Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34

            ชวีเสี่ยวปอยืนอยู่นอกเส้นพื้นที่ยิงประตูสามคะแนนและชู้ตลงกลางห่วงพอดี

     

           “เยี่ยมยอด” ซือจวิ้นที่ยืนอยู่ไม่ไกลปรบมือชื่นชมพร้อมทั้งยกมือขึ้นปาดเหงื่อตรงหน้าผาก

     

           ทางฝั่งของเซี่ยเจิงก็ชูนิ้วโป้งให้ชวีเสี่ยวปอเหมือนกันทั้งยังโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนตรงนั้นมายืนล้อมรอบตัวเองตามที่โหยวเจียได้สั่งเอาไว้หลังจากเลิกเรียนพวกเขาต้องมาเล่นให้คุ้นเคยกันสักหนึ่งเกม คนอื่นๆชวีเสี่ยวปอก็ค่อนข้างที่จะรู้มาบ้าง เซี่ยเจิงนั้นเล่นได้ดีแน่นอนอยู่แล้วเพียงแต่เขาแค่แกล้งทำเป็นไม่พูด ส่วนซือจวิ้นนี่เป็นมืออาชีพเลยทว่าระดับการเล่นของเจียงอี้หยางกลับทำให้เขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆที่จริงแล้วเขาไม่เพียงแต่นอนเก่งเป็นอาชีพอย่างเดียวบาสเกตบอลก็เล่นได้ไม่เลวอยู่เหมือนกัน

     

           “พวกเรามีกันหลายระดับ ถ้าแย่งเอาที่หนึ่งมาก็คงจะเป็นไปไม่ได้”ซือจวิ้นเริ่มพูดขึ้นมาก่อน และที่เขาพูดมาก็เป็นเรื่องจริงในสนามบาสเกตบอลไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ อีกทั้งรายชื่อคนที่ลงแข่งของเด็กสายวิทย์ห้องหนึ่งก็มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น นักกีฬาโรงเรียนสองคนนั้นที่ซือจวิ้นรู้จักก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงส่วนที่เหลือก็ล้วนดูมีหน่วยก้านกันทั้งนั้น

     

           “พูดให้ตัวเองยอมแพ้ไปก่อนซะแล้วเหรอ”เมื่อครู่ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าเล่นได้ลื่นไหลมากแต่พอฟังที่ซือจวิ้นพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาจึงรีบพูดขึ้นมาทันที“ทำลายความปรารถนาของตัวเองแล้วเพิ่มความน่าเกรงขามให้ศัตรูงั้นเหรอ”

     

           “จริงๆ แล้ว ฉันก็รู้สึกว่าพวกเราเก่งพอตัว”เจียงอี้หยางที่นั่งอยู่บนลูกบาสค่อยๆหันไปมองเด็กสายวิทย์ห้องหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น “ฉันรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วพวกเราจะตามพวกเขาทันแน่นอน”

     

           “พวกนายจะพอกันได้ยัง” คนที่พูดขึ้นมานี้คือซุนเผิงในสถานการณ์ที่พวกเขากำลังสำรวจรอบๆ โรงเรียนอย่างขะมักเขม้น จู่ๆเขาก็พูดแทรกขึ้นมา “พวกเราจะไม่สามารถทำสำเร็จได้สักครั้งเลยเหรอ”

     

           “ถ้าเล่นกันแบบนี้เห็นทีคงจะไม่ได้”เซี่ยเจิงยกชายเสื้อแขนสั้นขึ้นมาเช็ดหน้าอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องที่สวยงามและแบนราบของเขาชวีเสี่ยวปอชำเลืองมองไปยังพวกผู้หญิงที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสนามบาสเกตบอล  สิ่งที่เขาเห็นก็คือผู้หญิงตรงนั้นสลับกันหยิกกันไปหยิกกันมาทั้งยังอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องเสียงแหลมออกมาจากนั้นชวีเสี่ยวปอก็หันกลับมามองเซี่ยเจิงอีกครั้ง คนที่ทำให้เกิดเรื่องเขากลับไม่ได้สนใจเลยสักนิดชวีเสี่ยวปอไม่รู้ว่าเส้นเอ็นเส้นไหนของตัวเองผิดปกติไปหรือเปล่า เพราะจู่ๆเขาก็ขยับเดินไปสองก้าวและไปยืนอยู่ตรงข้ามเซี่ยเจิง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ขวางสายตาของเหล่าเด็กสาวพวกนั้นได้พอดิบพอดี

