เขตหมอกมายา
ค่ำคืนที่เงียบสงัดแผ่ไปทั่วบริเวณของเขตหมอกมายาหมอกสีขาวลอยปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นผืนดิน ความเย็นะเืที่แทรกซึมเข้าไปทุกอณูของร่างกายไม่เพียงแต่บดบังทัศนวิสัยจนมองเห็นได้เพียงไม่กี่เมตรเท่านั้นหากยังมีพลังงานลึกลับที่คอยรบกวนประสาทััและการรับรู้ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
ผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอหรือพลังจิติญญาต่ำหากต้องติดอยู่ในสถานที่แห่งนี้เป็เวลานาน จะเริ่มรู้สึกสับสน สูญเสียการรับรู้เส้นทางก่อนสติจะถูกกัดกินไปทีละน้อย
แต่สำหรับกลุ่มของแม็กซ์แล้ว...ผลกระทบเ่าั้แทบจะไม่มีความหมายเลย แม็กซ์มีจิตใจที่เข้มแข็งผิดปกติ ราวกับหินผาไม่สั่นคลอนและพลังจิติญญาภายในก็ลึกซึ้งเกินกว่าที่หมอกมายาระดับนี้จะรบกวนได้ มิหนำซ้ำยังมีทักษะเนตรที่มองทะลุผ่านหมอกมายาราวกับเป็เพียงควันธรรมดา
ส่วนลีน่าเองในฐานะผู้สืบทอดสายเืจากยีนจิ้งจอกมายากลับรู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ภาพลวงตาและหมอกที่ปกคลุมอยู่นั้นกลับทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายเสียด้วยซ้ำ
ราชันหมาป่าทมิฬแผงคอเงิน...ในฐานะาาอสูรระดับสูง พลังงานจิติญญาที่แผ่ออกมาจากร่างกายของมันเพียงเล็กน้อยสามารถกดข่มพลังงานของหมอกมายาได้อย่างง่ายดาย
ขณะที่าาหมาป่าทมิฬ หลับตานอนอยู่ข้างกองไฟที่กำลังลุกโชนหางยาวขนฟูกลับกระตุกเป็ระยะ ดวงตาที่แอบลืมขึ้นมองเนื้อสัตว์อสูรที่กำลังถูกย่างอยู่บนกองไฟด้วยแววตาเป็ประกายราวกับเด็กที่รอคอยของโปรดอย่างใจจดจ่อ แม็กซ์หมุนไม้เสียบเนื้อทีละไม้ให้โดนความร้อนอย่างทั่วถึงน้ำมันที่ซึมออกมาจากเนื้อสัตว์อสูรหยดลงกระทบกับถ่านไฟที่คุกรุ่น
ฉ่าาา... เสียงดังฟู่ขึ้นมา ตามมาด้วยควันหอมกรุ่นลอยฟุ้งกระจายออกไปทั่วกลิ่นหอมของเนื้อแรดภูผาที่มีพลังงานเข้มข้น ปนกับควันไม้หอมกลายเป็กลิ่นชวนให้น้ำลายสอจนไม่อาจอดใจได้
ระหว่างที่ย่างเนื้อแม็กซ์ก็แอบใช้ทักษะดูดกลืนอนันต์ เพื่อดึงพลังงานปนเปื้อนที่เป็อันตรายต่อร่างกายมนุษย์ออกจนหมดสิ้นจากหนึ่งในหลายไม้ที่ย่างไว้เหลือไว้เพียงพลังงานบริสุทธิ์และสารอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้นทำทั้งหมดนี้อย่างแเีจนลีน่าไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติแม้แต่น้อย
ไม่นานนักเนื้อก็สุกได้ที่จนเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลทอง มีไขมันชุ่มฉ่ำซึมออกมาจนดูน่ากินอย่างมาก“สุกแล้ว เ้าหมาป่าโง่... มาเอาส่วนของเ้าไป” แม็กซ์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
