ความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ ระดับััปราณ ขั้นที่ 2 ภายในคืนเดียวถือเป็เื่เหลือเชื่อสำหรับศิษย์พร์ระดับน้ำ แต่สำหรับเยี่ยฉิน มันเป็เพียงก้าวเล็กๆ ที่แลกมาด้วยการผลาญทรัพยากรที่ปล้นชิงมาอย่างบ้าคลั่ง
เขานั่งอยู่บนเตียงไม้ ความรู้สึกเหนอะหนะจากคราบไคลสีดำที่ขับออกมาจากรูขุมขนบ่งบอกถึงการชำระล้างไขกระดูกขั้นต้น กลิ่นคาวเืจางๆ จาก "ภูตหยาดน้ำสังหาร" ยังคงอบอวลอยู่ในห้อง พลังของมันไม่ได้สร้างความอิ่มเอิบเหมือนภูตสายรักษา แต่มันให้ความรู้สึกคมปลาบดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ในสายน้ำ
‘ในชาติก่อน ข้าต้องใช้เวลาถึงสามเดือนกว่าจะเข้าสู่ขั้นที่ 2 ได้... เพราะข้าโง่เขลาที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาฝึกตามตำราของสำนัก’ เยี่ยฉินแค่นยิ้มเย็น ‘ทรัพยากรคือรากฐาน พร์คือตัวคูณ แต่ประสบการณ์คือเข็มทิศ’
เช้าวันต่อมา ณ หอคัมภีร์ของสำนักเมฆาเขียว ศิษย์ฝึกหัดต่างมารวมตัวกันเพื่อรับ "วิชาบ่มเพาะพื้นฐาน" เยี่ยฟานดูโดดเด่นกว่าใครเพื่อน ผิวพรรณของเขาเปล่งปลั่งและมีออร่าจางๆ ของพลังวัตรที่มั่นคง
"ท่านพี่! ดูสิ ข้าััได้ถึงขั้นที่ 2 แล้ว!" เยี่ยฟานเดินเข้ามาหาเยี่ยฉินด้วยความดีใจ "ผู้าุโมู่บอกว่าข้าคือความหวังของสำนัก ท่านเองก็ต้องพยายามเข้านะ อย่ามัวแต่ท้อถอยกับเหตุการณ์ในป่าวันก่อนเลย"
เยี่ยฉินมองดูน้องชายที่กำลัง "โอ้อวด" โดยไม่รู้ตัว ความเมตตาและคำให้กำลังใจของเยี่ยฟานในสายตาคนนอกอาจดูอบอุ่น แต่สำหรับเยี่ยฉิน มันคือ "คมดาบที่อาบน้ำผึ้ง" ยิ่งเยี่ยฟานดูดีเท่าไหร่ เยี่ยฉินก็ยิ่งดูตกต่ำลงเท่านั้น และนั่นคือสิ่งที่สังคมในสำนักใช้ตัดสินค่าของคน
"ยินดีด้วย เยี่ยฟาน" เยี่ยฉินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เ้าคือัในหมู่มนุษย์ ส่วนข้าเป็เพียงปลาในบ่อโคลน... ข้าจะพยายามไม่ให้เ้าต้องอับอาย"
คำพูดถ่อมตัวอย่างสุดซึ้งของเยี่ยฉินทำให้ศิษย์รอบข้างหัวเราะเยาะ บางคนถึงกับถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจในความขี้ขลาดของเขา
ในขณะที่เยี่ยฟานถูกห้อมล้อมด้วยฝูงชน เยี่ยฉินกลับปลีกตัวไปยังมุมมืดของหอคัมภีร์ เขาไม่ได้สนใจวิชาบ่มเพาะ "ปราณเมฆาเขียว" ที่สำนักแจกให้แม้แต่น้อย เพราะมันเป็วิชาขยะที่เน้นความมั่นคงแต่ล่าช้า
เป้าหมายของเขาคือการหาข้อมูลเกี่ยวกับ "ถ้ำหยดพิรุณ" สถานที่ต้องห้ามหลังสำนักที่ว่ากันว่ามีไอเย็นะเืจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ในชาติก่อน เขารู้มาว่าที่นั่นซ่อน "แท่นบูชาภูตโบราณ" ไว้ ซึ่งหากเขาสามารถใช้มันร่วมกับ ภูตแกนกลางกาลเวลา ได้ เขาจะสามารถสร้าง "น้ำทิพย์เร่งเวลา" เพื่อบ่มเพาะภูตของเขาให้ข้ามขีดจำกัด
แต่การจะไปที่นั่น เขา้า "ศิลาจิตภูต" มากกว่านี้ และวิธีที่เร็วที่สุดคือ... การพนันและที่ที่เหมาะแก่การพนันก็คือ สังเวียนเื
ยามค่ำคืน ณ เพิงพักของศิษย์รับใช้ ซึ่งเป็สถานที่ที่กฎของสำนักเข้าไม่ถึง มีการจัดตั้งโรงพนันขนาดเล็กโดยกลุ่มศิษย์รุ่นพี่ เยี่ยฉินเดินเข้าไปในเงามืด ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมด้วยผ้าสีดำ
"ข้าขอท้าประลอง... เดิมพันด้วยศิลาจิตภูต 5 ก้อน" เสียงของเยี่ยฉินถูกดัดจนทุ้มต่ำ
จางหู่ที่นอนพันแผลอยู่มุมห้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย แม้จะจำไม่ได้ชัดเจนว่าคือใคร แต่กลิ่นอายความกดดันนั้นทำให้เขาหวาดกลัว ทว่าศิษย์รุ่นพี่คนอื่นๆ กลับหัวเราะเยาะ
"5 ก้อน? เ้าเอามาจากไหนกันไอ้หนู?" ศิษย์ร่างั์คนหนึ่งเดินออกมา "ข้าคือ 'เหล็กกล้า' ผู้ใช้ ภูตกระดองนิล ระดับััปราณ ขั้นที่ 3... ถ้าเ้าแพ้ เ้าต้องทิ้งมือข้างหนึ่งไว้ที่นี่!"
