“พวกเ้าไม่ต้องมาสนใจข้า ปล่อยให้ข้าตายไปเสียเลย จากนั้นพวกเ้าอยากจะทำอะไรก็เชิญ” ท่านย่ากู้ต่อว่าบุตรชาย
“โถ่! ท่านแม่ ทำไมท่านถึงได้พูดถ้อยคำรุนแรงอย่างนั้นด้วยขอรับ พี่รองกับพี่สะใภ้รองก็เพิ่งจากไป ข้าแค่กลัวว่าหรานเอ๋อจะรับกับการสูญเสียนี้ไม่ได้เท่านั้นเอง นางเป็เด็กที่น่าสงสารมาก ท่านแม่ยังจะส่งนางออกไปอยู่ที่อื่นอีกหรือขอรับ” กู้เจิ้งพูดเสียงเบาในตอนท้าย
“จริงอย่างที่เ้าสามว่าขอรับท่านแม่ หรานเอ๋อเพิ่งสูญเสียบิดามารดาไปได้ไม่นาน ไม่สู้เราช่วยกันดูแลนางอยู่ที่นี่ไม่ดีกว่าหรือขอรับ ให้นางได้อยู่ในที่ที่คุ้นเคยคงดีกว่าส่งนางออกไปอยู่ข้างนอก” กู้หลิงสนับสนุนคำพูดของน้องชาย
“แต่ที่อื่นที่พวกเ้าว่ามันคือบ้านท่านตาท่านยายของนางเองนะ มีอะไรที่นางจะไม่คุ้นเคยกัน ไม่ใช่ว่าก่อนเกิดเื่ เป็นางเองหรอกหรือที่รบเร้าให้เ้ารองพานางไปเยี่ยมท่านตาท่านยาย พอตอนนี้ข้าจะส่งนางไปอยู่ที่โน่นบ้าง ทำไมพวกเ้าถึงเอาแต่คัดค้าน”
“เหตุการณ์คราวนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับหลานสาวเราเสียหน่อย ใครมันจะอยากให้เกิดเื่ร้ายขึ้นกันล่ะ” ท่านปู่กู้บอกกับภรรยา “ฮูหยิน เ้าไม่สงสารหรานเอ๋อสักนิดเลยหรือ เ้าเลี้ยงดูนางมาั้แ่ยังเล็ก เ้าจะทำใจปล่อยให้นางไปอยู่ที่อื่นได้จริงหรือ”
“ในเมื่อพวกท่านสงสารนางมาก เช่นนั้นพวกท่านก็ออกไปเถอะ จากนี้ก็ห้ามใครเข้าออกห้องนี้แม้แต่คนเดียว รอให้ข้าตายไปเสียก่อน พวกท่านก็จะได้อยู่กับหลานสาวสุดที่รักสมใจ”
ท่านปู่กู้กับลูกชายทั้งสองได้แต่มองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินก้มหน้าออกจากห้องนอนของหลานสาวไปอย่างหมดหวัง
‘กู้เสี่ยวหราน’ ยังนอนหลับตาฟังเสียงทะเลาะกันของคนทั้งสี่อยู่บนเตียงโดยไม่พูดไม่จา เพราะเธอกำลังทำใจให้ยอมรับกับเื่เหลือเชื่อนี้อยู่ พร้อมกับคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เธอจำได้ว่าวันนั้นเธอดูซีรีส์อยู่จนดึกและรายการตอนดึกนั้นก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามีแต่โฆษณาของกินเยอะแยะไปหมด โดยปกติแล้วเธอมักจะตุนของกินไว้ในตู้เย็นไม่เคยขาด แต่เพราะอีกไม่กี่วันเธอก็จะย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรูแห่งใหม่ที่เพิ่งซื้อมา เธอก็เลยเคลียร์ของในตู้เย็นไปจนหมดไม่มีเหลือ
เมื่อหิวจนทนไม่ไหวกู้เสี่ยวหรานตัดสินใจเดินลงจากอพาร์ทเมนท์เพื่อไปหาซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อโดยไม่รู้เลยว่าร้านกำลังถูกโจรบุกปล้น เธอโชคร้ายที่หนึ่งในคนร้ายซุ่มซ่ามทำปืนหล่นตอนที่เธอกำลังเดินเข้าประตูร้านมาพอดี ะุพุ่งเข้าใส่เธอทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจังหวะเดียวกับที่รถม้าของครอบครัวคุณชายรองสกุลกู้ถูกโจรขี่ม้ามาดักปล้นเช่นกัน ทั้งครอบครัวถูกโจรสังหารและชิงทรัพย์สินไปจนหมด เพียงแต่ิญญาของกู้เสี่ยวหรานในยุคปัจจุบันได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหญิงกู้เสี่ยวหรานวัยสิบขวบเข้าพอดี ทำให้เด็กหญิงกู้เสี่ยวหรานเป็คนเดียวที่รอดชีวิตมาได้
