“ไม่เอาน่าเพื่อน!.. ฉันซื้อของมาให้แกด้วยนะ ไม่ต้องร้องไห้งอแงไป และก็ไม่ว่ายังไงแกต้องรับ เข้าใจใช่ไหม.. ถึงมันจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่แกทำให้ครอบครัวของฉัน แต่ก็ถือว่าเป็น้ำใจเล็กๆน้อยๆจากฉัน ดังนั้นฉันไม่อนุญาตให้แกปฏิเสธ โอเค๊!..” เฟยกล่าว
“..เฮ้ย จริงดิ! ขอบใจนะเพื่อนรัก.. อย่าบอกนะว่าแกซื้อเ้านั่นให้ฉันน่ะ” เบนซ์กล่าวถามหลังจากเช็ดคราบน้ำตาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ดวงตาของเขาเป็ประกายราวกับหวังว่าเพื่อนรักจะซื้อสิ่งนั้นให้กับเขา..
“ใช่แล้ว! เ้าสิ่งนั้นแหละ ชุดโกโกวาที่แกอยากได้ไง..” เฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
“เออดีเลยกำลังอยากได้อยู่พอดี โกโกวาคิมิซึนิดา กำลังมาแรงเลย ถุย!..ถามจริงเถอะ!.. แกเก็บเอาไว้ให้พ-.. เออ น้องฟางใส่ไม่ดีกว่าเหรอวะเพื่อน” เบนซ์ตบมุกที่เพื่อนชงมา แต่ทว่าเขาก็เกือบที่จะเผลอหลุดด่าพ่อเพื่อนทั้งๆที่พ่อของมันอยู่ต่อหน้าเสียแล้ว ดีที่หันไปยังมีตัวช่วยพอให้เบี่ยงเบนอยู่อีกตัวเลือกหนึ่งพอดี..
“ฮ่าๆ ใช่ก็บ้าแล้ว.. แกรอลุ้นเอาแล้วกัน อีกสักพักคงได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว” เฟยกล่าวตอบด้วยที่เพื่อนของเขาทำหน้าตาลุ้นสิ่งของนั้นด้วยความหวัง นอกจากนี้พ่อกับแม่ถามย้ำกับเฟยอีกครั้งว่าไม่มีเื่ให้ใอีกแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งเฟยก็หัวเราะ และกล่าวตอบกลับไปพลางยักไหล่ไปด้วยว่า ‘ก็ไม่รู้สิครับ..ฮ่าๆ’ และด้วยคำพูดนั้นมันเล่นเอาคนอื่นหรี่ตามองกันเป็แถวๆ..
พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกสักพักหนึ่ง ไม่นานนักหมอ และพยาบาลก็มาเคาะห้อง เพราะตอนนี้มันถึงเวลาที่คนไข้จะได้เข้าห้องผ่าตัดแล้ว แต่ทว่าหมอก็ต้องใเพราะว่าคนไข้ที่เส้นเืในสมองแตกกลับลุกขึ้นยืน แถมยังเดินเข้ามาตบไหล่ขอบคุณเขาตามสไตล์กำนันผู้ใหญ่บ้าน..
“ผมขอบคุณที่ดูแลผมมาเป็อย่างดีในหลายวันที่ผ่านมานะครับคุณหมอ อย่างที่เห็นตอนนี้ผมหายดี แถมยังแข็งแรงขึ้นมากกว่าแต่ก่อนอีกด้วย” พ่อภูมิกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง แน่นอนว่าหมอถึงกับใกับสิ่งที่เห็น และคิดว่าตัวเองต้องเข้าห้องผิดแน่ๆ แต่เมื่อเขาหันมองไปเห็นชายหนุ่มที่เขาเพิ่งจะคุยด้วยเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เขาก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป และคำถามยังคงติดอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา..
