ปึง..!! เสียงฝ่ามือของใครบางคนฟาดลงมาบนโต๊ะ จนเกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วห้อง พอมันยกมือออกโต๊ะตัวนั้นก็ถึงกับหักเป็สองซีกก่อนพังลงกับพื้น "หน็อย…ไอ้เด็กเมื่อวานซีน มันโอหังถึงขนาดกล้าท้าทายข้าต่อหน้าคนทั้งตลาดเลยงั้นรึ.." "ใช่แล้วศิษย์พี่ แถมไอ้หนูนั้นยังบอกอีกว่าหากท่านไม่ไปพบมันภายในครึ่งก้านธูปมันบอกให้ท่านเป็…เป็…." เป็สิ่งใดจงพูดมา.." "เป็...ลูกเต่าหดหัว"
พอหลู่อิงฉานได้ฟังประโยคนั้นความโกรธของมันก็พวยพุ่งจนถึงขีดสุด หลู่อิงฉานรีบคว้ากระบี่มาไว้ในมือก่อนจะลุกขึ้น และออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว เสี้ยวอี้หลานภรรยาของมันก็รีบเดินตามไปติด ๆ เช่นกัน แม้สีหน้าของนางจะดูไม่ค่อยเต็มใจไปสักเท่าไหร่ ฟังจากที่เล่ามาเด็กหนุ่มผู้นั้นน่าจะเป็คนดีมีคุณธรรมพอสมควรเลยทีเดียว พวกของนางเสียมากกว่าที่ทำตัวเป็คนชั่วไม่น่าให้อภัย
หลู่อิงฉานใช้เวลาไม่นานในที่สุดมันก็ได้มาเผชิญหน้าอยู่กับเด็กหนุ่มที่พวกมันดั้นด้นมาตามหาถึงเมืองห่างไกลเช่นนี้ ครั้งแรกที่อิงฉานเห็นหน้ามันรู้สึกคุ้นตากับเด็กหนุ่มผู้นี้เป็อย่างยิ่ง ราวกับมันเคยพบเจอกับที่ไหนมาก่อนสักที่แต่ก็นึกไม่ออก โดยเฉพาะกับเสี้ยวอี้หลาน พอแรกเห็นหน้าของฉินฟง นางก็ถึงกับใจนตาโตไปชั่วขณะ ภาพของไท่หยวนอี้อาจารย์ปู่ผู้ล่วงลับของนาง พลันผุดขึ้นมาซ้อนทับเด็กหนุ่มผู้นี้ เสี้ยวอี้หลานมองจ้องฉินฟงตาไม่กะพริบ จนหลู่อิงฉานต้องกระแอมเสียงดังให้นางได้สติ
"ดูท่าทางเ้าจะถูกอกถูกใจเด็กหนุ่มผู้นี้เสียเหลือเกินนะ ฮูหยินของข้า เก็บอาการหน่อย อย่าลืมสิว่าเ้านะแต่งงานออกเรือนมีสามี แล้วจะทำอันใดก็ไว้หน้าข้าบ้างอี้หลาน.." วาจาของอิงฉานดูคล้ายจะเตือนสติอี้หลาน แต่หาได้เป็เช่นนั้นไม่ มันเพียงแค่้าป่าวประกาศความเป็เ้าของในตัวของ เสี้ยวอี้หลานให้ชายอื่นที่ดูอยู่โดยรอบ กับ ฉินฟงที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามันรับรู้เพียงเท่านั้น หาได้มีความห่วงหาอาทรหรือ ให้เกียรตินางเลยแม้แต่น้อย
ฉินฟงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ใเล็กน้อย แต่ก็มิได้แสดงท่าทางใออกมาแม้แต่น้อย มันกลับสงสารเสี้ยวอี้หลานเสียมากกว่า ที่ต้องกลายมาเป็ภรรยาของคนใจบาปหยาบช้า โเี้อำมหิตอย่างหลู่อิงฉาน นางช่างโชคร้ายเสียจริง จากนั้นฉินฟงจึงทำสีหน้ายียวนก่อนจะกล่าวบางอย่างออกมา "ดูท่าทางเ้าคงจะเป็ คุณชายหลู่อิงฉานผู้โด่งดังสินะ"
