ยามเช้าในตลาดสดที่วุ่นวาย เจ๊หวาน ผู้เป็แม่ค้าลูกชิ้นทอดคนดังยืนประจำการอยู่ที่ร้านของเธอ กลิ่นลูกชิ้นทอดหอมกรุ่นลอยไปทั่วบริเวณ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของลูกค้ามากกว่านั้น คือ เจ๊หวาน ผู้มีเสน่ห์เกินต้านทาน
เจ๊หวาน ไม่ใช่แค่แม่ค้าธรรมดา เธอเกิดมาพร้อมกับเรือนร่างที่ใคร ๆ ต้องเหลียวมอง แม้จะอายุ 45 ปี แต่เธอคงความสวยเซ็กซี่ไว้เหมือนนาฬิกาหยุดเดิน เสื้อคอกว้างที่เธอสวมใส่เผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มที่พลิ้วไหวไปมาตามจังหวะการทอดลูกชิ้น ไม้ละ 5 บาทของเธอกลับดูเหมือนมีมูลค่ามากขึ้นในสายตาหนุ่ม ๆ
ในขณะที่มือของเจ๊หวานพลิกลูกชิ้นอยู่บนกระทะอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาของเธอก็ส่งสายตาขี้เล่นเล็ก ๆ ไปยังลูกค้าชายที่ยืนรอคิว ทำเอาใครต่อใครใจเต้นแรงไม่เป็จังหวะ เสียงหัวเราะสดใสของเธอกลายเป็เพลงประกอบตลาดในยามเช้า
หนุ่ม ๆ ในตลาดพูดถึง เจ๊หวาน กันอย่างไม่มีหยุดหย่อน “ลูกชิ้นเจ๊หวานนะ ไม่ได้อร่อยแค่ลูกชิ้น แต่คนขายนี่แหละตัวเด็ด!” เป็คำพูดที่ถูกส่งต่อจากปากต่อปาก ไม่ว่าจะเป็วินมอเตอร์ไซค์ เด็กส่งของ พ่อค้าผัก หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่แวะมาแถวนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมาซื้อของจากเธอ
แม้ว่าจะมีบางวันที่ร้านของเธอขายดีจนลูกชิ้นแทบไม่พอขาย เสียงหัวเราะของเจ๊หวานดังไปทั่วตลาด แต่ในทางกลับกัน ก็มีหลายวันที่ลูกค้าบางตา กระทะน้ำมันร้อนฉ่ากลับว่างเปล่าจนชวนให้ใจหาย รายได้ที่ไม่แน่นอนกลายเป็ปัญหาที่เริ่มลุกลามจากเล็กน้อยไปจนถึงขั้นร้ายแรง
สาเหตุที่ทำให้การเงินของเจ๊หวานเริ่มเข้าสู่จุดวิกฤต ไม่ได้มาจากลูกชิ้นที่ขายไม่ได้เท่านั้น แต่ยังมาจากนิสัยใช้เงินมือเติบของเธอเอง เจ๊หวานชอบความหรูหรา เธอมีความสุขที่ได้อวดกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ สวมรองเท้าส้นสูงราคาแพง และฉีดน้ำหอมกลิ่นหรูที่ลอยไปถึงท้ายตลาด เธอมองว่าภาพลักษณ์เป็สิ่งสำคัญ เพราะมันช่วยดึงดูดลูกค้าและทำให้เธอรู้สึกมั่นใจ
แต่การตามใจตัวเองจนเกินไปกลับทำให้เธอเริ่มติดหล่ม เธอใช้เงินจากการขายลูกชิ้นไปกับเสื้อผ้า กระเป๋า และการเลี้ยงสังสรรค์จนลืมคิดถึงวันขายไม่ดี พอถึงเวลาที่เงินขาดมือ เธอเริ่มหมุนไม่ทัน ค่าน้ำมันสำหรับทอดลูกชิ้น ค่าเช่าที่ ค่าวัตถุดิบ ทั้งหมดนี้กองรวมกันเป็ภาระที่เธอไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
เจ๊หวานยืนมองกระทะลูกชิ้นที่ค่อย ๆ ลดจำนวนลง เธอถอนหายใจเบา ๆ ในใจรู้ดีว่าต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง หากยังปล่อยให้ความฟุ่มเฟือยเป็นาย การค้าของเธออาจพังลงอย่างไม่มีวันกลับมาได้
ในหัวของเจ๊หวานมีคำถามมากมายที่ผุดขึ้น "ฉันจะทำยังไงต่อดี?"
