บทเริ่มต้น
“อณูเวทที่หน้าแน่ขนาดนี้ข้าพึ่งจะเคยเจอเป็ครั้งแรกเลยนะ แม้แต่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังเที่ยบไม่ได้เลย” ร่างบางได้แต่พูดกับตนเองระหว่างใช้เวทลอยตัวหาที่ที่เหมาะสมกับตนพอที่จะปักหลักได้ หลังจากรวบรวมข้อมูลอยู่หลายชั่วโมงทำให้รู้ได้ว่าที่ที่อยู่ตอนนี้นั้นไม่ใช่โลกใบเดิม แต่เป็โลกมิติคู่ขนานที่เรียกได้ว่าใหญ่กว่ามาก มีสิ่งมีชีวิตที่เป็มนุษย์และุ์ ยังไม่รวมกับสัตว์ต่างๆ และพืชบางชนิดที่ร่างบางไม่รู้จัก เวทมนตร์ที่ใช้ไปก่อนหน้านี้เรียกว่า “รูนเขตแดน” จำเป็ต้องใช้พลังเวทมหาศาล จะว่าไปยังมีเวทอื่นๆ ที่ใช้แทนกันได้และเป็เวทที่ชาวเวทั้แ่ระดับเริ่มต้นจนถึงผู้เชี่ยวชาญเวทใช้ เรียกว่า “ศาสตร์เวทวิจักษ์” ใช้ง่ายกว่าและใช้พลังเวทน้อยกว่า แต่ไม่ใช่สำหรับ “โซเทีย” ผู้คิดค้นรูนเวท และเป็ผู้ใช้รูนเวทลำดับต้นๆ ของโลก จนกระทั่งปัจจุบัน เป็ผู้ใช้รูนคนเดียวของโลก...
เด็กหนุ่มร่างบางนามว่า “โซเทีย โทบิเดียน” เป็จอมเวทผู้หลงไหลในศาสตร์แห่งอักษรรูน เดิมทีอักษรรูนนั้นมีแค่ 36 ตัวอักษรก็สามารถใช้งานครอบคุมได้หลายศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็ ศาสตร์การรักษา ศาสตร์ป้องกัน ศาสตร์โจมตี แต่จะใช้ได้ดีจะต้องมีความเข้าใจในศาสตร์นี้อย่างแท้จริง ด้วยความยากและใช้สมาธิขั้นสูงทำให้ศาสตร์มีผู้ศึกษาน้อยลงและหายไปตามการเวลา จนกระทั่งทางจักรวรรดิเวทได้ค้นพบร่องรอยการใช้รูนเวทที่โบราณสถานและเป็อักษรรูนที่ไม่มีในตำราและมีมากกว่าร้อยตัว ทำให้มีการค้นหาผู้ใช้รูนทั้งเมืองรวมถึงเมืองอื่นๆ ด้วย นั้นเลยเป็เหตุผลให้ โซเทีย หลีกหนีออกมาจากโบราณสถานแห่งนั้น ที่จริงมันคือที่พักอาศัยเดิมของตนมาตลอด 400 ปี โบราณสถานแห่งนั้นถูกลงเวทเคลื่อนย้ายทางกลับบ้านไว้นั้นเอง อักษรรูนที่เจอคือเวทเคลื่อนย้าย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเวทไหนทำได้ โดยที่เ้าตัวใช้เพื่อไปเดินเล่นในเมืองและตลาดเพียงเท่านั้น
“ตรงนี้แล้วกัน ข้าอยากพักเต็มทีละ” เมื่อเลือกที่ที่้าได้ก็ทำการร่ายเวทพร้อมรวมอักษรรูนเข้าไปด้วยทำให้เวทสมดุลและด้วยระดับพลังเวทในตอนนี้สามารถทำลายทวีปที่ใหญ่ที่สุดของโลกนี้ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว “ทีนี่สวยจริงๆ ไม่เคยเห็นที่ไหนสวยขนาดนี้มาก่อนเลย” ร่างบางมองออกไปอย่างเคลิบเคลิ้ม หลังจากได้ที่เหมาะๆ แล้ว ก็ทำการร่ายเวทป้องกันอีกชั้นเป็โดมใส่ครอบอยู่บนพื่นที่ที่ตนเองได้ “อากาศกำลังดีเลยข้าอยากนอนต่ออีกสักหน่อย ข้ารู้สึกพลังงานจะหมดแล้วจริงๆ” ระหว่างที่พูดร่างบางก็หลับตาไปด้วย เป็ภาพที่ใครมาเห็นนั้นก็ชวนให้หลงไหล และด้วยอาภรสีฟ้าขาวที่ชอบใส่ประจำและเครื่องหน้าดุจเทพีสรรสร้างทำให้ไม่ว่าจะอยู่ในอริยาบทไหน ก็ดูสวยงามไปหมด
อีกด้านหนึ่งของป่าที่ทางร่างบางได้มาปักหลักอยู่....
