ตอนที่ 25
ซ่า..ซ่า..ซ่า..
เสียงน้ำทะเลกระทบฝั่ง ณชายหาดแห่งหนึ่ง (ที่ไม่บอกว่าที่ไหน) ที่โขดหินบนชายหาดมีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังนั่งมองน้ำทะเลด้วยอารมณ์สุนทรีแล้วสักพักก็มีเสียงโหวกเหวกดังขึ้น
พี่ใหญ่!!!
ชายที่นั่งอยู่บนโขดหินก็ถอนหายใจแล้วหันไปถาม "มีเื่อะไรรึน้องรองเ้าถึงได้เสียงดังขนาดนี้"
"พี่ใหญ่ตอนนี้พลังวัตรของท่านฟื้นคืนแล้วใช้ไหม?" ชายที่ถูกเรียกว่าน้องรองกล่าวถามอย่างมีความหวัง
พี่ใหญ่ยิ้มแล้วตอบว่า "ถูกต้องแล้วน้องรอง"
"ฮ่าๆๆ!!" ได้ฟังน้องรองก็หัวเราะอย่างยินดีแล้วกล่าวว่า "อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันจัดงานประลองประจำเมืองแล้วพี่ใหญ่ท่านก็เข้าร่วมงานประลองนี้สิ"
"ขอโทษด้วยน้องรองข้าคงไม่ได้เข้าร่วมงานประลองครั้งนี้" พี่ใหญ่กล่าวอย่างรู้สึกผิด
"ทำไมละพี่ใหญ่?นี่คือโอกาสที่ท่านจะเอาชนะพวกที่เคยดูถูกเหยียดหยามท่านเพื่อเรียกศักดิ์ศรีของท่านคืนนะ" น้องรองถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
"เมื่อคืนเทพนักสู้มาหาข้าเสนอว่าจะรับข้าเป็ศิษย์สายตรงข้าจึงคิดจะเปลี่ยนสายการฝึก" พี่ใหญ่อธิบาย
"ห๊ะ!!เื่จริงหรือนี่พี่ใหญ่ท่านไม่ได้หลอกข้าใช้ไหม?" น้องรองอุทานอย่างแตกตื่นแล้วถามอย่างไม่อยากจะเชื่อพอพี่ใหญ่ให้คำยืนยันก็รู้สึกยินดีกับพี่ใหญ่อย่างมาก
ในระหว่างที่กล่าวยินดีกับพี่ใหญ่น้องรองก็นึกถึงเื่ที่พวกเขาเคยปรึกษากัน "พี่ใหญ่ท่านเคยบอกว่าการเข้าเรียนที่หอคอย์นั้นดีที่สุดสำหรับพวกเรามิใช้หรือ?"
พี่ใหญ่ถอนหายใจแล้วอธิบายว่า "นั่นคือถ้าเริ่มต้นจากศิษย์ปลายแถวเพราะถ้าคิดจะเข้าสมาพันธ์หรือนิกายใหญ่ก็ต้องเริ่มจากการปวารณาตัวเป็สาวกไร้ซึ่งอิสระต่างจากหอคอย์ที่ขอแค่สอบผ่านก็เข้าเรียนได้เลยและขอแค่มีเงินจ่ายค่าเทอมจะเรียนถึงตอนไหนก็ได้แถมยังสามารถเลือกเรียนอะไรก็ได้ั้แ่เริ่มต้นจนถึงระดับปรมาจารย์หรือใช้กฎแต่ในสมาพันธ์หรือนิกายใหญ่ต้องสะสมความดีความชอบก่อนจึงจะศึกษาได้"
กล่าวถึงตรงนี้พี่ใหญ่ก็หยุดพักหายใจเพื่อให้น้องชายทำความเข้าใจพอน้องชายตามทันแล้วก็อธิบายต่อ "แต่หอคอย์ก็มีขอเสียเหมือนกันนั่นคือหอคอย์ไม่ได้แจกจ่ายทรัพยากรการฝึกวิชาให้กับเหล่าลูกศิษย์ต่างจากสมาพันธ์หรือนิกายใหญ่ที่จะแจกจ่ายทรัพยากรให้กับสาวกตามระดับชั้นไป"
