ภายในห้องคนไข้วีวีไอพีหนึ่ง หลังจากเจสสิก้ากลับไปแล้วจึงเหลือเพียงคนไข้ที่นั่งเอนอยู่บนเตียงกับคุณหมอสาว เธอเดินมายืนห่างๆ ข้างเตียง หยิบหูฟังในกระเป๋าเสื้อกาวน์ออกมาฟังการทำงานของปอดและหัวใจ มองจอมอนิเตอร์และเปิดแผลหน้าท้อง ทุกอย่างเรียบร้อยดี
"ฉันทราบมาว่าคุณไม่ยอมเคลื่อนไหวลงจากเตียงและไม่ยอมทานอะไรเลย" เธอพูดเสียงเข้มเปิดประเด็น
ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองใบหน้าสวย ตอนนี้เธอน่าจะหงุดหงิดที่คนไข้อย่างเขาไม่ปฏิบัติตามที่เธอสั่ง
"ี้เี" เขาตอบสั้น ๆ ตีหน้าตายทำหน้าซื่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"นี่คุณ! รู้ไหมว่าถ้าคุณไม่เคลื่อนไหวร่างกายบ้างจะทำให้ลำไส้ไม่เคลื่อนไหว จะเกิดอาการอืดแน่นท้องได้และการฟื้นตัวหลังผ่าตัดจะช้าลงไปอีก" เธอขึ้นเสียงดุใส่เขาเบา ๆ
"ถ้างั้นตอนนี้ผมอยากเข้าห้องน้ำ คุณหมอจะกรุณาช่วยพยุงผมเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหม" เขาลองหยั่งเชิงดูว่าเธอจะทำอย่างไร
ที่จริงเขาเองก็รู้ว่าการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดต้องทำอย่างไรเพราะพยาบาลเฝ้าไข้อธิบายให้เขาฟังอยู่เช่นกัน เพียงแต่ว่าอยากแกล้งใครบางคนที่ทำเป็เฉยชาใส่เขา
"อ้อ! ไม่ต้องกดออดเรียกเ้าหน้าที่พยาบาลก็ได้ ผมเพิ่งบอกให้คุณพยาบาลไปพัก แต่ถ้าคุณหมอลำบากใจที่จะช่วยก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวผมจะพยายามลุกเดินไปเข้าห้องน้ำเองก็ได้"
ว่าแล้วชายหนุ่มก็พยายามลุกจากเตียงท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เธอได้แต่แอบถอนใจเบา ๆ จะไม่ช่วยก็ยังไงอยู่ จึงเดินไปใกล้ ๆ เตียงของเขาเพื่อจะช่วยพยุง
"แล้วบอดี้การ์ดของคุณไปไหนหมด" หญิงสาวอดถามไม่ได้เพราะเขาตัวใหญ่ เธอที่ช่วยพยุงก็กลัวว่าอาจล้มไปด้วยกันทั้งคู่
"ไปพัก" เขาตอบสั้น ๆ พยายามลงมายืนข้างเตียงอย่างทุลักทุเลพอสมควรเพราะถือว่าเป็การลงจากเตียงครั้งแรก ถึงจะปวดแผลอยู่บ้างแต่ก็ยังพอไหว มีร่าเข้ามาช่วยพยุงอยู่ห่าง ๆ
"ไหวไหมคุณ"
"ถ้าคุณหมอรู้สึกว่าฝืนใจก็ไม่ต้องช่วยก็ได้ ผมไปเองน่าจะสะดวกกว่า" เขาเอ่ยอย่างน้อยใจแกมประชด เธอหันไปมองใบหน้าหล่อที่ตอนนี้มีสีหน้าตาบึ้งตึง
เขาเริ่มก้าวเดินช้า ๆ ได้สองสามก้าวก็มีท่าทางว่าจะล้ม เธอเห็นแล้วได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ
'อวดเก่ง'
ในที่สุดก็ต้องเข้าไปช่วยพยุงใกล้ ๆ มากกว่าเดิม ราฟาเอลถือโอกาสใช้มือโอบไหล่เธอไว้เพื่อยึดเหนี่ยวกันล้ม
มีร่าแอบปรายตามองมือหนาที่โอบไหล่ หญิงสาวจึงห่อไหล่เล็กน้อย ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก รู้สึกดีขึ้นมาทันที และนั่นทำให้เขายิ่งกระชับอ้อมแขนโอบไหล่ให้ตัวเธอขยับเข้ามาแนบชิดกับตัวเขามากขึ้น กลิ่นกายสาวทำให้เขาตื่นตัว
ตอนนี้หัวใจเธอเต้นไม่เป็ส่ำ รู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า ร่างกายมันร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล ไม่สิ ต้องไม่แสดงอาการให้เขาจับได้ว่าตอนนี้เธอประหม่ามากแค่ไหนจากการแนบชิดในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมารวมทั้งครั้งนี้ด้วย