โฮ่กก! หมาป่าทมิฬร้องรับคำด้วยความดีใจลุกขึ้นทันทีก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าแม็กซ์แล้วนั่งลงในท่าที่ดูผิดธรรมชาติเหมือนมนุษย์อย่างคล่องแคล่ว มันใช้กรงเล็บแหลมคมหยิบไม้เสียบเนื้อขึ้นมาอย่างระมัดระวังกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเสียงเคี้ยวดังไม่หยุด
ภาพตรงหน้าทำให้ลีน่าได้แต่มองตาค้างด้วยความงุนงง จ้องมองจนลืมหายใจไปชั่วครู่ “เอ๊ะ...นี่มันเื่อะไรกัน” นางพึมพำออกมา “ทำไมาาหมาป่าทมิฬถึงทำตัวเหมือนมนุษย์ล่ะ ท่าทางและการกินอาหารแบบนี้ไม่ใช่นิสัยของสัตว์อสูรเลย”
แม็กซ์เหลือบตามองเ้าหมาป่าที่กำลังกินอย่างมีความสุขก่อนจะหัวเราะขึ้นอย่างขบขัน “อย่าไปสนใจมันเลย”เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ใส่ใจนัก “มันคงเลียนแบบข้านั่นแหละสงสัยคิดว่าตัวเองเป็มนุษย์หมาป่ามั้ง ฮ่า ๆๆ” พูดจบเขาก็ยกไม้เสียบเนื้อก้อนใหญ่อีกอันขึ้นมาสู่ปาก กัดคำโตเต็มปาก
ติ๊ง!
[ท่านได้กินเนื้อสัตว์อสูรชั้นเลิศได้รับพลังงานิญญาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย]
‘บ้าเอ๊ย... ใหมดเลยอยู่ ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาในหัว’แม็กซ์บ่นอุบในใจ ‘ดีนะ ที่เสียงระบบได้ยินเฉพาะเ้าของ ไม่งั้นคงถูกจับได้ว่าเป็ผู้ปลุกพลังแล้วแน่’
ขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับรสชาติของเนื้อสัตว์อสูรลีน่ากลับเอาแต่จ้องมองเขาไม่ละสายตาเหมือนกำลังรอดูว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่เมื่อแม็กซ์สังเกตเห็นสายตาของนาง จึงถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “เ้าลองดูหน่อยไหม หรือว่าคุณหนูที่เติบโตมาในฐานใหญ่อย่างเ้า ไม่กล้ากินเนื้อสัตว์อสูรแบบนี้?”
ลีน่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกถามลังเลก่อนจะถามกลับด้วยสีหน้ามีกังวล “จะบ้าเหรอข้าไม่ใช่ตัวประหลาดเหมือนเ้าจะได้กินของแบบนั้นได้”นางลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากถามต่อ “ข้า...ข้ากินได้จริงเหรอ ถ้ากินเข้าไปแล้ว ข้าจะไม่แรด เอ๊ย!จะไม่กลายเป็แรดเหมือนตัวนี้ใช่มั้ย?” คำพูดลน ๆ ของนางทำให้แม็กซ์กลั้นขำไว้ไม่อยู่ จนเนื้อในปากแทบหลุดออกมา
“ฮ่า ๆๆๆ” เขาหัวเราะดังลั่นก่อนจะแซวกลับ “ไม้นั่นนะเ้ากินได้ แต่ไม้อื่นเ้ากินไม่ได้ ไม่งั้นเ้าจะแรด เอ๊ย! เ้าจะกลายเป็แรดแน่นอน ฮ่า ๆๆ”
