บทที่ 11
เหตุผล
“เอาน่า...เรื่องแค่นี้เองนายสายเพราะมันช่วยไม่ได้ เรื่องแค่นี้อย่าไปใส่ใจเลยนะ…”
ประโยคที่ว่ามาคือในสมองของเจ้าแทนที่คิดอยากให้เป็นแต่โลกนี้มันช่างเอวัง...ความจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้นผิดกับที่ภาวนาไว้ราวเรือใบกับยานอวกาศเขากำลังถูกนิกกี้แว้ดใส่จนขี้หูออกมาเต้นระบำจังหวะแทงโก้ผสมร๊อกแอนด์โรล
“ไอ้แค่ประตูหน้ากับประตูหลังเนี่ยมันสมองระดับเด็กประถมก็คิดได้แล้ว! นายอยู่ชั้นอนุบาลรึไงถึงไม่รู้!”นิกกี้ยืนท้าวเอวเมื่อเห็นแทนมาถึงจุดนัดพบซึ่งเป็นบ้านพักของเธอที่ซื้อไว้ในเมืองคาลิปโดยที่ความหงุดหงิดทำให้เธอไม่ได้สังเกตลินที่เดินมาด้วย
“ก็มัน...”แทนพยายามเปิดปากแก้ตัว
“ไม่ต้องเลย...!อย่างนายน่ะมันต้องไปเถลไถลชมเมือง ดูการ์ด และหาของกินแน่ๆ ถึงมาสายขนาดนี้”หญิงสาวตวาดเสียงเข้มทำให้แทนไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ห่ะ!”เขาทำหน้าตกใจเมื่อเพื่อนผู้หญิงตรงหน้าของเขาเดาเรื่องราวได้ราวกับไปเห็นมากับตา“มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดีย...” แทนพยายามแก้ตัว
“พอเลยย่ะ...อ่าว...แล้วนั่นใคร” นิกกี้เริ่มสังเกตเห็นหญิงสาวที่มากับแทนบลานซ์นั่นเห็นตั้งแต่แรกแล้วและพยักหน้าทักทายเธอไปก่อนเรียบร้อยส่วนเอ็ดเวิร์ดที่เคยยืนอยู่ข้างบลานซ์จ้องหน้าลินตั้งแต่มาถึงแล้วขณะนี้พ่อค้าใหญ่เริ่มตาเยิ้มน้ำลายยืด แต่แล้วเขาก็ทำสีหน้าตกใจ
“เฮ้ยแทน! ระวัง!” เขาตะโกนเสียงดังทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นหันมองรอบตัวทันที
“มีอะไรพี่เอ็ด!” บลานซ์ที่อยู่ใกล้เขาที่สุดถาม
เอ็ดเวิร์ดชี้มือไปที่ด้านหลังแทน “ฉันนึกว่าเจ้าแทนจะตาย...”เขาพูด มันทำให้ผู้ถูกพูดถึงย่นจมูกพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น “ก็ข้างหลังเจ้านั่นมันมีนางฟ้าอยู่น่ะ...” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้ลินที่ยืนอยู่ด้านหลังของแทน…
ถึงจะมิใช่ริวจิตสัมผัสแต่ก็สัมผัสได้ถึงแววงานเข้าของเอ็ดเวิร์ด และรับรู้ได้แม้จะไม่ใช่ผู้มีความสามารถสแกนกรรม
“มุกนี้เลยรึพี่” แทนส่ายหัวพร้อมกับพูดออกมา “เดี๋ยวก็รู้ว่านรกมีจริง” เขาพูดเบาๆทำให้นิกกี้ได้ยินเพียงแค่คนเดียว และเมื่อได้ยินที่ว่าเธอก็หันมามองหน้าแทน
“ตกลงผู้หญิงคนนี้ใครน่ะ” เธอถาม
“สายเพิ่มพลังที่เรากำลังหาอยู่ไง” แทนตอบกลับไป
“สายเพิ่มพลัง?” หญิงสาวหรี่ตามอง
