ร่างอุ้ยอ้าย ลอยละลิ่วลงสู่หุบเหว ตกลงกระทบกิ่งไม้น้อยใหญ่จนกระทั่ง แน่นิ่งไปบนคาคบไม้สูงจากพื้น เืไหลเปรอะเปื้อนอาภรณ์ทั้งกิ่งไม้และหนามที่เกาะเกี่ยว แต่ทว่าความรู้สึกว่าควรจะมีชีวิตรอดเพื่อลูกในท้องทำให้จูจิวรวบรวมกำลังที่มี เอื้อมมือสุดเอื้อมคว้ากิ่งไม้ก่อนจะไต่ลงมาด้านล่างพยายามหนีไปจากตรงนี้ให้ไกลที่สุดเพราะไม่ว่าอย่างไร ราชครูฉินจะต้องส่งคนตามหา จูจิวอย่างแน่นอน
ล้วงหาหยกที่สาวใช้ข้างกายมอบให้ แต่ทว่าไม่พบมันเอนกายพิงต้นไม้ใหญ่หลับตาลงช้าๆ สายเพียงนี้แล้วยังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องยกมือขึ้นลูบหน้าท้องเบาๆ
“อดทนหน่อยลูกแม่เราจะต้องทวงความเป็ธรรมคืนมาให้ได้”เืที่เปรอะเปื้อนแห้งเกรอะกรัง พยุงกายเดินโวซัดโซเซ
ที่โรงเตี๊ยมข้างหน้านั่นเสียงท้องร้องจ้อกแจ้ก
"นายท่านข้าหิวเหลือเกินโปรดเมตตาข้าขอหมั่นโถวของท่านสักหนึ่งลูก”์ยังเมตตา
“หญิงบ้า เ้ามาจากไหน หมั่นโถวที่ข้าจ่ายเงินแล้วหรืออีกมากมาย เ้ากินมันเสีย คงถูกใครย่ำยีจนท้องโตเพียงนี้แล้วยังต้องมาอดอาหาร”ขงจื้อในวัยหนุ่ม ตั้งใจไปคัดตัวขันทีในวัง เลื่อนจานหมั่นโถวตรงหน้าจูจิว มือบางที่เต้มไปด้วยาแประสานมือคารวะ
“รีบกินเสียข้าเองก็เร่งเดินทาง เ้ากินหมดข้าจึงจะไปที่วังหลวง”จูจิวอ้าปากงับเอาหมั่นโถวไว้เคี้ยวลงคออด้วยความหิวกระหาย
“ค่อยๆ ก็ได้ เ้าอีกไม่กี่วันก็คงคลอดลูกแล้วท้องโตเพียงนี้ แต่องค์ชายน้อยถึงคราวต้องมีขันที ฝ่าาคัดตัวขันทีคอยดูแลองค์ชาย ข้าจึงตั้งใจไปสมัครคัดตัวครั้งนี้ช่วยเ้า บางทีอาจทำให้ข้าโชคดี”
“ขอให้ทนายท่านมีโชค องค์ชายน้อยชอบกินขนมไหว้พระจันทร์หากท่านติดขนมไว้พระจันทร์ไปถวายเกรงว่าจะโชคดี”
“หญิงบ้าเ้าก็พูดพร่ำเพรื่อเ้ามองอย่างไรก็หญิงบ้าข้าจะเชื่อเ้าได้อย่างไรกัน เ้าอิ่มแล้วเอ้านี่ข้าห่อให้เ้าข้าเร่งเดินทางจะดีกว่าเกรงว่าจะไม่ทันคนอื่นเขา”ห่อหมั่นโถวใส่ในห่อผ้าวางเงินบนโต๊ะก่อนจะเดินจากไป
วังหลวง
“ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกขันทีขององค์รัชทายาทฝูเยว่มีด้วยกันสามคน ครั้งนี้ถึง การคัดตัวรอบสุดท้ายโดยครั้งนี้ได้ให้องค์รัชทายาท ฝูเยว่เป็คนตัดสินพระทัยด้วยองค์เองว่าจะเลือกใครเพราะแต่ละคนล้วนมีความสามารถเท่าๆ กัน จึงยากที่จะตัดสินได้ง่ายดาย ฉะนั้นความพอใจของไท่จือจึงสำคัญที่สุด”ขงจื้อ ล้วงหยิบ ขนมไหว้พระจันทร์มากำไว้ในมือ อมยิ้ม