"ถูกต้องแล้ว ข้าคือหลู่อิงฉาน แห่งสำนัก เก้าัปราบธรรมะ ส่วนเ้าก็คงจะเป็เด็กหนุ่มจองหอง อวดดี ไม่กลัวตายที่ชื่อ ฉินฟงใช่หรือไม่" ฉินฟงแย้มยิ้มก่อนหยักไหล่ "ใช่แล้วข้าเอง เด็กหนุ่มคนที่พวกเ้า ถ่อมาตามหา ข้าเป็แค่เด็กหนุ่มบ้านนอกคอกนา มิเคยได้พบพานกับคุณชายผู้สูงสง่าเช่นท่านมาก่อน เหตุใดท่านจึงให้เกียรติลดตัวมาหาข้ากันเล่า" หลู่อิงฉานส่ายหัวก่อนจะแค่นหัวร่อ "ตัวข้านั้นไม่ได้มีกิจธุระอันใดกับเ้าหรอกน้องชาย เพียงแต่ว่าเ้านั้นมันช่างทำตัวโอหัง อวดดีเสียเหลือเกิน ที่กล้ามาสังหารคนของพรรคมารตายไปหลายคน"
พอฉินฟงได้ยินหลู่อิงฉานกล่าวเช่นนั้นมันก็มุ่นคิ้วเอียงคอทำหน้า งุนงง "ข้ารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก การที่ข้าฆ่าไอ้พวกพรรคมารสวะหนักแผ่นดินพวกนั้นตายไปมันก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ พวกมันทั้งเลวทรามต่ำช้า ข่มเหง รังแกชาวบ้านไปทั่วทุกหนแห่ง ข้าสังหารพวกมันทิ้งก็เป็เื่สมควรแล้วมิใช่หรือ หรือพวกเ้าว่าข้าทำไม่ถูกต้อง" ฉินฟงกล่าวพร้อมกวาดตามองไปยังชาวทุกคนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ พวกมันต่างพยักพเยิดเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉินฟงทำ พร้อมทั้งยังส่งเสียงขับไล่ หลู่อิงฉานอย่างไม่กลัวเกรง
สาเหตุก็เพราะว่า ทุกคนมี จอมยุทธ์หนุ่มผู้กล้าผู้นี้คอยปกป้องอยู่นั้นเอง..
"หุบปาก..!" หลู่อิงฉานตวาดเสียงดังลั่นพร้อมลมปราณ กับ จิตสังหาร ที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงจึงทำให้พวกชาวบ้านพลันเงียบเสียงลงทันที แววตาของหลู่อิงฉานยามนี้น่ากลัวประดุจสัตว์ร้ายในป่า ชาวบ้านบางคนที่เห็นถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น บางรายถึงขั้นสลบหมดสติไปเลยก็มี จะมีที่พอทานทนไหวก็เห็นจะเป็พวกชาวยุทธ์บางคนที่ดูอยู่เท่านั้นแหละ "วิชาจิตมารสลายกำลังงั้นรึ…ในอดีตข้าเคยเห็นเ้าหวู่เกาใช้อยู่สองสามครั้ง ตอนออกไปจัดการกับสำนักต่าง ๆ ไม่คิดเลยว่าเ้าอิงฉานมันจะฝึกด้วย แต่ของแบบนี้ใช้กับข้าไม่ได้หรอก" ฉินฟงที่มองดูหลู่อิงฉานอยู่คิดในใจ
"วิชาจิตมารสลายกำลังของเ้าก็น่ากลัวดีอยู่หรอกพี่ชายแต่ดูเหมือนจะฝึกได้เพียงแค่ขั้นสามสินะ ถ้าฝึกได้เพียงเท่านั้น มันก็คงแค่พอจะทำให้ชาวบ้านหมดสติไป แต่ใช้กับข้าไม่ได้หรอกนะ" ฉินฟงแย้มยิ้มก่อนจะกล่าวออกมา วาจาของมันทำเอาหลู่อิงฉานถึงกับผงะไปเล็กน้อยด้วยความใ "อะไรกัน เ้ารู้จักวิชานี่ด้วยงั้นรึ!! เ้าเป็ใครกันแน่.." หลู่อิงฉานกัดฟันกำหมัดแน่นด้วยความโมโห วิชาจิตมารสลายกำลังที่มันฝึก ไม่ใช่วิชาที่คนในพรรคมารทุกคนจะรู้จัก มีเพียงคนในพรรคระดับหัวหน้าสาขาขึ้นไปเท่านั้นถึงจะได้ฝึก และวิชานี้มันก็ได้รับมาจากิ เจียวจูอีกที ตัวเจียวจูนั้นไม่ถนัดวิชาการต่อสู้สักเท่าไหร่ อย่างที่ทราบกันนางเติบโตมาในฝ่าย โอสถที่เน้นเื่การปรุงยา เครื่องจักรกลไก อาวุธยุทโธปกรณ์ เื่วิชาการต่อสู้ที่ใช้กำลังจึงไม่เหมาะกับนาง เจียวจูจึงมอบให้หลู่อิงฉานฝึกทั้งหมด ..