“คุณหมอครับ แล้วเื่ค่ารักษาพยาบาลที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ล่ะครับ คุณหมอได้นำมาด้วยหรือเปล่า” เฟยกล่าวถามกับคุณหมอในท่าทางสีหน้าเรียบเฉย
“เออ..เื่นั้น...เออ..พยาบาลกำลังรวบรวมค่ารักษาพยาบาลอยู่นะครับ โปรดรอสักครู่.. คือว่าผมขอเสียมารยาทถามได้ไหมครับ ทำไมจู่ๆคนไข้ถึงได้ลุกขึ้นมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เออ..แทบจะลุกไม่ได้เลยด้วยซ้ำน่ะครับ เออ.. มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หมอที่ยังติดสตั๊นท์มึนๆยังไม่หายกล่าวถามตามที่ตนสงสัยอย่างตะกุกตะกัก เขาไม่เข้าใจว่าคนไข้คนนี้ยังไม่ได้รับการผ่าตัดเลยแท้ๆจะหายเป็ปลิดทิ้งได้ยังไง ถึงจะได้รับการรักษาที่ดี และถูกต้องก็ตาม แต่ก็ไม่ควรที่จะฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้..
“คุณหมอ.. มันเป็เื่ของศาสตร์ลึกลับน่ะครับ พูดไปคุณหมอที่เชื่อเื่วิทยาศาสตร์ก็คงจะไม่เข้าใจ.. อืมๆ เอาเป็ว่ามันเป็ปาฏิหาริย์ก็แล้วกันครับ”
เฟยกล่าวตอบพร้อมกับสมาชิกที่เหลือที่รู้งานว่าควรจะทำตัวเช่นไร แม่ทำการสวดภาวนาขอบคุณพระพุทธองค์ ส่วนพ่อก็ทำเช่นเดียวกับแม่ น้องสาวที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่อยากจะทำซ้ำมุกพ่อกับแม่ เธอจึงหันมาขอบคุณกับพระเ้า ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำเหล่านี้มันช่างมีพิรุธเสียจริงๆ จนเบนซ์ที่รู้เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้แต่มองบนเพดานพร้อมกับกลั้นขำเอาไว้แทบจะไม่ไหว
“เออ.. ปาฏิหาริย์อย่างนั้นเหรอครับ เออ..ก็อย่างที่ว่ามามันน่าเชื่อถือได้ยากนะครับ พวกคุณจะไม่บอกหมอจริงๆเหรอครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ถ้ามันมีวิธีที่ทำให้คนไข้อาการหนักเช่นคุณหายเป็ปลิดทิ้งอย่างนี้แล้วล่ะก็ หมอเองก็ยินดีกับคนไข้คนอื่นๆทุกคนที่จะได้รับการช่วยเหลือโดยวิธีนี้..” หมอกล่าว
“ก็อย่างที่บอกนะครับ มันเป็เื่ของความเชื่อ และสิ่งลี้ลับ.. ปาฏิหาริย์มีไว้สำหรับคนที่เชื่อว่ามันจะมีเท่านั้นนะครับหมอ..”
เฟยกล่าวตอบแบบปัดๆไป ซึ่งหมอที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับถอนหายใจยอมแพ้ไปเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจากสายตาของเขาอาการของคนไข้รายนี้คงจะไม่เป็อะไรแล้ว แต่เพื่อความอุ่นใจ หมอจึงขอทำการตรวจซ้ำอีกสักรอบหนึ่งว่าหายดีแล้วจริงๆ ซึ่งเฟยก็ไม่ได้ขัดอะไร ปล่อยให้หมอทำ เขาที่เป็คนรักษาพ่อมากับมือรู้ดีว่าพ่อนั้นหายสนิทแล้ว..
และแล้วขั้นตอนทุกอย่างก็เสร็จสิ้น เฟยชำระเงินค่ารักษาพยาบาลแสนกว่าบาท และรีบพาขอบครอบครัวของเขาไปยังรถที่เขาเพิ่งจะซื้อใหม่ทันที
ส่วนทางด้านเบนซ์ที่มาด้วยรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของมันก็ต้องแยกกันกลับของใครของมัน เฟยไม่ลืมที่จะแอบใช้พลังของตัวเองโยกย้ายของในไอจิกไอเทมบ็อกซ์ไว้หลังรถ และหยิบของที่ซื้อเป็สินน้ำใจให้กับเ้าเพื่อนรัก..
