ตอนที่ 27
หน้าพยัคฆ์หลังหุบเหว
กระบี่วิเศษชั้นปฐีขั้นต้นลงอักขระิญญาโลหิตหนึ่งเล่ม โอสถวารีชำระกาย(โอสถของผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมลมปราณ)ิญญาเพลิงสีชาด(ิญญาเปลวเพลิงชั้นปฐี) สิ่งของทั้งสามที่หลงจิวเมิ่งเก็บเกี่ยวได้ยามคับขันช่างน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก
“ต้าฮวนเอ๋ยเ้าช่างมีวาสนาดียิ่งนักยังไม่ทันไรได้เลื่อนขั้นเป็นักปรุงโอสถขั้นทองแดงด้วยซ้ำกลับกำลังจะได้ิญญาเพลิงชั้นปฐีที่แม้แต่นักปรุงโอสถขั้นทองคำขาวยังต้องอิจฉา” หลงจิวเมิ่งพึมพำเบาพลางเก็บผลึกกลมที่บรรจุเพลิงไฟวิเศษที่กำลังเต้นเร่าไปมาราวมีชีวิต เอาไว้รวมกับห่อผ้าของกระถางิญญาแห่งความโลภ ส่วนโอสถวารีชำระกายก็ยัดเข้าแนบในอกเสื้อส่วนกระบี่วิเศษชั้นปฐีนั้นเนื่องจากตอนนี้พลังลมปราณของหลงจิวเมิ่งยังไม่สามารถสร้างพันธะควบคุมได้จึงใช้เศษผ้าที่พกติดตัวมาห่อคลุมเอาไว้ ก่อนจะสะพายแนบติดกับ่เอว
สิ่งที่หลงจิวเมิ่งได้รับ ล้วนเป็วาสนาในคราเคราะห์อันจริงแท้เพียงแต่วาสนานั้นจะสามารถนำกลับออกไปได้หรือไม่ยังยากจะกล่าวถึงในเวลานี้เพราะกับดักที่คาดคิดว่าหมดแล้ว รวมถึงกับดักซึ่งพังพินาศบนโถงทางเดินยาวด้านหน้าซึ่งหลงจิวเมิ่งพบเห็นเมื่อตอนที่เดินเข้ามายังห้องโถงเส้นทางทั้งเก้า กลับฟื้นคืนมาใหม่อีกครั้ง
...แย่แล้วกับดักที่แท้จริงมิใช่มีเพื่อปกป้องผู้คนเข้ามาภายในแต่เป็ปกป้องผู้คนที่จะเดินกลับออกไปจากเส้นทางเดิม
หลงจิวเมิ่งกลืนน้ำลายหนืดเพราะเขารู้ดีว่ากับดักที่หลงเหลือเพียงซากเมื่อข้ามานั้น หากมันกลับคืนสภาพเดิมความร้ายกาจของมันต่อให้เป็หลงจิวเมิ่งเมื่อชีวิตที่แล้ว ยังยากฝ่าผ่านออกไปโดยไม่ได้รับาเ็แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสภาพของตนเองในตอนนี้อย่าว่าแต่คำ...เก้าตายหนึ่งรอดเลย มันควรจะเป็คำ...ตกตายทั้งสิบส่วน เสียมากกว่า
เมื่อด้านหน้าตีบตัน หลงจิวเมิ่งจึงยินยอมหันหลังกลับเพื่อค้นหาเส้นทางอื่นที่อาจจะมีซุกซ่อนอยู่ แต่จนแล้วจนรอด ก็มิอาจค้นเจอสุดท้ายทดสอบใช้กรงเล็บตะขอเกี่ยวปาทะลวงออกไปก่อนแต่สุดท้ายเคลื่อนไม่ทันถึงกึ่งกลางทางเดินยาว ถูกหุ่นกลที่เฝ้ารักษาเส้นทางหวดฟาดจนต้องเร่งดึงรั้งกลับคืน ก่อนที่จะถูกกระแทกพังทลาย
