ตอนที่ 53 โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องลงทุน
ไม่กี่วันต่อมา แม่เฒ่าหลิวและหลี่ซิ่วเจวียนก็แทบเป็นบ้า พวกนางเดินเตร่ไปรอบบ้านของหลินจิ่วเหนียงทั้งวันโดยไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย ทันทีที่เห็นสองพี่น้องออกมา ก็จะรีบชักชวนให้กลับไปพวกนางทันที
แต่กระนั้นก็ไม่กล้าบังคับให้กลับ ไม่ใช่ว่าไม่อยากบังคับ พวกนางพยายามแล้ว ทว่าผลสุดท้ายก็ทำให้แม่สามีและลูกสะใภ้โกรธมากจนหน้าดำหน้าแดง
สองวันต่อมา ในที่สุดแม่สามีและลูกสะใภ้ที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้หลานกลับกับพวกตนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
พวกนางคิดว่าตราบใดที่หลิวซานนีถูกจัดการ หลิวอู่นีก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อหลิวซานนีไม่ทันได้ตั้งตัว แม่สามีและลูกสะใภ้จึงตกลงกันว่าจะใช้กำลังทั้งหมด ลากหลิวซานนีกลับไปที่บ้าน
เมื่อกำลังจะเริ่มชักชวนหลิวซานนี ก็ไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ หลิวซานนีจะบ้าคลั่ง หยิบข้าวของขึ้นมาปาใส่พวกนางเหมือนคนบ้า และไม่สามารถหยุดนางได้
สุดท้ายนางก็รีบวิ่งไปที่ห้องครัว แล้วหยิบมีดทำครัวออกมา ราวกับจะสับพวกนางให้ตาย ซึ่งทำให้แม่สามีและลูกสะใภ้หวาดผวา สุดท้ายก็ทำได้เพียงยืนจ้องมองหลิวซานนีระบายความโกรธอยู่สักพักแล้วเดินจากไป
แต่วันรุ่งขึ้น แม่สามีและลูกสะใภ้ก็มาเกลี้ยกล่อมหลิวซานนีเหมือนเคย แต่ไม่กล้าใช้กำลังบังคับหลิวซานนีออกไปอีก
เพื่อเกลี้ยกล่อมหลิวซานนี แม่เฒ่าหลิวได้นำอาหารอร่อยและข้าวของสวยงามทุกประเภทมาหลอกล่อนาง ทั้งยังชวนคนอื่นให้มาช่วยชักชวนนางด้วย แต่ก็ถูกหลิวซานนีขับไล่ออกไป
เหตุการณ์พัวพันยืดเยื้อนี้กินเวลานานหลายวัน
ในวันนี้หลิวซานนีได้ออกไปดูนอกบ้าน และไม่เห็นแม่เฒ่าหลิวกับลูกสะใภ้ นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วพาอู่นีไปที่แม่น้ำเพื่อซักเสื้อผ้า
ระหว่างทางเมื่อพบกับคนที่เยาะเย้ยพวกนางสองพี่น้อง หลิวซานนีก็ตอบอย่างเย็นชา เป็นเพราะคนเหล่านี้ไม่เคยประสบกับความทุกข์ทรมานเฉกเช่นพวกนาง จึงบอกให้พวกนางไม่ต้องอดทน แต่ให้กลับไปเสีย
หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดต้องไปเผชิญหน้ากับพวกนางอีก?
เซี่ยชุนฮวาเย้ยหยัน “หลิวซานนี ข้าขอแนะนำให้เจ้าอย่าเลียนแบบแม่ของเจ้าเลย ขืนเลียนแบบนางไป ข้าเกรงว่าจะไม่มีใครกล้ามาขอเจ้าแต่งงาน ถึงจะอายุสิบห้าปีแล้วก็เถอะ ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะได้แต่งงานได้อย่างไร”
“หากไม่ได้แต่งงาน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านต้องมากังวล” หลิวซานนีตอบกลับด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “หากมีเวลามากังวลเรื่องของข้าที่นี่ ท่านเอาเวลาไปกังวลเรื่องลูกสาวของท่านจะดีกว่า นางอายุสิบเจ็ดแล้วแต่ยังไม่มีใครมาขอเลย เคยไปถามแม่สื่อบ้างแล้วหรือยัง?”
ฮึ่ม ก่อนจะหัวเราะเยาะนาง เหตุใดไม่นึกถึงลูกสาวของตัวเองที่อ้วนเป็นหมูก่อนเล่า หากมีเวลาไปยุ่งเรื่องของคนอื่นได้ เอาเวลาไปบอกให้ลูกสาวตัวเองลดน้ำหนักไม่ดีกว่าหรือ?
เมื่อเห็นว่านางไม่ยอมแพ้ อีกฝ่ายจึงเดินหนีไปทันที ส่วนหลิวซานนีก็ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงแล้ว
หลังจากที่อีกฝ่ายโมโหจนเดินจากไป ก็พาหลิวอู่นีไปที่แม่น้ำเพื่อซักเสื้อผ้า
หลิวอู่นีซักผ้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถือเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักไว้ในมือ แล้วเงยหน้าขึ้นด้วยความกังวล “พี่หญิงสาม พวกเราขยันกันมากแล้ว ท่านแม่จะไล่พวกเราออกไปอีกหรือไม่?”