“ลลินค่ะพี่นิกกี้” ลินยิ้มหวานพร้อมกับแนะนำตัว “เรียกลินเฉยๆ ก็ได้ค่า สวัสดีค่ะพี่บลานซ์ พี่เอ็ด” เมื่อเธอพูดถึงเอ็ดเวิร์ดก็โปรยยิ้มให้เขาทันที
“ค้าฟ...! พลังกายพี่เอ็ดไม่ค่อยจะลดแต่พลังใจต้องการคนมาเติมเต็มนะคร้าบ...” เอ็ดเวิร์ดลากเสียงยาวพร้อมกับทำหน้าเคลิ้ม“ดวงใจฉันคิดถึงเธออยู่ อยากให้รู้ดวงใจว่า ยังปรารถนาจะกลับมาเพื่อพบเธอสุดที่รัก...” เขาเริ่มร้องเพลง
“เล่นเพลงรุ่นลายครามเลยนะพี่...” แทนว่า “ไหนว่าแฟนพี่ดุไง”
เอ็ดเวิร์ดหันมาหรี่ตามองแทนทันที “แฟน? แฟนที่ไหน?” เขาตีหน้าสงสัย
“โหพี่...ไม่ต้องมุกขนาดนั้นก็ได้ ผมกับเจ้าบลานซ์เห็นนะตอนที่เราคุยกันสาวสวยที่เดินมาเฉ่งพี่ยับเลยน่ะ” แทนพูดพร้อมกลั้วหัวเราะ
“เฮอะ...” เอ็ดเวิร์ดหัวเราะแห้งๆ “พี่สาวพี่เองว่ะนั่นน่ะ”
“อย่ามาเลยพี่...”
“มาเมออะไรของแกเจ้าแทน นั่นพี่สาวฉันจริงๆ โว้ยโหดขนาดนั้นใครเอาทำเมียมีหวังวันๆ ต้องไปนั่งเขี่ยมดแก้ช้ำใจแหงๆ” เอ็ดเวิร์ดพูดสีหน้าจริงจัง
นิกกี้และบลานซ์หันมองหน้ากัน “จริงดิ...อย่างนายเนี่ยนะมีพี่สาวสวยขนาดนั้น”นิกกี้ถามย้ำ
“สาบานต่อหน้าไฟรักสุมทรวงทะลวงอกต้องยกออกเลยเอ้า!นั่นน่ะพี่สาวตัวแสบของฉันตัวจริงเสียงจริงไม่อิงกระแส” ชายหนุ่มที่อายุเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มตอบออกมา
“ผมว่าคนที่ได้พี่ไปเป็นน้องซวยกว่า” แทนยืนยัน...
เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วทำหน้าปฏิเสธแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อ ทุกคนมีท่าทางเห็นด้วยนอกจากลินที่แกล้งทำสีหน้าเห็นใจ
หลังจากนั้นทั้งหมดก็มานั่งประชุมกันถึงเรื่องที่นิกกี้กำลังจะตัดสินใจลินขอตัวออกไปทำธุระส่วนตัวก่อน “แล้วแต่พี่ๆ เลยนะคะ ลินเป็นเด็กใหม่ ยังไงก็ขอสนับสนุนพี่ๆ เต็มที่ค่ะ”เธอพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง
“โอ้แม่นางฟ้า...เดินดีๆ นะหนู” เอ็ดเวิร์ดทำหน้าเคลิ้มถ้าเป็นในหนังสือการ์ตูนคงต้องมีท่าบังคับ รูปหัวใจอยู่ในตาทั้งสองข้าง
“ขอบคุณค่าพี่เอ็ด” ลินหันไปยิ้มให้ “งั้นลินขอตัวไปข้างนอกหน่อยนะคะ ถ้ามีอะไรติดต่อลินได้เลยนะคะพี่ๆ”เธอพูดพร้อมยิ้มกว้างอีกหนึ่งที
“ตามสบายเลยลลิน” แทนว่า
“ค่า....” ลินตอบกลับพร้อมกับโบกมือให้ทุกคนแล้วจึงหันหลังเดินออกจากที่ประชุมไป และเมื่อเธอออกไปถึงด้านนอกหญิงสาวก็เรียกหน้าจอติดต่ออกมา