เป็จริงตามที่พี่ใหญ่คนนี้พูดเพราะงั้นจึงทำให้เกิดระบบหนึ่งขึ้นในราชอาณาจักรนั่นคือระบบหยิบยืมเรียน (อันนี้ไม่เกี่ยวกับโลกภายนอกเด้อ!!เกี่ยวกับรัฐทีไรผู้แต่งเสียวทุกที) ที่มาของชื่อนี้ก็คือการที่พวกมหาเศรษฐีผู้มีอันจะกินได้เข้าไปสอดส่องนักศึกษาไส้แห้งในหอคอย์ตามความสามารถที่ตน้าแล้วเข้าไปยื่นข้อเสนอว่าจะสนับสนุนอะไรเมื่อจบแล้วให้ทำงานอะไรให้ตนและทำกี่ปีเพื่อชดใช้ค่าเล่าเรียนให้นักศึกษาคนนั้น (ซึ่งจะทำรึเปล่านี่ก็ต้องแล้วแต่คนละนะ)
ซึ่งผู้ที่จั่วได้รางวัลใหญ่จากระบบนี้ก็คือท่านทวดของไป๋กุนหลางหรือจักรพรรดิองค์ที่สิบสามของราชอาณาจักรแสงสว่างและคนที่เป็รางวัลใหญ่ของพระองค์คือแม่ทัพใหญ่มู่หยงป้านั่นเองเพราะมู่หยงป้าคือข้าราชการเพียงคนเดียวที่มีพลังระดับเทพยุทธ์นับั้แ่ก่อสร้างราชอาณาจักรมาจนถึงปัจจุบัน
"เพราะงั้นที่พี่ใหญ่คิดจะเข้าสมาพันธ์เทพนักสู้ก็เพราะท่านไม่ต้องเริ่มจากระดับเริ่มต้น?" เมื่อทำความเข้าใจได้น้องรองก็กล่าวถามพี่ใหญ่
"ถูกต้องครั้งนี้ข้ารู้สึกผิดต่อเ้าจริงๆ" พี่ใหญ่กล่าว
น้องรองยิ้มแล้วกล่าวว่า "ท่านไม่จำเป็ต้องรู้สึกผิดต่อข้าความจริงข้าก็ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนไกลเพราะข้าคงทนคิดถึงท่านแม่ไม่ไหว"
ได้ฟังพี่ใหญ่ให้รู้สึกยินดีและซาบซึ้งอย่างยิ่งในครอบครัวของตอนนี้นอกจากบิดามารดาแล้วก็มีเพียงน้องรองของเขานี่แหละที่ยังคงให้ความเอื้อเฟื้อกับเขาเพราะที่น้องรองจะไม่ไปเรียนที่หอคอย์ไม่ใช้เพราะคิดถึงแม่แต่เพราะไม่อยากให้เขาเดือดร้อนเพราะว่าแม้ตอนนี้สมาพันธ์เทพนักสู้กับราชอาณาจักรแสงสว่างจะเหมือนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขทว่าความจริงกลับลอบประลองกำลังกันในทางลับเสมอมา
"ข้าขอขอบใจเ้ามากแต่ข้าจะไม่ให้เ้าเสียเปรียบหรอก" ว่าแล้วก็หยิบห่อผ้าออกมายื่นให้น้องรอง
น้องรองรับมาแล้วเปิดดูเห็นเป็ตำราเขียนหน้าปกว่า "วิชาทวนสยบั"
เห็นอย่างนี้น้องรองก็ร้องถามพี่ใหญ่ด้วยความแตกตื่นว่า "พี่ใหญ่!! นี่คือ…"
พี่ใหญ่ยิ้มแล้วกล่าวว่า "วิชานี้จะช่วยให้เ้าขึ้นเป็กึ่งเทพยุทธ์ได้แต่ระดับเทพยุทธ์นั้นข้าไม่มั่นใจเพราะดวงจิตัในกายข้าก็มีระดับเพียงกึ่งเทพยุทธ์เท่านั้น"
"ได้แค่นี้ข้าก็ดีใจแล้วท่านเองก็อย่าอ่อนซ้อมนักละประเดี๋ยวเจอกันวันหน้าท่านจะสู้ข้าไม่ได้เอา" น้องรองกล่าว
"นั้นก็ต้องดูกันต่อไป" พี่ใหญ่ตอบเสร็จก็มองหน้าน้องชายแล้วทั้งสองก็หัวเราะพร้อมกันเสียงดังลั่น
ฮ่าๆๆๆ!!!
_________________________________
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังหัวเราะห่างไปไม่ไกลมีผีเสื้อตัวหนึ่งกำลังดูดดื่มความหวานของดอกไม้เพราะแถวนี้ไร้ซึ่งเงาต๊กโตทำให้เมื่อมันดูดดื่มความหวานของดอกไม้เสร็จมันจึงสามารถกระพือปีกขึ้นบินได้อย่างสบายอุรา