“ไม่รู้สิ” หลิวซานนีขยี้เสื้ออย่างแรง
หลิวอู่นีมองพี่สาวคนที่สามของตน น้ำตาคลอเบ้า “พี่หญิงสาม ... “
“เจ้าเริ่มใจอ่อนแล้ว ใช่หรือไม่?” หลิวซานนีไม่เงยหน้าขึ้น และยังคงขยี้ผ้าต่อไปอย่างแรง นางรู้ว่าย่าของนางกำลังตามมาเกลี้ยกล่อมด้วยตัวเอง นางจึงไม่ได้พูดอะไรมาก ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งที่นางเลือกเอง
กระสุนเคลือบน้ำตาลชัดๆ...
หลิวซานนีแสยะยิ้มมุมปาก นางเชื่อคำพูดของท่านแม่ที่ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องลงทุน
หลิวอู่นีก้มหน้าลง “พี่หญิงสาม ท่านย่าบอกว่าหากข้าเต็มใจกลับไป นางจะให้ข้ากินเนื้อตุ๋นทุกวัน ทำเสื้อผ้าใหม่ให้ข้า และให้ข้ากินแต่ของอร่อย ขนมที่นางเอามาให้ข้าเมื่อวานนี้อร่อยมาก มันหอมหวานมาก”
หลิวซานนีหยุดซักผ้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มซักต่ออย่างรวดเร็ว พลางพูดอย่างเฉยเมยว่า “อย่าหาเรื่องเสียใจอีกในอนาคต”
ท่านแม่ไม่ได้ให้โอกาสทุกครั้ง หากพลาดโอกาสนี้ ครั้งหน้าจะไม่มีอีกแล้ว
หลิวอู่นีสับสน นางอยากมีชีวิตที่ดี ช่วงนี้ท่านย่าและคนอื่น ๆ ต่างเพลิดเพลินไปกับอาหารแสนอร่อย เสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่ก็ล้วนทำจากวัสดุชั้นดีที่คนรวยสวมใส่กัน ไม่เหมือนพวกนาง
นางเหลือบมองผ้าหยาบที่เต็มไปด้วยรอยปะบนร่างกาย ก่อนจะหรี่ตาลงและกัดริมฝีปากล่าง “พี่หญิงสาม ท่าน ท่านไม่ใจอ่อนเลยจริงหรือ?”
“ใจข้าด้านชาไปแล้ว”
ในที่สุดหลิวซานนีก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “เจ้าคิดให้รอบคอบเองเถิด ท่านแม่ช่วยเจ้ามาแล้วสองครั้ง ตามนิสัยของท่านแม่จะไม่มีครั้งที่สามแน่”
หลังจากพูดจบ นางก็ก้มหน้าซักเสื้อผ้าต่อไป จู่ ๆ หญิงชราคนนั้นก็ใจดีกับพวกนางมาก พยายามยกคำสัญญาทุกประเภทมาหลอกล่อ นางเกรงว่าจะเป็นการหลอกลวงอีกครั้ง กินไปมากเท่าใด ถึงเวลาคงต้องคายออกมาเป็นสองเท่า
นางได้มองสิ่งเหล่านี้ได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว หากไม่มีประโยชน์ในการตื่นเช้า ใครเล่าจะตื่นเช้า
“พี่หญิงสาม...”
“ซานนี อู่นี พวกเจ้าทุกคนอยู่นี่เอง”
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของแม่เฒ่าหลิวขัดจังหวะคำพูดของหลิวอู่นี ทันทีที่นางเห็นสองพี่น้อง นางก็ก้าวเข้าไปหาทันทีด้วยสีหน้าเป็นทุกข์ “โอ้โห ช่างรนหาที่ตายนัก นังหญิงชั่วหลินจิ่วเหนียงสั่งให้พวกเจ้าซักผ้าได้ลงคอ หากมือหยาบกระด้างขึ้นมาจะทำอย่างไร!”
“หยุด หยุดประเดี๋ยวนี้ รีบล้างมือกันเร็วเข้า เป็นสาวเป็นนางต้องดูแลมือให้ดี”
แต่สิ่งที่ทักทายนางคือน้ำที่ถูกสาดใส่หลายครั้ง คนริเริ่มก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลิวซานนี
แม่เฒ่าหลิวผู้เฒ่าที่ถูกน้ำสาดกรีดร้อง และมีสีหน้าโกรธแค้น นางกำลังจะด่าหลิวซานนี แต่เมื่อสบตาเย็นชาของอีกฝ่าย นางก็จำต้องกลืนถ้อยคำหยาบคายลงท้องไปทันที
ให้ตายเถอะ หลิวซานนี สายตาของนางดูน่ากลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ของตน นางก็จำต้องกลืนความโกรธ แล้วบังคับตัวเองให้ยิ้มอย่างสดใสให้หลาน
“ซานนี...”