ถึงแม้จะถูกแซว แต่ลีน่าลังเลไม่นานนักนางยื่นมือออกไปหยิบไม้เสียบเนื้อ ที่แม็กซ์ชี้ให้ขึ้นมาจับไว้แน่น นางพูดอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจ“ข้าจะกินแล้วนะ! ถ้าเกิดว่าข้ากลายร่างเป็สัตว์ประหลาดขึ้นมาเ้าต้องรับผิดชอบด้วย!” พูดจบ นางก็กัดเนื้อคำใหญ่เข้าปากทันที เพียงกัดคำแรก สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจากความกังวลกลายเป็ความประหลาดใจสุดขีด นางเคี้ยวก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นจนลืมรักษามารยาทคุณหนู
“เฮ้ยยย...มันอร่อยมากเลย! ไม่คิดเลยว่าเนื้อสัตว์อสูรนี่ ที่ดูหยาบกระด้างและแข็งแกร่งจะมีรสชาตินุ่มละมุนขนาดนี้ แทบจะละลายในปาก กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งไปทั่วจนรู้สึกถึงพลังได้เลย”
แม็กซ์มองดูท่าทางของนางพลางนึกในใจอย่างขบขัน‘แปลกจริง... ผู้หญิงคนนี้มาจากตระกูลใหญ่มีฐานะสูงส่ง แต่กลับไม่ถือตัวและไม่หยิ่งผยองเลยสักนิดเดียว’
เมื่อลีน่ากลืนเนื้อลงคอจนหมดแม็กซ์จึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น เพื่อให้นางเข้าใจความจริง “อร่อยก็ดีแล้ว แต่จำเอาไว้ให้ขึ้นใจนะว่า... อย่าไปกินเนื้อสัตว์อสูรแบบนี้ที่ไหนตามใจชอบ”เขาเอ่ยเตือน “ที่เ้ากินและไม่เป็อันตราย เพราะข้ามีวิธีในการกำจัดพลังปนเปื้อนที่เป็อันตรายออกไปจนหมดแล้วถ้าเป็เนื้อสัตว์อสูรทั่วไปที่ไม่ผ่านการสกัดแปรรูปอย่างถูกวิธีกินเข้าไปแล้วร่างกายอาจเกิดการต่อต้าน พลังปนเปื้อนจะทำลายเส้นพลังจนกลายร่างเป็สัตว์อสูรหรือเสียสติเอาได้”
ลีน่าพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจเคี้ยวเนื้อที่เหลืออยู่ในปากพลางพูดอู้อี้ออกมาว่า “อ้าอะอำเอาไอ๊... (ข้าจะจำเอาไว้)”
แม็กซ์ส่ายหน้าพลางถามด้วยความสงสัย “จริง ๆ เล้ย... ผู้หญิงคนนี้ ข้าถามตามตรงนะ...แม่เ้าเก็บเ้ามาเลี้ยงหรือเปล่าดูไม่เหมือนคุณหนูจากฐานใหญ่เลย”
ลีน่าหัวเราะขึ้นก่อนจะตอบกลับด้วยแววตาที่หมองลงเล็กน้อย“ไม่หรอกปกติข้าทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะถ้าทำแบบนี้ที่บ้าน คงโดนดุแน่แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าได้เป็ตัวของตัวเอง และเป็อิสระที่สุด”ลีน่าอธิบายถึงเหตุผลและการใช้ชีวิตของตนเอง
ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่เ้าหมาป่าทมิฬที่กินเนื้อจนหมดสามไม้แล้ว กลับแอบยื่นอุ้งเท้าใหญ่ไปแตะไม้เสียบเนื้อก้อนที่สี่ที่ย่างไว้อยู่อย่างแเี ราวกับหวังว่าเ้าของเนื้อจะไม่เห็น
หมับ! แม็กซ์รีบคว้าอุ้งเท้ามันไว้ทันที “เฮ้ยๆ เ้าหมาโง่ นั่นของข้า!” เขาะโใส่เ้าหมาขี้ขโมย “แกกินไปตั้งสามไม้แล้วนะยังไม่พอรึไง?”
