ลมวสันต์เดินไปตามเส้นทางที่แผนที่บอก เขาไม่ได้ถาม NPC คนอื่นอีก
ในใจของเขา คำพูดของวิธูมีน้ำหนักมาก นี่เป็การพิจารณาหลังจากลบความรู้สึกส่วนตัวไปแล้ว
จะมีสักกี่คนที่ให้พิกัดสมบัติมา โดยที่บอกให้เอามาแค่พอดี? นี่มันเป็วิสัยทัศน์ระดับไหน?
อีกทั้งในระหว่างที่เดินไปยังจุดหมายเขาก็พิจารณาถึงการเสียชีวิตของวิธูเช่นกัน
เป็ไปได้ไหม? ที่หากไม่ได้รับน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เขาจะตาย?
มีคำใบ้ซ่อนอยู่ในบทสนทนาก่อนหน้า วิธูพูดถึงการยกระดับพลังแต่กำเนิดและการพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดภายหลัง
เห็นได้ชัดว่าเขามองออกว่าลมวสันต์เป็เพียงลูกเจี๊ยบเลเวลหนึ่งที่พึ่งลืมตาดูโลก ในขณะที่เขาคือผู้ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน
ลมวสันต์ยังเป็ภาชนะว่างเปล่าที่สามารถขยายอีกได้ ส่วนวิธูก็คือภาชนะที่บรรจุเต็มแล้ว หรือเกือบจะเต็ม และไม่สามารถเติมอะไรเข้าไปได้อีก
'เขาจะต้องเป็ยอดฝีมือที่ไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ จนเลือกละทิ้งทุกสิ่งไป และใช้ชีวิตอย่างหมดอาลัยตายอยาก'
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างสอดคล้องกันไปหมด น้ำพุศักดิ์สิทธิ์นั่นอาจเป็ความหวังสุดท้ายของวิธูเพื่อจะก้าวต่อไปยังเส้นทางที่เขาเคยเอื้อมไม่ถึง
หากเขาหามันไม่เจอ วิธูอาจเลือกจบชีวิตตัวเอง
'ต้องใช่แน่ ๆ'
NPC.. ไม่สิ คนคนนี้... ช่างเป็แบบอย่างของพวกวิถียุทธ์จริง ๆ ลมวสันต์นับถือจากใจจริง
ในที่สุดก็มาถึงยังหมุดหมายที่ระบบนำทางมา เป็ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับลำธารที่ไหลออกนอกเมือง ตรงปากทางที่ลูกกรงเหล็กกั้นไว้ แต่ก็เก่าเขรอะอย่างไม่ได้รับการดูแล การจะพยายามเปิดเข้าไปจึงเป็เื่ง่าย
ข้างในค่อนข้างมืด ลมวสันต์จึงตัดสินใจไปหาซื้อหมวกคนขุดแร่มาจากร้านขายของชำ รวมไปถึงมีดสั้นเล่มถนัดมืออีกเล่ม เพราะอาวุธที่เขาเลือกไว้เป็ดาบ อาจจะไม่เหมาะแกว่งไปมาในท่อระบายน้ำ ในกรณีที่เจอพวกมอนสเตอร์
สุดท้ายก็เสียไป 9 เหรียญ เพราะเลือกแต่ของเกรดต่ำสุดในร้านมา ไม่งั้นเขาอาจจะกลายเป็คนแรกที่หมดตัวั้แ่วันแรกของ Closed Beta ก็เป็ได้
ลมวสันต์วกกลับไปที่ท่อระบายน้ำอีกครั้ง หลังจากมั่นใจว่ารอบ ๆ ไม่มีใคร ก็แอบแง้มลูกกรงเหล็กเข้าไป แล้วปิดกลับให้เรียบร้อย
ติดตั้งหมวกและเซตไฟให้ดีในตอนที่แสงยังส่องถึง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปบนทางเดินแสนเฉอะแฉะเ่าั้อย่างระมัดระวัง
[ตรวจพบหนูตาแดง LV.1]
