ตอนที่ 17 รู้สึกผิด
รุ่งเช้าหลังจากแต่งตัวเสร็จเพื่อเตรียมพร้อมจะไปเรียนที่วิทยาลัยเธอก็ได้ลงมารับประทานอาหาร พร้อมกับมารดาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วตามปกติส่วนพี่ฤดีก็เดินตามลงมาสมทบ โดยเมื่อนั่งลงที่โต๊ะระยะสายตาจากตรงที่เธอนั่งก็ช่างประจวบเหมาะปะเข้ากับคนที่เธอแอบนึกถึงเมื่อหลายคืนก่อนเขาในวันนี้ใส่เสื้อกล้ามสีขาวเหมือนกับวันนั้นแผลหม้อลวกบนหลังเขายังคงแดงเป็ประจักษ์พยานถึงความซุ่มซ่ามของเธอได้เป็อย่างดี และตอนนี้ก็กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่
เธอเองก็รู้สึกผิดไม่หายเพราะเวลาเธอเห็นเขาอาบน้ำ ท่าทางของเขาลำบากน่าดูเลยนี่เขาต้องมาลำบากเพราะเธอแท้ ๆ เลยเชียว
“นี่ ลูก”
“คะ แม่”
“คิดอะไรอยู่หรือเปล่าจ๊ะ แม่เรียกตั้งนาน”
“อ๋อ เปล่าค่ะ พอดีง่วง ๆนิดหน่อย” รินนรีรีบตอบก่อนจะตักโจ๊กเข้าปาก
“สงสัยจะตื่นเต้นเื่ที่ต้องขึ้นรำงานครบรอบวิทยาลัยสินะคะ”ฤดีที่ยืนข้าง ๆ เอ่ยแซว
“จริงด้วยสิ”หญิงสูงวัยใช้ผ้าซับที่มุมปาก “แล้วนี่ลูกต้องไปซ้อมเมื่อไหร่ ยังไงลูกแล้วกลับกี่โมง เย็นมากไหม แม่จะได้นัดลุงยงค์แกได้ถูก”
“เดี๋ยวจะเริ่มซ้อมพรุ่งนี้ค่ะ ส่วนงานจริงก็น่าจะจัดประมาณเดือนหน้าค่ะ”
“แล้วนี่ตื่นเต้นหรือลูกของแบบนี้ลูกแม่น่าจะชินได้แล้วน้า” สร้อยระย้าเย้าจนผู้เป็บุตรียิ้มออกมา
“ก็นิดนึงล่ะค่ะแม่”
“ลูกสาวแม่เก่งอยู่แล้วล่ะจ้ะ”
ในขณะที่ออกมาจากบ้านหญิงสาวเองก็อยากจะเดินเข้าไปถามเขาว่าเป็ยังไงบ้าง แต่ด้วยที่ทั้งฤดีแม่ของเธอก็ได้เดินตามมาทำให้ไม่สามารถจะถามได้ แต่ถ้าไม่ถาม ก็รู้สึกอึดอัดใจด้วยเหตุนี้เธอจึงต้องรอจนกระทั่งแม่ของเธอไปที่รถ
“พี่ฤดี ไปรอที่รถได้เลย พอดีฉันลืมของนิดหน่อยน่ะ”
ในขณะที่เรวัตรกำลังจะเอาบัวรดน้ำไปเก็บนั้นเอง เสียงเล็ก ๆ ก็ได้ดังขึ้นจากข้างหลังเขาเมื่อหันไปจึงเห็นว่าเป็รินนรีในชุดนักศึกษาวิทยาลัยนั่นเอง
“มีอะไรหรือครับ คุณหนู”
“แผลเป็ยังไงบ้าง”น้ำเสียงคงยังมีความไว้ตัวอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากเหมือนครั้งก่อน ๆ แล้ว
“อ๋อ ก็ดีขึ้นแล้วล่ะครับ ยิ่งได้ว่านหางจระเข้ที่น้องเจนให้มาโปะทุกวันด้วยก็ช่วยได้เยอะเลยล่ะครับ”
“อืม ถึงโปะแล้วแผลจะดีขึ้น แต่เดี๋ยวมันจะทิ้งรอยแผลเป็น่ะสิเดี๋ยวฉันขอดูหน่อยนะ”
แต่ชายหนุ่มกลับมองหน้าเธอ สายตาราวกับจะบอกว่ามันอาจไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปชิดใกล้เธอแบบนั้น
