พอคิดว่าคนไข้รายนี้มีเืออกในสมองแน่นอน จึงรีบเขียนรายงานส่งให้หมอและพาเดินไปในห้องทันที
“ว่าไงนักศึกษาคนไข้นี้เป็อะไรมา “ หมอถาม
" ผมคิดว่า คนไข้มีอาการเบื้องต้นของคนที่มีเืคั่งในสมองครับ"
“ ฮ้า อะไรนะ ดูแล้วยังปกติดี คนไข้คุณปวดหัวมากไหม” หมอถามคนไข้
“ มากเลยครับ ตอนนี้นอนไม่ได้เลย และปวดมากขึ้นด้วยครับ”
"อาจารย์เราควรส่งไปตรวจเอกซเรย์สมองโดยด่วนนะครับ เท่าที่ผมดูจาก เส้นเืที่เข้าและออกที่ขมับของเขา มันไหลเวียนไม่เท่ากัน” เทียนบอกอาจารย์หมอใถามว่า
" เธอรู้ได้ไงว่าเส้นเืซ้ายขวาไหลเวียนไม่เท่ากัน “
" ใช้นิ้วััครับ ข้างซ้ายที่เข้าจะไหลแรงกว่า ข้างขวาเบากว่ามากครับคาดว่ามีเืไหลออกจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มากถ้ารักษาตอนนี้ ก็แค่เพียงเจาะรูแล้วดูดเืที่คั่งออกมาก็จะหายปวด พักฟื้น ไม่เกิน 3-5วันก็กลับได้ครับ” เทียนพูดไปด้วยน้ำเสียงปกติ แต่หมอกลับใหลังจากได้ยินเื่นี้
“ เอาล่ะพยาบาลมาพาคนไข้ไปเอกซเรย์สมองแล้วเราค่อยมาดูผลกัน” หมอรีบสั่งการพยาบาลเสร็จ
พอคนไข้ออกไปหมอเอ่ยถามว่า
“ นักศึกษาคุณอยู่ปี 3 หรือ ทำไมรู้เื่เส้นเืเข้าออกสมองได้ยังไง “
" อ่านจากแพทย์แผนจีนในอินเตอร์เนต เอาครับ “เทียนตอบตามจริง
“ อืม เดี๋ยวมาดูผลกันอีกสักพัก เอาล่ะไปตรวจคนต่อไปเถอะ” หมอสงสัยว่าถ้าเด็กคนนี้คาดการณ์ไว้เป็เื่จริงละก็ โอ อัจฉริยะชัดชัดเลย
หลังจากนั้นคนไข้คนที่ 2 เข้ามาตรวจเป็ชายวัย 70 ปีมากับหลานสาวคนหนึ่งแต่ว่านั่งรถเข็นมาบอกเดินไม่สะดวก ดูจากประวัติที่พยาบาลทำมา ให้ ชายผู้นี้มีโรคหัวใจ มาเพื่อพบหมอประจำ ตอนนี้บอกไม่มีอาการอะไร หลังจากทำการบอลลูนหัวใจไปแล้ว เทียนเลยสังเกตดวงตารู้สึกผิดปกติ และจับชีพจร คนไข้ท่านนี้ไปด้วย แล้วถามว่า คนไข้ตารู้สึกพล่ามัวใช่ไหม
“ใช่ครับ ผมมองไม่ค่อยเห็นมานานแล้ว “ คนไข้เอ่ย นี่มันไม่ใช่เื่ปกตินะครับ เท่าที่ดูนี้เป็เพราะเบาหวานขึ้นตา แน่นอน หนำซ้ำคนไข้ ยังเป็ต้อกระจกอีกด้วย ผมว่าเสร็จจากตรงนี้ไปเข้าเครื่องเอกซเรย์ตา ที่หมอตาเลยนะทิ้งไว้ ไม่เกิน 3 เดือน อาจจะบอดได้นะครับ แต่ถ้ารักษาก็จะหายดีกลับมามองชัดได้อีกครั้ง นะครับ และรู้สึกว่าตอนนี้คนไข้เป็เบาหวานด้วยนี่ ค่าไตก็เริ่ม ต่ำ นี่อาจเป็เพราะกินยามากไปแน่เลยเดี๋ยวให้หมอปรับยาให้ใหม่ และเป็ยาที่ไม่ทำร้ายไต ด้วยนะครับ ไปเข้าพบหมอกัน" เทียนพาเข้าพบหมอทันที พอฟังเทียน รายงานเสร็จก็มองไปที่เทียนและคนไข้อีกครั้ง
