บรรยากาศภายในห้องโถงสุสานเงียบสงัดลงหลังจากที่จิติญญาของจักรพรรดิดาบคลั่งแตกสลาย
เซี่ยฟานลากสังขารที่เต็มไปด้วยาแเข้าไปใกล้ซากบัลลังก์ที่พังทลาย เขาเอื้อมมือไปหยิบ 'ชิ้นส่วนโลหะสีดำ' ขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา มันเป็แผ่นโลหะหนา สีดำด้าน ผิวขรุขระเหมือนหินูเาไฟ รูปร่างของมันดูเว้าแหว่ง แต่เมื่อเขานำมันไปทาบกับส่วน 'คอ' ของอีเต้อ (จุดเชื่อมต่อระหว่างด้ามไม้กับหัวโลหะ)...
กริ๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันดังแ่เบา แต่มันดังก้องกังวานเข้าไปในจิติญญา ชิ้นส่วนนั้นถูกดูดเข้าไปติดกับตัวอีเต้อทันที ราวกับแม่เหล็กที่ตามหากันมานานนับกัป ไม่มีรอยต่อ ไม่มีรอยเชื่อม... เนื้อโลหะหลอมรวมกันเป็เนื้อเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ
ตูม!
คลื่นพลังงานสีดำทมิฬะเิออกจากตัวอีเต้อ กระแทกร่างเซี่ยฟานจนเซถอยหลัง แต่มันไม่ใช่การทำร้าย... มันคือการ 'เต้นชีพจร' สนิมเขรอะที่เกาะแน่นบริเวณคออีเต้อร่วงกราวลงมาเป็ผง เผยให้เห็นลวดลายอักขระตัวที่สามที่ชัดเจนขึ้น มันเป็ตัวอักษรโบราณที่อ่านไม่ออก แต่เซี่ยฟานเข้าใจความหมายของมันได้โดยสัญชาตญาณ
"สูบกลืน" (Absorb)
ก่อนหน้านี้ อีเต้อทำได้เพียงดูดซับพลังงานจากสิ่งที่มันทำลายเพื่อฟื้นฟูตัวเอง แต่ตอนนี้... ด้วยชิ้นส่วนที่เติมเต็ม อักขระ "สูบกลืน" จะอนุญาตให้มัน 'แย่งชิง' พลังงานของวัตถุที่มันััได้โดยตรง โดยไม่ต้องรอให้พังทลาย พูดง่ายๆ คือ... แค่เอาด้านแหลมจิ้มศัตรู มันก็สามารถสูบเืหรือลมปราณมาเติมให้เซี่ยฟานได้ทันที!
"ปีศาจชัดๆ..." เซี่ยฟานแสยะยิ้ม ทั้งที่เืไหลอาบหน้า เขารู้สึกได้ว่าอีเต้อในมือมี 'ชีวิตชีวา' มากขึ้น น้ำหนักที่เคยถ่วงแขน ตอนนี้เบาลงจนเกือบเท่าดาบหนักทั่วไป (แต่ยังหนักมากสำหรับคนธรรมดา) ทำให้เขาเหวี่ยงได้เร็วขึ้นอีกขั้น
เซี่ยฟานหันไปสนใจของอีกชิ้นที่อยู่ใต้ซากบัลลังก์ 'แผนที่หนังมนุษย์'
เขาหยิบมันขึ้นมา ผิวััของมันเย็นชืดและลื่นมือเหมือนิัของคนตาย แต่เหนียวทนทานยิ่งกว่าหนังสัตว์อสูรระดับสูง บนแผนที่นั้น ไม่มีรูปแม่น้ำหรือูเาที่คุ้นตา มีเพียง 'จุดสีแดง' 9 จุด ที่กระจายอยู่ทั่วแผ่นดินั
จุดหนึ่งอยู่ที่ตำแหน่งปัจจุบันของเขา... 'หุบเขาซากกระบี่' (มีรอยกากบาททับ แสดงว่าผนึกแตกแล้ว) ส่วนจุดอื่นๆ กระจายไปตามทิศต่างๆ ทั้งเหนือสุดแดนหิมะ ใต้สุดแดนทะเลเพลิง และตะวันออกสุดขอบฟ้า
ตรงมุมขวาล่างของแผนที่ มีข้อความที่เขียนด้วยเืที่แห้งกรัง ...ผนึก 9 ราชันย์ ตรึงศาสตราวิบัติไว้ใต้หล้า... ...หากวันใดโซ่ตรวนขาดสะบั้น... ์จะไร้ที่ยืน...
