บทที่ 29 อยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่น จำเป็ต้องก้มหัว
ฉินอันกัดฟันแน่น
อยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่น จำเป็ต้องก้มหัว*[1]
เธอจะจดเื่นี้ไว้ในใจ วันหลังต้องเอาคืนให้ได้ ต้องให้เจียงเยว่รู้ว่า เธอไม่ใช่คนที่จะมารังแกกันง่าย ๆ ฉินอันตัดสินใจในใจอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเห็นฉินอันถูกตอกกลับจนพูดไม่ออกได้แต่เก็บความโกรธไว้ เจียงเยว่ก็ยิ่งหัวเราะชอบใจ
ไม่คิดเลยว่าฉินอันจะเป็คนที่น่ารักขนาดนี้
ไม่นานเจียงเยว่ก็ไส้หมูผัดพริกหยวก ผัดผัก และซุปไข่ใส่สาหร่าย
เมื่อมองดูไส้หมูผัดพริกหยวก ฉินอันรู้สึกลังเลในใจ เนื่องจากเมื่อวานเธอเคยได้กลิ่นของมันมาแล้ว
ถึงตอนนี้จะหอมจนทนไม่ไหว แต่พอคิดถึงกลิ่นเมื่อวาน เธอก็ไม่กล้ากินขึ้นมา
เจียงเยว่วางข้าวไว้ตรงหน้าฉินอัน หยิบตะเกียบขึ้นมากินข้าว
"กินข้าว"
เจียงเยว่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เริ่มกินข้าวทันที
ตอนแรกฉินอันกินผัดผักก่อน แล้วตักซุปไข่ใส่สาหร่ายมาอีกหน่อย อาหารสองอย่างนี้อร่อยใช้ได้ แต่เธอชอบกินเผ็ด ชอบกินเนื้อ ตอนนี้มีของอร่อยอยู่ตรงหน้า
ฉินอันกัดฟัน ตัดสินใจกินก่อนแล้วค่อยว่ากัน
คีบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง รีบใส่ปากทันที
กลิ่นหอมเข้มข้นแผ่ซ่านในปาก ฉินอันมองเจียงเยว่ด้วยความประหลาดใจ
ไส้หมูไม่มีกลิ่นเหม็นเลย กลายเป็ของอร่อยขนาดนี้ได้อย่างไร เจียงเยว่เป็นักมายากลหรือไง?
เจียงเยว่เงยหน้ามองฉินอัน ฉินอันรีบก้มหน้าลงแสร้งทำเป็ไม่เห็นสายตาของเจียงเยว่ แล้วคีบไส้หมูเข้าปากอีกครั้ง รสชาตินี้อร่อยกว่าอาหารในโรงอาหารของรัฐมากจริง ๆ
อาหารเมื่อวานก็อร่อยมาก
ไม่แปลกใจเลยที่วันนี้เจียงเยว่ถึงได้อวดดี บอกให้เธอทั้งล้างผักทั้งล้างจานแบบนี้
ล้างก็ล้าง เธอก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยล้าง
หลังจากกินข้าวไปชามหนึ่ง ฉินอันเหลือบมองเจียงเยว่ เธอยืนขึ้น แล้วตักข้าวอีกชามเล็ก ๆ
เจียงเยว่เห็นท่าทางหยิ่งยโสของฉินอันก็แสร้งทำเป็ไม่เห็นแล้วกินข้าวต่อไป
เมื่อกินข้าวเสร็จ เจียงเยว่ก็วางชามและตะเกียบลงในอ่างล้างจานในครัว
หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉินอันก็รีบล้างจานทันที
เจียงเยว่ยืนอยู่ที่ประตูครัว มองฉินอันล้างจานอย่างคล่องแคล่ว ก็ไม่แปลก ครอบครัวแบบพวกเธอ ผู้ใหญ่ในบ้านล้วนผ่านความลำบากมาทั้งนั้น ย่อมต้องฝึกฝนให้ลูกหลานมีความสามารถในการทำงานบ้าน
ตอนที่เธออยู่บ้าน แม้ว่าจะไม่ได้ทำอาหารและทำความสะอาดบ้านบ่อยนัก แต่เธอก็ช่วยเก็บผักและล้างผัก หรือล้างจาน และยังเคยช่วยคุณปู่คุณย่าปลูกดอกไม้ รดน้ำต้นไม้อีกด้วย...