“ก็ฉันเป็คนทำให้นายเป็แบบนี้นี่ ฉันเองก็รู้สึกผิดนะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เขาจึงจำต้องหันหลังให้เธอดูแผล แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ดูดีเสียงเรียกชื่อของเธอก็ได้ดังขึ้นมา
“น้องวิวลูก”
หญิงสาวใไม่น้อย เพราะแม่มาเห็นตอนที่เธอกำลังจะจับที่แผลของเขาพอดีและเมื่อเห็นแบบนั้นน้ำเสียงของประมุขสาวก็ได้เปลี่ยนไปในทันที
“ไปเรียนได้แล้ว และนายเรย์ ทำงานอะไรอยู่ก็ไปทำ”
“แม่คะ เขาต้องเจ็บตัวเพราะหนูนะคะหนูก็เลยมาขอดูแผลของเขาแค่นั้นเองค่ะ”
“แล้วทำไมมาแอบลับ ๆ ล่อ ๆ ถามแบบนี้ ทำไมไม่ฝากฤดีหรือใครมาถามมาถามเองทำไม”
“หนูขอโทษค่ะ” จากคุณหนูผู้ก๋ากั่นก็ได้แปรเปลี่ยนเป็หนูหงอยในบัดดลก่อนจะเดินออกไป
“แล้วเธอเป็อะไรมากไหม”คุณนายหันมาถามเขาในทันทีที่ร่างเล็กเดินออกไปไกลแล้ว
“ผมต่างหากครับที่ซุ่มซ่ามไม่ระวัง ไปชนหม้อที่คุณหนูต้มอยู่น่ะครับ”
“ไม่ ฉันถามเธอว่าเป็อะไรมากไหม”
“ไม่เป็ไรแล้วครับ คุณนาย ขอบคุณมากครับ”
“อืม ก็ดี ฉันจะได้ไปบอกลูกฉัน จะได้ไม่ต้องมาแอบถามกันแบบนี้อีก” เสียงที่เปล่งออกมานั้นดูถือตัวอยู่ในที รินนรีเองก็ลอกผู้เป็แม่ในส่วนนี้มาไม่น้อย
“ผมขอโทษที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้นะครับ”
ท่าทางอ่อนน้อมแบบไม่เสแสร้งของคนตรงหน้า ทำให้ท่าทางแข็งกระด้างของผู้สูงวัยอ่อนลงไปบ้างเพราะยังไงเธอเองก็ไม่ได้จะใจไม้ไส้ระกำกับผู้เยาว์กว่านักหรอกแต่ด้วยความเป็ผู้ปกครองที่ใหญ่สุดในบ้าน การพูดดักเพื่อไม่ให้เกิดเื่ไม่ดีในบ้านจึงเป็เื่สำคัญ
“รู้ก็ดี ไปทำงานของเธอได้แล้วไป”
ที่วิทยาลัย เมื่อถึงคาบพักเที่ยง หญิงสาวก็ได้ถามเพื่อนสนิทอย่างจิ๊บที่กำลังจิ้มชมพู่ในถุงกินอยู่อย่างเอร็ดอร่อย
“นี่ จิ๊บ เธอมียาทาแก้แผลไฟไหม้แนะนำไหม” หลังจากหายี่ห้อต่อหลายยี่ห้อแล้วเลือกไม่ถูกเธอจึงตัดสินใจที่จะถามเพื่อนสาวแทน
“ฉันเคยทาตัวนี้แล้วดีขึ้นนะ” ว่าจบ จิ๊บก็เปิดมือถือให้เธอดูภาพ “แล้วนี่เธอไปซุ่มซ่ามอะไรเข้าล่ะวิว”
“อ่อ ฉันไปทำเขาน่ะ”
“หืม ทำใคร” ดวงตาที่กำลังจ้องมือถือในตอนนี้กลับเปลี่ยนมาที่เพื่อนสาวแทน
“ก็พี่ฤดีน่ะสิ ซุ่มซ่าม โดนน้ำร้อนลวก” หญิงสาวกลบเกลื่อน
“อ๋อ โหย สงสารพี่ฤดีเลยอ่ะ วิวล่ะก็ ระวังหน่อยสิ”
หลังจากคุยอะไรกันได้สักพักจนถึงใกล้คาบเรียนทั้งสองต่างก็ลุกไปเพื่อจะกลับไปเรียน โดยในตอนนั้นเอง ก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาพร้อมกันเป็กลุ่มใหญ่จนมาหยุดตรงหน้าโต๊ะที่ทั้งสองคนนั่ง
“ฉันขอคุยกับวิวแป๊บดิ”
รินนรีมองคนตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า
“มีอะไรก็พูดกันตรงนี้สิ อาย”