เสียงของระบบดังขึ้น พร้อมกับที่ไฟบนหัวส่องไปเห็นหนูขนาดประมาณ 1 ฟุตตัวหนึ่งยืนอยู่ เ้าตัวนั้นพอเจอแสงไฟก็วิ่งหายลึกเข้าไปด้านใน
อย่างไรก็เป็ท่อน้ำ การเจอหนูไม่ใช่เื่แปลก แถมจุดประสงค์ก็ไม่ได้จะมาเพื่อเก็บเลเวล ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มีแผนที่จะไล่กวดหนูตัวนั้น ในระหว่างที่ค้นหาเส้นทางไปยังเมืองเก่า
แผนที่ที่ระบบให้มามีแค่บนพื้นดินเท่านั้น ั้แ่ก้าวเข้ามาในท่อระบายน้ำ แผนที่ก็เปลี่ยนเป็โหมดสำรวจ เส้นทางจะปรากฏก็ต่อเมื่อเขาเดินไปถึงเท่านั้น พื้นที่ที่เหลือมืดสนิท
ลมวสันต์ยังคงก้าวเดินต่อไป เมื่อลึกเข้าไปก็มีทางแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ โรคย้ำคิดย้ำทำในตัวเขาเริ่มตั้งขบวนประท้วงในหัว สุดท้ายก็มีอีกแผนหนึ่งปรากฏขึ้นในใจ นั่นก็คือการทำแผนที่ท่อระบายน้ำ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะเอาไปขายให้กับพวกผู้เล่นคนอื่นได้ หรืออาจจะขายให้ได้แม้กระทั่งพวก NPC ด้วย
สุดท้ายเขาก็จมอยู่กับการทำแผนที่จนลืมเวลา ในตอนที่สำรวจเส้นทางที่แตกแขนงเส้นทางหนึ่ง เสียงแจ้งเดือนก็เด้งรัวจนหูเขาอื้อไปชั่วขณะ
[ตรวจพบหนูตาแดง LV.1]
[ตรวจพบหนูตาแดง LV.1]
[ตรวจพบหนูตาแดง LV.1]
[ตรวจพบหนูตาแดงั์ LV.3]
[ตรวจพบหนูตาแดงั์ LV.3]
[ตรวจพบหนูตาแดงั์ LV.3]
[ตรวจพบหนูตาแดงกลายพันธุ์ LV.5]
[ตรวจพบ....]
[ตรวจพบ....]
[ตรวจพบ....]
[ตรวจสอบหนูตาแดงเป็จำนวนมาก]
[ด้วยค่าสถานะปัจจุบัน ขอแนะนำให้หลบหนีทันที]
ดูเหมือนว่า ลมวสันต์จะเจอเข้ากับรังของหนูตาแดงเข้าให้แล้ว...
.
.
.
"สวัสดีค่ะ"
ผมเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว.. ไม่สิ หญิงสาว? คนหนึ่งที่เดินมาพูดด้วย
นี่วันนี้มันวันอะไร ทำไมผมถึงเป็ที่นิยมขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ฉันชื่อ 'แสงแดดในยามเช้า อัสดงในยามเย็น' ค่ะ"
'ชื่อยาวอะไรขนาดนั้น'
"เอ่อ เพราะคุณเป็คนเดียวที่มีชื่อที่นี่..."
"รู้ได้ยังไงว่าข้ามี"
ผมถามอย่างสงสัย ชื่อก็พึ่งจะมีเมื่อไม่ครึ่งวันก่อน ตอนนี้กลับมีคนรู้แล้วว่าผมมีชื่อ ข่าวของคนเร่ร่อนมันจะไปน่าสนใจอะไรขนาดนั้น
"อะ... เพราะว่าคุณมีเครื่องหมายปรัศนี [???] อยู่บนหัวค่ะ ในขณะที่คนอื่น ๆ ไม่มี"
'อะไรกันล่ะนั่น'
"แล้ว..?"
"เพราะว่าคุณเป็คนเดียวในสลัมที่มีชื่อ ฉันเลยสงสัยว่าบางทีอาจจะมีภารกิจให้ทำ"
ดูเหมือนเด็กคนนี้จะเป็ผู้เล่นเหมือนกับคนที่ชื่อลมวสันต์งั้นสินะ
"ได้.. ชื่อเ้ายาวมาก ข้าจะเรียกเ้าว่าอัสดง เ้ามีน้ำกับขนมปังแข็งไหม?"
