คืนลับนี้กำลังก่อตัวขึ้นเหนือคำว่าผิดหรือถูก มันคือเวทมนตร์ที่สะกดหัวใจสองดวงให้เร่าร้อนเกินกว่าใครจะหักห้ามได้ทุกสัมผัสแรงและอ่อนโยน ผสานกันคล้ายเป็นภาษาที่ไม่ต้องเอ่ย ริมฝีปากกับปลายนิ้วของทั้งคู่สำรวจซอกมุมใหม่ชายหนุ่มคล้องแขนรอบลำตัวขาวนุ่มลื่น พลางดึงเธอเข้ามากอดไว้อย่างแนบแน่น
“พี่รตี...ผะ ผม...” เขาพูดทั้งหอบ ทั้งสั่น
“ใช่ ใช่...ทำต่อเลย...ดี ดี...” เธอตอบด้วยน้ำเสียงทรงพลังก่อนจะลงมืออีกครั้ง จังหวะของเธอหนักหน่วง เขาแทบหมดแรง แต่ในวินาทีนั้นเขาไม่อยากให้มันหยุด ทั้งสองสลับบทเรียนรักกันไปมา เธอเป็นครูช้าๆ ค่อยๆสอนเขาให้รู้จักร่างกายเธอ
เขาเป็นนักเรียนที่ถูกมอมเมา จนทุกส่วนทั่วร่างสั่นระริก เสียงสอดประสานของผิวกายชะลอเวลาทุกวินาทีให้ยืดยาว
จนกระทั่งเผลอผละออก นัทพงษ์กอดเธอแน่นจนร่างสั่นระริก “ผม...ผมไม่ไหวแล้ว…”เสียงเขาสั่นพร่า ดวงตาฉ่ำเยิ้ม มารตีสบสายตาเขา ยิ้มละไม
“พี่ ก็เหมือนกันค่ะ…” เธอจูบเขาแผ่วเบาที่ริมฝีปาก
ในค่ำคืนนี้ ไม่มีคำว่าผิด ไม่มีความรู้สึกของคำว่าต้องห้ามใจ มีเพียงหัวใจสองดวงที่โหยหา และค้นหา
อ้อมกอดนี้คือทุกสิ่งที่พวกเขาเลือกจะเก็บไว้ในหัวใจ...ตลอดไป
มารตีกลับมาถึงออฟฟิศในเช้าวันจันทร์หลังจากทริปวิลล่าที่เธอไม่มีวันลืมเธอก้าวลงจากลิฟต์ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่อบอวลไปด้วยอะไรบางอย่างที่แม้แต่เธอเองก็ยังอธิบายไม่ได้ร่างกายอาจพักมาพอแล้ว แต่ใจ...กลับยังเต้นระรัวทุกครั้งที่คิดถึงคืนเหล่านั้น
เสียงทักทายเบาๆ ของพนักงานแผนกอื่นๆ ดังขึ้นเป็นระยะแต่หูของเธอกลับจับอยู่เพียงเสียงเดียว เสียงของเขา...นัทพงษ์
ชายหนุ่มที่เธอปล่อยให้เขาได้สัมผัสเธอในแบบที่ไม่เคยมีใครได้โอกาสนั้นมาก่อนชายหนุ่มที่เธอเริ่มอยากเห็นหน้าในทุกเช้า...แต่เช้านี้เขาไม่อยู่ในห้องทำงานของเธอ
“น้องนัทพงษ์ลงไปข้างล่างค่ะเห็นว่ามีเอกสารที่ต้องเซ็นที่ชั้นฝ่ายบัญชี” พีชพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาเธอเหลือบไปทางโต๊ะว่าง
“อืม...” มารตีเพียงพยักหน้า แต่หัวใจเธอกลับเต้นถี่ขึ้น
เธอหอบเอาความทรงจำกลับมาด้วยในทริปนั้น ริมทะเล เสียงคลื่นกระแสไฟฟ้าในร่างที่ถูกปลุกด้วยจูบแรกจากนัทพงษ์และคืนที่เขากอดเธอไว้แน่นในห้องน้ำ...เธอจำได้ทุกลมหายใจ และเธอก็รู้แล้ว ว่ามันไม่ใช่แค่ความอยากแต่เป็นความรู้สึก...จริงๆ
ไม่ถึงสิบห้านาที ประตูห้องทำงานก็เปิดออก นัทพงษ์เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือร่างสูงดูสงบเย็นเช่นเคย แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ มารตีกลับเห็นความลังเลบางอย่างฉายแววอยู่ในดวงตานั้น
“เอกสารจากฝ่ายบัญชีครับ” เสียงเขานุ่มและสั้น
“ขอบใจนะนัทพงษ์ วางไว้ตรงนี้เลย” มารตีชี้ไปที่โต๊ะด้านข้างเขาทำตามโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “นัทพงษ์ เย็นนี้...อยู่คุยกับพี่ก่อนได้มั้ยคะ?”
