจากวัดอวิ๋นสุ่ยทั้งสองหันมองตากันด้วยมีความรู้สึกบางอย่างที่คิดคล้ายกัน

            หลังจากข้ามประตูออกมาฉู่ลี่ค่อย ๆ เอ่ยปากถามขึ้นอย่างแผ่วเบา “ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องลำแสงสีแดงนั่น?”

            มู่อวิ๋นจิ่นชะงักไปชั่วขณะเหล่ตามองฉู่ลี่พินิจพิเคราะห์ จากนั้นยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “ก่อนหน้านี้เคยแอบศึกษาเรื่องตัวอักษรมาบ้าง”

            ฉู่ลี่พยักหน้ารับทราบโดยไม่ได้เอ่ยถามคำใดต่อไป

            หลังจากนั่งรถม้ากลับมาที่จวนมู่อวิ๋นจิ่นรู้สึกง่วงนอนจนหาวอยู่บ่อยครั้ง “ใช่แล้ว วันนั้นเหตุใดนักฆ่าจากอาณาจักรตงหลินถึงต้องลงมือในเวลาค่ำคืนด้วย?”

            มู่อวิ๋นจิ่นนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้

            “หลายปีมานี้อาณาจักรตงหลินแอบกระทำการชั่วร้ายไม่เพียงแต่เปิ่นหวงจื่อเท่านั้น แม้แต่ฉู่ชิง ฉู่เย่ก็โดนลอบสังหาร” ฉู่ลี่ไขความสงสัย

            เมื่อมู่อวิ๋นจิ่นได้ฟังนางพยักหน้ารับเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

            ในหัวสมองของนางผุดเรื่องที่ฉู่ชิงเฉียงสมคบคิดกับคนจากหอนางโลมในวันนั้นฉู่ชิงเฉียงกับลี่เหนียงต้องการส่งนางไปนอกเมืองเตี๋ยฮวา

            นั่นหมายความว่าหอบุหลันมิได้อยู่ที่เมืองเตี๋ยฮวาเป็นแน่

            เรือนเก่าหลังนั้นเป็นที่ลับที่พวกนางทั้งสองใช้แลกเปลี่ยนกัน

            พอครุ่นคิดปะติดปะต่อไปมาแล้วมู่อวิ๋นจิ่นอยากเอ่ยถามฉู่ลี่ว่า รู้หรือไม่ในเมืองมีหอบุหลันตั้งอยู่แต่จะเอ่ยปากถามก็กลัวฉู่ลี่จะตระหนกตกใจ

            ช่างเหอะเอาเป็นว่าเรื่องนี้นางจะตรวจสอบแบบลับ ๆ แล้วกัน

            แต่ดูท่าบรรดาองค์หญิงองค์ชายของอาณาจักรซีหยวน ล้วนไม่ธรรมดากันทั้งนั้น

            …

            ในวันถัดมามู่อวิ๋นจิ่นนอนหลับไปจนถึงยามอู่สือกว่าจะตื่น

            ทันทีที่ได้สติตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งความฝันนางได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก พบว่าเป็นจื่อเซียงที่มาเคาะประตูเรียกนาง พร้อมกับรายงานว่า “คุณหนูคุณชายใหญ่กับฮูหยินน้อยมาคารวะคุณหนูแล้วเจ้าค่ะ”

            “พี่ใหญ่กับจ้วงอวี้เหยียนอย่างนั้นหรือ?” มู่อวิ๋นจิ่นลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงตกใจ

            จื่อเซียงพยักหน้ารับงกๆ อยู่ด้านนอก เมื่อได้ยินมู่อวิ๋นจิ่นตอบอย่างมีสติแล้วจื่อเซียงก็ผลักประตูเปิดเข้ามา “ใช่แล้วเจ้าค่ะเมื่อครู่แม่นมเสิ่นออกไปต้อนรับขับสู้ที่ห้องโถงด้านหน้าคุณหนูรีบเร่งไปอาบน้ำแต่งตัวเร็วเถอะเจ้าค่ะ”