ครืนน...ตูมม...เคร้งง!!! แผนดินะเื
“ถอยออกมา .. อย่าให้พวกมันเข้ามาประชิดเราถึงชายป่าได้ พลธาตุดินเตียมพร้อมโจมตี” เสียงะโของแม่ทัพฝ่ายมนุษย์สั่งการกำลังพลของตนเอง “พลธาตุดินพร้อมแล้ว จัดการได้” นักรบหลายพันคนตั้งท่าและปล่อยการโจมตีออกไปพร้อมกัน สร้างทั้งะุดินและแรงสั่นะเืไปยังฝ่ายศัตรู “พลธาตุลม จัดการได้” การโจมตีของธาตุลมพัดพาเอาดินหินไปพร้อมด้วยทำให้เพิ่มการโจมตีไปยังศัตรู
“ไม่ได้ผลเลย ท่านแม่ทัพ นักรบธาตุของเรามีแค่ธาตุน้ำเท่านั้นที่ยังพอป้องกันได้ แต่แม่น้ำอยู่ห่างเกินไป” รองแม่ทัพรายงานสถานะการมาสร้างความตึงเครียดในสนามรบเป็อย่างมาก นักรบธาตุต่อสู้ติดต่อกันมาหลายราตรีแล้ว ทางฝั่งุ์ไม่มีท่าทีจะลดน้อยลงเลย หากุ์สามารถเอาชนะเราไปได้เมืองหน้าด่านของเราต้องพบกับหายนะแน่
“ศัตรูโจมตีมาแล้ว เตรียมรับมือ พลธาตุน้ำเตรียมป้องกันเมือกพิษ” แม่ทัพออกสั่งการอีกครั้ง หากครั้งนี้ป้องกันไม่ได้ ทัพพลธาตุแตกพ่ายแน่ๆ และหากกำจัดศัตรูไม่ได้ชาวเมืองจะตกอยู่ในอันตราย “ป้องกันไม่ได้เลยท่าแม่ทัพ พวกมันโจมตีเร็วมาก” รองแม่ทัพธาตุน้ำรายงาน สถานะการนี้ทำให้พลทหารหลายหมื่นคนยืนรอรับชะตากรรม ระหว่างฝนเมือกกำลังตกลงมาจากฟ้า เนื่องจากจากโจมตีของุ์
....แสงบางอย่าง สาดส่องมาอยู่พักหนึ่ง สร้างความมึนงงให้กับเหล่านักรบ ไหนละการโจมตีจากุ์และแสงเมื่อสักครู่คืออะไร
“นั่นพวกเ้ากำลังทำอะไร ช่วยไปเล่นไกลๆ อาณาเขตของข้าด้วยได้ไหม” เป็เสียงโทนเยือกเย็นที่ทุกคนได้ยินในระหว่างามหาธาตุ ทั้งมนุษย์และุ์เห็นตอนนี้คือ มีคนกำลังลอยอยู่เหนือหัวซึ่งเป็ไปไม่ได้ ไม่มีธาตุไหนบนโลกนี้ทำแบบนี้ได้ มนุษย์คนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ทุกคนในสนามรบคิดเหมือนกัน
“เป็ฝีมือของท่านที่ลบล้างการโจมตีให้พวกเรา” แม่ทัพถามกลับไปด้วยแววตาเคารพนับถือ เหล่าทหารคนอื่นๆ ก็เช่นกัน เทพีทรงเข้าข้างพวกเข้าแล้วที่ส่งแม่ทัพ์มาช่วย นักรบทุกคนเชื่ออย่างหมดใจว่าที่กำลังเห็นอยู่ตรงนี้คือ แม่ทัพขององค์เทพี เมืองแห่งนักรับนับถือแม่ทัพ์หรือแม่ทัพขององค์เทพีหมดใจ
“พวกเ้าชั่งน่ารำคาญ ที่ตรงนี้คืออาณาเขตของข้า แผ่นดินะเืข้าวของของข้าเสียหายหมด” ร่ายบางกล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เนื่องด้วยแจกันใบโปรดตกลงมาแตกไม่สามารถร่ายเวทให้กลับคืนมาได้ แจกันเวทของท่านอาจารย์
...เสียงคำรามกึกก้อง เนื่องด้วยอนุษย์เห็นว่านี่คือตัวอันตราย จึงเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีข้ามแม่น้ำมา ธาตุมืดต่างๆ และควันพิษถูกพ้นออกมาในปริมาณที่เยอะมากๆ
