ตอนที่ 4
นนท์ หลังจากอาบน้ำแล้วรู้สึกสบายตัวขึ้น รวมทั้งยาที่กินเข้าไปทำให้รู้สึกง่วง หลังจากคิดอะไรเรื่อยๆ ไปได้สักพักจึงได้หลับไปนาน และรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากลืมตา ยังเห็นบ้านเก่าๆ เหมือนเดิม นึกว่าจะได้ตื่นจากฝัน ทำไมยังอยู่ที่เดิมได้กัน คงต้องทำใจแล้วใช่ไหม ว่าต้องอยู่ที่นี่ แล้วเราจะอยู่ให้รอดอย่างไรกัน กับสถานที่ไม่คุ้นเคยนี้ ดูแล้วน่าจะอดอยาก เพราะยากจนมาก
เมื่อตื่นมาครั้งนี้รู้สึกอาการปวดหัวเหมือนจะดีขึ้น เพราะไม่ได้ปวดเหมือนครั้งที่แล้วที่ตื่นขึ้นมา จึงคิดว่าจะออกไปสำรวจบ้านที่จะต้องอยู่เสียหน่อย ตอนไปอาบน้ำก็ไม่ได้สำรวจ เพราะ้าไปอาบน้ำให้เร็วที่สุด เพราะตอนนั้นคิดได้แค่นั้นๆ จริง เพราะถ้าให้อยู่นานกว่านั้น เขาคงจะทนไม่ไหวแน่นอน
เมื่อเดินออกมาแล้วมองรอบๆ บ้านนี้มีสองห้องนอนเล็ก ไม่ใหญ่มาก มีห้องครัวเล็กอยู่ ดูแล้วเป็บ้านที่ไม่แข็งแรงเอาเสียเลย อยู่กันไปได้อย่างไง ไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ ทำไมถึงไม่ทำบ้านให้มันแข็งแรงกว่านี้กันนะ ตรงส่วนอื่นก็สะอาดดียกเว้นตรงที่เ้าของร่างนี้นอน คงเป็ความสกปรกส่วนตัว
เมื่อเดินไปสำรวจในครัว เมื่อเปิดดู ไม่มีอะไรเหลือเลย มีเครื่องปรุงเหลือนิดหน่อย อยู่กันได้ยังไงนะ ปล่อยให้ลูกเมียอดขนาดนี้เลยหรือ
และกำลังจะเดินไปหลังบ้านพอดี ลูกชายที่เห็นคนเป็พ่อตื่นแล้วจึงได้เดินเข้าบ้านมา
"พ่อตื่นแล้วหรือครับ ทำไมไม่นอนพักต่อล่ะครับ"
แม้จะกลัวคนเป็พ่อมากเท่าไร แต่ความเป็ห่วงที่มีมากกว่า จึงได้ถามพ่อออกไป ผิดกับลูกสาว ที่เอาแต่ซุกพี่ชายด้วยความกลัวคนเป็พ่อ
"กลัว" ลูกสาวที่แม้จะซุกพี่ชายก็ยังพูดออกมาเสียงเบาด้วยความกลัวพ่อของตัวเอง แม้จะเสียงเบาแต่นนท์ก็ได้ยินอยู่ดี
"ไม่ต้องกลัวพ่อนะครับ พ่อไม่ทำอะไรพวกลูกเสียหน่อย"
พ่อที่เห็นลูกๆ ยังคงกลัวอยู่จึงได้พูดออกไป แม้ไม่รู้ว่าลูกจะเลิกกลัวเมื่อไร แต่ก็อยากให้ลูกเลิกกลัวเขาเสียที แม้ไม่ใช่ลูกก็ตาม แต่แล้วยังไงในเมื่อตอนนี้เขาเป็พ่อแล้วนี่ ลูกก็ต้องรักเขาสิถึงจะถูก นี่อะไรลูกกลัวเขาไปได้
แต่ลูกสาวก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองอยู่ดี เอาเถอะคงต้องใช้เวลาสักหน่อยก็แล้วกัน เขายังมีเวลาอีกเยอะที่จะทำความรู้จักกับลูก และทำให้ลูกกลับมารักเขาให้ได้ คอยดูก็แล้วกัน คนที่เคยเป็พ่ออย่างเขาต้องทำได้แน่นอน
"พ่อไม่เป็อะไรแล้ว ดีขึ้นแล้วล่ะ พ่อว่าจะเดินสำรวจบ้านเสียหน่อย พ่อบอกแล้วยังไงว่าพ่อจำอะไรไม่ได้เลย"