            “ได้ ๆ ๆ”

            ไม่นานนักมู่อวิ๋นจิ่นได้เปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ ก่อนเร่งสาวเท้าเดินไปที่ห้องโถงอย่างรวดเร็ว

            ก่อนก้าวเดินเข้าไปด้านในห้องโถงมู่อวิ๋นหานในอาภรณ์สีแดงอ่อนกับสตรีในชุดกระโปรงแดงนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วพอเห็นมู่อวิ๋นจิ่น ทั้งสองคนจึงลุกขึ้นทำความเคารพ

            “คารวะพระชายาหกพ่ะย่ะค่ะ”

            “พี่ใหญ่จะให้น้องอายุสั้นหรืออย่างไร?” มู่อวิ๋นจิ่นเลิกคิ้วขึ้นจากนั้นทอดสายตาไปยังจ้วงอวี้เหยียน

            นางเห็นเพียงจ้วงอวี้เหยียนใบหน้าเรียบขาวบริสุทธิ์ริมฝีปากแดงกระจับ ผลัดแป้งไม่มากไม่น้อย ทว่ากลับดึงดูดผู้คน

            “พี่สะใภ้เป็นอย่างไรบ้าง” มู่อวิ๋นจิ่นเผยยิ้มให้จ้วงอวี้เหยียน

            จ้วงอวี้เหยียนชะงักงันรีบย่อตัวน้อมรับ “สบายดีเพคะ พระชายาหก”

            “เป็นคนครอบครัวเดียวกัน พี่สะใภ้ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก เรียก ‘อวิ๋นจิ่น’ เหมือนพี่ใหญ่ก็ได้” มู่อวิ๋นจิ่นเรียกให้จ้วงอวี้เหยียนนั่งที่ดังเดิม

            หลังจากที่ทั้งสามคนนั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วมู่อวิ๋นจิ่นยกมือคำนวณก่อนเอ่ยด้วยความแปลกใจ “วันนี้เป็นวันที่พี่สะใภ้จะต้องกลับไปที่บ้านท่านพ่อท่านแม่ไม่ใช่หรือเหตุใดพี่ใหญ่ถึงพาพี่สะใภ้มาที่นี่ด้วยเล่า?”

            “ในตอนนี้ล่วงเลยยามอู่สือไปแล้ว ระหว่างที่กลับจวน ให้เจ้าได้พาอวี้เหยียนกลับไปด้วย”มู่อวิ๋นหานขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้าเล็กน้อยด้วยรู้ว่าตัวนางเองนั้นหลับใหลล่วงเลยมามากแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นครุ่นคิดไปมาก่อนเหลือบไปทางอวี้เหยียนเห็นจ้วงอวี้เหยียนนั่งอยู่ที่นั่น ด้วยท่าทางเรียบร้อย เผยยิ้มมุมปากเล็กน้อยมองเพียงแวบเดียวก็พลันทราบได้ทันทีว่าเป็นสตรีที่เป็นคุณหนูชั้นสูง

            เนื่องจากว่าท่านปู่ของนางเป็นราชครูจ้วงกิริยามารยาทของนางจึงได้รับการอบรมสั่งสอนเป็นอย่างดีตั้งแต่เยาว์วัย

            ในเวลานี้แม่นมเสิ่นได้ยกถาดน้ำชาออกมาพร้อมกับของว่างและเอ่ยขึ้นว่า “ของทานเหล่านี้บ่าวเป็นคนทำเองเจ้าค่ะนายท่านมู่และฮูหยินมู่มาเป็นแขกชุดแรกที่นี่ลองรับประทานของว่างฝีมือบ่าวก่อนเถอะเจ้าค่ะ”

            “ขนมกุ้ยฮวาฝีมือของแม่นมอร่อยถูกปากที่สุดเลย” มู่อวิ๋นจิ่นพูดยิ้มๆ พลางหยิบขนมขึ้นมาลิ้มรส