“ไม่มีมารยาทจริงๆ หนวกหูจนมิอาจให้อภัยได้แล้ว” ร่างบางกล่าวเสียงเย็น สำหรับร่างบางแล้วความสงบต้องมาที่หนึ่ง นักรบเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปก็นึกระแวงและพวงกับการโจมตีของเหล่าุ์
“ธาตุดิน เตรียมสร้างกำแพงป้องกัน” ขณะที่ท่านแม่ทัพกำลังสั่งการกองทัพ ได้เกิดวงแหวนประหลาดและตัวอักษรที่ไม่รู้จักอยู่บนท้องฟ้าเหล่านักรบได้แต่ส่งสัยในใจแต่ไม่กล้าถาม แต่ภายในไม่กี่อึดใจก็ได้ยินเสียงเย็นๆ ตามมา
“จงสูญสิ้น....” ร่างบางเอ่ยเสียงออกมา วงเวทเ่าั้ก็ทำงานทันที แสงสีทองเปร่งออกมาทำลายการโจมตีและสลายร่างเหล่าุ์ทั้งสิ้นในเวลาไม่ถึง 3 ลมหายใจ สร้างความใอย่างถึงที่สุดให้กับคนที่เห็นเหตุการณือันน่าเหลือเชื่อนี้
“นี่มัน.... “ไม่มีเสียงใดๆ เกิดความเงียบทั้งกองทัพมนุษย์ แม่แต่แม่ทัพเองยังไม่อยากเชื่อสายตา าที่กินเวลามาหลายเดือนสิ้นสุดในไม่กี่ลมหายใจ “ท่าน..ท่านทำได้ยังไง” เสียงตะกุกตะกัก ของท่าแม่ทัพถามออกได้ “เราขอทราบนามของท่านได้หรือไม่” ไม่ใช่แค่แม่ทัพมนุษย์ที่อยากรู้ ทั้งกองทัพเองก็เช่นกัน
“โซเทีย นามของข้า ทีนี้พวกเ้าก็กลับไปได้แล้ว เ้าพวกน่ารำคาญ” ร่างบางโบกมือครั้งเดียว อักษรรูนมากมายก็ปรากฎ นำพาเหล่านักรบทั้งกองทัพกลับมาที่เมือง เพียงแค่พริบตาเดียวทั้งกองทัพก็มาโผล่ใกล้เมืองทั้งที่ควรจะต้องเดินทางเป็แรมปี เมื่อเหล่าทหารกลับเข้าไปในเมืองเื่นี้ถูกเล่าต่อไปปากต่อปาก เป็เื่ที่จะได้เล่าสืบลูกชั่วหลานแน่ๆ
ทางแม่ทัพและรองแม่ทัพทั้ง 4 ธาตุก็ได้นำเื่นี้หารือด้วยเช่นกัน “เป็จริงอย่างนั้นรึ องค์แม่ทัพ์ปรากฎตัวที่ชายแดนปีศาจ” ผู้าุโของสภาได้ถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “เป็จริงครับท่าน พวกเราและนักรบทั้งกองทัพถูกเคลื่อนย้ายมาที่นี่ในพริบตาเดียว เป็ธาตุที่เราไม่รู้จักมาก่อน แถมยังมีธาตุที่ลบล้างการโจมตีทั้งหมดได้ด้วย” ทั้งหมดเล่าถึงเหตุการณ์ที่เจอตามลำดับ
“เราจำเป็จะต้องกลับไปเชิญ แม่ทัพ์มาที่เมืองเราให้ได้ เป็หน้าที่ของพวกท่านแล้ว ไปสืบมาก ส่วนเหล่าาุโทั้งหลายจะไปที่วิหารเทวาเพื่อขอบคุณท่าน” เหล่าาุโทั้งหมดกุลีกุจอ ลุกขึ้นแทบจะพร้อมกัน เพราะนี่ถือว่าไม่ใช่เื่เล่นๆ แล้วหากท่านแม่ทัพ์มาจริงจำเป็จะต้องเตรียมสถานที่ให้พร้อม
อีกด้านหนึ่ง คนต้นเื่ ยังไม่ได้รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองเลยแม้แต่น้อย
“หรือข้าจะเข้าเมืองดี ข้อมูลที่ได้มาจากความทรงจำของเหล่ามนุษย์พวกนั้นมีร้านอาหาร ร้านขนมดีๆ มากมายเลย” ร่างบางคิดพร้อมกับตาเป็ประกาย “พรุ่งนี้ค่อยไปละกัน ตอนนี้ข้าคงต้องหาอะไรทำแก้เบื่อไปก่อน” ร่างบางไม่ได้รู้เลยว่า การไปเยือนเมืองครั้งนี้ จะมีเื่มากมายเกิดขึ้น