'ไม่เห็นต้องใกล้ขนาดนี้' หญิงสาวบ่นอุบในใจ
เธอค่อย ๆ พยุงเขาเข้าไปในห้องน้ำและยืนรออยู่หน้าห้องเื่อะไรจะเข้าไป
เมื่อเขาทำธุระเสร็จจึงพยายามเกาะตามฝาผนังและราวจับ ชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดประตู เมื่อเดินพ้นประตูออกมาได้สองสามก้าว ร่างสูงทำท่าเหมือนจะเซถลา มีร่าเห็นดังนั้นใรีบรุดเข้าไปพยุงทันทีเพื่อไม่ให้เขาล้ม แต่ปรากฏว่าเขาดันคว้าตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด แขนแข็งแรงตวัดรอบเอวดึงเธอเข้ามาแนบชิดโดยไม่ทันได้ระวังตัว
หญิงสาวไม่คิดเลยว่าการช่วยพยุงเขาจะเป็การพันธนาการตัวเองไว้ในอ้อมแขนแกร่งไปเสียได้
'บ้าที่สุด' คุณหมอสาวกู่ร้องในใจ
เขาดันแผ่นหลังเธอติดฝาผนังห้อง ใช้มืออีกข้างยันผนังห้องไว้กักตัวเธอไว้ในอ้อมกอด ใช้ขาแข็งแรงกดขาเธอไว้เพื่อไม่ให้ดิ้นหลุด
"ปล่อยสิคุณ!"
มีร่าเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อด้วยความใระคนหงุดหงิดเพราะเขาแนบชิดเธอเกินไป
'นี่เขาเอาแรงมาจากไหน เขาไม่สบายอยู่นะ'
"อยู่นิ่ง ๆ สิ! ผมจะได้เกาะคุณถนัดขึ้น และถ้าคุณดิ้นแบบนี้ตัวคุณจะโดนแผล มันเจ็บ"
เขาพยายามข่มกลั้นต่อความปวด ถึงจะเจ็บขนาดไหนก็ต้องทน เพราะการได้ใกล้ชิดแบบนี้เป็อะไรที่เสี่ยงต่อการโดนตบได้เช่นกัน
"บ้าสิ! นี่ไม่ได้เรียกเกาะแล้ว เจ็บแผลก็ปล่อยสิคุณ เดี๋ยวแผลแยกหรืออาจมีเืออกได้ เพิ่งผ่าตัดมาได้วันเดียว" มีร่าเสียงเขียวถลึงตาใส่ พยายามให้เหตุผล แต่เขาก็ยังเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะตอนนี้เธอกำลังถูกเขาโอบกอดไว้มากกว่า
"ก็บอกว่าอยู่นิ่ง ๆ จะได้ไม่เจ็บมาก แต่ผมมั่นใจว่าคุณคงเย็บแผลอย่างสุดฝีมือจริงไหม" ชายหนุ่มเอ่ยยิ้ม ๆ แอบมองใบหน้างอง้ำนั่นแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่ก็พยายามปรับสีหน้าไม่ให้เธอจับสังเกตได้ว่าทั้งหมดเป็เขาที่แกล้งเธอ
"ก็!" เธอหยุดพูดทันทีเพราะเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ห่างกันแค่เพียงคืบ กลิ่นอาฟเตอร์เชฟของร่างหนาลอยมาปะทะจมูก
"ปล่อยฉัน! เดี๋ยวแฟนคุณมาเห็นเข้าคงไม่ดีแน่" เธอขึ้นเสียงสูงท้วงติง
"แฟนผม? ใครเหรอ" ชายหนุ่มเลิกคิ้วยิ้มยั่วด้วยความเ้าเล่ห์
"ก็! ช่างเถอะ ถ้าไม่ปล่อยอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
นอกจากจะไม่ฟังที่คนตัวเล็กตรงหน้าขู่แล้ว หมาป่าผู้หิวโหยในคราบชายหนุ่มจึงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีก ร่างอรชรรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดใบหน้า ทำให้มันเห่อร้อนอย่างประหลาด สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย หญิงสาวรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล
ร่างสูงจุดยิ้มที่มุมปาก รู้สึกดีชะมัดเวลามีเธออยู่ในอ้อมกอด เขาใช้สายตาโลมเลียไปทั่วใบหน้าหญิงสาว ดวงตาเรียวสวย ขนตายาวเป็แพ ั์ตาสีอำพัน จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มเหมือนกลีบกุหลาบแรกแย้ม กลิ่นกายสาวบวกกับน้ำหอมกลิ่นอ่อน ๆ