เมื่อกับดักกระทบถูกกับสิ่งรุกล้ำ กลไกป้องกันอื่น ๆพลันทำงาน สมบัติวิเศษปกป้องแต่ละชิ้นบนนาวา์ไร้กาลล้วนล้ำค่าเมื่อพวกมันเผยตัวออกมาพร้อม ๆ กัน ทัณฑ์์ที่ด้านนอกพลันส่งเสียงคำรามกระหึ่มเส้นแสงอัสนีบาตมหึมาฟาดผ่าลงมากระแทกเข้ากับนาวา์ไร้กาลสั่นะเืรุนแรงหลงจิวเมิ่งยังมิอาจทรงตัวยืนหยัดล้มกลิ้งม้วนไปตามพื้นที่โยกเอียง ร่างไถลไปกองชนกับมุมกำแพงด้านหนึ่งค่อยยึดจับเอาไว้ไม่ถูกแรงสั่นะเืเหวี่ยงไปมาอีก
ทัณฑ์์รุนแรงยาวนานนับครึ่งก้านธูปไหม้หมดดอกเป็สัญญาณให้ผู้ฝึกตนที่มีระดับลมปราณเชื่อมฟ้าดินขึ้นไปที่อยู่ห่างไม่เกินหมื่นลี้รับรู้แต่กว่าที่พวกมันจะเดินทางมาถึง...เขตแดนหิมะร้อยภูผา และค้นหาตำแหน่งที่แน่ชัดจนเจอยังคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่
ตรงกันข้ามกับกลุ่มผู้ฝึกตนปริศนาที่กำลังออกเดินทางฝึกฝนในบริเวณใกล้ๆ ที่แม้ระดับพลังยังอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ แต่เพราะเห็นเื่ราวด้วยตาเปล่าจึงไม่ลังเลที่คว้าจับโชควาสนาที่เกิดขึ้น อาศัยของวิเศษติดกายเหินบินฝ่าสายฟ้าอันแ่า ตรงขึ้นมายัง...นาวา์ไร้กาล ซึ่งตอนนี้ลอยต่ำลงไปกว่าชั้นเมฆดำทำให้สามารถเห็นนาวาลอยฟ้าลำมหึมานี้ได้ทั้งลำ
ภายหลังจากทัณฑ์สายฟ้าผ่านพ้นหลงจิวเมิ่งที่กำลังสิ้นหวังกับเส้นทางกลับออกไปยิ่งว้าวุ่นเพราะหากยังไม่อาจกลับออกไป รอคอยจนกระทั่งกลุ่มอำนาจจากภายนอกมาถึง เช่นนั้นการที่ดั้นด้นเสี่ยงตายขึ้นมาบนนี้ล้วนคว้าจับได้เพียงอากาศธาตุแล้ว
ระหว่างที่กำลังลังเลสงสัย ชายหนุ่มอายุราวสิบห้าสิบหกพร้อมสาวงามสองนางอายุไล่เลี่ยกัน พลันปรากฏกายขึ้นที่ปลายทางออกหลงจิวเมิ่งอับจนหนทางไม่รู้จะแก้ปัญหาหน้าพยัคฆ์หลังหุบเหวที่เกิดขึ้นอย่างไรดี
สุดท้ายระหว่างที่กำลังลังเลไม่อาจตัดสินใจ ชายหนุ่มพลันคว้ากระบี่วิเศษคู่กายทะยานล้ำผ่านทางเดินตรงมาทางหลงจิวเมิ่งด้วยท่าร่างสูงล้ำเพลงกระบี่ที่ตวัดเกี่ยวหมุนวนรอบทิศ งดงามราวภาพวาด ปัดป่ายสี่ทิศแปดทางปกป้องกับดักที่พุ่งเข้าสกัดเอาไว้ได้แทบหมดสิ้น แม้จะถูกโจมตีบ้างแต่ก็เป็เพียงผิวกายเสื้อผ้า มิได้เฉือนลึกจนถึงขั้นาเ็ภายใน