“MACBOOK PRO จริงๆด้วยล่ะ ขอบใจมากนะเพื่อน..” เบนซ์กล่าวก่อนจะะโโลดเต้นดีใจ
“เฮ้ยๆ ยังไม่หมดหรอกนะเฟ้ย.. มีนี่อีกชิ้นหนึ่ง” เฟยกล่าวพร้อมกับโยนกล่องรองเท้าไปให้กับเบนซ์ ซี่งเ้าตัวก็รับเอาไว้อย่างงดงาม ก่อนที่มือของเขานั้นจะสั่นเทา..
“NIKE AIR MAX 90.. เอาจริงดิ! ฉันรักแกว่ะเพื่อนรัก มากอดสักทีสิ” เบนซ์กล่าวพร้อมกับพยายามกระโจนเข้ามาหาเฟย ซึ่งแน่นอนว่าเฟยก็ห้ามเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น
“ออกไปไกลๆเลย.. ฉันไม่นิยมสายเหลืองเฟ้ย”
เฟยกล่าวตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไป เฟยมองตามหลังเพื่อนรักที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างมีความสุข ก่อนที่เขาจะคิดว่ามิตรภาพดีๆอย่างดีจะหาได้จากที่ไหนอีก ไม่ว่าโลกไหนเพื่อนของเขาคนนี้ก็จริงใจที่สุดแล้ว เฟยยิ้ม และสะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเองเล็กน้อย เขาจะต้องรีบเดินทางแล้ว เพราะเวลานี้มันเป็เวลากว่า 16.05 น. แล้ว เดี๋ยวจะทำธุระอย่างอื่นไม่ทันกันพอดี
ครอบครัวแสนสุขเดินทางไปยังธนาคารก่อนเป็อันดับแรก ทั้งนี้ก็เพื่อเบิกเงินสดออกมาจ่ายหนี้สินที่คงค้างเอาไว้ ซึ่งเฟยไม่อยากคิดให้เสียเวลาเขาเบิกออกมาเผื่อเป็จำนวนเงินถึง 5 แสนบาทเลยทีเดียว จากนั้นเขาคิดว่าถ้าจะแวะจ่ายหนี้สินก่อนมันคงจะไม่ทัน เขาจึงบอกให้พ่อนัดพวกนั้นสัก่ 1 ทุ่ม เพื่อที่เขาจะได้พูดคุย และจดจำหน้าของพวกมันเอาไว้ให้ชัดๆในตอนที่ไม่รีบ
ซึ่งพ่อก็พยักหน้าให้ก่อนจะโทรหาผู้ให้กู้เงิน และตกลงกันได้ในเวลา 1 ทุ่มตรงในสถานที่ที่เป็กลางที่สุดอย่างสถานีตำรวจ เพราะว่าแม่เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม มันเป็ความกังวลภายในจิตใจ แน่นอนว่าเฟยก็เข้าใจ ดีเสียอีกเขาจะได้รู้ด้วยเลยว่าตำรวจที่มีเอี่ยวคนนั้นเป็ใคร จะได้ไม่ต้องทรมานเพื่อสอบหาข้อมูล หรือถามเอาจากคนอื่น(พิภพ)เหมือนที่คิดเอาไว้
เวลา 17.25 น. เฟยพร้อมกับครอบครัวก็เดินทางมาถึงสำนักงานของโครงการ ซึ่งพนักงานที่เห็นรถยนต์ของลูกค้ารายใหญ่เธอก็รีบเร่งออกไปให้บริการเลยทันที ไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงยังคฤหาสน์หลังใหญ่ สวนหน้าบ้านที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม เฟอร์นิเจอร์ที่ดูหรูหรา และอื่นๆอีกมากมายที่ประทับใจ คนที่ดูเหมือนจะชอบมากที่สุดเห็นทีจะเป็เ้าน้องสาวตัวแสบที่โผล่ไปห้องนู้นทีห้องนี้ทีอย่างซุกซน..