     

           เขารู้สึกรำคาญเด็กสาวที่ชอบคุยกันจ้อกแจ้กจอแจเป็นที่สุด

     

           แต่ในใจของเขากลับไม่รู้สึกอยากที่จะยอมรับมัน

     

           ช่วงนี้เขากินเยอะจนอ้วนขึ้นจริงๆ ก่อนหน้านี้กล้ามหน้าท้องยังเห็นชัดอยู่เลยถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีพุงแล้ว แต่ก็ดูจะราบเรียบไปหน่อยไม่ได้ดูดีเหมือนกับเซี่ยเจิง

     

           ทว่าตอนที่เขามีกล้ามหน้าท้องก็ไม่มีเด็กสาวมายืนกรี๊ดอยู่ล้อมรอบตัวเขาสักหน่อย?

     

           “มีอะไรเหรอ? ” สายตาของเซี่ยเจิงมองไปตามการก้าวเท้าของเขาแล้วจึงถามออกไป

     

           “เปล่าๆ ยืนตรงนั้นแดดมันร้อน” ชวีเสี่ยวปอพูดไปอย่างไม่ได้คิดถึงแม้ว่าจะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วแต่นอกจากตอนเช้ากับตอนกลางคืนที่พอจะมีความเย็นอยู่บ้างในเวลาอื่นฤดูร้อนก็ยังคงลากยาวอยู่ไม่ยอมหายไปสักทีชวีเสี่ยวปอมองย้อนแสงกลับไปก็พบเข้ากับเซี่ยเจิงที่ถูกแสงจากดวงอาทิตย์ตกในช่วงตะวันยอแสงสาดส่องปกคลุมลงมาอย่างพอดิบพอดีจึงทำให้ทั้งตัวของเขามีแสงสีลูกพีชส่องประกายอยู่รอบๆ แม้แต่เส้นขนบางๆบนใบหน้าของเขาก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนชวีเสี่ยวปอมองเขาจนรู้สึกราวกับตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ

     

           “นายยืนตรงนี้ยิ่งไม่โดนส่องถูกเหรอ? ” เจียงอี้หยางรู้สึกว่าชวีเสี่ยวปอดูแปลกๆไป

     

           “ไม่ต้องยุ่งกับฉันหรอกน่า”ชวีเสี่ยวปอเตะไปยังลูกบาสเกตบอลที่อยู่ใต้ก้นของเจียงอี้หยางในตอนนั้นเองเจียงอี้หยางจึงล้มลงไปก้นกระแทกพื้นอย่างแรงและลุกขึ้นมาไล่ตีเขาด้วยความโมโห

     

           “พอแล้วๆ เลิกเล่นกันก่อน” เซี่ยเจิงยิ้มเรียกสองคนนั้นให้หยุดเล่นกัน “ฉันคิดว่าลองดูก็ได้นะแต่ว่าพวกเราต้องเปลี่ยนตำแหน่ง”

     

           น้ำเสียงของเซี่ยเจิงราบเรียบมาก แต่ที่แปลกก็คือชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าหลายคนที่อยู่ตรงนั้นกลับเชื่อฟังที่เขาพูดพวกเขาคอยฟังอย่างเงียบๆ ว่าเซี่ยเจิงจะพูดอะไรต่อไปที่โหยวเจียให้เซี่ยเจิงมารับผิดชอบการแข่งขันบาสเกตบอลก็น่าจะถูกต้องแล้วล่ะคนคนนี้ช่างมีความเป็นผู้นำและมีความสามารถที่ทำให้คนเชื่อฟังได้จริงๆ

     

           ถ้าให้พูดง่ายๆ ก็คือสามารถพึ่งพาได้

     

           “สวีเจี๋ยกับเจียงอี้หยางสลับกัน เจียงอี้หยางนายไปอยู่ตรงตำแหน่งของหมายเลขสี่”เซี่ยเจิงเงยคางขึ้นเพื่อบอกกับสวีเจี๋ยที่เงียบมาตลอด “มีปัญหาอะไรไหม”

     

           “ไม่มีปัญหา” สวีเจี๋ยตอบกลับไปอย่างยิ้มแย้ม

     