ผ่านมาแล้วห้าวันที่นางย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงกู้เสี่ยวหราน ความทรงจำของร่างเดิมไม่มีอะไรมากมาย นางรู้แค่ว่านางเป็หลานสาวสุดที่รักของสกุลกู้
กู้เหวินหรือท่านปู่กู้เป็อาจารย์สอนที่สำนักศึกษาประจำอำเภอชิงไห่ ซึ่งถือได้ว่าเป็สำนักศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดของอำเภอ ฮูหยินของท่านคือปิงจิ่นฮวาหรือท่านย่ากู้ อดีตช่างปักผ้าฝีมือดีในเมืองหลวง ทั้งสองมีบุตรชายด้วยกันสามคนคือ
กู้หลิง บุตรชายคนโต เป็อาจารย์สอนอยู่สำนักศึกษาแห่งเดียวกับบิดา เขาแต่งงานกับฮั่นจูอี้ มีบุตรชายหนึ่งคนคือกู้หยวนอายุสิบห้าปี เรียนเก่งไม่แพ้บิดากับท่านปู่ สอบถงเซิงได้ั้แ่อายุสิบสองปี เวลานี้รอสอบซิ่วไฉ
กู้ฉิน ลูกชายคนรอง มีจิตใจโอบอ้อมอารี ไม่มีทักษะทางการแพทย์ เพียงแต่อยากให้ชาวบ้านได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง จึงร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิทที่เป็หมอฐานะยากจนเปิดโรงหมอด้วยกัน กู้ฉินแต่งงานกับเหอจื่อรั่ว บุตรสาวเพื่อนสนิทของบิดา มีบุตรสาวหน้าตาน่ารักและเป็หลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลกู้คือกู้เสี่ยวหราน
กู้เจิ้ง ลูกชายคนสุดท้องของตระกูลกู้ เป็คนที่รักสนุกที่สุดในบรรดาพี่น้อง ภรรยาชื่อเถาหย่าเจิน มีลูกชายหนึ่งคน ปีนี้ลูกชายของเขามีอายุครบสิบสามปีแล้วชื่อกู้เผย ความจริงกู้เจิ้งไม่ใช่คนเ้าชู้ เพียงแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดสาวน้อยสาวใหญ่จึงคอยมาส่งสายตาเชื้อเชิญเขาอยู่เป็ประจำ เขาไม่ชอบงานสอนหนังสือเหมือนบิดาและพี่ชายคนโต ก็เลยหันมาเปิดโรงน้ำชาแทน ซึ่งโรงน้ำชาของเขาก็ใหญ่ที่สุดในอำเภอชิงไห่ทีเดียว
เมื่อสามีและบุตรชายออกจากห้องไปแล้ว ท่านย่ากู้ก็เข้ามานั่งที่ข้างเตียงของหลานสาว นางจับมือน้อยๆ เอาไว้ก่อนที่จะร้องไห้ออกมา “ย่าขอโทษนะหรานเอ๋อ ย่ารักเ้ามากแค่ไหนเ้าก็รู้ แต่ที่ย่าต้องส่งเ้าไปอยู่กับท่านตาท่านยายของเ้าก็เพื่อตัวเ้าเอง ผ่านมาแล้วห้าวัน แต่เ้าก็ยังเอาแต่นอนมองเพดานไม่ยอมพูดจากับใคร ย่ารู้ว่าเ้าคงคิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ของเ้ามาก หากได้เปลี่ยนไปอยู่ในสภาพแวดล้อมอื่นบ้าง เ้าอาจจะกลับมาเป็หรานเอ๋อที่น่ารักสดใสคนเดิมอีกครั้งก็เป็ได้ เ้าไม่โกรธย่าใช่ไหม”