ใน่บ่ายแก่ ๆ ที่ร้านลูกชิ้นของ เจ๊หวาน ดูเงียบเหงากว่าปกติ เจ๊หวานยืนทอดลูกชิ้นอยู่หน้ากระทะด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มที่พยายามซ่อนความเครียดในใจ ปัญหาเื่การเงินที่ค่อย ๆ กดดันเธอเหมือนเงาตามตัว ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงทุ้ม ๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าร้าน
"เจ๊หวาน! หุ่นยังอวบเหมือนเดิมเลยนะ! ลูกชิ้น 5 ไม้ครับ!"
เสียงที่ฟังดูหยาบโลนปนขี้เล่นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง เ้าของเสียงคือ ไอ้จ้อน หนุ่มขาประจำของร้าน ที่ทั้งตลาดรู้กันดีว่าเขาชอบพูดจาทะลึ่งตึงตังทุกครั้งที่มาอุดหนุน แม้คำพูดของเขาจะดูเหมือนแซวเล่นแบบไม่นึกถึงมารยาท แต่สำหรับเจ๊หวาน นี่เป็ส่วนหนึ่งของ "จุดเด่น" ที่ทำให้ร้านของเธอมีสีสัน
เธอยิ้มหวานและตอบกลับด้วยเสียงหยอกล้อที่แฝงไปด้วยความเป็กันเอง"อวบสิ! จะให้ผอมได้ไง กินลูกชิ้นร้านตัวเองทุกวัน นี่เอาเพิ่มอีกไม้ไหมล่ะ จะได้อวบเหมือนเจ๊!"
"แต่บอกตรง ๆ นะ ผมอยากกินเจ๊มากกว่า"
คำพูดของเขาทำให้คนที่ยืนรอคิวข้าง ๆ หันมองด้วยรอยยิ้มขำ ๆ บ้าง และแอบขัดเขินแทนเจ๊หวานบ้าง แต่เ้าของร้านกลับไม่ได้แสดงท่าทีใหรือลำบากใจแม้แต่น้อย เธอส่งสายตาขี้เล่นกลับไป พร้อมหัวเราะเบา ๆ พลางตอบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนแต่ไม่เสียมารยาท
"อุ๊ย! ถ้าจะกินเจ๊ ก็ต้องจ่ายเพิ่มนะคะ แต่ตอนนี้ขอเสิร์ฟลูกชิ้นก่อน!"
คำตอบของเจ๊หวานเรียกเสียงหัวเราะจากลูกค้าคนอื่น ๆ ทันที ชายคนนั้นยิ้มแปลก ๆ พร้อมจ้องเธอด้วยสายตาที่แฝงด้วยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับเจ๊หวานเลย เธอคุ้นเคยกับสายตาแบบนี้มานาน และเธอก็เลือกที่จะรับมือด้วยความสุขุมและความเป็มืออาชีพ
เธอหยิบลูกชิ้น 5 ไม้ใส่ถุงอย่างคล่องแคล่ว แล้วส่งให้ลูกค้าพร้อมรอยยิ้ม"นี่ค่ะ ลูกชิ้นร้อน ๆ น้ำจิ้มแซ่บ ๆ กินแล้วฟินแน่นอน"
ชายคนนั้นยื่นเงินให้พลางหัวเราะ "ก็เจ๊ทำให้มันแซ่บเองนี่นา ขอบคุณครับเจ๊"
หลังจากที่เขาเดินจากไป เจ๊หวานยังคงทอดลูกชิ้นต่อด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่ในใจลึก ๆ เธอก็แอบรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่ตัวเองมีต่อคนรอบข้าง แม้บางครั้งคำพูดหรือสายตาของลูกค้าจะดูเกินเลยไปบ้าง แต่เธอก็รู้ดีว่าความเย้ายวนและเสน่ห์ส่วนตัวของเธอเป็อาวุธสำคัญในงานนี้
หลังจากที่ทำงานขายลูกชิ้นมาทั้งวัน เจ๊หวานเดินเข็นรถเข็นกลับบ้านอย่างเหนื่อยล้า ร่างกายที่อ่อนล้าแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นกลับสู่บ้านหลังเล็กที่เธอใช้เป็ที่พักพิงให้กับตัวเอง ทุกก้าวที่เดินดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นเมื่อคิดถึงความเครียดจากการหมุนเงินที่ไม่ทัน และปัญหาต่าง ๆ ที่เริ่มทับถม แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอต้องสู้ต่อไป