            แม่นมเสิ่นแอบชำเลืองมองไปที่มู่อวิ๋นจิ่นพร้อมกับขอตัวลา

            หลังจากที่แม่นมเสิ่นจากไปแล้วมู่อวิ๋นหานยกชาขึ้นจิบ ก่อนเปรยขึ้นมาว่า “เห็นเจ้าสามารถเข้าได้กับทุกคนพี่ก็คงวางใจได้แล้ว”

            มู่อวิ๋นจิ่นพูดอย่างห่อเหี่ยวใจ “ที่จวนแห่งนี้ไม่มีใครมารังแกน้องให้ลำบากใจอีกทั้งยังสุขสบายกว่าอยู่จวนอัครเสนาบดีเป็นไหน ๆ”

            จ้วงอวี้เหยียนที่ได้ฟังมู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยออกมาแอบอมยิ้มพลางเอ่ยว่า “ได้ยินมาว่าองค์ชายหกเป็นคนที่เย็นชากับทุกคนแต่สำหรับน้อง อวิ๋นจิ่นกลับดีด้วยอย่างมาก ดีจริงเชียว”

            “หืม? พี่สะใภ้ไปฟังเรื่องพวกนี้มาจากไหนกันเหตุใดจึงเอ่ยเช่นนี้?” มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วด้วยไม่เห็นว่าฉู่ลี่จะดีกับตนขนาดนั้น

            “วันนั้นงานเลี้ยงในวังหลวง องค์ชายหกช่วยน้องอวิ๋นจิ่นจากเหตุการณ์คับขันโดยมิกลัวว่าจะล่วงเกินลี่เฟย จนนอกวังมีข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว” จ้วงอวี้เหยียนเล่า

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นมู่อวิ๋นจิ่นได้แต่เม้มปากแน่น พลางยิ้มมุมปากด้วยความเกร็ง

            จากนั้นมู่อวิ๋นหานกับจ้วงอวี้เหยียนพูดคุยเล่นกันไปอยู่พักหนึ่งจ้วงอวี้เหยียนกับมู่อวิ๋นจิ่นก็เริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เหมือนกับตอนแรกที่เข้ามา ต่างก็แสดงหน้าตาและมีคำพูดบูดบึ้งใส่กัน

            “วันนี้ได้พบหน้าน้องอวิ๋นจิ่นเป็นครั้งแรก นับว่าถูกชะตาอยู่ไม่น้อยหวังว่าคราวหน้าจะได้พบหน้าน้องอวิ๋นจิ่นอีก” จ้วงอวี้เหยียนพูดยิ้มๆ

            มู่อวิ๋นจิ่นยิ้มมุมปาก “ทุกวันนี้น้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในจวนแห่งนี้ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วหากพี่อวี้เหยียนมีเวลาสามารถมาหาได้ทุกเมื่อ”

            มู่อวิ๋นจิ่นพูดกับจ้วงอวี้เหยียนอย่างสนิทสนมมากขึ้นแม้คำเรียกวพี่สะใภ้ก็แปรเปลี่ยนเป็นพี่อวี้เหยียนไปแล้วเพราะนางคิดว่าการเรียกอีกฝ่ายว่าพี่สะใภ้ดูจะแก่ไปเสียหน่อย

            ซึ่งความจริงแล้วอีกฝ่ายกลับโตกว่านางเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

            “อืม ได้สิ” จ้วงอวี้เหยียนพยักหน้ายิ้มรับจากนั้นเงยหน้ามองท้องฟ้าและเห็นว่ามานานพอสมควรแล้ว จึงพูดขึ้นมาว่า “ใช่แล้ว หรูฮั่นบอกว่าจะมาหาพี่ที่จวนอัครเสนาบดีตอนกลางคืนเห็นทีพี่จะต้องไปแล้ว”

            ทันทีที่มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินชื่อของเวินหรูฮั่นไม่รู้ว่าเหตุใดเมื่อได้ยินชื่อนี้ นางถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมาในทันที

            จำได้ว่าครั้งแรกที่ได้พบหน้าเวินหรูฮั่นนางกับเหยียนหลิงซางช่วยกันประจบสอพลอเลียแข้งเลียขามู่หลิงจูที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงเป็นอย่างมาก