เ้าหมาป่าทำหน้าเฉยยกอุ้งเท้าอีกข้างขึ้นเกาหัวก้มหน้ามองพื้นด้วยสายตาน่าสงสาร
“...เออ ๆ ก็ได้ๆ” แม็กซ์ส่ายหน้าเพราะความจนใจ ปล่อยมือและส่งไม้เสียบเนื้อให้มัน “เอาไป!”
มันรับเนื้อมาด้วยความดีใจก่อนที่จะกัดคำแรก มันเหลือบสายตามองไปยังเนื้อในมือของลีน่าที่ยังเหลืออีกเยอะ
ลีน่ารู้สึกถึงสายตาแปลก ๆจึงเงยหน้าขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเ้าหมาป่าจ้องมองอยู่ นางก็รีบดึงไม้เสียบเนื้อเข้าหาตัวแน่น“มองอะไรของเ้า!” นางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่ของข้าข้าไม่ยกให้หรอก!”
เ้าหมาโง่กะพริบตาปริบ ๆส่งเสียงร้องอู้อี้ก่อนจะหันไปมองหน้าแม็กซ์ ดูเหมือนกำลังเรียกร้องว่าทำไมไม่มีเนื้อเพิ่มให้อีกเขามองดูทั้งคู่สลับกันไปมา ทั้งเด็กสาวที่กำลังกอดเนื้อแน่นราวกับสมบัติล้ำค่าและสัตว์อสูรตัวโตที่กำลังทำหน้าตาน่าสงสาร สุดท้ายก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาดังก้อง“ฮ่า ๆๆๆ พวกเ้า... ไหงมาเปิดศึกชิงเนื้อกันซะได้”
หลังจากกินอิ่มกันถ้วนหน้าแล้วก็พากันนั่งพักผ่อนเพื่อย่อยอาหารไม่นานทั้งสามก็เอนตัวลงมาพักผ่อน ลีน่าและแม็กซ์ต่างใช้แผงคอสีเงินนุ่มฟูแทนหมอน ส่วนาาหมาป่าทมิฬแม้จะหลับตาลงเพื่อพักฟื้นพลัง แต่ก็ยังปลดปล่อยคลื่นพลังิญญาบางเบาแผ่ออกไปโดยรอบเพื่อเป็สัญญาณเตือนสัตว์อสูรทุกตัวในบริเวณนั้นให้รู้ว่า...พื้นที่แห่งนี้มีเ้าของแล้ว ทำให้ไม่มีสัตว์อสูรตัวใดกล้าเข้ามาใกล้แม้แต่ก้าวเดียว
คืนแรกของการเดินทางร่วมกันจึงผ่านไปอย่างสงบและปลอดภัย
กระทั่งรุ่งเช้า...
แสงตะวันส่องกระทบม่านหมอกลงมาจากเบื้องบนทว่าภายในเขตหมอกมายา ทุกสิ่งยังคงมืดสลัว หมอกสีขาวยังคงปกคลุมหนาไปทั่วพื้นที่ ความสว่างในยามนี้แตกต่างจากกลางคืนเพียงเล็กน้อยจนแทบจะแยกแยะกลางวันและกลางคืนไม่ออก
แม็กซ์ลุกขึ้นบิดตัวไปมาเพื่อยืดกล้ามเนื้อก่อนจะหันมาปลุกเพื่อนร่วมทางทั้งสอง “ทั้งคู่! ตื่นได้แล้ว ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว”
ลีน่างัวเงียลืมตาขึ้นมาขยี้ตาเพื่อขจัดความง่วงนอน ก่อนจะถามด้วยเสียงแหบเบา “จะไปกันแล้วเหรอ... ตอนนี้กี่โมงแล้วข้ามองจากสภาพแวดล้อมไม่ออกเลยว่ากลางวันหรือกลางคืน”
“ด้านนอกเพิ่งเช้าตรู่”แม็กซ์ตอบก่อนจะเอ่ยต่อ “เตรียมตัวให้พร้อม ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งย่างเนื้อเหมือนเมื่อคืนแล้วกินเสบียงรบกับเนื้อแห้งไปก่อนล่ะกัน”
ลีน่าพยักหน้ารับคำก่อนจะลุกขึ้นหยิบถุงเสบียงออกมาจากคลังเก็บของมิติที่ติดตัวไว้
ส่วนเ้าหมาโง่...กินเนื้ออิ่มท้องั้แ่เมื่อคืนแล้วแต่ตอนนี้กลับนั่งมองแม็กซ์ด้วยสายตาเหมือนกำลังถามซ้ำอีกครั้งว่า ‘วันนี้ไม่มีเนื้อย่างเพิ่มอีกจริงเหรอ?’