พลันหญิงสาวคนนั้นกระชากแขนรินนรีเข้ามาปะทะตัว ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ในแก๊งต่างก็เข้าจับตัวจิ๊บที่โวยวายลั่นไว้
“ให้เพื่อนเขาได้คุยกันเป็การส่วนตัวหน่อยน่า เธอน่ะออกมาห่าง ๆก่อน” หนึ่งในนั้นว่าขึ้น
หญิงสาวที่ชื่ออายลากรินนรีไปที่หลังโรงอาหาร โดยทั้งนี้ก็ใช่ว่าคุณหนูอย่างเธอจะยอมให้ลากไปโดยง่าย
“ปล่อยให้ฉันเดินเองได้แล้ว”
แล้วทันใดนั้นเอง อายก็สะบัดข้อมือเธอออกอย่างแรงพร้อมกับตวัดสีหน้าไม่พอใจใส่
“ฉันจะไม่อ้อมค้อมล่ะ ฉันขอให้เธอถอนตัวจากการเป็นางรำซะ”
“ทำไมล่ะ ทำไมฉันต้องถอนตัวด้วย” รินนรีไม่เข้าใจ
“เธอก็รู้ว่าฉันอยากเป็นางรำ”
“แล้วไง ครูเขาก็ให้มารำคัดเลือกไปแล้วนี่ แต่เธอไม่ผ่านเอง”
ทันทีที่จบคำพูดที่แสนจะตรงแสนตรงนั้น หญิงสาวที่ชื่ออายก็หรี่ตามองด้วยความโกรธมือทั้งสองข้างกำแน่น
“มีธุระแค่นี้ใช่ไหม งั้นฉันขอตัวล่ะ”
จากนั้นหญิงสาวก็เดินจากไป ทิ้งให้คนที่อยากเป็นางรำกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ
“นังวิว ถ้าฉันไม่สมหวัง แกก็อย่าหวังว่าจะสมหวังเลย”
จนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว คนพวกนั้นก็ได้ปล่อยตัวจิ๊บและทันทีที่เป็อิสระ เธอก็รีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อนสนิทสาวที่เพิ่งเดินมาในทันที สายตาเปี่ยมไปด้วยความเป็ห่วง
“ไง พวกนั้นมันทำอะไรเธอหรือเปล่า”
“เปล่า แต่ยัยอายน่ะสิ จะมาให้ฉันถอนตัวจากการเป็นางรำ”
“จริงดิ แต่เขาคัดเลือกกันไปแล้วนี่นา”
“อืม แต่นางไม่ยอมไง”
“ยัยอายนี่ เื่ตบตีนางดังอยู่นะ ยังไงเธอก็ต้องระวังตัวด้วยล่ะ”
แต่รินนรีหาได้ยี่หระต่อคำเตือนนั้นไม่
“ฉันก็มีมือ เื่อะไรจะให้นางตบฉันอยู่ฝ่ายเดียวล่ะ”
“เธอนี่น้า ยังไงก็อย่าประมาท ถึงยัยอายจะฉลาดน้อยแต่เื่ตบนี่นางขึ้นชื่อ แถมเป็คนที่อยากได้อะไรต้องได้แบบนี้อีก”
“แต่นี่คงเป็อย่างแรกที่นางจะไม่ได้นี่ล่ะ ไปเหอะ จิ๊บอย่าคิดมากเลย”
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ร่างเล็กของปานรุ้งกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนถึงร้านเสริมสวยของทิวากรโดยทันทีที่มาถึง เธอก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งเข้าไปในนั้นโดยทันที
‘เดี๋ยวงานจะเริ่มอีก1 ชั่วโมง จะทันไหมนี่’
เหตุที่เธอตื่นสายนั่นก็เพราะว่าตนต้องตื่นแต่เช้ามืดมาร้อยมาลัยขายคุณป้าเ้าประจำรู้สึกขึ้นมาอีกทีก็เกือบ 10 โมงเช้าเข้าไปแล้ว และเมื่อเข้ามาในร้าน เธอก็เห็นกลุ่มสาวๆ แต่งตัวสวย ๆ เหมือนเธอกำลังรอคิวแต่งหน้าทำผมอยู่กลุ่มใหญ่
