ตอนที่ 9 งานวิจัยกับตัวละครที่ได้รับเชื้อในระยะฟักตัว
อะไรจะพอเหมาะพอเจาะป่านนั้นซื้อเสร็จปุ๊ปเอ็งก็ออกมาจ๊ะเอ๋ทันที นี่ถ้าเป็ในหนังฉันคงคิดว่าไอ้พวกนี้มันต้องวางแผนกันไว้ั้แ่แรกแล้วแน่ๆ ยังไงก็ช่างในที่สุดฉันก็ได้ตั๋วหนังมาแล้ว2 ที่ และจากนั้นฉันกะเติมก็ไปดูหนังกัน
“ทำไรต่อ?” ฉันหันไปถามบุญเติมหลังจากที่ดูหนังเสร็จ
จริงๆไอ้ตอนดูหนังมันก็ไม่มีอะไรสำคัญหรอกฉะนั้นข้ามไปเลยก็แค่หนังการ์ตูนธรรมดาๆ นั่นแหละ ฉันแปลกใจนิดๆเหมือนกันนี่หรือชีวิตคนธรรมดามานั่งทรมานตัวเองในโรงหนังเป็ชั่วโมงๆความจริงถ้าพวกเขา้าความตื่นเต้นหรือความน่ากลัวขนาดนั้นก็จ้างฉันไปเคาะห้องตอนตีสี่ก็ได้ฉันมั่นใจในหน้าตาตัวเองพอสมควร
“สนุกมั้ย”เติมหันมาถามกับฉันทั้งๆที่ยังไม่ตอบคำถามฉันเลย พอฉันต้องเป็ฝ่ายตอบคำถามอย่างหนึ่งที่ฉันจะทำเสมอหากคนที่ถามคำถามคือคนที่ฉันคุ้นเคยฉันมักจะใส่ใจความรู้สึกของพวกเขาฉันจะพยายามดูสีหน้าเพื่อที่จะได้รู้ว่าผู้ที่ถามนั้นอยากได้คำตอบประมาณในจะบอกว่าฉันไม่จริงใจก็ได้แต่ฉันไม่้าให้คนแค่หยิบมือที่ฉันเรียกว่าเพื่อนได้ต้องหายไปเพิ่มฟังดูเหมือนเด็กมีปมมั้ยล่ะ
ฉันเหล่ตาตี่ๆใต้แว่นหนาของฉันเพื่อจะสังเกตสีหน้าเติมเป็ครั้งแรกั้แ่ที่เรารู้จักกันมาเกือบอาทิตย์ที่ฉันใส่ใจว่าเติมคาดหวังอะไร สิ่งที่ฉันเห็นก็คือไม่มีอะไรเลย... ไม่มีอะไรเลยนอกจากหน้าหล่อ ๆ นั่น เหมือนว่าแม้ว่าฉันจะตอบแบบไหนเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรั้แ่แรกอยู่แล้ว
ฉันกำลังหวังอะไรอยู่?เดิมทีนี่มันก็เป็เพียงงานวิจัย คำตอบแบบที่หมอนี่คาดหวังเหรอ??ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็คำตอบแบบไหนก็ได้ขอแค่มีประโยชน์กับงานวิจัยก็พอหวังว่าจะมีเพื่อนเพิ่มมาอีกคน? เป็เพื่อนที่หน้าตาดีและดูเหมือนคนปกติ? คิดไปเองทั้งนั้น
“ก็ไม่แย่เท่าไหร่ นานๆ ครั้งได้มาทำอะไรปกติบ้างก็ดีเหมือนกัน”ฉันตอบส่งเดชไปงั้นแหละก็หวังว่ามันจะมีประโยชน์กับงานวิจัยล่ะนะ
“แล้วตกลงเราจะทำอะไรต่ออ่ะ”ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าเติมยังไม่ได้คำตอบจากเติมเลยก็เลยถามอีกรอบ
“เดี๋ยวพวกเรา..”บุญเติมเหมือนกับลังจะพูดบางอย่างแต่ก็หยุดชะงักไปสักพักและไม่ใช่แค่หยุดพูดเท่านั้นแต่หมอนี่ยังหยุดเดินด้วย ฉันจึงหันหน้าไปมองบุญเติมปรากฏว่าบุญเติมกำลังมองหันหน้าไปมองแถว ๆ โรงจอดรถอารมณ์เหมือนกับว่ามันเดินเจอ Apocalypseอะไรสักอย่างเช่นคลื่นั์ซอมบี้กำลังกินศพอยู่อะไรเทือกนั้น ประมาณว่าหยุดมองพร้อมกับทำหน้าเหวออ่ะนั่นทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะมองไปตามทิศทางที่ไอ้หมอนี่กำลังมองไปอยู่
และที่ปลายสุดของสายตาที่ฉันมองเห็นคือ....หนุ่มแว่นเพื่อนไอ้เติมกำลังมีปัญหากับรถยนต์ที่ฉันคาดว่าเขาเป็ขับมาเองในขณะเดียวกันข้างๆก็เป็สาวน้อยน่ารัก ซึ่งดูเหมือนว่าจะมากับหนุ่มแว่น
แล้วมันน่าเหวอตรงไหนฟร่ะ!!?? ทำไมเอ็งต้องทำหน้าเหวอขนาดนั้นด้วยวะเติม??ก็แค่แว่นคุงกำลังซ่อมรถที่จะขับไปส่งสาวอยู่แค่นั้นเอง...
