Sol xx Mifa 6
ของกู
ฮะ? อะไรนะ อะไรของ ๆ นะ ด้วยความสงสัยฉันเลยเงียบฟังอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงเพื่อนที่คุยกันอยู่ในสาย ฉันพยายามยกชั้นวางให้ตั้งขึ้นดังเดิมจากนั้นก็ยกต้นกระบองเพชรที่ตกจากชั้นวางนำขึ้นไปจัดเรียงใหม่อีกครั้ง พอวางเสร็จก็เดินไปหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดพื้น
“รอนานไหม?” ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับเพื่อนต่อ พอเห็นหน้าฉันแฟงก็กรี๊ดลั่นฉันเองก็พลอยตกใจไปด้วย อะไรกัน เพื่อนฉันเป็นอะไรเนี่ย
“อ้าว เป็นอะไรกันเนี่ย”
(ฟา...) มาร์ชเรียก ฉันเลื่อนสายตามองมาร์ชก็เห็นว่าเพื่อนกำลังมองฉันอยู่
“อื้อ ว่าไง”
(มาคุยกับเรานี่)
“คิดถึงเราอะดิ” ฉันแกล้งแซวถามเพื่อนกลับไป
(เออ คิดถึงมาก อยากให้มาหาตอนนี้ด้วยซ้ำ) มาร์ชตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง อะไรกันฉันพูดเล่นเองนะ มิลก็เงียบไปเลยเหมือนกันแต่สายตายังจับจ้องที่ฉันอยู่ ส่วนซอลเหมือนเขากำลังออกไปไหนสักที คงไปหาเพื่อนเขาไม่ก็แฟนเขาล่ะมั้ง บ้าจริง ทำไมฉันต้องคิดอะไรให้ตัวเองเจ็บเล่น ๆ ด้วยเนี่ย โรคจิตเหรอฟา
“เฮ้ย...”
(อะไร! เป็นอะไรฟา!?) ริคร้องถามอย่างร้อนรน ฉันสิร้อนรนยิ่งกว่าเพื่อน เพราะผลส้มจี๊ดจู่ ๆ มันก็หล่นจากกิ่งกลิ้งไปยังชั้นวางที่ล้มก่อนหน้านี้ ฉันว่ามันแปลก ๆ แล้วล่ะแบบนี้น่ะ
“จะโมโหแล้วนะ!! ชั้นวางก็ล้มแล้ว ยังจะมาเด็ดส้มเล่นอีกหรือไง รู้ไหมมันนานนะกว่าของจะเข้ามา แล้วเด็ดเล่นแบบนี้ได้ยังไง มันจะมากเกินไปแล้วนะ!!” ฉันเอ่ยขึ้นเสียงดุ มองไปยังชั้นวางไม้ตรงนั้นอย่างไม่พอใจ ชั้นวางล้มฉันไม่ว่า จะเหยียบชั้นวางตอนฉันยกฉันก็ไม่ว่า แต่จะมาเด็ดส้มที่ฉันเพิ่งซื้อมาไม่ได้!! บ้าหรือเปล่า
(ฟาเว้ย ใจเย็นนะ) มิลเอ่ยห้ามเสียงสั่น
“ไม่เย็นแล้ว รอเกือบสองเดือนกว่าของจะเข้า กว่าจะขับรถไปซื้อ ไหนจะอุ้มขึ้นมา มาเด็ดเล่นแบบนี้ได้ยังไง!” ฉันดุยังไม่ยอมหายโมโห ผลส้มจี๊ดลูกเล็กที่กลิ้งไปยังชั้นวางไม้จู่ ๆ ก็กลิ้งกลับมาหาฉันราวกับว่าตรงหน้าไม่ได้มีพรมปูขวางทางอยู่ ฉันก้มหยิบผมส้มก่อนจะหันมาฟ้องเพื่อน
“ดูสิ ออกมาเป็นลูกเลย ให้ตายสิ” ฉันฟ้องเพื่อนอย่างงอแง แต่แววตาและสีหน้าเพื่อนที่ยังอยู่ในสายต่างจากฉันราวฟ้ากับเหว เพื่อนทำหน้าเหมือนจะขาดอากาศหายใจแบบนั้นเลย
(ฟา เปิดประตูให้หน่อย) ซอลที่เงียบอยู่หลายนาทีเอ่ยบอกเสียงเหนื่อย แต่เดี๋ยวนะ เขามาหาฉันที่ห้องเหรอ? มาทำไม มายังไง ไม่สิฉันไม่เคยบอกเขาเลยนะว่าพักอยู่ที่ไหน
“ฮะ?”
(เปิดประตู อยู่หน้าห้อง)
(เปิดให้มันเถอะฟา เปิดเถอะ)
“แต่...”