“ทำไมวันนี้ถึงได้พร้อมใจแห่กันมาร้านยัยทิววะเนี่ย”
จนในตอนนั้นเองเพื่อนชายสาวของเธอก็เห็นเงาเธอที่สะท้อนในกระจกในขณะที่กำลังจัดผมหญิงสาวคนหนึ่ง
“มาแล้วหรือยะ ยัยรุ้ง ทำไมมาช้าจังวันนี้เผลองีบเพลินหรือ”
“อือ เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย ติดซีรีย์เกาหลีเื่ใหม่น่ะแถมต้องตื่นเช้ามาร้อยมาลัยส่งป้าเขาด้วยเลยเผลอหลับยาวเลย โอย เดี๋ยวนะทำไมวันนี้ที่ร้านแกคนเยอะจัง”
“ก็เห็นว่ามีงานที่อำเภอน่ะสิ นี่ถ้าแกมาตามนัดก็ไม่ต้องเจอกลุ่มผู้หญิงพวกนี้หรอกนะ แถมจะโทรตามฉันก็ไม่มีเวลาจริง ๆ”
“โอ๊ย แล้วฉันจะทำยังไงดี ไม่ทันแล้วเนี่ย”เมื่อหญิงสาวหันไปมองนาฬิกาข้างฝาของร้านก็ชักร้อนใจ
“เอางี้ เดี๋ยวแกไปรอฉันที่ห้องในสุดก็ได้ไปเดี๋ยวฉันแบ่งงานให้ลูกน้องจัดการสาว ๆ พวกนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวสักครู่ฉันจะไปทำให้แกเหมือนเดิมจ้ะ เพื่อน”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็โล่งอก
ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าร้านเสริมสวยของทิวากรนั้นก็ได้มีรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่แล่นเข้ามาจอดพร้อมกับร่างของคน ๆ หนึ่งที่ลงมาจากรถก่อนจะเดินเข้าไปในร้านเสริมสวย โดยระหว่างนั้น สาว ๆ หลายคนก็หันมามองเขาเป็ตาเดียวเพราะนอกเหนือจากหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายลุคแบดบอยแล้วนั้นการที่ชายทั้งแท่งจะเดิมเข้ามาในร้านเสริมสวยที่มีแต่ผู้หญิงและผู้ฉิงแบบนี้มันคงเป็ที่แปลกตาไม่น้อย
“สวัสดีครับ คุณทิว”
ชายคนดังกล่าวเอ่ยเรียกทิวที่กำลังดูความเรียบร้อยของหญิงสาวคนหนึ่งทิวหันมาขวับมาตามต้นเสียงที่เรียก ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ว่าไงจ๊ะ สุดหล่อ”
เมื่อไปถึงห้องแต่งตัวด้านในสุด หญิงสาวก็จัดการวางข้าวของพวกกระเป๋ารวมถึงถุงที่ใส่เสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนไปทำงานไว้บนชั้นวางของที่อยู่ด้านซ้ายมือของประตูตรงหน้าของเธอคือโต๊ะเครื่องแป้ง ที่ยาวกินด้านหน้าห้องไปครึ่งห้อง พร้อมกับกระจกบานกว้างบนโต๊ะขาวนั้นยังโล้นอยู่เพราะต้องรอเครื่องสำอางจากเพื่อนเธอมาวาง
ปานรุ้งฉวยโอกาสนี้แอบงีบหลับหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแต่ยังงีบไปได้ไม่เท่าไหร่ เสียงงับประตูก็ได้ดังขึ้น และเมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวที่กำลังหลับอยู่บนโต๊ะก็เงยหน้าขึ้น แต่ดวงตายังหลับอยู่