“หวัดดี แว่นคุง!!”เพราะฉันเห็นเติมมัวยืนเหวออยู่ฉันก็เลยะโทักแว่นคุงซะเลย
“ทำอะไรของหล่อนเนี่ย!!”เติมกระแทกศอกกับพุงของฉันเบาๆพร้อมกับกระซิบ
“ก็เห็นเอ็งยืนเอ๋ออยู่อ่ะ”ฉันตอบกลับไปด้วยเสียงกระซิบเช่นกันก่อนที่เติมจะลากฉันให้หันหลังแล้วก็ยืนซุบซิบกันอยู่ตรงนั้น
“มันชัดเจนว่าไอ้ตี๋กำลังจีบสาวอยู่ไม่ใช่เหรอ!!”
“แล้วไงวะ เอ็งก็กำลังยืนเอ๋ออยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ก็แบบว่า..เอ่อ.. คือแบบนี้นะก็ถ้าเค้ากำลังเดทกันอยู่เราไปขัดมันจะดีเหรอแล้วที่ฉันอึ้งก็เพราะมันเป็ไอ้ตี๋ไงเธออาจจะไม่รู้จักไอ้ตี๋แต่ฉันรู้จักมันมานานบอกได้เลยว่าการที่มันจีบสาวเนี่ยมันก็ช็อคโลกพอสมควรเลยนะไอ้ตี๋มันเคยจีบใครที่ไหน..แถมมันก็ขี้อายมากด้วย แล้วดูสาวน้อยที่มันจีบสิ..น่ารักโคตรเลยไม่ใช่เหรอ..”
“กำลังเดทก็แค่การพาสาวมานั่งกินของฟรีไม่ใช่เหรอ แค่ะโทักไม่เห็นเป็ไรเลย แต่ฉันก็พอรู้อยู่นะว่าแว่นคุงเป็พวกติ๋มๆขี้อาย เริ่มรู้สึกในิดหน่อยแล้วแฮะ”
“ไม่ใช่ว้อย นั่นมันความหมายที่หล่อนบัญญัติขึ้นมาใช้คนเดียวต่างหาก ฉันหมายถึง ถ้าสมมติเขาจีบกันอยู่เขาก็ต้องจู๋จี๋กัน แล้วก็ต้องใช้เวลาเป็ส่วนตัวด้วยกันน่ะการที่หล่อนไปะโแบบนั้นมันไปแทรกแซงความเป็ส่วนตัวของพวกเขาแบบนั้นน่ะที่ฉันหมายถึง”
“โอ้อย่างงี้นี่เอง..งั้นพวกเราควรจะเดินหนีไปให้ไกลเลยสินะ งั้นไปกันเถ..!!??”ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วกำลังจะเดินออกไปแต่สิ่งที่ฉันเห็นคือไอ้หนุ่มแว่นยืนจ้องฉันกับเติมอยู่ตรงหน้า
“หวัด.ดี....แว่นคุง”ตอนนี้ฉันทำได้แค่ยิ้มแห้งๆแล้วก็ทักด้วยเสียงแห้งๆ
“เอ็งจะเดินมานี่ทำไมวะ เพื่อนน...........”เติมพูดกับแว่นคุงพร้อมกับส่ายหน้าและมือที่กุมขมับ
“ก็เคี้ยวเรียกฉันเสร็จแล้วพวกแกก็ดันยืนหันหลังทำตัวลับๆล่อๆ ฉันก็เลยเดินมาดู” แว่นคุงตอบแบบซื่อๆ
“นี่น้องน้ำนะ น้องน้ำนี่พี่เติม กับพี่เคี้ยว”หนุ่มแว่นหันไปแนะนำน้องน้ำและจากนั้นก็แนะนำฉันกับเติมให้น้องน้ำรู้จักสาวน้อยยกมือไหว้พวกเราแบบอายๆ หลังจากนั้นหนุ่มแว่นก็หันไปพูดกับเติมต่อ
“เติม ช่วยไปส่งน้องน้ำหน่อยสิ พอดีรถฉันเสียน่ะ”
“หา?....?????”ฉันกับเติมอุทานออกมาพร้อมกัน
“ไปส่งน้องไง ..???”หนุ่มแว่นทวนคำขอพร้อมกับน้ำเสียงงงๆด้วยเหตุนี้ฉันและเติมจึงลากหนุ่มแว่นออกมาถามอะไรสักอย่าง
“แกไม่ได้จีบน้องเขาอยู่เหรอ??” เติมถาม
“ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ.. แฮะๆฉันเป็มือใหม่ถ้าเป็ไปได้อยากให้แกช่วยแนะนำด้วย” เป็อีกคำตอบซื่อๆ