(ฟา มันเป็นห่วง) มาร์ชบอกเสียงเข้ม
“...” ฉันมองเพื่อนคนอื่น ๆ งอน ๆ และยอมไปเปิดประตูห้องให้ซอลในที่สุด ร่างสูงที่สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นสีขาวยืนทำหน้ากังวลอยู่หน้าห้อง บ้าจริง ฉันอุตส่าห์พยายามไม่ติดต่อเขา เลี่ยงที่จะเจอตั้งนานพอจะเจอเขากลับมายืนอยู่หน้าห้องแบบนี้เนี่ยนะ
“เข้าไปเก็บของ วันนี้ไปค้างด้วยกัน”
“ฮะ?” อะไรของเขากัน จู่ ๆ มาพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน บ้าไปแล้วเหรอ
“ไปเก็บของ”
“ไม่...”
“ได้ งั้นก็อยู่ด้วยกันที่นี่ก็ได้” พูดจบเขาก็แทรกเข้ามาในห้องถอดรองเท้าไว้ที่ชั้นวางจากนั้นก็เดินตรงไปนั่งที่ห้องรับแขก ถ้าบอกเขาไปว่าแถว ๆ นั้นมีอะไรที่มองไม่เห็น เขาจะตกใจหรือมองว่าฉันบ้าหรือเปล่า
“เอาไว้ตรงนี้แหละ เข้าไปนอนพักกันได้แล้ว” ซอลบอกเสียงเข้ม มือก็หยิบโทรศัพท์ฉันไว้ในมือ ส่วนมืออีกข้างก็ยื่นมาจับมือฉันดึงเข้าไปในห้องนอนปิดประตูล็อคเสร็จสรรพ ราวกับว่าเขามาที่นี่จนคุ้นชิน แต่ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยมาที่นี่นะ
“มาได้ยังไง?”
“ขับรถมา” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ เดินเข้าห้องน้ำหน้าตาย
“แล้วรู้จักที่นี่ได้ยังไง แล้วรปภ.ให้ขึ้นมาได้ยังไง” บ้าจริง ตอนนี้ในหัวฉันเต็มไปด้วยคำถามที่หาคำตอบไม่เจอ
“ก็บอกว่ามาหาแฟน แฟนไม่สบาย” เสียงเข้มตะโกนตอบกลับมา บ้าเอ๊ย! จะมาเขินใจเต้นแรงเพราะประโยคนั้นของเขาไม่ได้นะฟา เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอจำไว้!
“แล้วมาทำไม?” รอกระทั่งเขาออกจากห้องน้ำถึงได้เอ่ยถามสิ่งที่ยังค้างคาใจ
“เป็นห่วง แล้วก็...”
“...”
“มาง้อ”
“...”
“ขอโทษที่วันนั้นโกหก เราไม่แก้ตัวอะไรเลยเราขอโทษแต่อย่าเงียบแล้วเมินเราแบบนี้เลยนะ”
(มันนอนไหน?) มิลเอ่ยถามในเช้าวันถัดมา เพื่อนโทรหาฉันตั้งแต่เช้าส่วนซอลยังหลับอยู่ในห้อง ฉันมาย้ายต้นไม้ไปไว้ที่มุมและจัดของให้เข้าที่เข้าทางอีกเล็กน้อย เรื่องเมื่อคืนจะคิดว่าไม่ได้เกิดขึ้นแล้วกันนะ ส่วนซอลตั้งแต่เมื่อคืนเขาพูดประโยคนั้นฉันก็เงียบไม่ได้คุยอะไรกับเขาเพิ่มเติม
“นอนพื้น”
(ดีแล้ว เมื่อวานมันเป็นห่วงมากเลยนะที่จู่ ๆ ก็เห็นคนยืนอยู่หลังต้นไม้น่ะ) อ้อ ฉันรู้แล้วล่ะว่าเพื่อนตกใจและเป็นห่วงอะไรกันช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา จำได้ไหมที่เพื่อนขอดูต้นไม้และฉันเปลี่ยนเป็นกล้องหลังแล้วจับภาพไปที่ต้นไม้ ด้านหลังถัดไปนั้นจะเป็นชั้นวางต้นกระบองเพชร นั่นแหละ พอเปลี่ยนกล้องไปเพื่อนที่อยู่ในสายก็เห็นว่ามีผู้หญิงยืนอยู่ระหว่างต้นไม้และชั้นวางกำลังหันหน้ามาทางฉันอย่างไม่พอใจ แต่ตอนนั้นที่ฉันมองก็ไม่เห็นมีอะไรนะเลยพูดเรื่องต้นไม้ไม่หยุด พอเปลี่ยนกล้องมาเป็นหน้าจับใบหน้าตัวเอง ก็เห็นผู้หญิงยืนยิ้มอยู่ด้านหลังฉัน นั่นคงเป็นสาเหตุซอลมาที่นี่ได้ เพราะระหว่างที่ฉันไปจัดการชั้นไม้ที่ล้มซอลรีบถามมิลเรื่องที่อยู่ฉันจากนั้นก็รีบมาที่นี่
(รู้ตั้งแต่แรกหรือเปล่าว่ามี)
“ทีแรกไม่รู้ แต่หลัง ๆ มาเหมือนเจอเส้นผมอะมิล ผมเราสีเขียวทองนะแต่เส้นผมที่เจอคือสีดำยาวเลย เลยพอจะมั่นใจบ้าง”
(ด่าไปแบบนั้นจะไม่เป็นไรเหรอ?)
