ตอนที่17: อาหู่พิโรธ:การลงโทษที่บริสุทธิ์
I. ผู้รุกรานที่มาพร้อมความโลภ
ข่าวลือเกี่ยวกับ"ปรมาจารย์ผู้เร้นกาย" ในหมู่บ้านซ่อนัแพร่สะพัดไปทั่ว จนกระทั่งไปถึงหูของกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่เน้นการหาผลประโยชน์และไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆ กลุ่มนี้เรียกว่า "กลุ่มหัตถ์เงา"
พวกเขาไม่เชื่อเื่ความเรียบง่ายแต่เชื่อว่าร้านค้าของชิงซวนเต็มไปด้วย สมบัติเซียนโบราณ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าขี้ริ้วและไม้ผุพัง
ในคืนหนึ่ง กลุ่มหัตถ์เงาห้าคน(มีพลังเฉลี่ยในระดับ รวมปราณขั้นสูงสุด)ได้ลอบเข้ามาในหมู่บ้านซ่อนัอย่างเงียบ ๆพวกเขาวางแผนที่จะขโมยสิ่งของที่พวกเขาเชื่อว่าเป็ "ของวิเศษ" ในร้านของชิงซวน โดยเฉพาะ กู่ฉินเก่าและ กระดานหมากรุกไม้
พวกเขาใช้คาถาผนึกเสียงเพื่อไม่ให้ใครได้ยินและพังประตูหลังร้านของชิงซวนด้วยพลังปราณทันที
II. สัตว์เทพผู้พิทักษ์ (อาหู่ แมวส้ม)
ทันทีที่พวกเขาบุกเข้ามาในร้านพวกเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็น แมวส้มตัวอ้วนกลม ที่กำลังนอนหลับอยู่บน เตาไฟดินเผา (แท่นบำเพ็ญฌาน) มันคือ อาหู่ สัตว์เลี้ยงของชิงซวนที่เต็มไปด้วยไอปราณเซียนา
“ระวัง!”หัวหน้ากลุ่มหัตถ์เงากระซิบ “แมวตัวนี้อาจเป็ 'สัตว์เทวะผู้พิทักษ์'ที่ปรมาจารย์ทิ้งไว้! แต่ดูจากรูปลักษณ์ที่ี้เีของมันพลังคงถูกผนึกไว้มากมาย เราเพียงแค่ต้องทำให้มันสลบ!”
หัวหน้ากลุ่มพุ่งเข้าหาอาหู่ด้วย ฝ่ามือผนึกปราณที่รุนแรง หวังจะทำให้มันสลบอย่างรวดเร็ว
อาหู่ที่กำลังนอนหลับสบายอยู่รู้สึกรำคาญที่ถูกรบกวนการนอนมันลืมตาขึ้นเล็กน้อย และเห็นมือที่เต็มไปด้วยปราณมลทินพุ่งเข้ามา
อาหู่ไม่ได้ใช้พลังเซียนใด ๆ เลยมันเพียงแค่ ตะปบ มือของหัวหน้ากลุ่มด้วย "อุ้งเท้าส้ม" อย่างี้เีเหมือนกำลังเล่นกับแมลงวัน
III.ผลของการลงโทษที่บริสุทธิ์
ปังงงง!
อุ้งเท้าธรรมดาของอาหู่(ซึ่งมีน้ำหนักและพลังของเทพเซียนา) ได้ส่งแรงกระแทกอันมหาศาลที่เกิดจากการ "ทำลายพลังปราณทั้งหมดในตัวผู้บุกรุก"
หัวหน้ากลุ่มหัตถ์เงาถูกตะปบกลับอย่างรุนแรงพลังปราณทั้งหมดในร่างของเขาสลายไปในทันที เขาร่วงลงพื้นด้วยสีหน้าใสุดขีดและกลายเป็ คนธรรมดา ที่มีกำลังน้อยกว่าเด็กสิบขวบ!
“พลังปราณข้า...หายไปหมดแล้ว!” หัวหน้ากลุ่มกรีดร้องอย่างเงียบ ๆ(เพราะคาถาผนึกเสียงยังทำงานอยู่)
สมาชิกกลุ่มที่เหลือเห็นเหตุการณ์นี้ก็ตกตะลึงพวกเขาไม่กล้าโจมตีอีกแต่รีบใช้คาถาป้องกันปราณทั้งหมดที่พวกเขามีเพื่อปกป้องตัวเอง
อาหู่เบื่อที่จะเล่นต่อมันสะบัดหางหนึ่งครั้ง พลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังของมันได้สลายคาถาป้องกันปราณทั้งหมดในบริเวณนั้นทำให้ คาถาผนึกเสียงถูกยกเลิก!