ทุกสิ่งที่ประกอบกันเป็เธอ มันช่างเย้ายวนอารมณ์เขายิ่งนักกายแกร่งแทบจะลืมอาการปวดแผลไปจนหมดสิ้น ยิ่งเมื่อเธอช้อนตามอง ดวงตาหวานซึ้งคู่นั้นประสานกับดวงตาคมกริบของเขา ก็ไม่ต่างอะไรกับการโดนมนต์สะกด เหมือนโลกหยุดหมุน ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวก็ไม่ปาน
ในที่สุดก็เป็เขาเองที่หักห้ามใจตัวเองไม่ได้ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมา ค่อย ๆ ประทับจูบลงบนเรียวปากนุ่ม บดคลึงแ่เบาอย่างเชื่องช้า นุ่มนวลอ่อนโยนสมกับที่รอคอยมาหลายสิบปีเพื่อจะได้กลับมาทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้
มีร่าเบิกตากว้างด้วยความใที่ถูกจูบโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกแรกจากริมฝีปากหนาช่างอ่อนหวานละมุน รสััที่แทรกซึมผ่านเรียวปากสวยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด สองมือเรียวกำแน่นข้างลำตัว ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะผลักไส
ราฟาเอลค่อยๆ ถอนจูบออกช้าๆ อย่างแสนเสียดาย มันช่างหอมหวานละมุนเป็ที่สุด พยายามอย่างยิ่งที่จะหักห้ามใจไม่ให้จูบเธออีกครั้ง
ริมฝีปากบางบวมเป่งเผยอขึ้นเล็กน้อย หญิงสาวเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเพราะความสับสน เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ ยากที่จะรู้สติในทันทีที่เขาถอนจูบ แต่เมื่อสติกลับมาก็รู้สึกอยากตบหน้าเขาสักฉาดแต่ก็เพียงแค่คิดเท่านั้น เธอใช้สายตามองเขาด้วยความหมางเมินเรียบเฉยเ็า กลบเกลื่อนความรู้สึกอับอายที่ยอมให้เขากระทำเช่นนี้
"กลับมาทำไม" มีร่าถามกลับด้วยน้ำเสียงเ็า เขาอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามที่ทำให้ตั้งตัวไม่ทัน ดวงตาคมเข้มฉายแววตาวูบไหว เขาหรี่ตามองเธอก่อนจะตอบเสียงพร่า
"กลับมาตามสัญญา" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"สัญญาแค่ลมปากก็เท่านั้น ไม่มีอะไรให้จดจำ และจูบนี้ถือว่าทำทาน" เธอไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระ แววตาเมินเฉย ตรงข้ามกับความรู้สึกเ็ปที่พุ่งขึ้นมาในใจ
ราฟาเอลทำอะไรไม่ถูกเช่นกันเมื่อเจอท่าทีเมินเฉยของเธอ
"ปล่อย" มีร่าพูดเสียงลอดไรฟัน
ชายหนุ่มรู้สึกถึงความห่างเหินในน้ำเสียงจึงยอมปล่อยมือที่โอบกอดเธอไว้ หญิงสาวสะบัดตัวออกห่าง สาวเท้าก้าวออกไปอย่างมั่นคง ไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนคว้างอยู่ตรงนั้น มันต้องมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นแต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร เสียงรองเท้าค่อย ๆ เลือนหายไป
"ราวด์เสร็จแล้วเหรอคะคุณหมอ" เ้าหน้าที่พยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลราฟาเอลเดินสวนคุณหมอสาวตรงทางเดิน แต่เธอไม่ตอบอะไร เพียงแค่มองด้วยหางตา
"เป็อะไรของเขา" พยาบาลสาวบ่นอุบอิบ เมื่อเดินเข้ามาในห้องก็เห็นคนไข้เดินเกาะฝาผนังจะกลับไปที่เตียง