"อย่างนั้นผมกับน้องไปด้วยครับ"
"ได้สิ พ่อว่าจะเดินไปหลังบ้านเสียหน่อย ตอนพ่ออาบน้ำเหมือนได้ยินเสียงน้ำ"
"ใช่ครับพ่อ ข้างหลังบ้านเรามีลำธารไหลผ่านครับ"
"อย่างนั้นไปดูกัน เผื่อพ่อจะหาอะไรกินได้บ้าง ข้าวบ้านเราไม่มีกินแล้ว ไม่รู้ว่าเย็นนี้จะกินอะไรกันดี"
"เราก็ไม่มีกินกันเป็ประจำอยู่แล้วนี่ครับ พวกเราทนได้ แต่พ่อจะทุบตีพวกเราอีกหรือเปล่าถ้าไม่มีอะไรให้พ่อกิน"
ตงตง ถามพ่อออกไป ด้วยแววตาสั่นไหว ที่ยังคงกลัวคนเป็พ่ออยู่
"พ่อจะตีไปทำไมกัน นี่ยังไงล่ะ พ่อจะพยายามหาอะไรให้พวกเราได้กินรองท้องบ้าง แม้จะไม่มากแต่ก็น่าจะไม่หิวได้ ไม่ต้องกลัวนะ"
"จริงหรือครับ แล้วมันคืออะไรล่ะครับ"
"พ่อขอไปดูที่ลำธารก่อนแล้วกัน เผื่อจะมีปลาจะได้จับมากิน ดีไหม"
"ดีครับ แต่ว่าปลามันจับยากมากเลยนะครับ มันว่ายน้ำหนีเร็วมาก เราจะจับมันทันหรือครับ ผมเคยลองจับกับแม่แล้ว ไม่สำเร็จครับ"
"พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พ่อจะลองดูก่อนแล้วกัน ตงตง แล้วพ่อมีชื่อว่าอะไร บอกพ่อหน่อยได้ไหม"
ั้แ่มาอยู่ในร่างนี้ยังไม่รู้ชื่อของตัวเองเลยว่าชื่ออะไรกัน จะนึกเองก็คงจะนึกไม่ออก ถามลูกดีที่สุด น่าจะได้คำตอบง่ายกว่า
"พ่อชื่อ ต้าเฟยหรง แม่ชื่อ หงเลี่ยงหรู ครับ"
ในที่สุดก็รู้จักชื่อตัวเองเสียที และยังรู้จักชื่อของภรรยาอีกด้วย แม้ยังไม่เจอตัวก็ตาม ไม่รู้คิดยังไงถึงมาแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ได้ ไม่เข้าใจเลย
"ในที่สุดพ่อก็รู้จักชื่อตัวเองเสียที ลูกมีอะไรต้องบอกพ่อนะ รู้ใช่ไหมว่าพ่อ ความจำเก่าไม่มีอยู่แล้ว" บอกลูกชายออกไป เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะพึ่งพาใครได้ในตอนนี้เหมือนกัน
"ได้ครับพ่อ ผมชอบพ่อที่ความจำเสื่อมมากเลยครับ ไม่อยากให้ความจำพ่อกลับมาเลยครับ"
ยังไงเขาก็ชอบพ่อคนนี้มากกว่าอยู่แล้ว เขายังไม่ถูกด่าและถูกตีเลยั้แ่พ่อตื่นขึ้นมา
"พ่อก็จะเป็อย่างนี้ดีไหมลูก ในเมื่อลูกชอบ"
"ดีครับ" พร้อมทั้งดีใจที่ได้พ่อคนใหม่
ในที่สุดก็มาถึงลำธารเสียที ถือว่าอยู่ใกล้บ้านมาก แบบนี้จึงตักน้ำได้ง่ายไม่ต้องเดินไกล
"น้ำใสมาก มีปลาตัวใหญ่มากเลย ลูกเห็นหรือเปล่า" ต้าเฟยหรง บอกลูกด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น และดีใจเป็อย่างมาก
"เห็นครับ แต่พ่อจะจับได้หรือครับ"
"เดี๋ยวพ่อลองทำเป็หลุมดักปลาก็แล้วกัน" เขาเคยอยู่กับปู่และย่าที่ชนบท เพราะแม่และพ่อเข้ามาทำงานในเมืองกัน เพราะฉะนั้นเขาจะเอาความรู้ที่ปู่และย่าเคยสอนมาใช้ แม้ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่าแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ถ้าเป็อย่างนั้นมีหวังได้อดตายอย่างแน่นอน
"อะไรคือหลุมดักปลาครับ" ตงตง ถามพ่อด้วยความสงสัย
"พ่อก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่พ่อจะทำให้ลูกดูนะ มันเอาไว้ดักปลาที่ว่ายมา และถ้ามันเข้ามาในหลุมที่เราทำไว้ เราก็จะได้จับมันง่ายๆ เลยลูก"
"อย่างนั้นหรือครับ ผมอยากจะเห็นแล้วครับ มันต้องดีมากเลย ถ้าอย่างนั้นเราต้องได้ปลาแน่นอนเลยครับพ่อ"
"พ่อก็หวังให้เป็อย่างนั้นเหมือนกัน"
หลังจากนั้น ต้าเฟยหรง เริ่มทำหลุมดักปลา โดยใช้หินมาล้อมรอบๆ ให้เป็เหมือนบ่อเล็กๆ เพื่อว่าปลาจะได้ตกลงไปในหลุมได้ ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า เขาอยากจะให้ได้ผลจังเลย จะได้เอาปลาไปย่างให้เด็กๆ ได้กินกัน เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็แค่รอ ต้าเฟยหรง จึงคิดว่าจะสำรวจริมลำธารไปด้วย เผื่อเจอของอย่างอื่น ที่นำมากินได้อีก
"พ่อทำเสร็จแล้วหรือครับ"
ตงตง ถามพ่อที่ทำหลุมดักปลาที่ดูแปลกตา เพราะเขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย เพิ่งเคยเห็นตอนพ่อทำเป็ครั้งแรก แม้แปลกใจว่าพ่อเขารู้จักวิธีทำนี้มาจากไหน
"ใช่แล้วลูก เดี๋ยวค่อยมาดู พ่อจะเดินไปทางนั้นเสียหน่อย ลูกไม่ต้องเดินตามพ่อมาก็ได้ ดูแลน้องอยู่ตรงนี้ แล้วระวังน้องตกน้ำด้วยล่ะ ผิงผิง เชื่อฟังพี่ชายนะลูก"
"ครับ / ค่ะ" แม้จะกลัวเขาอยู่ก็ยังเงยหน้ามาตอบ ดูสิน่ารักจะตาย ทำร้ายลงได้ยังไงกัน เขาอยากจะอุ้มแย่แล้ว แต่ติดตรงที่ลูกกลัวเขาอย่างมากนี่สิ คิดด้วยความเหนื่อยใจ
เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ไกลพอสมควรจากที่ทำหลุมดักปลาเอาไว้ และสำรวจไปรอบๆ เผื่อจะมีอย่างอื่นที่สามารถเอาไปกินได้บ้าง
"นั่นมันกล้วยนี่นา ทำไมไม่มีคนตัดไปกินนะ มันสามารถทำให้หายหิวได้เลยนะ"
ทำไมที่นี่ถึงมีต้นกล้วยได้นะ แต่ช่างมันเถอะ ขอแค่มีของกินให้ลูกเขาก็พอใจแล้ว ว่าแล้ว ต้าเฟยหรง จึงใช้มีดที่ถือติดมือมาด้วย ตัดกล้วยเครือที่มีลูกสุกบ้างแล้วไป ส่วนอีกเครือยังไม่แก เอาไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวค่อยมาตัดวันหลัง และคิดอย่างดีใจ วันนี้ลูกเขาไม่ต้องทนหิวอีกแล้ว อย่างน้อยถ้าไม่ได้ปลาก็สามารถกินกล้วยกันได้