เซี่ยฟานขมวดคิ้ว "นี่คือแผนที่ระบุตำแหน่งของผนึกอีก 8 แห่งงั้นรึ?" เขาเข้าใจสถานการณ์ทันที จักรพรรดิดาบคลั่งเป็เพียง 1 ใน 9 และชิ้นส่วนที่เขาเพิ่งได้มา ก็เป็เพียง 1 ในหลายส่วนที่หายไปของอีเต้อ
หากเขา้าให้อีเต้อสมบูรณ์... เขาต้องไป 'ขุด' สุสานของจักรพรรดิอีก 8 องค์ที่เหลือ!
"ช่างหัว์สิ..." เซี่ยฟานม้วนแผนที่เก็บใส่ถุงเฉียนคุน "ข้าแค่จะหาของกินให้คู่หูข้าเท่านั้น"
ครืนนนน...
ถ้ำเริ่มสั่นะเืรุนแรง เศษหินจากเพดานเริ่มร่วงหล่นลงมา เมื่อจิติญญาจักรพรรดิดับสูญ มิติที่ค้ำจุนสุสานแห่งนี้กำลังจะพังทลาย
"ต้องรีบไป!" เซี่ยฟานคว้าขวดยาฟื้นฟูเทกรอกปาก แล้วแบกอีเต้อวิ่งย้อนกลับไปทางปากถ้ำ
...
ภายนอกถ้ำ บริเวณหน้าผา หมอกิญญาที่เคยหนาทึบเริ่มจางลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นทัศนวิสัยที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่า คือกลุ่มคนที่มารออยู่หน้าปากถ้ำ
ไม่ใช่แค่ศิษย์สำนักภูผาที่เซี่ยฟานเคยจัดการไป แต่ตอนนี้มีชายชราสวมชุดคลุมสีคราม ยืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าเคร่งขรึม แผ่กลิ่นอายกดดันระดับ 'ก่อกำเนิดปราณ ขั้น 1' ออกมา นี่คือ 'ผู้าุโจาง' แห่งสำนักกระบี่ภูผา ที่รีบมาทันทีที่ลูกศิษย์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
"เ้าบอกว่า... มีคนบ้าใช้จอบขุดดินทำลายกระบี่บรรพชน และเข้าไปในสุสานจักรพรรดิงั้นรึ?" ผู้าุโจางถามเสียงเย็น
"ขอรับท่านอาจารย์อา!" หลี่มู่ที่แขนหักและหน้าตาบวมปูดรีบฟ้อง "มันเป็มารร้าย! มันมีวิชาประหลาดที่ทำลายศาสตราได้!"
ทันใดนั้น กำแพงหินหน้าปากถ้ำก็ะเิออก ตูม!
ฝุ่นควันพวยพุ่ง ร่างเงาของชายหนุ่มแบกจอบวิ่งพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง เซี่ยฟานะโม้วนตัวลงพื้นอย่างสวยงาม แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็ต้องชะงัก ศัตรู... มากกว่าเดิม และมีตัวตึงระดับ 'ก่อกำเนิดปราณ' ยืนขวางอยู่
"นั่นไง! มันออกมาแล้ว!" หลี่มู่ชี้หน้า "ฆ่ามัน! มันต้องได้สมบัติจักรพรรดิไปแน่!"
ผู้าุโจางหรี่ตามองเซี่ยฟาน และมองเลยไปที่อีเต้อสีดำทึบในมือ "กลิ่นอายประหลาด..." ชายชราพึมพำ "ไม่มีคลื่นลมปราณ แต่กลับให้ความรู้สึกอันตราย... เ้าหนุ่ม ส่งของที่ได้จากในสุสานมา แล้วข้าอาจจะไว้ชีวิตเ้า"
เซี่ยฟานยืนขึ้น ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น เขามองประเมินชายชราด้วย 'เนตรศิลา' ระดับก่อกำเนิดปราณ... โครงสร้างร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ลมปราณหมุนเวียนดั่งแม่น้ำ ถ้าเป็เมื่อวาน เขาคงต้องหนีหัวซุกหัวซุน
แต่วันนี้... อีเต้อเพิ่ง 'กินอิ่ม' และได้ 'ชิ้นส่วน' ใหม่มา และเขาก็อยากลองของ
"อยากได้รึ?" เซี่ยฟานแสยะยิ้มกวนประสาท "ถ้าข้าบอกว่าข้ากินมันไปหมดแล้วล่ะ?"
