ตอนที่ 29 ข้าจะไม่แต่งกับเขาเด็ดขาด (1)
เจ้าของร้านถลึงตาใส่อันเสี่ยวเย่ว์ เขาไม่คิดว่าตนที่เป็นผู้ชายจะถูกเด็กสาวอายุสิบสองสิบสามปีขู่ “เจ้าตั้งใจจะมาทำลายร้านข้า เห็นทีข้าต้องลากเจ้าไปหาทางการถึงจะถูก”
“ก็ไปสิ! พี่หญิงตระกูลซูเป็นพยานได้ ถึงตอนนั้นให้ทางการมาตรวจสอบผงไข่มุกร้านท่าน อย่างไรก็ต้องรู้ผลแน่” อันเสี่ยวเย่ว์น้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีความกลัวสักนิด
แน่นอนว่าเจ้าของร้านรู้ว่าตนเองขายผงไข่มุกปลอม และไม่คุ้มค่าเงินหนึ่งตำลึง จึงไม่กล้าไปหาทางการจริงๆ พอเห็นว่าขู่อันเสี่ยวเย่ว์ไม่ได้ อีกทั้งยังกลัวว่าจะต้องทำให้ตนเสียชื่อ จึงรีบพูดเสียงเบา “เอาละ ข้ายอมรับ กล่องนี้มีปัญหาจริงๆ ตอนที่เอาของเข้ามาข้ามองพลาดไป ข้าถูกแซ่หวังนั่นหลอกให้แล้ว เดี๋ยวข้าไปเอาของจริงมาให้”
เจ้าของร้านหยิบกล่องผงไข่มุกออกมาจากในร้านหลายกล่อง “ของนี่ไม่มีปัญหา ถ้าคุณหนูซูชอบ ข้าจะให้ราคาที่ซื้อมาเลย แค่สองตำลึงก็เอาไปได้เลย ขอแค่อย่าประกาศเรื่องนี้ออกไป ข้ารับรองว่า ข้าจะรีบทำลายของปลอมทันที ข้าจะไม่ขายต่อ”
อันเสี่ยวเย่ว์พิจารณาอย่างละเอียดรอบหนึ่ง “พี่หญิง อันนี้ไม่มีปัญหา เป็นของจริงแน่นอน เดิมผิวของท่านก็ดีอยู่แล้ว ถ้าใช้ของนี่ช่วย เกรงว่าต่อไปคงสวยกว่าเทพธิดาแล้วเจ้าค่ะ!”
ซูหว่านอวี้คิดไม่ถึงเลยว่า เด็กสาวตัวน้อยที่ดูแต่งตัวมอซอกลับมีความสามารถเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีอันเสี่ยวเย่ว์อยู่ เกรงว่าวันนี้นางคงถูกหลอกแล้ว โดนหลอกเรื่องเงินยังเรื่องเล็ก ตระกูลซูไม่ขาดเงิน แต่ถ้าเรื่องนี้ทำให้เสียโฉม นั่นต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่!
ซูหว่านอวี้พยักหน้า สาวใช้เซียงซิ่วก็รีบจ่ายเงินแล้วเอาผงไข่มุกมา
พอออกจากร้าน ซูหว่านอวี้ก็พูดกับอันเสี่ยวเย่ว์ว่า “น้องหญิงเสี่ยวเย่ว์ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเก่งกาจขนาดนี้ สามารถแยกแยะผงไข่มุกจริงปลอมได้ด้วย วันนี้ดีว่ามีเจ้าอยู่ ไม่อย่างนั้นข้าคงถูกของปลอมทำให้เสียโฉมแน่ แล้วข้าจะมีชีวิตต่ออย่างไร! ไม่รู้ว่าจะขอบคุณเจ้าอย่างไรดี!”
“พี่หญิงซูเกรงใจเกินไปแล้ว” อันเสี่ยวเย่ว์คิดว่าเถ้าแก่ที่ขายของปลอมช่างเป็นเทพผู้ช่วยนางจริงๆ มีเรื่องนี้เข้ามา ทำให้ซูหว่านอวี้ยิ่งเชื่อถือนาง
แต่ว่า ในเมื่อซูหว่านอวี้อยากจะขอบคุณนาง ก็ถือเป็นโอกาสของนาง อันเสี่ยวเย่ว์อาศัยโอกาสนี้พูดขึ้น “ถ้าพี่หญิงซูอยากจะขอบคุณข้า ก็เลี้ยงน้ำชาข้าเถอะ! อากาศร้อนเกินไป ข้าหิวน้ำมาก อีกอย่าง ข้าคิดว่าพี่หญิงซูเองก็ต้องหิวน้ำเหมือนกัน”
“ได้สิ!” ซูหว่านอวี้ตอบรับอย่างยินดี
สถานที่ที่ซูหว่านอวี้ไป แน่นอนว่าต้องเป็นโรงน้ำชาที่ดีที่สุดในตำบลทั้งยังนั่งในห้องส่วนตัวอีกด้วย สภาพแวดล้อมสวยงามเงียบสงบ เป็นสถานที่พูดคุยที่ดี
ขณะที่ดื่มชา ซูหว่านอวี้ก็ถามขึ้น “น้องหญิงเสี่ยวเย่ว์ ทำไมเจ้าถึงรู้ว่าผงไข่มุกนั่นเป็นของปลอมหรือ ข้าดูแล้วก็คิดว่าเหมือนกัน”
“เพราะว่าข้ารู้วิชาแพทย์ ผงไข่มุกก็เป็นยาได้ ข้าจึงสามารถแยกแยะได้” อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มน้อยๆ “ไม่รู้ว่าพี่หญิงซูเคยได้ยินมาก่อนไหมว่าที่หมู่บ้านป๋ายซามีเด็กหญิงคนหนึ่งที่สามารถรักษาลูกชายของเจ้าของที่ดินเกาจนหายได้ คนนั้นคือข้าเอง!”
“ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน” ซูหว่านอวี้รีบพยักหน้า
เจ้าของที่ดินเกาทะเลาะกับตระกูลเซวียเรื่องยาปลอม พ่อของซูหว่านอวี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย เพราะว่าญาติของตระกูลซูก็เกือบจะเกิดเรื่องเพราะร้านยาตระกูลเซวียเหมือนกัน ตระกูลซูยังช่วยรับรองให้กับเจ้าของที่ดินเกาด้วย แน่นอนว่าซูหว่านอวี้ต้องรู้เรื่อง
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็คืออันซิ่วไฉ...” ซูหว่านอวี้ยังไม่ทันพูดจบ ก็รู้สึกว่าคุณหนูใหญ่ที่ยังไม่ออกเรือนมาพูดเรื่องผู้ชายในที่สาธารณะแบบนี้ไม่ดีนัก จึงรีบก้มหน้าลงจิบชาในแก้ว
“อันหยวนเฟิงคือพี่ชายลูกพี่ลูกน้องข้า” อันเสี่ยวเย่ว์กลับไม่ได้เลี่ยง “พี่หยวนเฟิงมีใจคิดจะสู่ขอพี่หญิงซู ดังนั้น ตอนนี้ที่บ้านจึงกำลังรวบรวมเงินสินสอดอยู่ เลยเอาข้าไปขายกับเจ้าของที่ดินเกา ให้แต่งงานกับคนกำลังจะตายอย่างลูกชายเขา ถ้าไม่ใช่เพราะข้ารู้วิชาแพทย์และรักษาเกาหม่านไฉจนหายดี ข้าคงรักษาชีวิตนี้เอาไว้ไม่ได้แล้ว”
“มีเรื่องนี้ด้วยหรือ” ซูหว่านอวี้ตกใจจนจับแก้วชาไม่อยู่ น้ำชาราดลงบนกระโปรงสีเขียวของนาง
เซียงซิ่วรีบหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้กับซูหว่านอวี้ ในใจก็พูดออกมาตรงๆ “พี่หญิง ถ้าเกิดอันหยวนเฟิงเป็นคนโหดเหี้ยมแบบนั้น เกรงว่าจะไม่ใช่คู่ที่ดี!”
“สวรรค์!” ซูหว่านอวี้กุมหน้าอก “ดีว่าท่านพ่อข้ายังไม่ได้ตกลงเรื่องงานแต่ง กลับไปข้าจะต้องให้ท่านพ่อข้าไปตรวจสอบให้ดี แล้วปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้”
อันเสี่ยวเย่ว์ได้ยินซูหว่านอวี้พูดว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ ในใจรู้ดีว่าถ้าตรวจสอบละเอียด เรื่องของอันหยวนเฟิงคงปิดไม่อยู่แน่ ถึงตอนนั้นหากทุกอย่างเปิดเผยออกมา เจ้าหนี้จะต้องไปทวงที่บ้านตระกูลอันแน่ นั่นต่างหากที่เป็นเรื่องยุ่งยาก!
อันเสี่ยวเย่ว์รีบดึงมือของซูหว่านอวี้ “พี่หญิงซู วันนี้ความจริงข้าตั้งใจมาหาท่าน มีบางอย่างที่ข้าคิดว่าจะต้องพูดให้ท่านฟัง และหวังว่าพี่หญิงซูจะช่วยข้าได้”
“น้องหญิงเสี่ยวเย่ว์ เจ้าพูดมาได้เลย เจ้าบอกข้าเรื่องของอันหยวนเฟิง ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจมาก สุภาษิตว่าไว้ ผู้ชายกลัวที่จะทำผิดอาชีพ ผู้หญิงก็กลัวว่าจะแต่งงานผิดคน ท่านพ่อท่านแม่ข้าพยายามคัดเลือกให้ข้ามากมาย ก็เพราะกลัวจะพลาดนี่แหละ!” ซูหว่านอวี้แสดงสีหน้าจริงใจ
“พี่หญิงซู พี่ชายข้าไม่ใช่คนดี ท่านจะแต่งกับเขาไม่ได้เด็ดขาด!” อันเสี่ยวเย่ว์พูดประโยคนี้ออกมาจากใจ ในสายตานาง อันหยวนเฟิงก็คือผู้ชายสารเลวคนหนึ่ง ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนแต่งกับเขาก็เท่ากับกระโดดเข้ากองไฟ