“แก...ฉันตกถังข้าวสารแหละ มีผู้ชายรวยๆ มาติดกับฉันแล้วล่ะ หน้าตาก็งั้นๆแต่ดูเหมือนจะหลอกง่าย..” เธอพูดใส่ระบบติดต่อที่ว่า...หลังจากนั้นก็เป็นการพูดคุยตามประสาสาวๆของคุณเธอกับเพื่อนอีกพักใหญ่
เมืองคาลิปเป็นเมืองขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรมเลียนแบบยุโรxยุคกลางมีทุกอย่างที่จำเป็นในการเล่นเกมนี้ ทั้งยังเป็นศูนย์รวมสินค้าหายากและเป็นแหล่งประมูลสินค้าต่างๆที่ใหญ่ที่สุดในทิศตะวันออกของดูเอลเวิร์ดออนไลน์ บรรดากิลด์ต่างๆ มีมากถึง 7กิลด์ใหญ่ และ 30 กิลด์เล็กๆแต่กิลด์ที่มีชื่อที่สุดของเมืองคาลิปก็ไม่พ้นกิลด์ของผู้ที่ได้รับฉายาไรอันร้อยศาสตรา1 ใน 4 ของผู้เล่นที่มีชื่อเสียงที่สุด...สี่อวตาร
“พวกฉันกำลังคุยกัน ว่าเราน่าจะต้องหากิลด์ไว้ซุกหัวเสียหน่อยเพราะการมีกิลด์มันมีสิ่งอำนวยควมสะดวกหลายอย่าง ยิ่งกิลด์ใหญ่ๆที่เลเวลกิลด์สูงแล้วยิ่งสะดวกสุดๆ” นิกกี้พูดขึ้นกลางโต้ะที่แทน บลานซ์ เอ็ดเวิร์ด และเธอนั่งประชุมกันอยู่
แทนขมวดคิ้วสงสัย “สะดวกยังไง” เขาถาม
“วาร์ปราคาถูก มีพวกการให้พรจาก Npc หลายอย่างบางอย่างเพิ่มพลังโจมตี บางอย่างก็พลังป้องกัน เพิ่ม Hp Mp อะไรประมาณนี้ล่ะ”นิกกี้ที่กำลังนั่งกอดอกตอบ
“ก็เข้าท่า ว่าแต่พวกที่ตั้งกิลด์นี่มันไปทำอีท่าไหนถึงมีกิลด์กันอย่างนี้”ชายหนุ่มถามต่อ
“เอาเรื่องสำคัญก่อนดีกว่า เรื่องนั้นเดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟัง” นิกกี้ตัดบททันที
แทนถอนหายใจแต่ดูจากสีหน้าของบลานซ์และเอ็ดเวิร์ดเรื่องที่ว่าน่าจะสำคัญ เขาจึงลบสีหน้าทะเล้นออกแล้วตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
“มีอะไรกันรึ” แทนถาม
นิกกี้ถอนหายใจยาวก่อนจะคลายมือที่กอดอกเอาไว้เธอวางมือสองข้างไว้บนโต๊ะก่อนจะพูดออกมา “ฉันมีความแค้นกับกิลด์หนึ่งในเมืองนี้ และถ้าพวกเราไม่มีกิลด์อยู่น่าจะทำอะไรลำบาก เพราะกิลด์ที่ว่ามันเป็นกิลด์ใหญ่อันดับสองของเมืองนี้แถมตอนนี้มันก็รู้ว่าฉันกลับมาที่คาลิปแล้ว” เธอเล่า
แทนและเอ็ดเวิร์ดหรี่ตามองทันทีแต่ก็เป็นแทนที่ถามออกไป “เธอไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้อีกล่ะ” เขาถาม
“ก็พวกมันคิดจะมาแย่งการ์ดแอเรียของฉันฉันก็เลยฆ่าพวกคนในกิลด์นั้นไปสองสามคน” เธอพูดขณะหันหน้าหนีไม่สบตาคนถาม
“อาการนี้ไม่ต่ำกว่าสิบชัวร์” แทนว่า
นิกกี้หันขวับกลับไปทันที “เอ้ย...เฮ้ย!ใช่ๆ แค่นั้นจริงๆ เชื่อฉันสิ” น่าน...พิรุธเพียบและแน่นอน คนอย่างแทนรู้ทันทีว่าที่เขาพูดไปจี้ใจดำผู้หญิงตรงหน้า
“อ่ะ...เรื่องนั้นช่างมัน ว่าแต่ไอ้กิลด์นี้มันชื่ออะไร” แทนถาม