“ไม่รู้ เมื่อคืนเราโมโห” ตอนนี้ก็เริ่มจะไม่สบายใจแล้วล่ะ เมื่อคืนเล่นด่าไปซะเยอะเลย ไม่รู้ว่าตกดึกเจ้าของชั้นวางจะมาเหวี่ยงอะไรใส่ฉันหรือเปล่า แต่อยู่ด้วยกันมาก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยนะ เมื่อคืนคงเป็นเพราะซื้อต้นไม้เข้ามาใหม่คุณเขาเลยน้อยใจล่ะมั้ง
“ฟา หิวข้าว” เสียงทุ้มผสมความแหบพร่าของซอลนั้นฉุดฉันให้ละสายตาจากผลส้มในมือ ลูกที่หล่นเมื่อคืนนั่นแหละ
“ก็กลับไปสิ”
“ไม่กลับ บอกแล้วถ้าไม่ไปด้วยกันเราก็จะอยู่ที่นี่”
“เป็นบ้าไปแล้วเหรอซอล”
“ค่อยคุย อาบน้ำก่อนจะพาไปกินข้าว” เขาตัดจบอย่างรวดเร็วไม่สนใจฉันเลยสักนิดว่าจะโมโหกับการกระทำของเขามากแค่ไหน
(มันห่วงนะนั่น อีกอย่างมันรู้สึกผิดมากเลยที่ผิดนัดแก มันมาปรึกษาพวกฉันด้วยนะว่าควรจะทำยังไงแกถึงจะยอมยกโทษให้)
“มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกมิล เขามีแฟนแล้วนะ เราเป็นแค่เพื่อนอย่ามาใส่ใจเรานักเลย แค่นี้เราก็ไม่รู้จะต้องใช้เวลาแค่ไหนในการตัดใจจากเขา”
(ถ้าตัดใจมันยาก ทำไมไม่ลองให้โอกาสเขาดูบ้างล่ะ)
“มิล เขาคิดกับเราแค่เพื่อนเรื่องนี้มันชัดเจนมาตั้งแต่ต้น”
(เฮ้อ อย่าเพิ่งตัดสินอะไรเลยนะ รอให้มันกล้าอีกนิดเถอะนะ จะได้รู้ว่ามันคิดยังไง แกก็ไปอาบน้ำได้แล้วจะได้ไปกินข้าว)
“เราไม่อยากไป...”
(ต้องไป มันตั้งใจชวนแล้ว ไปถลุงเงินมันให้หมดเชื่อเราแก้แค้นมัน)
“บ้าสิ ใครจะกล้าทำแบบนั้นกัน”
(ฮา ๆ ๆ ไป ๆ เราจะวางแล้วเหมือนกัน มีอะไรก็โทรมาได้ตลอดเลยนะ โทรหาไอ้แฟงก็ได้ช่วงนี้มันว่างอยู่)
“โอเคได้ ขอบใจมาก ๆ เลยนะ”
“ฟา...” เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งช่วงที่ฉันกำลังเดินไปที่ห้องครัว
“...” ฉันหันไปมองเขานิ่ง ๆ ไม่ได้ขานตอบ
“อาบน้ำได้แล้วครับ จะพาไปกินข้าวข้างนอก”
“เราไม่อยากไป” กับนาย ประโยคสุดท้ายฉันบอกเขาในใจ ไม่กล้าหรอกที่จะต้องพูดไปแบบนั้น
“แต่เราจะพาไป เฮ้อ! แบบนี้ไม่ดีเลย พอทำเหมือนเราไม่รู้จักหรือไม่สนิทกัน เราไม่มีความสุขเลยสักนิด ทั้งที่คิดไว้แล้วว่าจะตัดใจจากเธอ พยายามไม่ชอบเธอเพราะอยากให้เธออยู่ข้างเราไปนาน ๆ ไม่อยากให้เธอหายไป พอลองคุยลองสนิทกับคนอื่น ก็มีแต่หน้าเธอลอยมาอะ ขนาดคนที่พยายามคุยด้วยยังเลือกจากคนที่คล้ายเธอเลย ให้ตายสิ พอเรามาง้อแบบนี้เธอกลับหนีห่างเรา แบบนี้เราเสียใจเหมือนกันนะเว้ย!”
ฮะ? เขาพูดว่าอะไรนะ ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม หรือเขาตั้งใจจะล้อเล่นอะไรกันแน่
แล้วอะไร เขาจะมาเสียใจทำไม ฉันนี่ ฉันสิที่ควรจะเสียใจ!! ฉันโมโหจนอยากจะข่วนหน้าเขาเสียจริงเลย อย่ามาทำหน้าเหมือนกับว่าฉันเป็นฝ่ายผิดนนะ
====
ประกาศงดอัพ 3-4 วัน