“ไม่ต้องมองไม่มีแล้ว” แม็กซ์ทำหน้านิ่งเมินเฉย “กินมากจนจะเป็หมูอยู่แล้วนะ”
โฮ่กก... เ้าหมาป่าส่งเสียงร้องก้มหน้าลงอย่างผิดหวังจนลีน่ามองดูแล้วหลุดหัวเราะออกมา ไม่นานนัก ทั้งสามก็เตรียมตัวพร้อมเดินทาง มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขตป่าหมอก
แม็กซ์เลือกใช้เส้นทางลัดผ่านเขตหมอกมายาเพื่อข้ามไปยังอีกฟากของป่าโดยไม่ต้องเสียเวลาอ้อมไกล
“เ้าหมาโง่ข้างหน้า 500 เมตร มีฝูงแมงมุมมรณะกำลังล่าอยู่เลี่ยงออกไปทางขวาได้เลย” เขาใช้เนตรเทวทัศน์ในโหมดประหยัดพลังงาน ตรวจสอบและนำทางให้หมาป่าทมิฬเป็ระยะเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่อันตรายและฝูงสัตว์อสูรที่ไม่จำเป็ต้องสู้
ขณะเดินทางแม็กซ์ก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมุ่งตรงไปที่หมาป่าทมิฬ “รอบนี้ ข้าจะไม่ช่วยเ้า” เขาเริ่มวางแผน“ข้าจะปล่อยให้เ้าสู้กับาาหมาป่าวายุตามลำพัง นี่เป็ศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างเผ่าพันธุ์ของเ้ากับเผ่าวายุแพ้เ้าก็ตาย ชนะเ้าก็พิสูจน์ว่าคู่ควรกับตำแหน่งราชัน”
เขาหยุดชั่วครู่ก่อนจะเน้นย้ำขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะดูว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เ้าเรียนรู้และพัฒนาแค่ไหน ถ้าเ้าตาย แกนพลังของเ้าก็จะเป็ของข้าและ... ข้าจะแก้แค้นให้เ้าเอง ส่วนแกนพลังของราชันหมาป่าวายุนั่นก็จะตกเป็ของข้าเหมือนกัน”
โฮ่กกก! เ้าหมาป่าทมิฬส่งเสียงร้องตอบรับด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาสว่างขึ้นด้วยความท้าทาย
ก่อนเข้าสู่สนามรบทั้งสองจึงได้กำหนดเงื่อนไขการต่อสู้ไว้อย่างชัดเจนนี่จะเป็บททดสอบความสามารถครั้งสำคัญของาาหมาป่าทมิฬแผงคอเงิน กับาาหมาป่าวายุเ้าถิ่นแห่งหุบเขาลมทั้งคู่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับาานั่นคือระดับาาขั้นสูงสุดหรือระดับกึ่งจักรพรรดินั่นเอง...
การต่อสู้ระหว่างสองราชันอสูรจะดำเนินไปอย่างไรใครจะได้รับชัยชนะ และจะได้รับบทเรียนมีค่าอะไรมาบ้าง?
***
คุยกันท้ายตอน
ตอนหน้าจะเข้าสู่การต่อสู้แล้วจะดุเดือดกันขนาดไหนช่วยเป็กำลังใจให้เ้าหมาโง่กันด้วยนะครับ