           “ชวีเสี่ยวปออยู่ตำแหน่งหมายเลขสอง” เซี่ยเจิงมองไปยังเขา

     

           “รับทราบ ไว้ใจได้เลย” ชวีเสี่ยวปอยกมือขึ้นมาไว้ที่ข้างคิ้วทำท่าวันทยหัตถ์ให้เซี่ยเจิงด้วยความทะเล้น

     

           “ส่วนฉันกับซุนเผิง...เดี๋ยวดูก่อนว่าต้องเปลี่ยนไหมแต่ซือจวิ้นไม่ต้องเปลี่ยน” เซี่ยเจิงพูดจบก็กระทืบเท้าลงกับพื้น “แต่ว่าในเมื่อคิดที่จะแข่งขันกัน ไม่แย่งกันเป็นที่หนึ่งก็คงจะไม่สนุกทุกคนมาทำให้เต็มที่กันเถอะ”

     

           เวลาก็ผ่านมาสักพักแล้ว อีกเดี๋ยวซือจวิ้นยังต้องมีซ้อมกับโค้ชอีกซึ่งเขาจะไปสายไม่ได้โดยเด็ดขาด หลังจากที่เซี่ยเจิงพูดจบทุกคนก็แยกย้ายกันไปหมดแล้ว ในตอนนี้จึงเหลือเพียงชวีเสี่ยวปอและเซี่ยเจิงแค่สองคน

     

           “อวดดี” ชวีเสี่ยวปอนั่งลงตรงใต้แป้นบาสเกตบอลดูเซี่ยเจิงที่กำลังเลี้ยงลูกบาสอยู่ “ฉันนึกว่านายจะไม่ยอมเข้าร่วมซะอีกคิดไม่ถึงว่านายจะตั้งใจมากขนาดนี้”

     

           “ก็ไม่ได้ยอมซะทีเดียวหรอก” เซี่ยเจิงโยนลูกบาสไปให้เขาชวีเสี่ยวปอก็รับมาได้อย่างสบายๆ “แต่ในเมื่อได้ทำแล้ว ก็ทำให้ดีไปเลยแล้วกัน”

     

           ชวีเสี่ยวปอไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดีแต่พอเมื่อมองไปที่เงาของเซี่ยเจิงที่กำลังเดินมาหาตัวเองเขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปแล้วเพราะในขณะที่เซี่ยเจิงพูดประโยคเมื่อครู่นี้ออกมา สิ่งที่ตัวเขาเองคิดก็คือ“ถ้างั้นก็มาทำให้ดีไปด้วยกันเถอะ” ในตอนสายที่โหยวเจียบังคับให้ตัวเขาเข้าร่วมเขาก็คิดแค่ว่าให้ความร่วมมือไปเท่านั้นก็คงพอแต่คำพูดของเซี่ยเจิงกลับทำให้ชวีเสี่ยวปอรู้สึกมีแรงกระตุ้นขึ้นมาอย่างประหลาดซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นเพราะการออกกำลังกายเมื่อครู่จึงทำให้สารอะดรีนาลีนหลั่งออกมาอย่างพลุ่งพล่าน

     

           “จะดื่มน้ำด้วยไหม? ” เซี่ยเจิงเดินเข้าไปถาม

     

           “เอาด้วย” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกเจ็บที่น่องจนทำให้ก้นไม่อยากที่จะขยับไปด้วย “นายซื้อกลับมาให้ฉันหน่อยละกันนะฉันเอาน้ำยี้ห่อม่ายต้ง เอาแบบเย็นนะ”

     

           “ไปด้วยกันสิ” เซี่ยเจิงยื่นมือออกไป “จะได้ไปซื้อของกินด้วย?เดี๋ยวยังต้องมีเรียนด้วยตัวเองภาคค่ำอยู่อีกนะ”

     

           ชวีเสี่ยวปอยื่นมือออกไปจับมือของเซี่ยเจิงใช้แรงฉุดของเขายืนขึ้นมา

     

           แต่ยังไม่ทันที่จะได้ออกไปจากสนามบาสเกตบอลก็มีคนมาขว้างเอาไว้ก่อน

     

           ชวีเสี่ยวปอไม่ต้องมองอย่างละเอียดก็รู้เลยทันทีว่าเป็นผู้หญิงสองสามคนที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสนามเมื่อครู่นี้