"ปากดี!" ผู้าุโจางตวาด "ในเมื่อรนหาที่ตาย ข้าจะสงเคราะห์ให้!" ชิ้ง! กระบี่วิเศษสีเงินยวงลอยออกจากฝักด้านหลังของชายชรา นี่คือกระบี่ระดับ 'มนุษย์ขั้นสูงสุด' (เกือบถึงระดับปฐี) "ไป! ดัชนีกระบี่สังหาร!"
ชายชราชี้สองนิ้วไปข้างหน้า กระบี่บินพุ่งเข้าใส่เซี่ยฟานด้วยความเร็วเหนือเสียง! เร็วกว่าไป๋ลู่หลายเท่า เซี่ยฟานมองตามไม่ทันด้วยตาเปล่า แต่เนตรศิลามองเห็น 'เส้นทาง' ของมัน
"ช้า..." เซี่ยฟานไม่ได้หลบ เขายกอีเต้อขึ้นตั้งรับ... ไม่ใช่รับด้วยด้าม แต่รับด้วย 'คม'
เคร้ง!
เสียงปะทะแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ปลายกระบี่บินปะทะเข้ากับปลายแหลมของอีเต้ออย่างจัง ประกายไฟสาดกระเซ็น
"อะไรกัน!?" ผู้าุโจางเบิกตากว้าง กระบี่บินของเขาที่ตัดเหล็กไหลได้เหมือนเต้าหู้ กลับถูกหยุดไว้ด้วยปลายจอบสนิมเขรอะ!
และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นก็เกิดขึ้น ครืด... อีเต้อไม่ได้แค่กัน... แต่มัน 'ดูด' กระบี่บินให้ติดหนึบ อักขระตัวที่สาม "สูบกลืน" ทำงาน!
แสงสีเงินของกระบี่เริ่มหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว พลังิญญาในตัวกระบี่ถูกสูบผ่านจุดััไหลเข้าสู่อีเต้อเหมือนน้ำไหลลงท่อ
"ไม่! กระบี่ข้า!" ผู้าุโจางหน้าซีดเผือด พยายามเรียกกระบี่กลับ แต่ไร้ผล "ปล่อยนะไอ้ปีศาจ!"
เซี่ยฟานยิ้มเหี้ยม "ข้าบอกแล้วไง... ว่าข้ากินหมดแล้ว" เขาบิดข้อมือ ใช้พลังมหาศาลบวกกับโครงสร้างที่เปราะบางลงของกระบี่ที่ถูกสูบพลัง
"หัก!"
เพล้ง!
กระบี่บินระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด... หักสะบั้นคาจอบ! ผู้าุโจางกระอักเืออกมาคำโต จิตเชื่อมโยงถูกตัดขาด "อั่ก! เป็ไปไม่ได้... นั่นมันอาวุธอะไร!"
เซี่ยฟานไม่รอให้ศัตรูตั้งตัว เขาอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังตะลึง ใช้ 'ท่าเท้าอสูรถล่มปฐี' เหวี่ยงอีเต้อไปข้างหน้า แล้วพุ่งตัวแหวกวงล้อมออกไป "ขอบคุณสำหรับอาหารว่าง!"
เขาไม่ได้คิดจะสู้ต่อเพื่อฆ่าล้างบาง เขารู้ดีว่าพลังของอีเต้อมีขีดจำกัด และร่างกายเขาก็ถึงขีดจำกัดแล้วจากการสู้กับจักรพรรดิดาบ การหนีคือทางเลือกที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้
"จับมัน! อย่าให้มันหนีไปได้!" ผู้าุโจางะโทั้งเืกบปาก "แจ้งสำนักพันธมิตร! แจ้งหอการค้า! ใครตัดหัวมันได้ ข้าให้รางวัลหมื่นหินิญญา!"
เซี่ยฟานหายลับไปในป่าทึบ ทิ้งความโกลาหลและความหวาดกลัวไว้เื้ั ข่าวลือเื่ "ปีศาจจอบทมิฬ" ผู้ทำลายศาสตรา จะแพร่สะพัดไปทั่วโลกยุทธภพในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และการไล่ล่าที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น