ผมถามอย่างสนใจ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็ไร แต่ถ้ามีอย่างน้อยก็อยากจะเก็บไว้กินในวันพรุ่งนี้
"มีค่ะ.. นี่ค่ะ"
น้ำและก้อนขนมปังหยาบปรากฏขึ้นบนมือทั้งสองข้างของเธอ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคาดเดาคงจะถูก สิ่งมีชีวิตเผ่าที่เรียกตัวเองว่า 'ผู้เล่น' ทุกคนมีเวทมิติจริง ๆ ด้วย
ผมรับมันมาแล้วเก็บไว้ในอกเสื้อที่ขาดวิ่น
"ชื่อของเ้าเกี่ยวกับพระอาทิตย์ เช่นนั้นข้ามีเื่เล่าหนึ่งจะเล่าให้เ้าฟัง..."
ผมเริ่มเรียบเรียงข่าวลือบางอย่างที่เคยได้ฟังมา
"หากนับราชวังเป็ศูนย์กลาง ที่เหนือกำแพงเมือง กระจายไป 8 ทิศ จะมีรูปสลักประจำทิศตั้งอยู่ เคยมีบางคนเห็นรูปสลักเปล่งแสงเรืองรองล้อแสงอาทิตย์ ถึงกระนั้นแม้จะกลับมาอีกครั้งในเวลาเดิมของวันอื่นกลับไม่พบเห็นอีก จึงมีความเชื่อว่าหากได้บังเอิญพบเห็นรูปสลักล้อแสงจะประสบโชคดีน่ะ"
หยุดพูดไปครู่หนึ่ง
"ถ้ามีเวลาก็ลองไปดูสิ อย่างไรก็ต่างเป็แสงตะวัน บางทีอาจจะมีโชคชะตาของเ้าอยู่ที่นั่นก็ได้"
คนเรามักจะรู้สึกผูกพันกับชื่อของตนเสมอ เล่าเื่นี้ไป ก็คงจะเพียงพอสำหรับค่าน้ำและอาหารแล้ว
ผมคิดอย่างมีความสุข
'แหม อันที่จริงข้าเองก็เป็คนดีใช้ได้เลยนี่น่า'
หญิงสาวในชื่อ ID 'แสงแดดในยามเช้า อัสดงในยามเย็น' เดินจากมาอย่างขบคิด
'รูปสลักที่ล้อแสง แน่นอนว่าต้องเกี่ยวกับทิศทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์อย่างแน่นอน แต่ว่า.. การกลับมาอีกครั้งในเวลาเดิม กลับมองไม่เห็นอีก มันหมายความว่ายังไง'
ในขณะที่ขบคิด ฉันก็เดินไปถึงกำแพงเมืองทางทิศตะวันตก แสงแดดยามเย็นค่อย ๆ คล้อยลงต่ำ แสงสาดลงมาด้านหลังของรูปสลัก จนดูราวกับรูปสลักนั้นเปล่งแสงเรืองรองลงมา
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศตะวันตก
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 21:00 น. ถึง 24.00 น.]
การแจ้งเตือนของระบบทำให้อัสดงชะงักค้างไปก่อนจะนึกไปถึงคำพูดของชายปริศนาจากสลัม ที่จนสุดท้ายก็ไม่ยอมเอ่ยชื่อออกมา
"ชื่อของเ้าเกี่ยวกับพระอาทิตย์ เช่นนั้นข้ามีเื่เล่าหนึ่งจะเล่าให้เ้าฟัง..."
ตอนนั้น.. เขาพูดแบบนั้นรึเปล่านะ?
ชื่อ.. ชื่อของฉัน
'แสงแดดในยามเช้า อัสดงในยามเย็น'
หรือว่า ถ้าหากเดินจากทิศตะวันออกแล้วจบลงที่ทิศตะวันตก บางทีอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ หากได้รับบัฟ โชค +200% ตลอด 24 ชั่วโมง อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้
พอคิดแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นดูอีกครั้ง
[ภารกิจ : รูปสลักและแสงเรืองรอง
ข้อมูลภารกิจ : มีข่าวลือว่าหากพบเห็นรูปสลักภายใต้แสงเรืองรอง จะนำพาโชคดีมาให้ โปรดสำรวจเพื่อพิสูจน์ความจริงของข่าวลือนั้น
รางวัล : ??? (ขึ้นอยู่กับระดับความสมบูรณ์ของภารกิจ)]
'เขาพูดว่าโชคชะตาของฉันอยู่ที่นี่... พรุ่งนี้ต้องลองดู'
TBC.
ชอบพล็อตแนวมหกรรมความเข้าใจผิดมาก ไหน ๆ ก็คนไทยไปเรื่อยอยู่แล้วด้วย หวังว่าทุกคนจะชอบ~