สาวงามด้านหลังทั้งสอง เห็นชายหนุ่มวาดกระบี่อวดฝีมือลำพัง ไม่ยินยอมน้อยหน้าทะยานด้วยท่าร่างอ่อนช้อยลื่นไหล หนึ่งรุกหนึ่งรับประสานเสริม ท่วงท่าประสานดุดันงดงามไม่แพ้ชายหนุ่มด้านหน้าทั้งสามแยกย้ายลุกคืบ เคลื่อนทะลุทะลวงมาจนถึงหุ่นกลปกป้อง แรกปะทะทั้งสามพลันรับรู้ได้ว่าหุ่นกลมีพลังที่เหนือล้ำกว่าพวกของตนแม้สามคนร่วมประสาน ยังทำได้เพียงสู้พลางถอยหนีสุดท้ายตัดสินใจใช้ของวิเศษประเภทตาข่ายยึดจับ ถ่วงเวลาเร่งใช้ท่าร่างจนสุดกำลังพุ่งผ่านระยะสิบกว่าวาได้ก่อนที่หุ่นกลจะฟื้นคืนก่อนจะเร่งฝีเท้าต่อเนื่องโดยไม่สนใจกับดักที่ถาโถม แม้ได้เืหลายแห่งแต่หลบพ้นระยะคุ้มกันของหุ่นกล เลยผ่านไปยังกับดักในชั้นต่อไปซึ่งมิแตกต่างจากกับดักในชั้นแรก ทำให้ทั้งสามทะลวงผ่านเข้ามาด้วยความไว จนกระทั่งทั้งหมดเคลื่อนมาถึงปากทางออกมิติด้านหน้ากลับกลายเป็ผันผวนเช่นเดียวกับที่หลงจิวเมิ่งพบเจอก่อนหน้า
ระวังมันเป็กับดัก !!!
หลงจิวเมิ่งะโพร้อมสะบัดฝ่ามือขวา หากจะออกไปจากที่นี่ก็จำต้องวัดใจว่าผู้ที่บุกเข้ามานั้นยินยอมช่วยเหลือแม้แลกด้วยสมบัติบางชิ้นยังคุ้มค่า ขอเพียงนำ...กระถางิญญาแห่งความโลภ และิญญาเพลิงสีชาด กลับออกไปก็ถือว่าได้รับเกินกว่าคาดคิดแล้ว เมื่อตัดสินใจช่วยเหลือจึงลงมือปลดปล่อยเขี้ยวเหล็กที่เหลือเพียงสามเส้นในมือซ้าย ให้ทะยานเข้าหาคนทั้งสามหมายช่วยฉุดรั้งผู้คนหลบทันก่อนจะถูกดูดหายเข้าไป
ทั้งสามเห็นหลงจิวเมิ่งั้แ่ต้น แต่มิอาจแยกแยะว่าเป็มิตรหรือศัตรูเช่นเดียวกันยามปรากฏช่องว่างมิติบิดผัน สองสาวงามพลันลังเลแวบหนึ่งไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มด้านหน้ายามคับขันเอาตัวรอด เอื้อมสองมือกลับหลังคว้าร่างอรชรทั้งสองออกแรงผลักเข้าไปด้านหน้า เพื่อส่งร่างของตนกลับหลังสองสาวงามกลายเป็พุ่งไวปะทะชนกับมิติบิดผันตรงหน้าก่อนตนเอง สองสาวงามที่ถูกผลักขวางทางกลายเป็ปกป้องชายหนุ่มตื่นใด้วยเหตุการณืเกิดขึ้นรวดเร็ว ยังไม่ทันคว้าจับเขี้ยวเหล็กของหลงจิวเมิ่ง ถูกมิติลึกลับดึงดูดจมหายไปเสียก่อน