“ใครกันถึงกล้าตามรังควาญนิกกี้” เอ็ดเวิร์ดพูดลอยๆ
นิกกี้ตวัดสายตาใส่เอ็ดเวิร์ดครั้งหนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ดาร์กแอเรีย (Dark Area)” เธอว่า
“พื้นที่สีดำ...ชื่อน่าคิด” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นประโยคที่ว่าเรียกสายตาของแทนได้ทันที
“พี่อย่ามาสองแง่สองงามดิ” แทนว่า
“อะโห...พี่น่ะใจบริสุทธิ์นะ คนที่คิดว่ามันสองแง่นั่นล่ะน่าสงสัย” เขาตอบกลับไป
“ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่คิดนะ ถึงผมจะใจทรามแต่ก็เลือกนะพี่” แทนตอบกลับ
“พอๆ พอเลยนายสองคน ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไง” นิกกี้ยื่นมือมาขวางก่อนจะพูดออกไป
“กิลด์อะไรบ้างล่ะที่เราต้องเลือก” แทนมองหน้าเอ็ดเวิร์ดแล้วทั้งสองคนก็ยิ้มออกมา
“ไวท์พาลาดิน (White Paladin) ของไรอันร้อยศาสตรากับเซเว่นวิงค์ (Seven Wing) ของลาสท์ กิลด์ที่ติดท๊อปไฟฟ์ของเมืองนี้”นิกกี้ตอบ
“ไม่ยาก” แทนพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน “เราก็ไปดูมันทั้งสองกิลด์นั่นล่ะแล้วค่อยตัดสินใจเริ่มจากเจ้าไรอันอะไรนั่นก่อนก็แล้วกัน” ชายหนุ่มว่า
“เดี๋ยวๆๆ!” เอ็ดเวิร์ดขัดขึ้นทันที “รอน้องลินก่อนสิ...”
“แหมพี่เอ็ด เห็นเด็กๆ หน้าใสๆ ไม่ได้เลยนะแต่ขอบอกนิสัยเธอไม่ได้ใสเหมือนที่เห็นหรอกนะพี่” แทนพูดปนหัวเราะ
“อย่าดูถูกเอ็ดเวิร์ดครับทุกท่านไอ้เรื่องถูกผู้หญิงหลอกนั้นกระผมโดนมาจนน่าจะระดับเทิร์นโปรคนไหนมีเจตนาอะไรกระผมรู้ดี” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงหล่อ “แต่ถ้าคิดเสียว่าเงินที่เสียไปซื้อความสุขให้เราได้ก็ถือว่าคุ้มค่ารู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอกน่ะเคยได้ยินไหมครับทุกคน อะฮ่า...”
แทนเลิกคิ้วสูง “โดนหลอกจนเทิร์นโปร?” เขาทวนคำ “นับถือด้วยใจเลยพี่เอ็ด”
บลานซ์ที่ฟังอยู่ได้แต่ยิ้มเล็กๆ ส่วนนิกกี้ส่ายหัวกับพฤติกรรมกับคำพูดที่ได้ยิน“เห็นน้องเขาเด็กหน่อยนี่ไม่ได้เชียวนะพี่เอ็ด”
“นิกกี้...” เอ็ดเวิร์ดเสียงเข้มก่อนจะหันไปมองนิกกี้ด้วยแววตาจริงจัง“น้องนุ่งพี่ไม่ยุ่ง...แต่ถ้าน้องเขาไม่นุ่งพี่ก็ไม่แน่”แววตาจริงจังที่ว่าถูกแทนที่ด้วยแววตาเยิ้มๆ ทันที
“ฉันจะบ้าตาย” หญิงสาวพูดพร้อมกับเอามือกุมขมับ ส่วนบลานซ์และแทนยกนิ้วโป้งให้เอ็ดเวิร์ด