หลังจากล้างจานเสร็จ ฉินอันก็เห็นเจียงเยว่ยืนอยู่ที่ประตู เธอจึงส่งเสียง “ฮึ” ออกมาอย่างเ็า
เจียงเยว่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเข้มข้นขึ้น
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปซื้ออาหารเช้าที่โรงอาหาร ส่วนกลางวันกับเย็นเธอมากินที่นี่ อยากกินข้าวก็ต้องทำงาน”
"เข้าใจแล้ว" ฉินอันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า
ฉินอันเดินออกไปข้างนอก
เจียงเยว่ได้ยินเสียงคนทักทายฉินอัน
"สาวน้อย บ้านอยู่ไหนหรือ ทำไมถึงเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น"
ฉินอันมองไปที่คุณยายเฝิง แล้วหันกลับไปมองบ้านฝั่งตรงข้าม
"เธอคงจะเป็ใบ้สินะ"
คุณยายเฝิงมองฉินอันเดินจากไป พลางพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ถ้าไม่ใช่เพราะได้ยินมาว่า ผู้หญิงคนนี้ถูกภรรยาของผู้บัญชาการส่งมา เธอคงไม่มาเอาใจแบบนี้หรอก ท่าทางหยิ่งยโสแบบนี้ แสดงให้ใครดูกัน?
สายตาของจางอวี้เป็ประกาย เธอพูดว่า "คุณยายเฝิง เธอเดินออกมาจากห้องของเจียงเยว่ บางทีพวกเธออาจจะรู้จักกันก็ได้นะ ลองไปถามเจียงเยว่ดูไหม"
่ไม่กี่วันที่ผ่านมา จางอวี้ไม่กล้าคุยกับเจียงเยว่ พอเห็นท่าทางของคุณยายเฝิงจึงยุยงให้คุณยายเฝิงไปหาเื่เจียงเยว่ เผื่อว่าทั้งสองคนจะทะเลาะกันขึ้นมา เธอก็จะได้ดูละครสนุก ๆ
"ถามก็ถาม" คุณยายเฝิงพูดพลางตบประตูบ้านของเจียงเยว่
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เจียงเยว่เปิดประตูห้องและมองออกไปข้างนอก
"สหายเจียง ออกมาหน่อย ฉันมีเื่จะถาม" คุณยายเฝิงทำท่าโอหัง
เจียงเยว่ปิดประตูทันที
"ปัง!"
คุณยายเฝิงไม่คิดว่าเจียงเยว่จะไม่ให้เกียรติเธอเลย เธอรู้สึกเสียหน้ามาก
“ทำเป็หยิ่งไปได้ ใช้เงินผู้ชายไปตั้งหลายร้อยหยวน ตอนนี้จนถึงขั้นต้องกินเครื่องในหมู…” คุณยายเฝิงด่าด้วยความโมโห
จางอวี้ก็ได้ยินเื่นี้เช่นกัน มองประตูที่ปิดลงแล้วรู้สึกสะใจเล็กน้อย
สามีของเธอออกไปปฏิบัติภารกิจแล้ว
แม้จะไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่ก่อนหน้านี้การออกปฏิบัติภารกิจอย่างน้อยก็ครึ่งเดือน มากสุดก็หนึ่งถึงสองเดือน เจียงเยว่จนถึงขนาดต้องกินเครื่องในหมู บางทีอาจจะไม่ต้องรอให้ผู้พันลู่กลับมา เจียงเยว่ก็คงต้องไปยืมเงินคนอื่นแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้น เธอจะต้องประกาศเื่นี้ออกไปให้ทั่ว เพื่อแก้แค้นที่เจียงเยว่เคยทำให้หน้าเธอเกือบเสียโฉม
คุณยายเฝิงเดินไปหาคนอื่น ๆ แล้วประกาศอย่างโอ้อวดว่าเจียงเยว่ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย จนถึงขนาดต้องกินเครื่องในหมู
“การเลือกภรรยาก็เหมือนเลือกม้า ต้องดูให้ดี อย่าได้แต่งกับผู้หญิงสุรุ่ยสุร่าย…” คุณยายเฝิงพูดด้วยประสบการณ์ของผู้ผ่านโลกมานาน
จางอวี้ก็เห็นด้วย รีบพูดเสริมทันที
"คุณยายเฝิงพูดถูก การใช้ชีวิตต้องประหยัด ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงิน ถ้าไม่ประหยัดก็ต้องกินเครื่องในหมูแบบนี้แหละ"