"หึหึ เช่นนั้นก็ดี ดูท่าทางเ้าเองก็คงจะมีฝีมือเหมือนกัน ถ้างั้นเรามาตัดสินกันให้มันจบ ๆ ไปจะดีกว่า" หลู่อิงฉานกล่าวขึ้นด้วยท่าทางที่สงบเยือกเย็น ไม่ใช่ผู้ที่มีแต่โทสะเหมือนเมื่อสักครู่นี่แล้ว แต่ท่าทางเช่นนี้แหละที่ทำให้ ศิษย์ในสำนักชายอีกหนึ่งคนที่ติดตามมันมาถึงกับขนลุก ขาสั่นเหงื่อกาฬออกทั่วร่าง หลู่อิงฉานร่างมารร้ายที่สังหารคนโดยไม่กะพริบตาปรากฏตัวออกมาแล้ว แววตาของมันนั้นสงบนิ่ง ที่แฝงไว้ด้วยความอำมหิตไร้ปรานี ฉินฟงจำแววตานี้ได้เป็อย่างดี แววตาที่เคยมองมาก่อนกระบี่ในมือเล่นนั้นจะเฉือนตัดคอหอยปลิดชีพตัวมันในเสี้ยววินาที "ชักกระบี่ประหลาดของเ้าออกมาซิน้องชาย ขอข้ายลโฉมกระบี่ที่ทำมาจากศิลาหินของเ้าหน่อย" หลู่อิงฉานกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา ก่อนที่มันจะชักกระบี่ออกมาไว้ในมือ ฉินฟงทำตาโต ก่อนจะยกนิ้วขึ้น และชี้ ไปที่กระบี่ศิลาฟ้าดินกลางหลังมัน
"เ้าหมายถึงกระบี่เล่มนี้งั้นรึ" "ถูกต้องชักมันออกมาสู้กับข้า ให้ข้าได้ทำลายมันทิ้งซะ เห็นมันแล้วข้ารู้สึกขัดหูขัดตายังไงไม่รู้" ฉินฟงบุ้ยปากเกาหัวแกรก ๆ ก่อนจะส่งยิ้มสดใสให้หลู่อิงฉาน พร้อมทั้งกล่าวขึ้นว่า "ข้าต้องขออภัยด้วยพี่ชาย แต่ข้าคงจะไม่จำเป็ต้องชักมันออกมาหรอก เพราะสำหรับท่าน แค่มือเปล่าคู่นี้ก็มากพอแล้ว.." วาจาของฉินฟงที่เปล่งออกมานั้นเหมือนเป็การดูถูกเย้ยหยันหลู่อิงฉานอย่างถึงที่สุด แต่มันก็หาได้สูญเสียความเยือกเย็นไปไม่ "กระนั้นรึ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ เช่นนั้นเ้าก็คงหมดโอกาสที่จะได้ชักมันออกมาอีกต่อไปแล้ว.." หลู่อิงฉานกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา จากนั้นร่างของมันก็หายวับไปราวกับล่องหน จนพวกชาวบ้าน กับชาวยุทธ์ที่ดูอยู่โดยรอบยังใ "ระวัง…!!" เสียงของเสี้ยวอี้หลานร้องดังขึ้นในวินาทีที่คมกระบี่ของหลู่อิงฉานไปจ่ออยู่ที่คอหอยของฉินฟงเรียบร้อยแล้ว
ถึงนางจะร้องะโก็เปล่าประโยชน์ ด้วยความเร็วของหลู่อิงฉานระดับนี้ ฉินฟงไม่มีมีทางหลบพ้นเป็อย่างแน่นอน และภาพที่ทุกคนเห็นก็คอกระบี่วาววับคมกริบเฉือนตัดเข้าไปที่คอของฉินฟงจนขาดกระเด็นพวกชาวบ้านต่างพากันหวีดร้องเสียงดัง บางคนก็ถึงกับเอามือปิดตาไม่กล้ามอง หลู่อิงฉานถึงกับแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัยชนะ แต่ทว่า….