“พี่เอ็ดเรียกลินกลับมาที เดี๋ยวเราจะไปเที่ยวชมกิลด์ระดับท็อปของเมืองนี้กันผมว่าจะซื้อของที่ระลึกจากสองกิลด์นั่นกลับมาด้วย ไม่รู้จะมีขายหรือเปล่า” แทนหันไปบอกเอ็ดเวิร์ด และหลังจากที่เอ็ดเวิร์ดติดต่อไปไม่นานนักลินก็กลับมาที่กลุ่มของพวกเขากิลด์ไวท์พาลาดินเป็นจุดแวะแรกของทัวร์ในครั้งนี้
เมืองคาลิปมีลักษณะคล้ายเมืองคัลเดียตึกรามบ้านช่องแบบยุโรปยุคกลางเรียงรายไปหมดที่อยู่ของแต่ละกิลด์ก็ขึ้นอยู่กับกำลังเงินของกิลด์นั้นๆส่วนที่เป็นตลาดการค้าของที่นี่มีอยู่ด้วยกันสี่จุดใหญ่มันเป็นลานกว้างที่อนุญาตให้ตั้ง สเฟีร์ยร้านค้าผู้คนในเมืองนี้คับคั่ง ทั้งสมาชิกกิลด์และนักเดินทางมีบ้างที่เป็นคนซึ่งตั้งใจมาจ้างกิลด์ที่รับทำงานหาเงินออกตามหาการ์ดหรือช่วยเคลียร์เควสที่ต้องการส่วนค่าใช้จ่ายนั้นก็ตามที่ตกลงกัน
พวกของแทนมาถึงอาคารสีขาวสะอาดตาที่มีสนามหญ้าสีเขียวขจีล้อมรอบมันมีพื้นที่กว้างมากกว่าทุกๆ กิลด์ที่ตั้งอยู่ในเมืองนี้ อาคารทรงยุโรปกลางรูปตัวU สูงสามชั้นด้านหน้ามีรูปปั้นอัศวินผมยาวถือดาบสองมือตั้งอยู่กลางลานกว้าง
“หรูเอาเรื่อง” แทนว่า
“ใช่...กิลด์ใหญ่จริงๆ แฮะ” บลานซ์เห็นด้วย
“ว่าแต่แทน นายจะไปปิเอต้าไปใช่เหรอ มันต้องไปทางตะวันตกแล้วนั่งเรือไปนะ”นิกกี้หันไปถาม
“เดี๋ยวจัดการเรื่องนี้เสร็จค่อยไป ไม่ต้องกลัวหรอกฉันจะให้พวกเธอไปส่งฉันด้วยอยู่แล้ว ไปคนเดียวน่าเบื่อ” แทนตอบยิ้มๆ“ไปเถอะ เข้าไปเที่ยวชมกิลด์ไวท์พาลาดินเสียหน่อยดีจังค่าตั๋วก็ไม่ต้องเสีย” เขาเอามือประสานท้ายทอยก่อนจะเดินผิวปากออกนำหน้า
นิกกี้แจ้งคนของกิลด์ถึงจุดประสงค์ที่มาหลังจากนั้นคนของกิลด์ไวท์พาลาดินก็ให้พวกเธอรอที่ห้องรับรองก่อนจะออกไปแจ้งเรื่องกับไรอันหัวหน้ากิลไม่นานนักคนของกิลด์พาลาดินคนเดิมก็กลับเข้ามา
“หัวหน้าไรอันอยู่ที่ลานฝึกซ้อมของกิลด์ครับ หัวหน้าดีใจที่คุณนิกกี้มาตามคำเชิญและหัวหน้าขอเชิญทุกคนไปพบกันที่นั่น”
“เจ้าไรอันคิดจะทดสอบพวกเราเลยรึ ยังไม่ได้ตกลงใจว่าจะเข้าเสียหน่อย”นิกกี้พูดขึ้น
“ไหนว่าเจ้าไรอันนี่ไม่ค่อยพอใจเธอ” แทนถาม
“ก็ใช่...” นิกกี้ตอบทันที “แต่ฉันเก่งจริงย่ะเป็นใครก็ต้องอยากได้ตัว ถ้าเป็นนายล่ะก็อาจจะถูกฆ่าตายไปแล้ว”
“นั่นสินะเป็นฉันคงถูกฆ่าไปแล้ว สู้ตัวแบนๆ แบบกระดานของเธอคงไม่ได้อย่างน้อยก็เอาไปตอกตะปูทำฝาห้องได้” แทนพูดพร้อมกับจ้องหน้านิกกี้แต่เขาก็ต้องรีบหันกลับไปมองข้างหลังทันทีมันเหมือนมีสายตาอำมหิตส่งแววอาฆาตมาจากที่นั่น บลานซ์มองแทนด้วยสายตาดุดัน