     

           การเอาน้ำมาให้ผู้ชายหลังจากที่เขาเล่นบาสเกตบอลเสร็จแทบจะเป็นวิธีเข้ามาตีสนิทที่ทำกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วชวีเสี่ยวปอก็เห็นจนเบื่อแล้วเช่นกัน ผู้หญิงเหล่านี้ใช้วิธีนี้ไม่เลิกสักที

     

           “นาย ฉันให้”ผู้หญิงที่ผูกผมหางม้าตรงกลางยื่นน้ำแฟนต้าในมือที่จับไว้นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ให้เซี่ยเจิงชวีเสี่ยวปอเหลือบตามองไป แล้วคิดด้วยเจตนาร้ายว่าไม่แน่พอเปิดฝาออกน้ำอาจจะพุ่งออกมาใส่เขาเลยก็ได้

     

           “ขอบคุณ” เซี่ยเจิงยิ้ม “แต่ว่าไม่เป็นไร”

     

           ชวีเสี่ยวปอ : “ ? ” แล้วจู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าครั้งก่อนเซี่ยเจิงไม่ได้พูดแบบนี้ครั้งก่อนที่เซี่ยเจิงเอาน้ำมาให้เขา เขารับมาอย่างมีความสุขเป็นพิเศษแถมยังมาบอกอีกว่าไม่อยากให้เธอขายหน้าอยู่ตรงนั้น

     

           “อ๋า” สาวผมม้าคนนั้นหดมือกลับเข้ามาด้วยความผิดหวัง แต่หลังจากนั้นก็รีบพูดออกไปอีกว่า : “งั้นให้ช่องทางติดต่อได้ไหม? ”

     

           “ก็...ช่างมันเถอะนะ” เซี่ยเจิงปฏิเสธออกไปอีกครั้ง

     

           และตอนจบไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าสาวผมหางม้าคนนั้นเบะปากและถูกเพื่อนสนิทของเธอพาออกไปปลอบใจเซี่ยเจิงกำลังจะถามชวีเสี่ยวปอว่าอยากกินอะไร แต่ชวีเสี่ยวปอกลับทำหน้าเย็นชาใส่“ช่างเถอะ ไม่กินแล้ว” พูดจบก็เดินไปยังทางที่จะไปตึกเรียน

     

           “นายเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย” เซี่ยเจิงเดินก้าวขึ้นไปขว้างหน้าเขาไว้

     

           “นายนี่นะ” ชวีเสี่ยวปอไม่รู้ว่าตัวเองไปเก็บเอาความโกรธนี้มาจากไหน“ฉันเพิ่งรู้ว่านายนี่มันเป็นคนตีสองหน้า”

     

           “พูดให้มันรู้เรื่องหน่อย” เซี่ยเจิงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

     

           “ครั้งก่อนตอนที่นายรับน้ำของเซี่ยเจิงมาก็ดูมีความสุขดีนี่ยังใส่ใจความรู้สึกของผู้หญิงเขาด้วยแล้วทำไมครั้งนี้ไม่เป็นเหมือนครั้งก่อนแล้วล่ะ? ” ชวีเสี่ยวปอก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาอยากจะพูดอะไรกันแน่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่เขาต้องระบายความไม่พอใจออกไปจากสมองของเขาให้หมดจนได้“ฉันเดาไม่ถูกเลยว่านายเป็นคนยังไงกันแน่ บางครั้งก็รู้สึกว่านายเป็นคนมีน้ำใจมากแต่พอนึกถึงเรื่องตอนที่นายเอาจดหมายรักไปให้เหลาหม่าฉันก็รู้สึกว่านายมันเลวจริงๆ”

     

           “ฉันไม่ได้เป็นคนเอาจดหมายรักนั่นไปให้เหลาหม่า”เซี่ยเจิงที่เงียบมานานในที่สุดก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงเบาๆ

     

           “ฉันรู้ว่านายเอาไปให้ครูประจำชั้นของนาย”

     

           “ฉันไม่ได้เป็นคนเอาให้”

     

           “ถึงยังไงฉันก็รู้สึกว่า...เดี๋ยวนะ นายพูดว่าไงนะ? ” แล้วจู่ๆ ชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกเหมือนว่าจะต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนไปแน่ๆ 

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663