“เสร็จแล้วหรือ เร็วจังฉันยังง่วงอยู่เลยอ่ะ แก”ด้วยความง่วงที่ครอบงำทำให้เธอลืมไปเสียสนิทว่ากำลังรีบก่อนจะฟุบนอนต่อ
พลันก็มีเสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นจากข้างหลัง จนหญิงสาวต้องค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นก่อนจะขยี้ตา
“เออ ๆ ตื่นแล้วก็ได้” และทันทีที่หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาภาพที่เธอเห็นในกระจกกลับเป็คนอื่นที่ไม่ใช่ทิวเพื่อนของเธอ จนเมื่อปรับสายตาอยู่สักพักคน ๆ นั้นก็เข้ามายืนข้างหลังชิดกับเธอเพียงเก้าอี้กั้นเท่านั้น
“นาย นี่นายมาได้ไงน่ะ” เสียงแหลมเล็กลั่นไปทั่วห้อง
“ฉันมีรถ ฉันก็ขับมาน่ะสิ แต่ถ้ามีเกวียนก็อาจจะนั่งเกวียนมาไปแล้ว”ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอ ๆ กับหน้าที่แฝงความยียวนอยู่ในที
“มาก็กวนประสาทเลยนะ”
“แล้วนั่นอะไรน่ะที่มุมปาก อี๋น้ำลาย แหวะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็ใก่อนจะมองกระจกพลางร้องลั่น จากนั้นจึงใช้มือปาดไปมา แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ได้ััถึงน้ำลายหรืออะไรเปียกๆ เลยสักนิด จนเมื่อมองเงาสะท้อนในกระจกอีกครั้งก็เห็นเขาหัวเราะคิก ความอับอายพุ่งพล่านจนเธอแทบกรี๊ดเมื่อรู้ว่าเสียทีเขาจนได้
“ออกไปเลยนะ” อาการง่วงของเธอหายเป็ปลิดทิ้งทันที แต่ได้ความโมโหมาแทน
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากก่อนบีบไหล่ทั้งสองข้างของเธอแน่นกดร่างบางนั้นจนติดเก้าอี้
“ทำไม ห้องนี้มันปักป้ายว่าเป็ของเธอไว้หรือไง หรือว่าเคยมาฉี่รดเอาไว้”
“นี่นายหาว่าฉันเป็หมาหรือ ตาบ้าเจษ”
“นี่ไง ฉีดยาหรือยังก็ไม่รู้” เจษฎาทำท่าทางเหมือนหวาดกลัว
“นี่นาย จะมากไปแล้วนะ”
แล้วในตอนนั้นเอง เจษฎาก็จับไหล่ทั้งสองข้างเธอแน่นจนเธอขยับไม่ได้ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ
“แล้วเธอรู้ไหม ว่าฉันมีสิ่งที่ดีกว่าวัคซีนนั่นอีกนะ”
ว่าจบเขาก็ลงหอมแก้มนิ่มนั้นอย่างรวดเร็วส่วนปานรุ้งที่กำลังจะว่าอะไรต่อก็ได้แต่นั่งนิ่งค้างไปสักพัก จนเมื่อได้สติก็กรีดร้องลั่น
“นาย ฉวยโอกาสกับฉันอีกแล้วนะ”
“เอาสิ” ท่าทางของชายหนุ่มไม่ได้ยี่หระอะไรเลยสักนิดนอกจากฟินกับแก้มนิ่ม ๆ หอม ๆ นั่นที่คราวที่แล้วได้ััไปนิดเดียว “ใช้เสียงแปดหลอดของเธอให้เกิดประโยชน์ไปเลยคนจะได้แห่มาดูว่าเราสองคนกำลังทำอะไรกัน”
ว่าจบ เขาก็หอมแก้มเธออีกทีอย่างหมั่นเขี้ยว แต่ปานรุ้งเอี้ยวใบหน้าหนีแต่เขาก็ตามไปหอมจนได้และหลายทีเสียด้วย
“ไอ้บ้า หยุดทำแบบนี้เดี๋ยวนี้นะ”