“อ่า...เอ้ย...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แหมๆ ฉันพูดเล่นๆ” แทนพูดก่อนจะรีบเดินหนีไป ส่วนนิกกี้มองไปที่บลานซ์แล้วยิ้มให้
“เธอคือลมหายใจ เธอคือทุกอย่าง จะร๊ากเธอม่ายมีวันจางไปจากจาย...” เอ็ดเวิร์ดเดินร้องเพลงตามแทนไปเมื่อเห็นภาพของนิกกี้และบลานซ์
หลังจากนั้นทั้งหมดก็ถูกพาไปยังห้องฝึกซ้อมของกิลด์ไวท์พาลาดินประตูเหล็กบานใหญ่ถูกเปิดออก ลานกว้างด้านนอกตัวคฤหาสน์อยู่ตรงหน้าลานฝึกซ้อมที่ว่ามีพื้นเป็นหินสีเทาที่นั่นมีร่างชายสวมชุดเกราะเงาเป็นประกายคลิบลวดลายสีขาวสวยงามและที่ด้านซ้ายมือของเขามีผู้ชายอีกหนึ่งคน เขาอยู่ในชุดอัศวินเช่นเดียวกัน เพียงแต่เกราะนั้นเป็นสีแดงส่วนด้านขวานั้นมีผู้หญิงยืนอยู่สองคน คนที่ยืนอยู่ด้านหน้ามีผมยาวสลวยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักและบนใบหน้านั้นมีรอยยิ้มเกือบตลอดเวลา ส่วนอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังใส่ชุดเกราะเบาเธอมีผมที่ตรงยาวสีดำ ใบหน้านิ่งอยู่คู่กับสายตาเย็นชา
“ไม่ต้องไปแล้วปิเอเติ้ง ปิเอต้า...” แทนพูดขึ้นเมื่อมองเห็นผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า
อีกสี่คนที่เหลือขมวดคิ้วทันทีในกลุ่มนี้ยกเว้นลินที่เพิ่งเข้ามาใหม่ทุกคนรู้ดีว่าแทนเข้าเกมนี้มาเพราะมุ่งหน้าไป ปิเอต้าแต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาตามผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา
“แทนนายหมายความว่ายังไง” บลานซ์ซึ่งเป็นเพื่อนในเกมนี้คนแรกของเขาถาม
“นั่นสิ” นิกกี้สนับสนุนขณะที่ลินซึ่งไม่รู้เรื่องทำหน้างง
“ขอเจือกด้วยคน” เอ็ดเวิร์ดเสนอหน้า
แทนจ้องไปที่ผู้หญิงตรงหน้าเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดออกมา“ก็คนที่ฉันนึกว่าอยู่ที่ปิเอต้าตอนนี้มาอยู่ตรงหน้าแล้วน่ะสิ”เขาพูดขณะที่สายตายังจ้องหญิงสาวตรงหน้าเขม็งใบหน้าที่เคยทะเล้นตลอดเวลาของเขาเหมือนกับถูกพับเก็บไว้ในตู้เซฟล็อกกุญแจสามชั้น
“นายอย่าบอกนะว่านายมาตามผู้หญิงสุดน่ารักคนนั้น”เอ็ดเวิร์ดที่เอาหน้ามาอยู่ใกล้ๆ แทนแล้วมองตามถามขึ้น
“เล่นของสูงนะหนุ่มแทนไทย...”นิกกี้เอาศอกกระทุ้งไปหนึ่งที “แหม...เล็งไอรินนักบวชคนดังของกิลด์ไวท์พาลาดินเชียวรึ”
“เรียนที่เดียวกันน่ะปีเดียวกันด้วย” แทนตอบแต่ตาก็ยังจ้องอยู่และในขณะนั้นเองที่ไรอันก็มองเห็นการมาถึงของนิกกี้และแน่นอน...ไอรินก็มองเห็นเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าเธอจะยังจำแทนไม่ได้