“แล้วเอ็งจะให้ตูไปส่งน้องเขาเพื่อ??” เติมอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง
“ก็รถฉันมันเสีย??”
“ฉันจะให้แกยืมรถ..” เติมยื่นข้อเสนอ
“ไม่อ่ะ ฉันขับรถคนอื่นไม่เก่งน่ะ” หนุ่มแว่นปฏิเสธอย่างว่องไวราวกับไม่ได้คิดอะไรเลยความจริงหมอนี่อาจจะไม่คิดอะไรเลยก็ได้
“นายแว่นไม่กลัวสาวน้อยตกหลุมรักบุญเติมแทนเหรอเห็นตอนแนะนำตัวน้องเขาเขินๆด้วยนะอาจจะเขินหน้าหล่อๆของหมอนี่อยู่ก็ได้นะ..”ฉันอดไม่ได้ที่จะพูดแนะนำหนุ่มแว่นสักเล็กน้อย
“ก็ถ้าเป็อย่างนั้นผมก็คงทำอะไรไม่ได้หรอกครับเพราะถึงเติมจะไม่ได้ไปส่งน้องแต่สาวน้อยน่ารักแบบน้องก็จะมีคนมาจีบเยอะแยะอยู่ดีหน้าเห่ยๆแบบผมคงทำอะไรไม่ได้หรอก”
“....................................ก็ได้...ไอ้บื้อเอ้ย..เฮ้อ..”เติมตอบตกลงอย่างหดหู่
รู้สึกอะไรมั้ยท่านผู้อ่านฉันเริ่มรู้สึกนิดๆแล้วว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกบางทีที่ไอ้เติมพยายามจะศึกษาพฤติกรรม loser ของฉันอาจมีที่มาจากนายแว่นคนนี้ก็ได้บอกตามตรงนะถึงแม้หมอนี่จะดูสิ้นหวัง แต่ก็ยังคงห่างไกลระดับของฉันอีกเยอะฉันไม่ใช่แค่ไม่มีใครเอาอย่างหมอนี่ แต่ยังจน เรียนก็ยังไม่จบ เพื่อนก็มีน้อยเหลือเกินก็ในฐานะรุ่นพี่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนบนเส้นทางแห่ง loser ฉันคงไม่อาจปล่อยให้พ่อหนุ่มแว่นเดินตามเส้นทางที่ผิดพลาดแบบเดียวกันกับฉันได้
“งั้นนายไปส่งน้องเดี๋ยวฉันจะช่วยนายแว่นซ่อมรถก่อนแล้วกัน”ฉันหันไปบอกเติม
“เอางั้นเหรอ” เติมถามฉันด้วยน้ำเสียงแปลกๆดูเหมือนว่าหมอนี่จะสงสัยสิ่งที่ฉันทำเล็กน้อย ฉันเลยต้องอธิบายโดยการเริ่มลากไอ้เติมมาซุบซิบหันหลังให้นายแว่นทำตัวลับๆล่อๆกันอีกรอบ
“คืออย่างงี้นะ จากที่ฉันเห็นนายแว่นเพื่อนนายน่ะ ดูเหมือนจะเป็พวก loser ในระยะเริ่มต้นนายก็เห็นอาการของเพื่อนนายแล้วนี่ ระยะนี้อยู่ในระยะฟักตัวเชื้อยังเติบโตไม่เต็มที่เรายังพอรักษาให้หายขาดได้ถ้าช้ากว่านี้เชื้อจะแล่นเข้ากระแสเืนายก็รู้ว่าเืของคนเราจะไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆทั่วร่างกายของคนเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเืแล้วมีความเป็ไปได้สูงว่าอวัยวะต่างๆของเพื่อนนายจะติดเชื้ออย่างแรงสมมตินะ ถ้าเชื้อนี้เข้าไปในตับ ตับของหมอนั่นก็จะกลายเป็ตับ loser วันๆมันจะไม่ทำอะไรเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเล่นเกมไม่ทำงานทำการ ตับทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียในรูปของน้ำดีออกมาทางท่อน้ำดี ถ้าหากวันๆตับเอาแต่เล่นเกมไม่ทำงานทำการแล้วล่ะก็ กระบวนการกำจัดของเสียก็จะทำงานผิดปกติแล้วก็จะมีปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่างตามมา หมอนี่เคยช่วยฉันซื้อตั๋วหนังฉันไม่สามารถติดค้างใครได้เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ปล่อยให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นกับหมอนี่แน่นอน!! ”
“..........เชื้อนี่มันเข้าไปในสมองหล่อนแล้วใช่มั้ย??” เติมมองที่ฉันด้วยสีหน้าแปลกๆพร้อมกับคำถาม
“...ยัง....อยู่ในระยะฟักตัว......”
หลังจากที่ฉันเล่าเื่หลักการทำงานของเชื้อloser ในเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อให้สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดายแล้วตอนนี้ไอ้เติมก็เต็มใจที่จะยอมรับเหตุผลของฉัน ก็อย่างว่าแหละ... วิทยาศาสตร์มันเป็เื่ของเหตุและผลหากพูดถึงเหตุผลการเอาวิทยาศาสตร์เข้ามาอ้างมันก็ยอมรับได้ง่ายกว่า
ตอนนี้ฉันกำลังซ่อมรถให้นายแว่นอยู่และนายแว่นก็ยืนเป็ลูกมืออยู่ข้างๆฉันบอกตรงๆหมอนี่มัน...เห่ยชะมัด
“นี่นายแว่น นายดูเหมือนพวก loser เลยนะรู้ตัวเปล่า”ฉันหันไปพูดกับนายแว่นที่กำลังส่งประแจให้ฉันซึ่งมันส่งมาให้ผิดเบอร์
“เป็อย่างนั้นหรอกเหรอครับ แฮะๆ”
“เอาประแจเลื่อนมาแล้วกัน....เป็แบบนั้นแหละนายมีอาการloser อ่อนๆ..”
“ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ ผมไม่ได้เป็พวกหน้าตาดีหรือมีความสามารถอะไรดีๆ เลย..” นายแว่นไม่ได้ส่งประแจเลื่อนมาแต่ดันส่งไขควงมาให้ฉันแทน
“....เอากล่องเครื่องมือมาทั้งกล่องเลยแล้วกัน...นายมีเพื่อนมีงาน มีเงินมีอนาคต..ทำไมถึงยอมแพ้กับชีวิตง่ายขนาดนั้น..ฉันอยู่ในสภาพนี้ฉันยังดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย..ฉันอาการค่อนข้างหนักแล้วแต่นายพึ่งจะเริ่มอยู่บนเส้นทางนี้ หากเปรียบเทียบกับเส้นทางที่ฉันผ่านมาในอนาคตโลกจะโหดร้ายกับนายจนนายจะไม่อยากอยู่บนโลกเลยล่ะ..อย่างน้อยตอนนี้นายควรจะเริ่มทำตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อยืนอย่างมั่นคงในอนาคตที่ไม่แน่นอนนั่น..หรือไม่นายก็มากะฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองไปด้วยกัน!!! ”
และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ฉันได้รู้จักกับคนที่ถูกถีบออกมาจากสังคมเหมือนกันเป็ครั้งแรกของชีวิต!!