กู้เสี่ยวได้ฟังเหตุผลของหญิงชรามาหลายวันแล้วเช่นกัน มันไม่ใช่เพียงแค่เหตุผลเดียวตามที่หญิงชราพูด ยังมีข่าวลือด้านนอกอีกมากมายที่พูดถึงนางในทางที่ไม่ดี บ้างก็ว่าเป็เพราะนางมีใบหน้าที่งดงามั้แ่เยาว์วัย ทำให้เป็ที่ถูกตาต้องใจพวกโจรขี่ม้า บิดามารดาจึงต้องมาเสียชีวิตเพื่อปกป้องนาง ผู้คนต่างก็พูดกันว่าใบหน้างดงามนั้นคือหายนะ บ้างก็ว่าเป็เพราะนางชอบอวดความร่ำรวย รถม้าที่นั่งก็ต้องหรูหรา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะไปสะดุดตาโจรขี่ม้าเข้า
ถึงแม้จะเป็แค่ข่าวลือ แต่ท่านย่ากู้ก็ไม่อาจให้หลานสาวต้องมาได้ยินคำพูดไม่ดีเช่นนี้ได้ นางจึงอยากให้หลานสาวได้หลบไปพักรักษาจิตใจในสภาพแวดล้อมใหม่ ซึ่งบ้านของลูกสะใภ้ก็ถือได้ว่าเป็สถานที่ที่เหมาะสมที่สุด อย่างน้อยท่านตาและท่านยายของนางก็รักนางไม่ต่างจากบ้านสกุลกู้
และเหตุผลสุดท้ายที่ทำให้ท่านย่ากู้ตัดสินใจเช่นนี้ นั่นก็เพราะนางอยากจะดัดนิสัยสามีและลูกชายที่ชอบเลี้ยงดูหลานสาวอย่างตามใจ ยิ่งหลานสาวเพิ่งสูญเสียบิดามารดาไปเช่นนี้ มีหรือที่บุรุษทั้งสามจะไม่ตามใจนางไปมากกว่าเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หลานสาวต้องถูกเลี้ยงดูจนเสียนิสัย การส่งหลานสาวออกจากบ้านไปก็น่าจะเป็ทางออกที่ดี
“ท่านย่า” กู้เสี่ยวหรานพูดออกมาเสียงเบา นางไม่อยากเห็นหญิงชราร้องไห้ เพราะมันทำให้นางนึกถึงคุณปู่ คุณพ่อ และคุณแม่ ป่านนี้ไม่รู้ว่าพวกเขาจะร้องไห้เสียใจกับการจากไปของนางมากขนาดไหน
“หรานเอ๋อ! เ้า...เ้ายอมพูดกับย่าแล้วหรือ” หญิงชราร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม
กู้เสี่ยวหรานไม่ได้พูดกับใครมาหลายวัน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงค่อนข้างเบา “ข้าไม่เคยโกรธท่านเลย ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลยนะเ้าคะ ข้ารู้ว่าที่ท่านย่าทำไปเพราะท่านย่าหวังดี”
ท่านย่ากู้ใช้มือลูบศีรษะของหลานสาวเบาๆ “นั่นเพราะก่อนหน้านี้เ้าไม่ยอมพูดจากับใคร ย่าแค่อยากให้เ้าได้ลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมดูบ้าง แต่ถ้าหากเ้าไม่อยากไป ย่าก็จะไม่บังคับ”
“ไปอยู่กับท่านตาท่านยายที่ชนบทก็ดีเหมือนกันเ้าค่ะ หลานก็อยากใช้เวลานี้เปลี่ยนแปลงตัวเองเหมือนกัน”
เป็เพราะเด็กหญิงกู้เสี่ยวหรานเป็หลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลกู้ นางจึงถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ทำให้นางกลายเป็เด็กที่เอาแต่ใจและไม่ขยันเรียนเอาเสียเลย นางจึงอยากอาศัย่เวลานี้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง นางจะต้องสลัดภาพเด็กหญิงไม่เอาไหนออกไปให้ได้ เพราะถ้าหากนางต้องอาศัยอยู่ในร่างของเด็กหญิง นางต้องทำตัวเองให้เป็ที่ยอมรับของคนอื่นให้ได้เสียก่อน จากนั้นนางค่อยเลือกว่าจะทำอาชีพอะไรต่อไป เพราะอยู่ดีๆ จะให้นางกลายเป็คนเก่งขึ้นมาในชั่วข้ามคืน นางก็ไม่รู้ว่าจะต้องยกเหตุผลใดมาอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้เหมือนกัน