            แต่หลังจากที่นางวางแผนเล่นงานมู่หลิงจูกับมู่อี้หยางเวินหรูฮั่นกับเหยียนหลิงซางกลับเริ่มเหยียดหยาม ดูแคลนมู่หลิงจูแทน

            ดูท่าแล้วเวินหรูฮั่นผู้นี้ ยากที่จะหาความจริงใจจากตัวนางได้นางเพียงแค่แสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีก็เท่านั้นเอง

            จ้วงอวี้เหยียนดูเป็นคนที่ความคิดไม่ซับซ้อนจิตใจบริสุทธิ์ คงคิดเอาเวินหรูฮั่นเป็นเพื่อนสนิทแล้วกระมัง

            มู่อวิ๋นจิ่นเริ่มเป็นห่วงจ้วงอวี้เหยียนจึงเอ่ยออกมาว่า “ดีเลย น้องก็อยากกลับจวนอัครเสนาบดีมู่ ไปเยี่ยมน้องเซี่ยโหรวอยู่พอดีมีบางอย่างที่ต้องพูดคุยกันเสียหน่อย เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันเถอะ”

            มู่อวิ๋นหานที่นั่งฟังอยู่ด้านข้างแสดงสีหน้าแปลกใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

            ……

            เมื่อทุกคนต่างพากันเดินทางกลับมาที่จวนอัครเสนาบดีมู่เวินหรูฮั่นได้นั่งรอจ้วงอวี้เหยียนอยู่ที่ห้องโถงรับรองอยู่ก่อนแล้ว

            พอจ้วงอวี้เหยียนเห็นเวินหรูฮั่นใบหน้าของนางกลับเปี่ยมด้วยรอยยิ้มก่อนที่นางเดินเข้าไปพูดคุยกับเวินหรูฮั่นด้วยความสนิทสนม

            จังหวะนั้นเองมู่อวิ๋นหานได้ถือโอกาสเอ่ยถามมู่อวิ๋นจิ่นระหว่างอยู่ด้วยกันตามลำพัง “เจ้ากับน้องห้ามิได้สนิทสนมกันขนาดนั้นนี่คงไม่ได้ตั้งใจกลับมาหานางโดยเฉพาะกระมัง”

            “เจ้าคิดว่าคุณหนูเวินผู้นี้มีปัญหาหรือ?” มู่อวิ๋นหานเอ่ยถาม

            ทันทีที่ได้ยินมู่อวิ๋นหานถามเช่นนี้มู่อวิ๋นจิ่นหันหน้ามองพี่ใหญ่ของตน พร้อมกับยกนิ้วโป้งชูขึ้นมาแสดงความชื่นชม “พี่ใหญ่ช่วยฉลาดให้น้อยหน่อยจะได้หรือไม่?”

            “ไม่ใช่ว่าพี่ฉลาดหรอกเพียงแต่ว่าคุณหนูเวินมาที่จวนหลายครั้งหลายคราเพื่อมาหาหลิงจูโดยเฉพาะ แต่หลังจากที่ท่านแม่ของนางเกิดเรื่องขึ้นคุณหนูเวินกลับหายหน้าหายตาไปเลย เห็นทีนางเป็นคนเลือกคบเฉพาะคนมีอำนาจเท่านั้น”

            “แม้ว่าฉู่ชิงเฉียงจะถูกพวกเราล่วงรู้ความผิดที่กระทำไปแต่นั่นไม่ได้หมายความว่านางจะไม่ยืมมือคนอื่นมาช่วยให้ถึงเป้าหมายช่วงนี้น้องต้องคอยจับตา และคอยป้องกันเสียแล้ว” มู่อวิ๋นจิ่นยืนกอดอกสองข้างก่อนจะพูดต่อไปว่า “เห็นที วันนี้น้องมาเสียเที่ยวแล้ว”