บุรุษหนุ่มรูปงามแสดงออกชั่วช้า แต่วิชาฝีมือเหนือล้ำ ยามแตกตื่นไม่ลนลานเมื่อเห็นหญิงงามร่วมทางถูกดึงดูดจมหาย รับรู้ถึงอันตรายยิ่งยวดไม่ยินยอมรับชะตากรรมเดียวกัน ใช้ออกด้วยหนึ่งกระบี่ะเิลมปรารณกระแทกเข้าใส่ช่องว่างมิติที่ตนเองกำลังถูกดูดเข้าหาเสียงแตกะเิรุนรแงสะท้านทั่ว กระบี่วิเศษในมือพลันหักเป็สองท่อนง่ามมือฉีกขาดโลหิตไหลอาบยังดีมือซ้ายเอื้อมออกจนสุดเหยียดคว้าจับเขี้ยวเหล็กของหลงจิวเมิ่งเอาไว้ได้กลายเป็รอดจากกับดัก ข้ามพ้นมายังอีกฝั่งได้อย่างฉิวเฉียด
แม้ง่ามมือขวาฉีกขาด แต่พลังฝีมือของมือกระบี่ผู้นี้ยังนับว่าเหนือล้ำกว่าหลงจิวเมิ่งหลายขุมแม้าเ็แต่อันตรายมิได้ลดลง หลงจิวเมิ่งดึงรั้งเขี้ยวเหล็กกลับคืนแม้เห็นพฤติกรรมทุกอย่างชัดตา ว่าคนผู้นี้เป็บุรุษเลวทราม แต่ยังทำเรียบเฉยกลบเกลื่อนคิดเอ่ยถ้อยคำสนทนา หมายหลบพ้นจากที่แหง่นี้ ค่อยฉีกหน้ากากของกันและกัน เอาผลประโยชน์ต่อรองเป็ที่ตั้ง
แต่ชายหนุ่มถือกระบี่ไม่คิดดุจเดียวกันสายตาเหลือบเห็นสมบัติวิเศษที่ข้างเอวรับรู้จากลมปราณที่ปั่นป่วนของมันว่าล้ำค่ายิ่งนัก ความโลภพลันบังเกิดในทันที ทะยานเข้าประชิดตัวของหลงจิวเมิ่งใช้วิชาฝีมือและพลังการฝึกตนที่เหนือกว่ามาก สะกดควบคุมร่างของหลงจิวเมิ่งเอาไว้ในเสี้ยงกระพริบตา
“เสียแรงข้าลงมือช่วยเหลือเ้า แต่เมื่อหลุดพ้นจากความตายกลับกระทำตัวชั่วช้ายิ่งนัก”
“ข้ามิเคยเอ่ยอ้างว่าตนคือวิญญูชน”มือกระบี่ในชุดขาวฉีกยิ้มกว้าง “แต่หากผู้คนจะเรียกขานเช่นข้าก็ยินดี”มือกระบี่ชั่วช้ารู้ว่าห่อผ้าที่หลงจิวเมิ่งสะพายไว้ที่เอวคือสมบัติวิเศษไม่ลังเลที่จะกระชากดึงแย่งชิง
หลงจิวเมิ่งรู้ดีว่ายากรักษากระบี่วิเศษตั้งใจแลกเปลี่ยนสิ่งของ แผนการที่เผื่อทางเลือกเป็สองั้แ่ต้นแม้ตั้งใจจะกระทำใจดีสู้พยัคฆ์ หวังขี่หลังเสือหลบหนี แต่สุดท้ายคำตอบกลับกลายเป็...หุบเหว
เส้นชีพจรไร้ลักษณ์นั้นมีจุดเด่นที่แปลกพิสดารอีกข้อนั่นคือตำแหน่งชีพจรของมันล้วนผิดเพี้ยนไปจากผู้ฝึกตนทั่วไป ทำให้การใช้ลมปราณสะกดข่มไปยังจุดชีพจรของมือกระบี่ล้วนไม่เกิดผลอย่างที่ตั้งใจกลายเป็เปิดโอกาสให้หลงจิวเมิ่ง คว้าฉวยสิ่งของติดมือก่อนจะกระตุกดึงเส้นไหมหิมะที่เกี่ยวรั้งกรงเล็บไว้กับเส้นทางปริศนาตำแหน่งใจกลางของทางเลือกทั้งเก้า