"เดินไหวไหมคะ เดี๋ยวฉันช่วยพยุง" เ้าหน้าที่พยาบาลเฝ้าไข้เดินมาพยุงเขากลับไปที่เตียง
"ขอบคุณมากครับ ช่วยปิดไฟให้ด้วย ผมจะพักผ่อนแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างสุภาพ
มีร่าแทบจะทรุดลงทันทีหลังเดินออกมาจากห้องพักของราฟาเอล เธอทำอะไรไม่ถูก รู้สึกถึงความอ่อนแอของหัวใจ เดินมาหยุดในมุมหนึ่งซึ่งห่างจากสายตาคน หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่นาทีก่อน มือเรียวสวยยกขึ้นััริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอไผล หญิงสาวยังคงรู้สึกถึงความอุ่นของริมฝีปากที่บวมเบ่ง กลิ่นกายของเขายังไม่จางหาย มันเป็จูบที่นุ่มนวลอ่อนหวาน
'มันไม่ใช่จูบแรกจากเขา'
ความรู้สึกของเธอตอนนี้บรรยายไม่ถูก รู้สึกสับสน พลันให้จิตใจล่องลอยไปในวันนั้น รู้แต่เพียงว่าอยู่ให้ห่างผู้ชายที่ชื่อราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส เป็ดีที่สุด
…
วันหนึ่ง....ในความทรงจำ
ท้องฟ้าสีครามสดใส เด็กหนุ่มราฟาเอล เธอแฮม นอนหลับใต้ต้นไม้บนเนินเขาท่ามกลางทุ่งดอกไม้หลากสี บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย หนังสือประวัติศาสตร์ปิดบังใบหน้า สาวน้อยมีร่าเดินย่องช้า ๆ มานั่งข้าง ๆ มือเล็กแอบหยิบหนังสือประวัติศาสตร์ที่ปิดหน้าออก ก่อนจะใช้เศษหญ้าแหย่เข้าไปในรูจมูกเด็กหนุ่ม สาวน้อยหัวเราะคิกคักเบา ๆ
ราฟาเอลขยี้จมูก ใช้มือโบกปัดไปมาคล้ายรำคาญอะไรสักอย่างที่มาวุ่นวายตรงใบหน้าและจมูก สุดท้ายก็ต้องลืมตาตื่น ภาพที่เห็นคือสาวน้อยใบหน้ากระจ่างใส งดงามตามวัย ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตาเรียวสวยั์ตาสีอำพัน ขนตายาวเป็แพ จมูกโด่ง กำลังหัวเราะคิกคักด้วยความสนุกที่ได้แกล้งเขา
"คงสนุกมากใช่ไหมคุณหนูมีร่า" หนุ่มน้อยถามเสียงขุ่น เขาไม่ได้โกรธอะไร ดีใจเสียด้วยซ้ำที่ทำให้สาวน้อยคนนี้ยิ้มได้ เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอ เพราะเสียงหัวเราะสดใสของเธอทำให้จิตใจของเขาเบิกบาน จากนั้นเขาจึงพยุงกายลุกนั่งหลังพิงต้นไม้ท่าทางสบาย
"สนุกสิได้แกล้งนายคืนบ้าง" สาวน้อยยิ้มอารมณ์ดี เขาชอบมองใบหน้าเธอเวลายิ้ม มันทำให้โลกสดใส
"แอบหนีคุณครูมาเที่ยวเล่นละสิ" สาวน้อยส่ายหน้าเบา ๆ
"ไม่ได้แอบหนี ตั้งใจหนีมาต่างหาก คุณแม่ไม่อยู่"
"ระวังเถอะเดี๋ยวจะโดนดุเอา" เด็กหนุ่มเตือนเพราะรู้ว่ามารดาของเธอค่อนข้างเข้มงวด
"ช่างเถอะ! เผอิญว่าวันนี้คุณครูกลับก่อนเวลาสิบนาทีและคุณแม่ไปงานเลี้ยง น่าจะกลับดึก" เด็กหนุ่มหันมายิ้ม
"วันนี้คุณหนูมิเชลไม่อยู่ละสิ"
"อือ! มิเชลไปงานวันเกิดเพื่อน เลยไม่มีใครกวนใจ" ใบหน้าเล็กเปื้อนยิ้ม
"โตขึ้นนายอยากเป็อะไร" อยู่ ๆ สาวน้อยก็หันมาถาม
"ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะอยู่ที่นี่ตลอดไปจนกว่าจะแก่เฒ่า" เขาตอบยิ้ม ๆ หันมาทางสาวน้อย
"แล้วคุณหนูล่ะ โตขึ้นอยากเป็อะไร"
"เราเลือกไม่ได้...นายก็รู้ ความฝันอยากเป็อะไรนะเหรอ ตอบยากจัง" น้ำเสียงใสนั้นเศร้าสร้อย ดวงตาเรียวสวยหม่นหมองลง
เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจ เขารู้ว่าเธอมีความฝันแต่ไม่สามารถทำตามความฝันได้เพราะมารดาของเธอได้วางอนาคตเอาไว้ให้แล้ว
"ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคุณหนู พรุ่งนี้จะพาไปเก็บลูกเชอร์รี่ที่เชิงเขาด้านโน้น" เขาชี้ไปบริเวณเนินเขาที่มีต้นเชอร์รี่สีแดงก่ำสุกเต็มต้นซึ่งอยู่ใกล้ๆ ทะเลสาบ
ทะเลสาบที่เกือบจะกลืนชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไปอย่างไม่มีวันกลับ ส่งผลให้เธอไม่ไปเล่นแถวนั้นอีกเลย
"สัญญานะ" สาวน้อยกลับมายิ้มสดใสอีกครั้ง
"อื้อ! สัญญา" ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน
"แต่ถ้าอยากรู้จะบอกให้ว่าความฝันของเราคืออะไร ความฝันของเราคืออยากเป็คุณหมอ นายเคยช่วยชีวิตเราหลาย ๆ ครั้งต่อไปเราจะช่วยนายบ้าง" คุณหนูน้อยยื่นหน้าไปกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของราฟาเอลเพื่อให้ได้ยินเพียงสองคน
ราฟาเอลได้ยินดังนั้นจึงหันหน้าไปทางสาวน้อย ใบหน้าทั้งสองชนกันอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งคู่มองหน้ากัน ส่งยิ้มอย่างจริงใจ เขายื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ สาวน้อยยิ้มเขินหน้าแดง เธอก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย หนุ่มน้อยราฟาเอลหัวเราะกับท่าทางของคุณหนูของเขา จึงเชยคางเล็ก ๆ ขึ้นประทับจูบอย่างแ่เบาและรีบถอนริมฝีปากออกทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ เขารีบเสมองไปทางอื่นด้วยความเขิน เล่นเอาสาวน้อยตาโตใ ใบหน้าแดงไปถึงใบหู แล้วหมัดน้อย ๆ ก็รัวมาเป็ชุดใส่เขาไม่ยั้ง
"โอ๊ย! เจ็บ คุณหนูเบา ๆ" ราฟาเอลหัวเราะชอบใจ มองใบหน้าของสาวน้อยที่แดงก่ำปานลูกเชอร์รี่ เธอคงน่าจะทั้งโกรธทั้งอาย เขารวบมือน้อย ๆ สองข้างเอาไว้พร้อมกับเอ่ยว่า
"นายราฟาเอล เธอแฮมคนนี้จะคอยดูแลและปกป้องคุณหนูตลอดไป สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย" เด็กหนุ่มให้สัญญาเสียงหนักแน่น
สาวน้อยยิ้มเอียงอาย ราฟาเอลปล่อยมือของเธอพร้อมกับชูนิ้วก้อยตนเองขึ้นมา มีร่าลังเลเล็กน้อยแต่ก็ชูนิ้วก้อยเกาะเกี่ยวกันไว้ นิ้วก้อยที่ประสานกันดั่งคำมั่นสัญญาของเด็กสองคน เป็มิตรภาพและความสัมพันธ์ที่งดงาม
"สัญญาว่าเราจะดูแลกันและกันตลอดไป" เขาย้ำอีกครั้ง สาวน้อยมีร่ายิ้มสดใส ทั้งคู่ต่างหัวเราะให้กันและกัน
"กลับกันเถอะ ค่ำแล้ว เดี๋ยวป้ามาร์ธาจะดุเอา เราจะเดินไปส่งคุณหนู"
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาส่งมือให้เธอ สาวน้อยมีร่าคว้ามือนั้นไว้ เขาฉุดรั้งเธอให้ลุกขึ้นยืน ทั้งคู่เดินจับมือกันกลับบ้าน สาวน้อยส่งยิ้มหวานเป็รอยยิ้มที่สดใสของสาวแรกแย้ม มันช่างงดงามใสกระจ่าง
…
'บ้าที่สุด! เราเป็อะไรไป ทำไมต้องนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นด้วยนะ'
มีร่ายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยใจล่องลอย พยายามทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งก่อนหน้าและเมื่อไม่นานมานี้
จูบแรก คำมั่นสัญญาที่เคยให้กัน
'มันจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป'