เช้าวันรุ่งขึ้น
ชายหนุ่มทั้งคู่วิ่งออกกำลังกายรอบสนามด้านหน้าของคฤหาสน์ อนูปเริ่มแสบแผลที่หน้าอกเมื่อเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมา “ฉันขอไปนั่งก่อน” เขาโบกมือลาเพื่อนวิ่งกลับมานั่งที่โต๊ะแก้วกลางแจ้ง ห่างจากเขาประมาณ 100 เมตร อารีน่านั่งที่ระเบียงด้านหลังห้องนอน หญิงสาวใช้เวลายามเช้าตรวจงานที่ค้างไว้ก่อนแต่งงาน “เธอเป็ไงบ้างเมื่อคืน” วินัยเดินเข้ามานั่งข้างๆเพื่อนคว้าขวดน้ำล้างใบหน้า “หมาป่าตัวหนึ่ง” ฝ่ามือของอนูปลูบแผ่นอก วินัยหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเพี่อนพูดถึงหมาป่า กำลังจะเอ่ยถามต่อแต่เขาหยุดไว้ก่อน “วันนี้ฉันจะไปทำธุระที่ย่านคอนทา นายจะกลับกี่โมง” อนูปถามเพื่อนรักที่จ้องมองใบหน้าของอารีน่าด้วยความห่วงใย “ฉันว่านายไปดูอาการของเธอดีกว่า สงสัยจะแพ้ท้องหนัก” วินัยเตือนเพื่อนรักและชี้ไปทางระเบียง อารีน่านั่งกุมหน้าท้องพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้
ร่างของนานีวิ่งเข้ามาพยุงเธอไว้ก่อนที่อนูปจะตัดสินใจเข้าไปช่วย ชายหนุ่มยิ้มอย่างสบายใจ “โชคดีหน่อย นานีกลับมาแล้ว” อนูปถอนหายใจพร้อมลูบแผ่นอกที่เริ่มเจ็บอีกครั้ง ทันใดนั้นร่างของน้องสาววิ่งเข้ามาโอบกอดด้านหลังของพี่ชาย “มีรา อย่า” มือทั้งสองของมีรากดทับรอยเเผลของพี่ชายอย่างแรง “เป็อะไรพี่ ไม่สบายหรือเปล่า”
วินัยนั่งยิ้มเพราะเมื่อคืนเขาได้ยินเสียงอนูปร้องโวยวายกลางดึก “มีรา พี่ชายของน้องฝันเห็นหมาป่าเลยตกเตียงเมื่อคืนนี้ พี่ได้ยินเสียงร้อง โอ้ยยย ดังลั่นทะลุกำแพงห้อง” เสียงหัวเราะที่ะเิออกมาของวินัยทำให้อนูปยกกำปั่นขึ้นจะชกเพื่อน “หยุดพูดเลย นายได้ยินอะไร พูดดีๆนะโว้ย” มีราเลื่อนเก้าอี้นั่งข้างพี่ชาย สอดมือเข้าเปิดคอเสื้อ “พระเ้ารอยเล็บ พี่โดนใครข่วนเป็ทางยาวด้วย” ร่างของมีรายืดขึ้นส่องดูบริเวณลำคอ “ไม่มีอะไร นั่งได้แล้ว”อนูปรีบดันร่างของน้องสาวให้นั่งลง “นายได้ยินอะไร วินัย” ความสนใจของอนูปทำให้มีรายิ่งสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม “หรือว่า พี่อารีน่าข่วน หนูจะฟ้องแม่” อนูปใรีบรวบร่างของน้องสาวไว้ทัน“หยุดทั้งคู่เลย นายหุบปาก แล้วแม่ตัวดีคนนี้อยู่นิ่งๆ อย่าให้พี่โมโหนะ”
“พี่เมาและจะนอนบนเตียงนอน เธอไม่ยอมเพราะกลิ่นเหล้า” อนูปย่อเื่ราวเพียงประโยคเดียวให้ทั้งสองฟัง “แล้วเมื่อคืนพี่นอนที่ไหน” มีราเริ่มฉุนพี่สะใภ้สาว สายตามองไปที่ระเบียงเหมือนจะหาเื่อารีน่าให้ได้ “บนเตียง” อนูปเผลอตอบออกไปโดยไม่คิด ปลายเท้าของวินัยสะกิดปลายเท้าของมีราให้ฟังพี่ชายตอบ “อ้าวบนเตียง มันคืออะไร ไม่เข้าใจอ่ะพี่” วินัยชูนิ้วมือห้ามมีราทันที “เื่ของคู่แต่งงานใหม่ๆ น้องไม่ควรเข้าไปยุ่ง พี่ว่า เ้านี่คงไปทำอะไรพี่สะใภ้ของเราแน่นอน” วินัยวิเคราะห์ไปหัวเราะไป สีหน้าของอนูปเริ่มเครียด “อย่าบอกแม่ได้ไหม พี่ปวดหัวจะะเิอยู่แล้ว”
“ก็ได้ ไม่บอกก็ไม่บอก พี่จะพาพี่อารีน่าไปอยู่แอดเเลนต้าด้วยเหรอค่ะ” มีราเริ่มกังวลความปลอดภัยของพี่ชาย “ถามทำไม” พี่ลูบหัวของน้องสาวอย่างเอ็นดู อนูปเริ่มรู้สึกว่าน้องโตขึ้นมากกว่าเด็กสาวทั่วไป “หนูเป็ห่วงความปลอดภัยของพี่” มีราหันหลังให้พี่ชายทันที “มีรา ทำไมพูดเเบบนั้น” วินัยเริ่มสงสัยในคำพูดของน้องสาวเพื่อน “ไม่จริงเหรอค่ะ ั้แ่พี่อารีน่าเข้ามาในครอบครัวเรา มันมีแต่เื่...” นิ้วมือของพี่ชายแตะห้ามที่ริมฝีปากของน้องสาวไว้ทัน “ไม่เอา ไม่คิดเเบบนั้น” อนูปดึงร่างของน้องสาวมากอดเพื่อปลอบใจ “เรามีกันแค่สองพี่น้อง เราดูแลกันและกันได้ พี่จะระวังตัวของพี่ ไม่คิดมากเข้าใจไหม มีรา”
3วันต่อมาภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยความโกลาหล กระเป๋าเสื้อผ้าหลายใบนำมาวางเรียงรายกลางห้องโถงใหญ่ ดาวินและปาริกานั่งรอลูกๆทั้งสองคนแต่งตัว “ไม่รู้ว่า ชีวิตของลูกๆจะไปในทิศทางไหนนะคะ” ปาริกาเริ่มกังวลอนาคตของลูกชายที่ยอมรับการแต่งงานครั้งด้วยความจำใจ “ตอนนี้เราคงต้องเป็คนเฝ้าดูพวกเขาไปก่อน ผมสั่งให้คนของเราที่อยู่ทางนั้นดูแลลูกๆเป็อย่างดี”
ภายในห้องนอนของอนูป
ชายหนุ่มผูกเน็คไทและสวมเสื้อสูท “การเดินทางเริ่มขึ้นแล้วอนูป” อนูปพูดกับตัวเองในขณะที่ส่องกระจกบานใหญ่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเบาๆ “เชิญครับ VIP” ร่างของแม่บ้านนานีเดินเข้ามาในชุดกระโปรงยาวสีเทาดำ รองเท้าบูทสีดำสนิท “ไปโบสถ์มาแล้วใช่ไหมครับ” อนูปหันร่างเดินเข้าไปสวมกอดร่างของนานี เขารวบบ่าทั้งสองของนานีไว้แน่น ใช้ปลายนิ้วสอดเข้ารับไม้กางเขนสีทองเล็กๆ แล้วก้มลงจูบไม้กางเขน “ห้ามร้องไห้ ห้ามคิดมาก และห้ามกินขนมหวาน รู้ใช่ไหม ว่าผมรักนานีมากแค่ไหน” น้ำตาใสของหญิงสูงวัย 61ปีร่วงออกมา พยายามไม่ร้องแต่ห้ามไม่ได้ “รู้ค่ะ ว่ารักมากค่ะ แต่คุณหนูห้ามใจร้อน ตอนนี้คุณหนูมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น และรีบๆกลับมานะคะ” คำพูดของนานีผิดไปจากทุกครั้ง อนูปก้มลงแตะปลายเท้าทั้งสองของแม่บ้านซึ่งนานีถอยห่างออกมา “คุณหนูทำอะไร ห้ามทำแบบนี้นะคะ”
“นานี คือ แม่คนที่สองของผม รักผมมากที่สุด ยอมรับใช้ครอบครัวของผมทั้งๆที่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างสบายๆได้แล้ว การทำความเคารพแค่นี้น้อยไปด้วยครับ” อนูปสอดมือทั้งสองประคองลำคอของนานี “รักษาสุขภาพให้ดีๆนะครับ ผมขอสั่งไว้แค่นี้ เมื่อไปถึงที่นั่นผมจะโทรมาหาครับ”
ภายในห้องนอนของอารีน่า
หญิงสาววางสายโทรศัพท์กับมารดาด้วยใบหน้านองไปด้วยหยดน้ำตา ความรู้สึกของเธอเริ่มดีขึ้น “เราต้องทำหน้าที่เป็แม่ให้ดีที่สุด ฟังแม่พูดอยู่หรือเปล่า” หญิงสาวก้มหน้าลูบหน้าท้องของตนเอง “แม่ต้องเดินทางไกล ไม่กวนแม่นะจ๊ะ ตอนนี้เราต้องไปอยู่อเมริกากับเขา ตามหน้าที่เท่านั้น” อารีน่าเก็บเอกสารที่เธอนำออกมาอ่าน หญิงสาวมองหากระเป๋าเอกสารที่อยู่บนโต๊ะในห้องนอน เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นอีกครั้ง “สุนันทา ฉันรอโทรศัพท์ของเธออยู่พอดี” สุนันทาขับรถเพื่อจะไปส่งเพื่อนสาวที่สนามบิน “เื่ที่เธอให้ฉันทำ เรียบร้อยแล้ว กุญแจห้องพัก กุญแจต่างๆพวกนี้ทำไง” อารีน่ายิ้มอย่างสบายใจ “ช่วยดูแลให้ฉันก่อน หลังคลอดฉันจะกลับมาเอาคืน” สุนันทาหัวเราะออกมา “ขอให้เป็อย่างนั้นเถิด”
“ทำไมพูดแบบนั้น” อารีน่าเริ่มสวมรองเท้า ยืดร่างส่องกระจกดูเรือนร่างของเธอ สุนันทาเร่งความเร็วของรถยนต์ขึ้น “ความใกล้ชิดมันคือสิ่งที่อันตรายที่สุด” อารีน่าหยุดไปชั่วขณะ “ความใกล้ชิด” หญิงสาวย้ำคำพูดของเพื่อนสาว “ใช่...ความใกล้ชิดจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง เธอต้องระวัง ถ้าคิดจะกลับมาภายหลังคลอดอาจทำได้ แต่หัวใจทั้งดวงอาจไม่ได้กลับมาด้วย” ร่างของอารีน่าทรุดลงนั่งบนเก้าอี้นวมให้ห้องนอน เธอไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า ภายในห้องนอนของเธอมีใครเข้ามายืนฟังการสนทนาระหว่างเธอกับสุนันทา “ฉันจะไม่มอบหัวใจของฉัน ให้ผู้ชายคนนี้เป็อันขาด” น้ำเสียงของอารีน่าเเข็งขึ้น นิ้วมือเช็ดหยดน้ำตา สุนันทาใและฉุกคิดได้ว่า เพื่อนสาวกำลังตั้งครรภ์ “เดียวก่อน เดียวก่อน ตอนนี้เธอจะคิดลบไม่ได้นะ อารีน่า พยายามมองโลกในแง่ดีเพื่อเด็กในท้องของเธอ ทำจิตใจให้แจ่มใสและมีความสุข” อารีน่าหันหลังกลับพบร่างของอนูปในชุดสูทสีเทาดำ ยืนอ่านไดอารี่สีเหลืองในมือ “คุณเข้ามาั้แ่เมื่อไร” หญิงสาวถามออกไปสายตาจ้องมองที่ดวงตาสีนิลดำของเขาที่จ้องใบหน้าของเธอเช่นกัน “อารีน่า ฟังฉันพูดอยู่หรือเปล่า”
นิ้วมือของอารีน่าตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง แล้วก้มลงเก็บโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพาย “เข้ามานานพอที่จะได้ยินคำว่า ความใกล้ชิด คุณไม่ต้องใช้วิธีนี้กับผม ผมทำหน้าที่เพียงแค่ ดูแลคุณและเด็กเท่านั้น” หญิงสาวรู้สึกโล่งอกที่เขาไม่รู้เื่อะไรมาก “ค่ะ” อนูปเดินตรงเข้ามาใกล้ๆเธอ “อธิบายข้อความนี้ให้ผมหน่อย”
“ดอกไม้งาม เริ่มผลิดออกดอกไม้ตามฤดูกาล ความงดงามของดอกไม้ในสวนนี้อาศัยเกสรตัวผู้ ดอกไม้ที่ไร้การผสมพันธ์ก็ไม่มีดอกใหม่ เกสรตัวผู้มีความสำคัญมากที่สุดอย่างนั้นหรือ” อนูปอ่านถ้อยคำของพี่ชายให้อารีน่าฟัง ร่างของหญิงสาวก้าวเดินหลีกไปทางอื่น สีหน้าของเธอเป็ปกติ “คุณคือ อาจารย์ที่มีชื่อเสียง ข้อความแค่นี้ไม่เข้าใจเหรอค่ะ” แววตาที่สดใสแวววาวของอารีน่าทำให้อนูปปิดไดอารี่อย่างเร็ว “ผมถามดีๆเพราะ มันไม่ใช่ข้อความธรรมดา คุณเป็คนที่ใกล้ชิดกับพี่ชายมากที่สุด มีความสัมพันธ์ด้วยกัน อาจจะรู้อะไรบางอย่าง” อารีน่าพับกระเป๋าเสื้อผ้าลง “ตอนนี้ฉันรู้อย่างเดียวว่า ฉันไม่มีชุดคลุมท้องค่ะ”
อนูปก้าวเข้ามาเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าที่ว่างของเธอ “ตอบคำถามของผมได้ไหม ขอร้อง” อารีน่าถอยร่างออกห่างจากเขา “ข้อแรก คุณอย่าฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้ได้ไหมค่ะ ฉันจะอาเจียนอีกแล้ว” อนูปรีบถอยร่างออกห่างพอสมควร “พี่ชายของคุณเขียนไดอารี่ด้วยเหรอค่ะ เื่นี้ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ เขารู้สึกอะไร และเขียนด้วยเหตุผลอะไร ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ”
“ผมจะพาคุณไปซื้อชุดคลุมท้องเมื่อเราไปถึงที่นั่น ส่วนเสื้อผ้าในตู้ผมคิดว่า คุณไม่ต้องเอาไปด้วย” ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้คำตอบจากเธอ เขาก้มหน้าเดินออกไปจากห้องนอนของอารีน่าทันที “พระเ้า เขาน่ากลัวจริงๆ” หญิงสาวมองที่ประตูไม้สักที่ปิดสนิท “เข้ามาั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้”