มันก็ดีใจได้ไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ เมื่อพบว่าคอที่กระบี่มันฟันโดนค่อย ๆ เรือนร่างหายไป ถูกต้องแล้วนั้นเป็เพียงภาพติดตาที่เกิดจากการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงสุด ตัวจริงของฉินฟงนั้นได้มายืนอยู่ด้านหลังของหลู่อิงฉานเป็ที่เรียบร้อย "อะไรกัน! เป็ไปไม่ได้..!!" หลู่อิงฉานใมาก มันกำลังจะเอี้ยวตัวกลับไปหาฉินฟงพร้อมกระบี่ในมือเพื่อเล่นงานเขาอีกครั้ง แต่ก็ดูเหมือนมันจะสายไปเสียแล้ว เพราะหมัดของ ฉินฟงนั้นพุ่งออกตรงมาที่ร่างของหลู่อิงฉานเป็ที่เรียบร้อย มันทำอะไรไม่ได้นอกจากยกกระบี่มาป้องกันไว้ เกิดเสียงเคร้งดังไปทั่วบริเวณ กระบี่ของหลู่อิงฉานมีความยืดหยุ่นพอตัว บวกกำลังพละหมัดของฉินฟงที่ปล่อยออกมาเพียงแค่หนึ่งส่วน มันจึงทำได้แค่ให้กระบี่โค้งงอแต่ไม่หัก แต่ถึงกระนั้นความรุนแรงของหมัดก็ถ่ายทอดส่งตรงไปยังร่างของหลู่อิงฉาน จนมันกระเด็นถอยไปหลายสิบก้าวก่อนจะกระอักเืออกมาจากปาก ภาพนั้นทำเอาทุกคนถึงกับตกตะลึงไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว
"ท่านพี่..!!" เสี้ยวอี้หลานเองก็ใมากถึงกับร้องเรียกหลู่อิงฉานเสียงดัง และกำลังจะวิ่งเข้าไปดูอาการ แต่หลู่อิงฉานก็ยกมือห้ามไว้ เชิงบอกว่า อย่าสอดมือเข้ามายุ่งกับการต่อสู้ข้า เมื่อเสี้ยวอี้หลานเห็นเช่นนั้นนางจึงหยุด เพราะรู้ดีว่าหากฝืนเข้าไป นางจะโดนอันใดจากสามีบ้าง
"ไม่เลวนี่น้องชาย ความเร็วกับกำลังภายในของเ้าถือว่าอยู่ในขั้นดีทีเดียว ข้าเองก็ประเมินเ้าต่ำไปหน่อยต้องขออภัยด้วย แต่กระบวนท่าต่อไปเ้ายังจะหลบทันได้หรือไม่เตรียมรับมือ" หลู่อิงฉานกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูมั่นใจ มันคิดว่าที่ตนถูกฉินฟงเล่นงานนั้น เป็เพราะตัวมันประมาทเลินเล่อ แต่ต่อไปมันจะแสดงฝีมือที่แท้จริงให้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนที่ดูอยู่ หลู่อิงฉานโคจรลมปราณไปทั่วร่างก่อนพุ่งเข้าใส่ฉินฟงอยู่รอบ ครานี้หาใช่แค่ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่มันยังเต็มไปด้วยกระบวนท่าลึกล้ำสุดอันตราย หากโดนเข้าไปเพียงไม่กี่ครั้งก็อาจจะสิ้นชีวิตได้ "เป็อันใดไปเล่าน้องชาย เ้าทำได้เพียงแค่หลบไปหลบมาเช่นนั้นรึ ชักกระบี่ศิลาประหลาดของเ้าออกมาได้แล้ว พวกเราจะได้ต่อสู้กันอย่างสมศักดิ์ศรีข้าไม่อยากฆ่าคนที่ไม่มีอาวุธในมือ" หลู่อิงฉานกล่าวขึ้นในขณะที่กำลังใช้กระบี่กวัดแกว่งไล่ต้อนฉินฟงอยู่ฝ่ายเดียว
แม้กระบี่ของหลู่อิงฉานจะไม่โดนตัวของฉินฟงแม้แต่นิดเดียว แต่ฉินฟงก็ชักเริ่มรำคาญที่หลู่อิงฉานเอาแต่พูดว่า อยากให้มันกระบี่ศิลาฟ้าดินออกมาสักที ก่อนจะกล่าวอ้างเื่ศักดิ์ศรี ทั้ง ๆ ที่ในความเป็จริง หลู่อิงฉานไม่สนเื่แบบนั้นด้วยซ้ำ มันก็แค่อยากเชือดไก่ให้ลิงดู ทุกคนจะได้เอาเื่ของมันไปเล่าขานถึงความเก่งกาจของมัน "เช่นนั้นก็ย่อมได้ หากเ้าอยากจะสู้แบบสมศักดิ์นัก ข้าก็ยินดี" ฉินฟงกล่าวขึ้น ก่อนที่รอยยิ้มของหลู่อิงฉานจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า คราวนี้แหละ มันจะได้แสดงให้ทุกคนเห็นว่า ตัวมันสามารถทำลายกระบี่ประหลาดเล่มนี้ที่ทุกคนกล่าวถึงได้
จากนั้นฉินฟงก็ะโถอยห่างจากมันไปประมาณสี่ห้าก้าว หลู่อิงฉานก็หยุดกระบี่ไม่ได้ไล่ตามต่อ เพียงแต่ว่าฉินฟงไม่ได้ชักกระบี่ศิลาฟ้าดินออกมา แต่มันกลับกวาดตามองไปรอบ ๆ ตัว เหมือนมองหาของบางสิ่ง "อยู่ไหนกันนะ…เจอแล้วอยู่นั้นเอง!" ฉินฟงฉีกยิ้มกว้างก่อนจะะโไปหยิบของบางอย่างมาไว้ในมือ
จบบทที่ 24..