IV. ความวุ่นวายและการยอมรับการลงโทษ
“นี่คือ 'ฝ่ามือเทพที่ผนึกพลัง'!” สมาชิกคนหนึ่งะโออกมาด้วยความตื่นตระหนก“สัตว์เทวะตัวนี้ได้ ชำระล้างปราณมลทิน ของผู้นำเราแล้ว! มันคือการ 'ลงโทษที่บริสุทธิ์'!”
กลุ่มหัตถ์เงาที่เหลือไม่ได้วิ่งหนีพวกเขาทรุดตัวลงและคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง
“ข้าผิดไปแล้วท่านสัตว์เทวะ!ข้าขอโทษที่บุกรุก 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์' ของท่านปรมาจารย์!”
เสียงเอะอะโวยวายทำให้ ชิงซวน และอวี้ ซาน ที่นอนอยู่ในเรือนข้าง ๆ ตื่นขึ้นมา
ชิงซวนเดินออกมาด้วยชุดนอนที่ยับยู่ยี่และเห็นกลุ่มชายชุดดำห้าคนกำลังคุกเข่าอยู่หน้าประตูที่พังและมีแมวส้มตัวหนึ่งนั่งเลียอุ้งเท้าอย่างสบายอารมณ์
“โอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้นนี่?”ชิงซวนมองดูประตูที่พังด้วยความไม่เข้าใจ “นี่มันดึกแล้วนะ!พวกท่านบุกเข้ามาทำไมกัน?”
หัวหน้ากลุ่มหัตถ์เงาที่ตอนนี้กลายเป็คนธรรมดาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านชิงซวน! โปรดลงโทษข้าด้วย!ข้าได้บุกรุกเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต! 'เทพวารี' ของท่านได้ลงโทษข้าด้วยการ 'ชำระล้างปราณมลทิน' จนหมดสิ้นแล้ว!”
ชิงซวนมองไปที่อาหู่ที่ทำหน้าเหมือนไม่รู้เื่แล้วมองไปที่ประตูที่พัง
“อืมมม...ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปราณของท่านนะ” ชิงซวนพูดอย่างเหนื่อยใจ“แต่ท่านทำประตูหลังร้านข้าพังนะ! ท่านต้องรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยนะ!”
V. บทสรุป: ค่าเสียหายที่แสนคุ้มค่า
กลุ่มหัตถ์เงาที่ถูกลงโทษรู้สึกซาบซึ้งใจกับความ"เรียบง่าย" ของการลงโทษ!
กลุ่มหัตถ์เงารีบเสนอ หินปราณขั้นสูงและ วัตถุดิบหลอมโอสถหายาก จำนวนมากเพื่อ "จ่ายค่าซ่อมประตู"
ชิงซวนเห็นหินและสมบัติที่สวยงามเหล่านี้ก็ยิ้มอย่างยินดี
“โอ้โห!พวกท่านใจกว้างจัง! หินพวกนี้สวยมากเลยนะ! เอาล่ะ! ข้ายกโทษให้พวกท่านแล้วนะ!แต่คราวหลังถ้าจะมา ก็มาทางประตูหน้าดี ๆ ก็ได้!”
ชิงซวนนำ หินปราณขั้นสูง ไปกองรวมไว้กับก้อนหินแม่น้ำที่หลี่ิเพิ่งย้ายออกไปอวี้ ซาน (จักรพรรดิเซียน) มองดูการกระทำนี้ด้วยความตกตะลึง: “ท่านปรมาจารย์ใช้ 'หินปราณระดับสูง'เป็แค่ 'วัสดุก่อสร้างธรรมดา'!ท่านไม่เห็นค่าของความมั่งคั่งเลยแม้แต่น้อย!”
กลุ่มหัตถ์เงาที่ถูกลงโทษก็เดินทางออกจากหมู่บ้านด้วยความศรัทธาอย่างหาที่สุดมิได้พวกเขากลายเป็ ผู้เผยแผ่เื่ราวความยิ่งใหญ่ ของ "สัตว์เทวะผู้พิทักษ์ (อาหู่)" และ "การลงโทษที่นำไปสู่การไถ่บาป" ของปรมาจารย์ชิงซวน!
ส่วนชิงซวนเดินกลับไปนอนอย่างสบายอารมณ์และคิดในใจ: “ดีนะที่คนพวกนี้มิใช่หัวขโมยโดยสันดานคงเหมือนกลุ่มเด็กวัยรุ่นในโลกเดิมของเขาที่แค่้าแสดงอำนาจแล้วกลับไปโอ้อวดกันในหมู่เพื่อนฝูงถึงความกล้าหาญของตัวเอง ไม่ได้มุ่งหวังทำร้ายใคร ไม่งั้นข้าคงต้องแย่แน่ๆ แต่ยังไงพรุ่งนี้ต้องรีบหาช่างมาซ่อมประตูหลังร้านให้แข็งแรงมั่นคงกว่าเดิมซักหน่อยซะแล้ว!”