เมื่อถึงบ้าน เจ๊หวานจอดรถเข็นไว้ที่ข้างบ้านแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน เธอเปิดน้ำอุ่นให้พออ่อน ๆ พรมไปตามผิวกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อ เหมือนกับการปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดออกไปพร้อมกับน้ำที่ไหลลงจากร่างกาย
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เจ๊หวานเปลี่ยนเป็ชุดนอนบางเบาที่เธอชอบสวมใส่ สวมชุดนอนที่ทั้งสบายและเบาสบายบนร่างกายมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างมากในยามค่ำคืน ชุดนอนที่ดูธรรมดาในสายตาคนทั่วไป กลับเผยให้เห็นเรือนร่างที่งดงามและอ่อนเยาว์ของเธอที่แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่อย่างแท้จริง
เจ๊หวานมักจะมองตัวเองในกระจกระหว่างที่สวมชุดนอนหน้าอกของเธอนั้นอวบอิ่มจนหัวนมของเธอนั้นตั้งเต้าเรือนร่างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ผู้ชายมองดูผิวเผินแต่เพียงภายนอกยังเกิดความรู้สึกหลงใหล เรียวมือที่ขาวเนียนของเธอค่อยๆลูบไล้หน้าอกของตัวเองอย่างเช้าๆเธอค่อยๆบีบนวดคลึงมันอย่างอ่อนโยน
อื้อ....เธอเคร่งเครียดมาจากการทำงานตลอดทั้งวันการปลดปล่อยด้วยตัวเองเป็วิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายจากการเหนื่อยล้าดีที่สุดแม่ค้าสาวสุดแซ่บนั้นแท้ที่จริงแล้วตัวของเธอไม่ได้แซ่บแต่เพียงภายนอกเท่านั้นแต่ภายในของเธอนั้นก็เต็มไปด้วยความเร่าร้อน
ในระหว่างที่อารมณ์สุดแสนจะเร่าร้อนกลืนกินจิตใจนั้นเธอค่อยๆหยิบสิ่งของสิ่งหนึ่งที่ตัวของเธอสั่งมาจากอินเทอร์เน็ตเมื่อไม่กี่วันก่อน รูปร่างของมันนั้นมีลักษณะดูเหมือนอวัยวะเพศชายขนาดของมันนั้นมีความใหญ่ยาวอย่างน่าเหลือเชื่อแทบที่จะพอๆกับท่อนแขนของเธอ เจ๊หวานดูดเลียท่อนเนื้อปลอมอย่างหิวกระกายเสียงกระเส่าของเธอนั้นทำให้ภายในห้องเช่าแห่งนี้เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอย่างถึงขีดสุด
อู๊ยยย อ๊า....เธอสอดใส่ท่อนเนื้อชิ้นเข้าไปภายในเรือนร่างของเธอ ความเสียวกระสันที่ได้รับทำให้ขนลุกขนชันไปหมดเพราะขนาดของมันนั้นแทบที่จะเต็มรูของเธอทำให้แม่ค้าลูกชิ้นผู้นี้สามารถััรับรสความเสียวได้อย่างเต็มที่น้ำแห่งความปรารถนาของเธอไหลเยิ้มออกมาอย่างร้อนแรงเธอยัดมันเข้าไปภายในเรือนร่างของเธอทั้งหนักหน่วงขึ้นและรุนแรงยิ่งขึ้น
อื้อ.....เพียงชั่วอึดใจเรือนร่างที่สุดแสนจะอวบใหญ่ของเจ๊หวานนั้นสั่นกระตุกไปมาอย่างเร่าร้อนหลังจากที่อารมณ์ของเธอปลดปล่อยออกมาใน่เวลานี้ตัวของเธอหายใจกระเส่าออกมาอย่างเย้ายวนเมื่อระบายความเร่าร้อนความเครียดภายในใจก็ค่อยๆเบาบางลงไปด้วย