“คราวหน้าหากยังเรียกแม่ของข้าว่าหญิงชั่วอีก ข้าจะไม่แค่สาดน้ำใส่เจ้า แต่ข้าจะปาก้อนหินใส่เจ้าด้วย” หลิวซานนีขัดจังหวะนาง “ออกไป!”
หลังจากพูดจบ นางก็ก้มหน้าซักผ้าต่อไป ราวกับว่าขี้เกียจเกินกว่าจะใส่ใจ
รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่เฒ่าหลิวนั้นแทบจะหายไป แม้ว่านางจะกัดฟันแน่นก็ตาม แต่นางก็ยังพยายามเค้นรอยยิ้มที่สดใสออกมา เพื่อทำให้ตัวเองดูใจดีมากขึ้น:
“ซานนี อู่นีเอ๋ย อย่าซักเลย มันเป็นแค่ผ้าขี้ริ้วขาดรุ่งริ่ง ทิ้งมันไปเถอะ มา ตามข้ามาที่บ้าน วันนี้ครอบครัวเราซื้อหมูมาและฆ่าไก่ด้วย ข้ามาชวนพวกเจ้ากลับไปกินข้าวเย็น อีกทั้งยังบอกให้อาสะใภ้รองของพวกเจ้าเก็บน่องไก่ไว้ให้ด้วย ตามข้ากลับบ้านไปกินน่องไก่เถิด ตกลงหรือไม่?”
หลิวซานนีไม่ไหวติง และยังคงซักผ้าต่อไป ในขณะที่ดวงตาของหลิวอู่นีเป็นประกาย นางกำลังจะได้กินน่องไก่น่องโตคนเดียว...คิดแล้วก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
ใบหน้าของแม่เฒ่าหลิวเริ่มกระหยิ่มยิ้มย่อง “ไปกันเถิด อู่นี กลับบ้านกับย่า ย่าจะเอาน่องไก่ตัวใหญ่มาให้เจ้า และเตรียมเสื้อผ้าใหม่ที่สวยงามให้กับเจ้า เจ้าจะได้แต่งตัวสวยแน่นอน”
จากนั้นนางก็ยื่นมือไปทางอู่นี “อู่นี มีขนมพุทราที่เจ้ากินเมื่อวานด้วยนะ มันเหนียวหนึบและหอมหวานมาก นี่คือสิ่งที่ย่าแอบเก็บไว้ให้เจ้า”
หลิวอู่นีทนไม่ไหวอีกต่อไป และยื่นมือไปทางแม่เฒ่าหลิว
ทันใดนั้น มือของหลิวซานนีก็จับข้อมือของหลิวอู่นีไว้ นางมองหลิวอู่นีด้วยสีหน้าจริงจัง “อู่นี เจ้าคิดดีแล้วหรือยัง?”
ก่อนที่หลิวอู่นีจะทันได้พูด มือของแม่เฒ่าหลิวก็คว้ามือของหลิวซานนีไว้ด้วย “ซานนี เจ้าก็ไปกับย่าด้วยสิ ครั้งนี้ย่าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้า จะให้เจ้าได้กินอาหารอิ่มหนำ และไม่ต้องทำงานอันใดเลย ตกลงหรือไม่?”
หลิวซานนีเอามือออกเพื่อหลบมือของแม่เฒ่าหลิว ก่อนจะไปก้มหน้าซักผ้าต่อ โดยไม่พยายามชักชวนหลิวอู่นีอีกต่อไป
แม่เฒ่าหลิวพลันมีสีหน้าดุร้าย นังเด็กเวรหลิวซานนี
แต่นางสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว แล้วมองหลิวอู่นีด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “อู่นี ในเมื่อพี่หญิงสามของเจ้าไม่อยากมีชีวิตที่มีความสุข ไปกันเถิด ย่าจะพาเจ้ากลับไปเพลิดเพลินกับความสุข ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ย่าบอกเลยว่าวันที่ดีของเจ้ามาถึงแล้ว ต่อไปนี้เจ้าแค่ต้องแต่งตัวให้สวยทุกวัน และไม่ต้องทำอันใดอีก”
หลิวอู่นีรู้สึกตื่นเต้น และหลงใหลภาพที่แม่เฒ่าหลิววาดฝันให้อย่างมาก นางลืมหลิวซานนีไปแล้ว และตามแม่เฒ่าหลิวไปโดยไม่ลังเลใจ
หลิวซานนีหยุดซักผ้า ก่อนจะเหลือบมองร่างของพวกนางที่เดินจากไป แล้วรีบก้มหน้าซักผ้าต่อ เรื่องนี้สำคัญกับนางอย่างไร?
แม่บอกว่า ทุกคนเลือกเส้นทางของตัวเอง
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
โอ๊ย ยัยหนูอู่นีหัวอ่อนเกิ๊นนน ใครหลอกล่ออะไรหน่อยก็ตามเขาหมด ต่อไปเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ต้องเรียกให้แม่กับพี่หญิงสามไปช่วยแล้วนะ
ไหหม่า(海馬)