" คุณรู้ได้ไง ค่าไตคนไข้ต่ำ และเป็เบาหวาน แถมขึ้นตาอีกต่างหาก ยังไม่ได้ตรวจเืเลย “ หมอเริ่มสงสัย
" จับชีพจร มองหน้า ถามอาการ ก็พอจะทราบแล้วครับ “ เทียนพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา
“ พยาบาล พาคนไข้ไปตรวจเืระดับสมบูรณ์ แล้วพาไปหาหมอตาตรวจเบาหวานขึ้นตา หรือเป็ต้อกระจกหรือไม่ แล้วเอาผลมาให้ผมด่วน” หมอพูดอย่างเร็ว
คนที่ สาม เป็เด็กวัย 12 ปี มีอาการปวดท้อง เอานิ้วจิ้มที่ท้องด้านซ้ายก็มีอาการสะดุ้ง
เทียนบอกให้รีบรักษาด่วน น่าจะเป็นิ่ว เริ่มอักเสบแล้ว เพราะเด็กไข้ขึ้นสูงหมอก็ถามเหมือนเดิม เทียนก็ตอบตามเดิม “พยาบาลพาไปตรวจเืและเอกซเรย์ถ้าเป็นิ่วแจ้งหมอศัล ผ่าออกเลย และแจ้งผลให้ผมด้วย” หมอสั่งพยาบาลเหมือนเดิม
คนที่ สี่ เป็ชายวัน 50 ปี มาถึง เทียนแค่มองที่หน้าและเห็นเท้าบวม จับดูชีพจร ฟังเสียงหน้าอกคล้ายน้ำเดือด แจ้งหมอให้จับแอตมิดที่โรงพยาบาลเลย คนไข้น้ำท่วมปอด
คนที่ ห้า เป็ไข้หวัดใหญ่
คนที หก เป็โรคปากเท้าเปื่อย
คนที่ เจ็ด เป็ลำไส้อักเสบ
คนที่แปด เป็ ถุงลมโป่งพอง
คนที่เก้า เป็ โรคหอบหืด
คนที่ สิบ เป็ โรคมะเร็งขั้นแรก
ทั้งสิบคน หมอเซ็นให้เทียนผ่านทั้งหมด เพราะผลตรวจมาทุกคนตรงกับที่เทียนวินิจฉัยโรคบอกไว้ทุกคน จนอาจารย์ หมอจอน ได้คุยกับเทียนว่าถ้าสอบผ่านแล้วพวกเรามากินข้าวคุยกันนะ หลังจากนั้เทียนก็เดินไปรอหน้าห้อง ฉุกเฉิน ต่อไปแล้วทั้งหมด 50 คนก็มาพบกันที่จุดนัดพบ เ้าอ้วนหัวเสีย บอกเพื่อนว่า
“ โอ้ยไม่นึกว่าตรวจคนไข้ของจริงนี่ยากกว่าตำราเยอะเลย นี้ฉันผ่านไปแค่ 6 “เ้าผอมบอกว่า
“ ฉันซิแย่กว่า ผ่านแค่ 5คนเอง”
ริษา ผ่าน 8 คน อันอัน ผ่าน 7 คน คุณชายกรผ่าน 7 คน เทียนผ่าน 10 คน
“ โอ้นายนี่เหนืุ์จริงจริง “ อันอันหันมาพูดใส่เทียนด้วยความอิจฉา
คุณชายกรก็เริ่มรู้สึกทึ่งในความสามารถของเทียนเช่นกัน แต่ไม่แสดงออก
“ เทียน ฉันว่าเย็นนี้สอบเสร็จนายไปพบพ่อฉันเลยดีกว่า”ริษา พูดด้วยความตื่นเต้นอยากให้พ่อเจอกับเทียนเร็ว เร็ว
“ ไว้ก่อน วันนี้สอบเสร็จ นัดกับแม่และน้องทำบาบีคิวกินกันน่ะ “เทียนกล่าวปฏิเสธไป
"เอาล่ะทุกคนเข้าไปในห้องฉุกเฉินได้เลย แล้วเอาบันทึกมาส่ง และเอาบันทึกใหม่ไปด้วย”ผู้คุมสอบสั่งการ