เขาชะงักเล็กน้อย แล้วพยักหน้ารับ ช้าแต่มั่นคง
เวลาหลังเลิกงาน แสงแดดอ่อนของยามเย็นส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องทำงานเสียงพีชปิดประตูเบาๆ ทิ้งให้มารตีอยู่กับนัทพงษ์เพียงลำพัง เขานั่งลงที่โซฟาตรงข้ามรักษาระยะห่างพอประมาณ สีหน้าเงียบงัน แต่ไม่หลบตา มารตีจ้องเขาอย่างพิจารณา เขาดูเหมือนปกติแต่ลึกๆ เธอสัมผัสได้ถึงความห่างเหินบางเบา เหมือนเขากำลังกลัว หรือ…สงสัย
“เธอ...รู้ใช่ไหม ว่าพี่ตั้งใจจะคุยอะไร” สาวสวยถามเสียงแผ่วเบา
นัทพงษ์หลบสายตาเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ผมเดาได้บ้าง...ครับ” เขาพูดเบาราวกับกลัวคำตอบของตัวเอง
มารตีอยากจะพูดมันออกไป เธออยากจะบอกเรื่องวรเมธ เรื่องปพนต์เรื่องที่บ้านหลังนั้นที่ไม่มีใครในสังคมจะเข้าใจ อยากบอกว่าเธอมีสามีแล้วสองและเป็นสองคนที่รักเธอหมดหัวใจ และเธอกำลังอยากให้เขา มาเป็นคนที่สาม แต่เธอกลับเงียบ
ในวินาทีที่เขานั่งอยู่ตรงหน้า แววตาที่ไหวระริกนั้นเหมือนกำลังร้องขอให้เธอ...ยังไม่พูดอะไรเพราะเขายังไม่พร้อม และเธอก็ไม่อยากทำลายสายตาคู่นั้นด้วยความจริงที่เขาอาจยังรับไม่ไหว
มารตียิ้มบางๆ “ไว้...วันพรุ่งนี้แล้วกันนะ”
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับโล่งใจ
“ขอบคุณนะนัทพงษ์ ที่อยู่ฟังพี่” เธอพูดเสียงนุ่ม ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไป
คืนนั้น มารตีนอนไม่หลับ ร่างสวยลุกมานั่งริมเตียงเปิดหน้าต่างรับลมกลางคืนที่พัดอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วเธอสัมผัสที่คอเสื้อเบาๆ ตรงจุดที่เขาเคยจูบมันยังร้อนวูบวาบอยู่ทุกครั้งที่นึกถึง แต่พรุ่งนี้...จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีก
ถ้าเธอบอก ถ้าเขารู้...เธอแค่หวังว่า เขาจะยังอยากมองหน้าเธออยู่
เช้าวันใหม่...ที่ทำงาน ลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ช้าๆ ขึ้นไปยังชั้นที่มารตีต้องการขณะที่เงียบสงบและไม่มีเสียงรบกวนใดๆ กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวทั้งสองแน่นขนัดไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและยากจะบรรยายร่างของนัทพงษ์ยืนอยู่ข้างๆ เธอ ขณะที่มารตีรู้สึกถึงการหายใจของเขาที่สะท้อนกลับเข้ามาในใจเธอ
ในขณะที่ลิฟต์เคลื่อนที่ผ่านชั้นต่างๆ อย่างเชื่องช้า มารตีรู้สึกถึงน้ำหนักที่ทวีขึ้นในอกของเธอทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนเวลาจะขยายออกไปอีกหลายเท่าและเธอก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน
ผู้จัดการสาวคนสวยเหลือบมองไปที่เด็กฝึกงานหนุ่มเขายังคงมองตรงไปข้างหน้า สีหน้าเขาดูเรียบเฉยแต่ก็มีบางอย่างในท่าทางของเขาที่ทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง มารตีรู้ดีว่ามันถึงเวลาแล้วเธอไม่สามารถเก็บความลับนี้ไว้ได้อีกต่อไป