หญิงสาวโกรธจัด ภาพที่เขาเช็ดน้ำตาให้ในวันนั้นอย่างอ่อนโยนแทบจะปลิวไปจากพฤติกรรมหยาบคายเมื่อครู่แทบจะทันที
“เดี๋ยวฉันมีธุระ ไม่อยู่ที่นี่สักสองสามวันยังไงก็อย่าลืมคิดถึงฉันด้วยล่ะ”
ปานรุ้งทำหน้าแหวะใส่จนต้องรีบเมินหน้าหนีเมื่อโดนเขาส่งสายตามาว่าอย่าคิดจะลองดี ส่วนเจษฏานั้นหลังจากหันหลังให้หญิงสาว เขาก็เดินออกไปจากห้องพลางแอบยิ้มด้วยความสุขใจอย่างเงียบๆ
สักพัก ทิวากรก็ได้เข้ามา เพื่อนชายสาวถึงกับใเมื่อเห็นหน้าที่งอเป็ปลาทูของเพื่อนสนิท
“หน้าหล่อนไปชนอะไรมายะหรือตอนนอนหน้ากระแทกขอบโต๊ะ เบี้ยวเชียว”
“ทำไมแกถึงมาช้านักยะ ทิวต่อไปฉันจะไม่มาใช้บริการร้านแกแล้ว ฮือ”
“อะไรก๊าน จู่ ๆ ก็วีนเหวี่ยง เมนส์จะมาหรือยะ”
ปานรุ้งได้แต่นั่งหน้าบึ้งอยู่อย่างงั้นไม่พูดไม่จากับเขาอีก
“หรือเป็เพราะคุณเจษ”
“หยุดพูดชื่อตานั่นไปเลยนะ”
“อ้าว อะไรนี่เขายกรังแตนมาให้กินทั้งรังเลยหรือไง ถึงได้อารมณ์เสียแบบนี้เนี่ย”
“แกทำไปเหอะ ทิวและเลิกเรียกชื่อตานั่นให้เสนียดปากแก เสนียดหูฉันก็พอ แค่นี้ฉันก็จะค่อย ๆอารมณ์ดีแล้ว”
เมื่อถึงตอนเย็น ระหว่างนั่งรถกลับมาบ้าน รินนรีก็ได้บอกให้ลุงยงค์แวะจอดที่ตลาด
“คุณหนูจะไปไหนคะ” ฤดีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไปร้านยาแป๊บนึงค่ะ”
ทันทีที่รถมาจอดบริเวณหน้าร้านยาแห่งหนึ่งในตลาดรินนรีก็เดินไปที่ร้านยาดังกล่าวก่อจะซื้อยาทาแก้แผลเป็อย่างดีมาด้วย
“แล้วนั่นคุณหนูซื้อยาอะไรมาคะ”
“เอามาทาแก้รอยสิวน่ะค่ะ พี่”
จนเมื่อกลับมาบ้านเธอก็เห็นเขาง่วนอยู่กับพุ่มมะลิอยู่สักพัก
“นายมองหาอะไรของนาย”
เรวัตรที่กำลังใช้สมาธิกับพุ่มมะลิตรงหน้าก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองคนเรียกก่อนจะยิ้มให้
“เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณหนูจะใช้ดอกมะลิใส่บาตรพระใช่ไหมครับผมเลยมาลองดูว่ามันโอเคหรือยัง”
“ขอบใจนะ” พร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน จนในตอนนั้นฤดีก็ได้มาชวนเขาคุย
“มาทำสักพักแล้ว เป็ยังไงบ้างล่ะ” หลายวันที่ผ่านมาเธอกับคนในบ้านก็คอยสังเกตพฤติกรรมของเขาอยู่ห่าง ๆ ถึงจะดูน่าไว้ใจ แต่ก็ประมาทไม่ได้อยู่ดี
“ก็ดีครับ”
“ก็ดีสิ แล้วนี่ออกมาวิ่งทุกวันอยู่ไหมจ๊ะ”
“ครับ ผมออกมาวิ่งทุกวัน” ชายหนุ่มตอบเรื่อย ๆ
“หูย ถึงว่า ผิวเธอนี่มันดีเกินกว่าคนไร่คนสวนทั่วไปจริง ๆสงสัยได้รับวิตามินดีทุกวันแน่เลย เหมือนกับคุณหนูเลยล่ะโชคดีที่ห้องเธอหันไปตางทิศตะวันออก เธอก็เลยออกมารับแสงอาทิตย์ได้ดีผิวคุณหนูเลยส๊วยสวยจนฉันอิจฉา” แล้วจู่ ๆ ฤดีก็สะดุ้ง “ดูท่าฉันจะพูดมากไปละรบกวนเวลาเธอไปหน่อย งั้นฉันไปก่อนนะจ๊ะ”