" ทุกคนฟังก่อนทั้ง 50 คน ไปที่เตียงละคน มีเตียงฉุกเฉินในนี้ 100 เตียง ถ้าใครทำปฐมพยาบาลเตียงตนเองเสร็จก็แจ้งหมอประจำห้องฉุกเฉิน เพราะมีหมอแค่ 10 คนเท่านั้น หากเจอเคสหนัก ถ้าไม่ไหวให้รีบแจ้งหมอประจำทันที อย่าอวดเก่ง เข้าประจำเตียงได้” ผู้คุมสอบแจ้งรายละเอียดยิบ
ฟังจบทุกคนก็เริ่มไปประจำเตียง ซึ่งมีคนไข้นอนรอหมออยู่ก่อนแล้ว คนแรก แขนหัก เทียนเห็นแผลแล้วก็ยิ้ม แผลพวกนี้ชาติก่อนเขารักษาแป๊บเดียวก็หายแล้ว คนไข้นี้ตกบันไดแขนหัก ไม่มีาแแต่กระดูกผิดรูป
"เอาล่ะคนไข้ส่งมือมาเจ็บนิดเดียวนะ" แล้วเทียนก็เป่ามนต์ขยายกระดูกเข้าไป แล้วเทียนก็จับแขนบิดกลับให้เข้าที่ คนไข้ยังไม่ทันร้องเลยก็หายแล้วพยาบาลฉุกเฉินเห็นแล้วใ เคสนี้หมอบอกว่าหนักต้องผ่าตัดจัดกระดูกใหม่ แต่นักศึกษาแพทย์คนนี้กลับจับแขนบิดทีเดียวหายแล้ว
หลังจากนั้นพยาบาลก็เลย ประกบกับเทียนทันที แล้วถามว่า ช่วยเตียงอื่นอีกได้ไหม เทียนพยักหน้าทันที พยาบาล ก็พาไปรักษาคนไข้ ที่ขาหัก แขนหัก แบบนี้ 6-7 เคส พอเทียนรักษาจับแขน บิด ไปมา จับขาดึงขึ้นดึงลง แล้ว 7 คนล้วนหายเป็ปลิดทิ้ง เทียนไม่ต้องเขียนรายงานเลย พยาบาลเขียนรายละเอียดแทนให้เสร็จ
“ หมอคะ มีเคสหนักคนไข้ถูกรถชน กระดูกโผล่ทะลุเนื้อ รักษาได้ไหม” พยาบาลไม่เรียกเทียนว่านักศึกษาฝึกหัดแล้ว เรียกหมอเลยดีกว่า
“พาผมไปดู” พอเทียนเห็นกระดูกหน้าแข้ง แตกออกมาทะลุเนื้อแล้วก็จับชีพจรคนไข้ พยาบาลรายงานว่า มีหมอผ่าตัดมาดูแล้วให้รออีก 3 ชั่วโมงได้แต่ฉีดมอร์ฟีนให้คนไข้เพราะแผลขนาดนี้ยาแก้ปวดเอาไม่อยู่
“ ไม่เป็ไร เตรียมเข็มกับด้ายเย็บมา คุยช่วยเป็ผู้ช่วยข้างๆผมด้วยละกัน"
หลังจากนั้นเทียนก็เริ่มล้างแผลให้คนไข้อีกครั้ง แล้วท่องมนต์ขยายกระดูก แบบเบาเบาไม่มีใครได้ยิน และยังปิดหน้าด้วยแมสอีก จึงไม่เป็ที่สงสัย พอดึงกระดูกขยายออก ก็ค่อยจัดกระดูกที่แตกให้เข้าประสานกันตามเดิมเืเริ่มไหลออกมากขึ้นตามรอยที่ขยับ เทียนเลยใช้นี้วกดไปทีจุดเส้นเืใหญ่ วิธีนี้เืจะไหลน้อยลง หลังจากนั้นเทียนก็เย็บแผลนั้นทันที พยาบาลมองขั้นตอนที่เทียนทำจนลืม ส่งเข็ม ด้าย กรรไกรตามที่เทียนเอ่ยขึ้นทั้งสอง ได้แต่มองคนไข้
โดยหารู้ไม่ว่า ทั้งหมอประจำ และนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดทั้งหลายต่างก็มองเคสนี้กันด้วยความตะลึง ไม่ว่าจะเป็วิธีดึงกระดูกให้เข้าที่ วิธีห้ามเือันน่ามหัศจรรย์ และวิธีเย็บอันสวยงาม คนไข้เองก็ใ ว่าทำไมเค้าไม่รู้สึกเจ็บซักเท่าไรเลย แคสนี้มีนักศึกษาบางคนถ่ายคลิปไว้ด้วย