เจียงเยว่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น พวกนั้นพูดเสียงดังขนาดนี้ เธอจะไม่ได้ยินได้อย่างไร
แต่เธอี้เีจะไปยุ่งกับคนพวกนี้
เจียงเยว่ไม่สนใจ แต่ฉินอันที่อยู่บ้านตรงข้ามกลับรู้สึกโกรธแทน
เธอถือถังน้ำเดินออกมาที่ลานบ้าน แล้วสาดน้ำออกไปข้างนอก
“เสียงดังอะไรกันนักหนา ถ้าจะทะเลาะกันก็ไปทะเลาะไกล ๆ”
คุณยายเฝิงและจางอวี้พร้อมคนอื่น ๆ ต่างใกันใหญ่
ถ้าหลบไม่ทัน น้ำนี้คงราดใส่พวกเธอแล้ว
"ทำไมแม่สาวคนนี้ถึงเป็แบบนี้?" คุณยายเฝิงพูดอย่างหงุดหงิด
"เบา ๆ หน่อย เธอเป็คนที่ภรรยาของผู้บัญชาการส่งมา ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ" มีภรรยาทหารคนหนึ่งเตือนคุณยายเฝิง
เจียงเยว่ฟังเสียงที่ค่อยๆ ห่างออกไป อดไม่ได้ที่จะชื่นชมชินอาน
สำหรับจางอวี้และคุณยายเฝิง ท่าทีของเธอก็จะเหมือนกับฉินอัน ส่วนถังจาวตี้และหลินหลิงกับคนอื่น ๆ เธอยินดีที่จะคบหาด้วย
เช้าวันนี้ เมื่อได้ยินเสียงปลุก เจียงเยว่ก็ตื่นขึ้นมาแล้วหลับต่อ
แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงเคาะประตูบ้านดังปังๆ
เธอเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"มีอะไร?"
เมื่อเห็นฉินอัน เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทันที
"ฉันไปซื้ออาหารเช้าที่โรงอาหารมา แบ่งให้เธอครึ่งหนึ่ง"
ฉินอันได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ น้ำเสียงก็ไม่พอใจเช่นกัน
เจียงเยว่เปิดประตูให้ฉินอันเข้ามา
เมื่อเห็นกล่องอาหารอลูมิเนียมในมือของฉินอัน เจียงเยว่ก็นั่งลงบนโซฟา
"เช้าขนาดนี้ ทำไมเธอไม่นอนต่ออีกสักหน่อยล่ะ"
ฉินอันได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ ก็พูดด้วยสีหน้ารังเกียจว่า "เจ็ดโมงกว่า เกือบจะแปดโมงแล้ว จะนอนอะไรอีก"
ฉินอันเปิดกล่องอาหาร หยิบของข้างในออกมา
เจียงเยว่มองดูเธอหยิบซาลาเปา หมั่นโถว โจ๊กและปาท่องโก๋ออกมา
กล่องถูกยัดจนเต็ม
นี่คือปริมาณอาหารสำหรับสองคน? แม้แต่สี่คนก็กินไม่หมด
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ก็เหลืออาหารมากกว่าครึ่ง
"เก็บไว้กินตอนเที่ยงแล้วกัน ฉันจะผัดอาหารเพิ่มอีกสองสามอย่าง"
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ ฉินอันก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
เห็นฉินอันนั่งอยู่บนโซฟา มองมาที่เธอโดยไม่พูดอะไร เจียงเยว่ก็ขมวดคิ้ว
"มีอะไรจะพูดกับฉันหรือ?"
ฉินอันกลอกตา มองเจียงเยว่แล้วพูดว่า "เธอหลอกพี่ลูอวี้ได้ยังไง?"
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินอัน เจียงเยว่ก็ยิ้ม
“นี่เรียกว่าหลอกเหรอ? ฉันสวยขนาดนี้ เขาเห็นฉันครั้งแรกก็ตกหลุมรัก หลงรักหัวปักหัวปำ รักจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว…”
[1] อยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่น จำเป็ต้องก้มหัว เป็สำนวนจีน ใช้เปรียบเทียบกับการถูกควบคุมหรือจำกัดจึงต้องทำตาม