เรวัตรละสายตาจากร่างพี่เลร้ยงสาวของคุณหนูก่อนจะเหม่อมองพุ่มมะลิตรงหน้าแต่ใจของเขาในตอนนี้หาได้อยู่ตรงกอดอกไม้งามตรงนี้ไม่แต่เป็ใบหน้าของคนที่ชื่นชอบดอกไม้พวกนี้ต่างหาก
ตกดึกคืนนั้น ชายหนุ่มจำต้องมาอาบน้ำข้างนอกที่เดิมอีกแล้วเพราะน้ำที่ฝักบัวยังคงไหลน้อย ซ่อมกี่ครั้งก็ไม่หายเขามองซ้ายขวาเหมือนเดิมจนไม่เห็นใครแล้ว เขาจึงจัดการอาบน้ำ ทั้งตัวนุ่งผ้าขาวม้าอยู่ผืนเดียว
ในขณะเดียวกัน หญิงสาวก็กำลังจะลงไปข้างล่างเพื่อเอายานี้ไปให้เขาแต่พี่ฤดีเธอดันขึ้นมาเสียก่อนพร้อมกับนมอุ่นๆ
“คุณหนูจะไปไหนคะ”
รินนรีซุกยาหลอดนั้นไว้ในกระโปรงนอน
“ไปห้องน้ำหน่อยค่ะ” ก่อนจะค่อยๆ เดินออกไป
แต่เมื่อเดินลงไป เธอก็เจอว่าแม่ของเธอกำลังดูทีวีอยู่ จึงเปลี่ยนใจกลับขึ้นมา
“อ้าว คุณหนูคะ ทำไมไปห้องน้ำไวจัง”
“อ๋อ ไปล้างมือเฉย ๆ น่ะค่ะ” หญิงสาวพยายามตอบออกไปด้วยท่าทางปกติจากนั้นเธอก็ไปหยิบนมอุ่น ๆ ที่พี่ฤดีทิ้งไว้ให้มาดื่ม “หืม พี่พี่อุ่นนมเต็มมันเนยให้หนูใช่ไหมคะ”
“เอ พี่ก็ดูแล้วนะคะ”
“แต่รสมันแปลก ๆพี่ช่วยไปเปลี่ยนนมให้หนูหน่อยสิคะ”
ฤดีรับแก้วนมมาอย่างงุนงงก่อนจะเดินออกไปเปลี่ยนให้ตามคำสั่ง
จากนั้นหญิงสาวก็ได้เดินไปที่หน้าต่าง จึงเห็นเขาว่ากำลังเช็ดตัวอยู่และในตอนนั้นเอง เธอก็ได้โยนหลอดยาลงไปเบา ๆ แล้วรีบหลบกลับมา
‘หวังว่าคงจะเห็นนะ’
ในขณะที่เก็บสายยาง เขาก็เห็นหลอดยาหลอดหนึ่งวางแหมะไว้ตรงกับทิศของระเบียงตะวันออกนั้นพอดี
“เอ ของใครทำตกไว้นะ”ก่อนจะเห็นโพสท์อิทด้านหลังเขียนไว้ว่า ‘ทาซะ ยาแก้แผลเป็’
ชายหนุ่มจำลายมือนี้ได้ เพราะวันที่เอาขนมไปให้เด็ก ๆ รินนรีเป็คนลงมือเขียนป้ายชื่อและวาดรูปเด็กๆ แต่ละคน
เมื่อเห็นแบบนั้น ร่างสูงก็ยิ้มกริ่มพลางมองไปที่ระเบียงห้อง้าที่เปิดไฟอยู่ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับยาในมือ
จนเมื่อเห็นว่าเขาไปแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกมาดูแต่แล้วเธอก็ต้องใเพราะเขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่ไม่ดังนักแต่ก็ได้ยินชัดเพราะเป็่กลางคืนเมื่อเธอหันลงมามองชายหนุ่มก็มองมาพร้อมกับยิ้มให้เธอ แถมชูยาในมือด้วย
“ขอบคุณนะครับ”
ราวกับเด็กน้อยที่แอบถูกจับได้ว่าทำความผิดร่างบางรีบหลบเข้าห้องทันที ในขณะที่ชายหนุ่มนึกเอ็นดูในกิริยานั้น
‘น่ารักแบบนี้นี่เอง แม่เธอถึงหวง’
เพราะเป็เขาเขาก็หวง...
รินนรีสูดหายใจลึก
‘ดีนะ ที่พี่ฤดียังไม่ขึ้นมา’
-----------------------------------------------------------------------------------