มือกระบี่สมกับเป็อัจฉริยะวัยเยาว์ยามที่ถูกหลงจิวเมิ่งหยิบฉวย รู้ตัวทันควัน แม้ง่ามมือฉีกขาดยังขยับไวฟาดกระบี่เข้าใส่ได้หนึ่งคราก่อนที่ร่างนั้นจะลอยลิ่วไปตามแรงของไหมหิมะหายลับเข้าไปยังเส้นทางดำมืดบนหน้าผากำแพง
“บัดซบ !!!ถึงกลับกล้าหยิบฉวยถุงมิติของข้า” มือกระบี่สบถดังพลางขว้างกระบี่ที่หักครึ่งในมือทิ้งลงพื้น หากว่ากระบี่เล่มนี้มิได้หักอยู่ก่อนเชื่อว่าหลงจิวเมิ่งคงไม่อาจมีชีวิตรอดไปได้อย่างแน่นอน
แม้ไม่อาจปล้นชิงสิ่งของสังหารผู้คนเพื่อปกปิดแต่กระบี่สุดท้ายยังทำให้มันได้รับสิ่งของตอบแทนล้ำค่าอีกชิ้นกระปุกโอสถที่หล่นลงมาบนพื้นจากอกเสื้อที่ฉีกขาดของหลงจิวเมิ่ง และทันทีที่มือกระบี่ผู้นี้เปิดจุกออกสูดดมก็ทำให้อารมณ์โกรธเกรี้ยวก่อนหน้าของมันคลายลง
“ไม่เลว ๆไม่คิดว่าเ้าเด็กดวงแข็งมีพลังลมปราณเพียงขั้นก่อกำเนิด แต่กลับวาสนาดียิ่งนักกลับพกพากระทั่ง...โอสถวารีชำระกาย หลายสิบเม็ดติดตัวเอาไว้วันนี้ช่างโชคดียิ่งนัก” เหตุการณ์ตรงหน้าล้วนบ่งบอกชัดว่า...์ในโลกแห่งนี้มิได้ส่งเสริมคนดี แต่ส่งเสริมคนแข็งแกร่ง ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
มือกระบี่โฉดชั่ว ในคราบจอมยุทธ์คุณธรรมผู้นี้ มีนามว่า...อี้เทียนเฉินปัจจุบันเป็ถึงมือกระบี่หน่ออ่อนอัจฉริยะอันดับสามของ...สำนักกระบี่อัสนีบาตค่ายสำนักอันดับหนึ่งแห่งมหานคร...เหล็กหลอมมหานครหลักแห่งภาคตะวันออกของแผ่นดิน ซึ่งภายหลังจากที่มันกลับออกไปจากนาวา์ไร้กาลในวันนี้พร้อมเหล่าผู้าุโของสำนักตนเองอี้เทียนเฉินก็ได้กลายเป็มือกระบี่หน่ออ่อนอัจฉริยะอันดับหนึ่งในเวลาเพียงหนึ่งปีนับจากนี้
หลงจิวเมิ่งแม้รอดตายจากกระบี่สังหารมาได้อย่างหวุดหวิดแต่กลับต้องกระโจนเข้าสู่เส้นทางทดสอบของนาวา์ไร้กาลอย่างไม่มีทางเลือก ร่างที่ทะยานผ่านม่านอาคมของเส้นทางทดสอบถูกส่งมายังดินแดนที่รายล้อมด้วยผืนทรายสีเหลืองอล่ามแต่เพราะกระบี่สุดท้ายที่อี้เทียนเฉินฟาดออก ทำร้ายหลงจิวเมิ่งได้รับาเ็สาหัสตอนนี้เด็กหนุ่มจึงยังคงนอนสลบไสลจมกองโลหิต โดยไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติในเร็ว ๆนี้