เยี่ยฉินไม่ตอบ เขาเพียงแค่แบมือออก ปราณสีน้ำเงินเข้มข้นหมุนวนเป็วงกลมเล็กๆ
การต่อสู้เริ่มต้นและจบลงในอึดใจเดียว
เหล็กกล้าพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความมั่นใจในพลังป้องกันของภูตกระดอง แต่เยี่ยฉินไม่ได้ปะทะตรงๆ เขาเคลื่อนที่ดุจภูตพราย หลบเลี่ยงการโจมตีและสะบัดปลายนิ้วเบาๆ ส่ง "หยดน้ำสังหาร" เข้าไปในข้อต่อชุดเกราะปราณของคู่ต่อสู้
"อ๊ากกกก!"
เหล็กกล้าล้มตึงลงกับพื้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดกลับถูกแทรกซึมจากภายใน น้ำสังหารนั้นไม่ได้ฆ่าเขา แต่มันแช่แข็งจุดชีพจรทำให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
เยี่ยฉินเดินไปหยิบถุงศิลาจิตภูตจากโต๊ะพนัน ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน
ก่อนจะเดินออกจากโรงพนัน เยี่ยฉินหยุดอยู่ที่หน้าจางหู่ เขาทิ้งศิลาจิตภูตไว้ให้ 1 ก้อน
"นี่สำหรับค่าปิดปาก... และข้ามีงานให้เ้าทำ" เยี่ยฉินกระซิบ "จงไปกระจายข่าวว่า มีศิษย์ลึกลับคนหนึ่งกำลังไล่ล่าชิงทรัพยากร และดูเหมือนว่าเป้าหมายต่อไปคือเยี่ยฟาน อัจฉริยะคนโปรดของสำนัก"
จางหู่ตัวสั่นรัว "จะ... เ้า้าอะไรกันแน่?"
"ข้า้าให้ความวุ่นวายปกคลุมทั้งสำนักนี้..." เยี่ยฉินยิ้มภายใต้ผ้าคลุม "เพราะในน้ำที่ขุ่นมัว... ปลาใหญ่จะมองไม่เห็นเพชฌฆาต"
ภายใต้แสงจันทร์
เยี่ยฉินกลับมาที่ห้องพัก เขาเริ่มกระบวนการบ่มเพาะต่อทันที ศิลาจิตภูตที่ได้มาใหม่ถูกย่อยสลายอย่างรวดเร็ว ทะเลลมปราณของเขาเริ่มขยายตัว แสงสีทองจาก ภูตแกนกลางกาลเวลา สว่างขึ้นชั่วครู่ ราวกับจะบอกว่ามันพร้อมสำหรับการ "เปิดใช้งาน" ขั้นต้นแล้ว
‘ความวุ่นวายจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ สำนักเมฆาเขียวจะยุ่งอยู่กับการหาตัวหัวขโมยลึกลับ ในขณะที่ข้าจะมุ่งหน้าสู่ถ้ำหยดพิรุณ’
เยี่ยฉินมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟจากเรือนนอนของเยี่ยฟานที่ยังคงสว่างไสว
"เยี่ยฟาน... เ้าคือโล่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของข้า จงเป็วีรบุรุษที่ทุกคนชื่นชมต่อไปเถอะ ในขณะที่ข้าจะเดินอยู่ในเงาเพื่อกลืนกินทุกสิ่งอย่างเงียบเชียบ"
เกียรติยศคือภาระ ความชั่วร้ายคืออิสระ จอมมารไม่ได้มองหาการยอมรับจากผู้ใด เขามองหาเพียงหนทางสู่ความเป็นิรันดร์ และในคืนนี้ กลิ่นอายของอำนาจที่แท้จริงเริ่มก่อตัวขึ้นรอบกาย
ของเด็กหนุ่มที่ทุกคนเรียกว่า "ขยะ”