ถึงแม้ว่ามันจะพร้อมอยู่ แต่สิ่งของบางรายการเล็กๆพวกเขาก็ยังต้องหาซื้อใหม่อยู่ดี อาทิเช่นพวกเสื้อผ้า หมอน ผ้าห่มอะไรพวกนั้น เฟยออกความเห็นว่าวันนี้ควรจะกลับไปนอนที่บ้านเดิมก่อน หลังจากซื้อของอะไรในวันพรุ่งนี้เสร็จก็ค่อยย้ายมาอยู่กัน เฟยไม่ลืมที่จะโทรแจ้งให้รถที่เขาซื้อเอาไว้มาส่งตามที่อยู่บ้านหลังใหม่ ก่อนจะยื่นทิปมือให้กับพนักงานสาวที่เป็ธุระหลายๆอย่างให้ถึง 5,000 บาทเลยทีเดียว
“ขอบคุณมากค่ะคุณชาย.. หากทุกท่านมีปัญหาทางด้านใดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้าน ดิฉันยินดีรับใช้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
พนักงานสาวกล่าว ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เงินค่าคอมมิชชั่นก้อนโตก็ตาม แต่เงินทิปมือเล็กๆน้อยๆนี้ก็ทำให้เธอดีใจไม่น้อยเลยทีเดียว เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าพลางยิ้มรับให้กับเธอ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเตือนกับพ่อแม่ว่ามันได้เวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องเดินทางไปยังสถานีตำรวจแถวบ้านเก่า เพื่อเคลียร์หนี้สินให้มันจบๆไป
‘หึหึ.. ได้เวลาเจอหน้าไอ้เวรตะไลพวกนั้นแล้วสินะ.. รอก่อนเถอะ! พวกแกจะได้ไม่ตายดีแน่” เฟยกล่าว และเขาก็ไม่ลืมที่จะระงับจิตสังหารเอาไว้ ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเขาอาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย
ในระหว่างทางไปยังสถานีตำรวจ พ่อก็เอาแต่พูดถึงเื่สวนที่บ้านใหม่ แม่ก็เอาแต่บ่นเื่การทำความสะอาด ส่วนฟางก็กำลังตัดสินใจว่าเธอจะอยู่ห้องฝั่งไหนดี แล้วจะขอให้เพื่อนๆมาว่ายน้ำเล่นที่บ้านบ้างได้หรือเปล่า
และเื่สุดท้ายที่เธอนึกขึ้นมาได้ มันเกี่ยวกับเื่รถยนต์ ถ้าเธอจำไม่ผิดพี่ชายของเธอบอกว่าซื้อมาถึง 3 คัน แม่เองก็ขับรถไม่เป็ ดังนั้นเธอจึงคิดไปว่ารถคันที่สามนั้นมันต้องใช่ของเธอแน่ๆ แต่เพื่อความแน่นอนเธอมีแต่ต้องกล่าวถามกับพี่ชายของเธอตรงๆเท่านั้น
“นี่พี่เฟย.. รถยนต์พี่สั่งซื้อมาตั้งสามคัน.. คนสุดท้ายนี่ใช่ของหนูป่ะ?” ฟางกล่าวถาม เฟยหันมองกระจกหลังเห็นใบหน้าของน้องสาวที่ดูคาดหวังเอามากๆ เขาก็ได้แต่ยิ้ม และตอบกลับไปตรงๆ
“ใช่! มันเป็ของน้อง.. แต่ว่าน้องต้องสอบให้ติดมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ก่อนถึงจะเอารถไปขับได้.. พ่อกับแม่ก็ห้ามใจอ่อนนะครับ ตอนนี้เราต้องนึกถึงอนาคตของน้องมันแล้ว เข้าใจ-ใช่-ไหม-ครับ-ทุกคน” เฟยกล่าวพร้อมกับเน้นย้ำในประโยคสุดท้าย ในทีแรกฟางที่กำลังจะเย้ดีใจ แต่เมื่อได้ยินเงื่อนไขของพี่ชาย และเธอรู้ว่าพี่เฟยเป็คนอย่างไร เธอถึงกับหน้ามุ่ยไปพักหนึ่ง ก่อนจะทำใจ และพยายามฮึดสู้กับการสอบที่กำลังจะมาถึง..