“ เสร็จแล้ว" พยาบาลช่วยเช็ดเหงื่อที่หน้าผากผมหน่อย มีเหงื่อเข้าตา ขณะทีมือยังเปื้อนเืคนไข้อยู่ ริษารีบใช้ผ้าเช็ดหน้าเข้าไปซับให้เทียนอย่างเร็ว
“โอ้ริษา เองหรือ ขอบคุณนะ หืม เกิดอะไรขึ้นพวกคุณมองผมกันทำไมหรือ “ เทียนเริ่มสังเกตบรรยากาศรอบข้างคนเรื่มมองมาที่เขาเพียงคนเดียว
“นายสุดยอดมากเลยไม่รู้เลยหรึอการรักษายากขนาดนี้ทั้งที่อาจารย์หมอยังบอกเลยว่าต้องเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ แต่นายทำแบบสบายสบาย ใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น เพอร์เฟค จริงจริง” ริษากล่าวอย่างชื่นชม หมอประจำฉุกเฉินกล่าวว่า
" นักศึกษาแพทย์เทียนใช่ไหมต่อไป แผนกเราหวังให้เธอมาร่วมงานกับพวกเราที่นี่ในอนาคตนะ” เทียนได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร พยาบาลเดินมากระซิบ
"หมอเทียน พักก่อนไหม มีคนไข้เตียงของหมอมาอีกแล้ว “
"เอาละไปกันเถอะยังไม่เหนื่อยเลย" พยาบาลมองตามหลังเทียนไป อย่างรู้สึกว่าเธอได้เจอกับหมอที่สุดยอดเข้าให้แล้ว
หลังจากนั้น ก็รักษาครบ 10 คน ทั้งหมอประจำได้เซ็นให้เทียนผ่านทุกคน แต่กลุ่มเพื่อนยังรักษากันไปแค่ 2-3 คน เทียนเลยอยู่ช่วยรักษาต่อไปอีก สิบกว่าคน จนทุกคนรักษากันครบ 10 คน
เทียนกำลังจะกลับ ได้มีเสียงโวยวายเสียงดังลั่น เรียกหาหมอ
"ช่วยด้วย ช่วยลูกผมด้วย"มีกองกำลังเกือบห้าสิบคนวิ่งแหวกฝูงชน มีชายวัย 55 อุ้มเด็กชายวัย 7 ขวบนำหน้ามารีบวิ่งเข้ามาแขนของเด็กหัก แล้วไปทะลุข้อศอกกระดูดอ่อนโผล่ อย่างน่าสยดสยอง หมอประจำ 7-8 คนกรูกันเข้ามาดูเด็กคนนี้เพียงคนเดียว เริ่มล้างแผลให้สะอาดก่อน หมอคนหนึ่งให้รีบเตรียมห้องผ่าตัด
หมอใหญ่มาเห็นอาการแล้วบอกพ่อเด็กว่า แขนมีอาการสาหัสมาก อาจต้องตัดแขน พ่อฟังเช่นนั้นก็นั่งทรุดในขณะนั้นเอง ขณะนั้นมีชายชราวัย 70 กว่าปีนั่งบนรถเข็น มีคนเข็นเข้ามา หมอใหญ่เห็นแล้วรีบคำนับ
" สวัสดีคับคุณซูิ"
" รักษาหลานของผมให้หายให้ได้ ไม่ว่าต้องใช้ทรัพยากรเท่าไรบอกผมมา " ชายชรากล่าวอย่างเด็ดขาด หมอใหญ่ก้มหัวปาดเหงื่อ
“คุณซูครับ เคสนี้ผมจะเรียกหมดผ่าตัดทั้งหมดมาประชุมกัน เพิ่อรักษาโดยด่วนนะครับ” หมอใหญ่กล่าวเสร็จก็รีบแจ้งทุกฝ่ายให้ไปที่ห้องฉุกเฉินโดยด่วน