“นี่ข้าเชื่อนางอย่างนั้น เฮ้บางทีนางอาจนำโชคก็ได้”
ฝูเยว่ในวัยสิบปี ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า ขงจื้อคนสุดท้ายพอดี
ขงจื้อยื่นขนมไหว้พระจันทร์ในมือออกไปตรงหน้า ฝูเยว่ที่รับเอาขนมไหว้พระจันทร์ยิ้มน้อยๆ
“เสด็จพ่อลูกเลือกขันทีข้างกายคนนี้”ชี้มือยังขงจื้อที่ เอาแต่คุกเข่าประสานมือด้วยความดีใจ
หนึ่งเดือนผ่านไป
“จูจิวข้าขงจื้อขอบคุณท่านยิ่งนัก ข้าตามหาท่านานแสนนานจนกระทั่งมีวันนี้ ท่านไม่ต้องทำงานสวนแล้วดูรึมือไม้หยาบกร้านหมดแล้วข้า ส่งเสียท่านเองไท่จือโปรดปรานข้ายิ่ง ทรงมอบข้าวของเงินทองให้อยู่เรื่อยๆ พอจะเจียดมาส่งเสียท่านได้”
“ขอบคุณใต้เท้า ข้ามีความจำเป็จะต้องเร้นกายเช่นนั้นท่านอย่ามาที่นี่อีกข้ากลัวว่า ที่นี่จะไม่เป็ความลับอีกต่อไป”
“ข้าไม่เข้าใจเ้าเร้นกายจากสิ่งใดในเมื่อข้าเห็นว่าท่านก็แค่หญิงบ้านป่า”
“ข้า ข้า”
“ไว้ใจเถิดข้าไม่แพร่งพรายเื่นี้กับใครข้าสำนึกบุญคุณของเ้ายิ่งจูจิว ข้าเป็คนไร้บ้านขาดพ่อไร้แม่ กว่าจะไต่เต้ามาถึงเพียงนี้หากไม่ได้เ้าในวันนั้นเช่นไรจึงจะมีวันนี้ เช่นนั้นเื่ของเ้าก็เหมือนเื่ของข้าข้าสาบานจะปิดบังช่วยเ้า”
“ ตอนนี้ ท่านอ๋องแปดจงกวานอ๋องเป็อย่างไรบ้าง”
“จงกวานอ๋อง”ขงจื้อทวนคำไปมา”
“จงกวานอ๋อง ข้าเพิ่งได้ยินมาว่าเขาก่อการฏตระกูลจงถูกปะาทั้งตระกูล ท่านอ๋องความจริงถูกจับกุมแต่ทว่ากลับหลบหนีออกจากวังหลวงไปเสียแล้ว”
“ใต้เท้า นี่คือสาเหตุที่ข้าต้องเร้นกาย”ขงจื้ออ้าปากค้างเมื่อความจริงหลั่งไหลพรั้งพรูออกจากปากของจูจิวเหมือนทำนบแตก
“หญิงบ้าไร้ความทรงจำควรเป็เช่นนั้น เ้าก็แค่ทำสวนเก็บของป่าขายบังหน้า เงินทองข้าส่งเสียเ้าเองจูจิว นับว่าเราสองคนเกื้อกูลกัน บางทีนี่อาจเป็เพราะ์รอวันท่านอ๋องกลับมาทวงความเป็ธรรมคืนหรือหากท่านอ๋องไม่กลับมา เ้ากับลูกแค่ปลอดภัยอยู่ที่นี่ ไหนบุตรีของเ้าข้าชักอยากพบนางเสียแล้ว”
จูจิวอุ้มร่างกระจ้อยของจีจี้มาส่งให้กับขงจื้อที่ยิ้มด้วยสายตาอ่อนโยน
“ข้าหลงเสน่ห์ของนางเสียแล้ว”จีจี้ส่งเสียงอ้อแอ้ ส่งยิ้มเดียงสาให้กับขงจื้อ
สิบแปดปีผ่านไป
“งดงาม งดงามจริงๆ ลูกสาวของข้างดงามเกินใคร”
ขงจื้อจีบปากจีบคอพูด แววตาชื่นชมหมุนร่างบางของจีจี้ไปมา
“จีจี้ยกน้ำชาให้กงกง” จีจี้ รีบถอยออกจากห้องไปยกน้ำชาที่ครัว
“ส่งนางเข้าวังหลวงดีไหม”ขงจื้อเอ่ยปากถาม
“ข้าข้ากลัวว่า ราชครูฉินจะปองร้ายนาง”
“ตาเฒ่านั่นไม่มีทางรู้เื่นี้เขาจะรู้ก็ต่อเมื่อเราอยากให้เข้ารู้เท่านั้น”ขงจื้อยิ้มเยือกเย็น
“ฝ่าาขงจื้อมีบางอย่างจะบอก”
“อะไร ว่ามา”
“ดอกไม้ที่ด้านหลังวังหลวงดงามยิ่งนัก”
“ทำไมข้าต้องไปดูดอกไม้ด้วย”
“ไม่ดอกไม้ก็ได้ แต่ฝ่าาควรจะไปดู ดูเอ่อๆๆ เอาเถอะนะที่ผ่านมา ขงจื้อเคยหลอกฝ่าาหรือไร บอกว่ามีอะไรจะให้ดู”ฝูเยว่ยิ้ม
“นั่นสิแค่บอกว่ามีอะไรจะให้ดูข้าก็รีบไปแล้ว เอาล่ะอย่าน้อยใจไปเลยขงจื้อข้ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้เพราะข้ารู้ดีว่าไม่มีใคร หวังดีกับข้าเท่าขงจื้อ”
จีจี้หอบห่อผ้าก้าวเดินเข้ามาในวังหลวงอาศัยบททดสอบ อย่าเรียกว่าบททดสอบเลยเรียกว่าการใช้แรงงานเพื่อให้ได้งาน ต้องแสดงให้คนคัดตัวเห็นว่า คนที่จะมาเป็กงนู่ต้องทำงานหนักได้สารพัดรูปแบบ จีจี้คิดอิจฉาผู้คัดตัวนางในที่ แต่เพียงย่อกายสวยงาม แค่เพียงมีความสามารถนิดหน่อยด้านใดด้านหนึ่งไม่ว่าจะเป็ศิลปะแขนงไหนที่สำคัญจะต้องเป็บุตรีขุนนางในราชสำนักก็จะถูกคัดตัวมาทันทีไม่ต้องออกแรงเช่นเดียวกับจีจี้
ก้าวเดินก้มหน้าก้มตา ผ่านช่องประตูวงกลมทางด้านหลังของวังหลวงเป็เพียงกงนู่เช่นไรจึงจะได้ผ่านเข้ามาทางประตูหน้าอันโอ่โถงนั่นเล่า
เดินชนเข้าร่างสูงของใครบางจนเกือบล้ม แขนเล็กถูกคว้าไว้หน้าชนอก
ขยับตัวถอยห่างแต่ถูกดึงไว้จีจี้กระทืบเท้าทันทีด้วยสัญญาตญาณของการป้องกันตัว
“โอ๊ย นี่เ้า”กระชากร่างบางเข้าซบออกทั้งๆ ที่แข็งขืน
ตาสบตา จีจี้อ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาดูดีคงเป็องครักษ์หนุ่มหรือไม่ก็คงเป็ทหาร ในวังหลวงแห่งนี้ ฝูเยว่เองก็ตะลึงจังงังกับใบหน้าที่งดงามเกินกว่าอาภรณ์ที่สวมใส่
โลกทั้งโลกของฝูเยว่ในตอนนี้ราวกับ ยืนอยู่ในทุ่งดอกไม้งดงาม นางเป็ใครมาจากไหนกันจีจี้รู้สึกตัวขึ้นมาก่อนจะผลักร่างใหญ่ให้ล้มลงกับพื้นแล้ววิ่ง หายไปจากตรงนั้น
“นางเป็ใครทำไมงดงามเพียงนี้”ฝูเยว่พึมพำเบาๆ
“นางเป็กงนู่คนใหม่พ่ะย่ะฮะฝ่าา”ขงจื้อโผล่มาพอดี
“ข้าอย่างไรจึงจะได้ใจนาง”ขงจื้อยิ้มกว้าง
“ฝ่าาก็นำนางมาเก็บไว้ข้างกายเสีย”ฝูเยว่พยักหน้าขึ้นลง กับคำแนะนำของขงจื้อ