            “ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก พวกเจ้าเป็นสตรีเหมือนกันอีกประเดี๋ยวช่วยพี่จับตามองคุณหนูเวินนั่นก็พออย่าให้นางทำร้ายอวี้เหยียนได้แม้แต่น้อย” มู่อวิ๋นหานกำชับ

            “รู้แล้วหน่า” มู่อวิ๋นจิ่นเบือนปาก

            มู่อวิ๋นหานได้ยินก็ยิ้มมุมปากแล้วรีบเดินจากไป

            จากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นจึงได้เดินนวยนาดเข้าไปในห้องโถงรับรอง

            เวลานี้เวินหรูฮั่นกับจ้วงอวี้เหยียนคุยกันอย่างออกรสออกชาติมู่อวิ๋นจิ่นเห็นเช่นนั้นพลันรู้ได้ทันทีว่าจ้วงอวี้เหยียนกับเวินหรูฮั่นสนิทสนมเกินที่นางคาดการณ์เอาไว้

            “พระชายาหกเหตุใดมาอยู่ที่นี่ได้เพคะ” เวินหรูฮั่นเอ่ยทันทีที่เห็นหน้ามู่อวิ๋นจิ่น

            จากนั้นพบว่านางยังขาดการแสดงความเคารพจึงรีบลุกขึ้นทันใด “คารวะพระชายาหกเพคะ”

            “คุณหนูเวินตามสบาย”

            หลังจากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นกวาดสายตามองหาเก้าอี้เพื่อนั่งลง

            “หรูฮั่น นี่คืออวิ๋นจิ่นซึ่งเป็นน้องสาวของอวิ๋นหานปกติทั้งสองคนคงเคยเห็นหน้ากันมาบ้างแล้ว” จ้วงอวี้เหยียนพูดยิ้มๆ หมายจะสร้างความสนิทสนมให้กับทั้งสองคน

            เวินหรูฮั่นพยักหน้ารับงกๆ พร้อมกับแววตาเปล่งประกายออกมา “อืมเคยพบพระชายาหกอยู่หลายครั้งอยู่เหมือนกัน”

            “เช่นนั้นก็ดี อีกหน่อยพวกเราสามคนจะได้เป็นสหายกันอายุของพวกเราก็ไล่เลี่ยกัน คงมีเรื่องที่จะพูดคุยกันได้ไม่น้อย” จ้วงอวี้เหยียนเอ่ย

            มู่อวิ๋นจิ่นที่นั่งอยู่ตรงนั้นใช้สายตากวาดมองเวินหรูฮั่นจากบนลงล่างก่อนจะสัพยอก “ใช่แล้ว เมื่อก่อนเคยพบพี่เวินอยู่หลายครั้งทว่าไม่เคยมีโอกาสพูดคุยกันมากนัก วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะพูดคุยกันอย่างจริงจัง”

            เวินหรูฮั่นมองเห็นมู่อวิ๋นจิ่นก่อนเผยยิ้มออกมานางรู้สึกผ่อนคลายลง ก่อนพยักหน้ารับกับคำพูดของมู่อวิ๋นจิ่น

            “อวี้เหยียน ไม่ได้ทานขนมหม่าถีเกาที่เจ้าทำตั้งนานไม่รู้ว่าวันนี้จะได้มีบุญปากได้ทานหรือไม่ข้านึกถึงรสชาติอาหารนี้อยู่นานแล้ว…”เวินหรูฮั่นพูดแนววิงวอนให้จ้วงอวี้เหยียนเอ่ยปากด้วยสีหน้าที่แย้มยิ้ม

            พอจ้วงอวี้เหยียนได้ฟังก็ฉีกยิ้มตอบกลับเวินหรูฮั่นทันควัน “เจ้านี่นะ ทุกครั้งเอาแต่คิดถึงขนมหม่าถีเกาตลอดเอาเป็นว่าวันนี้ข้าอารมณ์ดี เดี๋ยวจะไปทำมาให้จานหนึ่งดีเหลือเกินที่อวิ๋นจิ่นก็อยู่ที่นี่ด้วย…”

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390