สาวสวยรุ่นพี่หันไปสบตากับเขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของหัวใจตัวเองที่เต้นรัวขึ้น “พี่มีเรื่องจะบอก...”เสียงของเธอดังออกมาเบาๆ แต่มันหนักแน่นกว่าที่เธอคาดคิด
ชายหนุ่มหันมามองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีคำถามใดๆเขาคงรู้ดีว่ามารตีจะต้องมีบางอย่างที่จะพูด แต่ไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องนี้
มารตีหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหนักแน่นและเงียบสงบ “พี่มีสามีสองคนอยู่ที่บ้านแล้วและพี่ก็รักพวกเขา...แต่พี่ก็รักเธอด้วยเหมือนกัน”
คำพูดเหล่านั้นหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจแต่มันกลับรู้สึกหนักอึ้งในอกของเธอทุกคำที่ออกจากปากทำให้รู้สึกเหมือนว่ามีบางอย่างในตัวเธอถูกเปิดเผยและไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก
นัทพงษ์นิ่งงันไปทันที ความเงียบเข้ามาครอบคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสองในห้องลิฟต์ที่แคบนี้ เสียงหัวใจของเขาดังลั่นในหูเหมือนจะบดบังทุกสิ่ง ทุกคำพูดทุกการเคลื่อนไหว...พี่รตีว่าอะไรนะ...เธอไม่ได้มีเพียงพี่ปพนต์เหรอ...เป็นไปได้ยังไงผู้หญิงที่ดูทั้งสวย และสูงส่งมีผัวทีเดียวพร้อมกันสองคน...จริงๆเหรอ...เป็นไปไม่ได้
มารตีรู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดิน เมื่อเธอเห็นนัทพงษ์ยังคงยืนอยู่อย่างนิ่งงันสีหน้าเขาเริ่มนิ่งไปอีกระดับ เขาดูเหมือนจะตกใจอย่างมากแต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ของตัวเองไว้อย่างเต็มที่ ทั้งคู่เงียบกันไปพักใหญ่ราวกับต่างคนต่างยังคงประมวลผลกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น มารตีเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วงในอากาศที่เริ่มหายใจยากขึ้นเธอเองก็รู้ดีว่าคำพูดของเธอมันจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง แต่เธอก็ไม่ได้หวาดกลัว
"พี่รตี..." นัทพงษ์เริ่มพูดออกมา เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นความจริง "พี่...บอกว่ามีสามีแล้วสองคน...จริงๆเหรอครับ?" เขาถามอีกครั้งเหมือนต้องการคำยืนยันที่ชัดเจนจากปากของหญิงสาวที่เขารัก
มารตีหันไปมองเขาอีกครั้งแม้เธอจะรู้ว่าเธอไม่สามารถซ่อนความจริงไว้ได้อีกแล้วแต่หัวใจของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความหวั่นใจ
เธอตอบเขาเบาๆ ว่า “ใช่ พี่รู้ว่ามันยากจะเข้าใจ แต่พี่ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองได้ทุกอย่างมันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น... และพี่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดที่รักพวกเขา”
คำพูดเหล่านี้ทำให้บรรยากาศรอบตัวมารตีและนัทพงษ์แปรเปลี่ยนไปความเงียบระหว่างพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่หนักหน่วงเกินจะทน มารตีรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอจะหยุดเต้นไปหลายครั้งแล้วในตอนนี้