ลืมตาตื่นกระพริบตาเพื่อปรับโฟกัสผมค่อยๆผงกหัวขึ้นจากพื้นพรมก่อนจะหันมองไปรอบๆเหมือนว่าตอนนี้ผมจะอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกตกแต่งโดยผ้ากำมะหยี่สีแดงรอบห้องมีโซฟาหนังสีน้ำตาลวางอยู่ตรงหน้าพยายามขยับตัวแต่เหมือนจะไม่ได้ผมก้มมองปรากฏว่าผมโดนมัดอยู่! เข็มขัดหนังสีดำสองเส้นเส้นนึงมัดลำตัวอีกเส้นนึงใช้มัดมือและที่น่าใยิ่งกว่าชุดที่ผมใส่อยู่มันเป็เสื้อเชิ้ตบางตัวโคร่งสายรัดขาที่ใส่แล้วดูเซ็กซี่ไหนจะหางแมวด้านหลังอีก
ใครมันใส่ชุดนี้ให้ผมวะ!
ผมพยายามขลุกขลิกตัวเองเพื่อจะแกะเข็มขัดที่ใช้รัดตัวผมอยู่แต่ไม่ว่าจะพยายามยังไงมันก็ไม่ออกสักทีจนผมหน้าทิ่มลงไปแนบกับพื้นห้องไม่นานประตูห้องก็เปิดออกเผยให้เห็นใครบางคนที่เดินเข้ามาผมหันมองเ้าของเท้าเดินตรงมาเรื่อย ๆจนมาหยุดตรงหน้าผมเงยหน้ามองคนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าชายในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายเสื้อกางเกงยีนส์หนังในมือของเขาถือแส้เส้นหนึ่งและที่สำคัญเขาคือพี่คลื่น!!!
พี่คลื่นคนดีของผมในชุดลายเสือ
“พ-พี่คลื่น”
พี่คลื่นย่อตัวลงมาจนสามารถเห็นใบหน้าของอีกคนได้อย่างชัดเจนใบหน้าที่นิ่งเรียบ มือหนาเอื้อมเชยคางให้ผมเชิดหน้าขึ้นให้สายตาเราประสานกัน
“วันนี้เราสวยเป็พิเศษเลยรู้มั้ย”
อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นหัวใจเต้นรัวแบบโดคิโดคิอีกคนยกยิ้มด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์พลางใช้นิ้วเรียวลูบไล้ตามกรอบหน้าของผมไม่ทันที่ผมจะได้ท้วงถามพี่คลื่นเข้าจู่โจม่ชิมริมฝีปากทันทีอีกคนใช้ลิ้นดุนเข้ามาในปากกวาดสำรวจหาความหวานด้านใน มือหนาจับที่คางบังคับใบหน้าของผมให้รับกันแรงจูบเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆจนเฮือกสุดท้ายก็ผละกัน
พี่คลื่นจับผมให้นอนราบกับพื้นก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ต้นขาขนทั้งตัวลุกชันพยายามเม้มปากสะกดอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่านตีกันไปหมดพี่คลื่นเงยหน้าจากต้นขาเล็กน้อยช้อนตามองผม
“พี่ขอััเราได้มั้ย”
วินาทีนั้นตัวผมแทบะเิบู้มอุณหภูมิในร่างกายร้อนเห่อจนเกือบจะทะลุปรอทผมสบตามองอีกคนที่กำลังยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์และค่อยๆขยับขึ้นมาจนค่อมตัว
“พ-พี่คลื่น ใจเย็นๆก่อนครับ เราคุยกันได้นะ”
“แต่พี่ไม่ได้อยากคุยกับเราสักหน่อย”
“แต่…”
“ไหนว่าชอบพี่ไง ทำไมแค่นี้ถึงให้พี่ไม่ได้”
จู่ๆน้ำเสียงและสีหน้าของพี่คลื่นเปลี่ยนไปเหมือนไม่พอใจกับคำตอบของผมเวลานั้นเหมือนผมจะััได้ถึงบางอย่างวินาทีที่ผมกำลังวิเคราะห์พิจารณาจู่ ๆพี่คลื่นก็ฟาดแส้ลงกับพื้นที่ว่างข้างผมผมหันมองคนตรงหน้าตอนนี้ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด
“พี่คลื่นจะทำอะไร”
“ในเมื่อพี่ขอดีๆไม่ได้ก็คงต้องบังคับ”
พี่คลื่นก็จับผมทุ่มลงกับโซฟาทันทีพี่คลื่นใช้แส้ในมือฟาดลงที่หลังผมแต่น่าแปลกที่มันไม่เจ็บเลยสักนิด
เอ๊ะรึว่าฝัน
ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดต่อจู่ๆก็มีบางอย่างััเข้าที่ต้นขามันค่อยๆคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆจนถึงจุดัันั้นไม่พอยังเม้มเข้าที่ใบหู แม้จะอยู่ในฝันแต่ความรู้สึกเสียวซาบซ่านนั้นมันเหมือนกับของจริงเลยมือหยาบนั่นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยจากจุดััมือหนาเอื้อมดึงผมให้เชิดหน้าสิ่งที่อยู่ใต้ขากลับขยับเร็วขึ้น แม้ความรู้สึกมันจะแปลกๆแต่ก็สามารถทำให้ผมเผลอเปล่งเสียงน่าอายออกมานับครั้งไม่ถ้วน
“บิล”
เสียงเรียกดังก้องในหูผมจำได้ว่านี่ไม่ใช่เสียงของพี่คลื่นแต่เป็เสียงของใครสักคนที่คุ้นเคยดีแต่ถึงอย่างนั้นนึกยังไงก็นึกไม่ออกสิ่งที่อยู่ใต้ขามันขยับเร็วขึ้นจนในที่สุดมันก็ทำให้ผมปลดปล่อยออกมาผมรู้สึกได้ว่าต้นขาของผมเหนียวเหนอะหนะไปหมด
“บิล”
เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดังกว่าเดิมััได้ว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างสะกิดแขนผม
“ไอ้บิล!!!!”
“เฮือก!!”
ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่คุ้นเคยก่อนจะผงกหัวมองไปรอบๆเห็นเมลยืนอยู่ข้างๆเตียงมันยืนหน้าบึ้งเหมือนทุกครั้งที่เคยเห็นผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แสดงว่าเื่ทั้งหมดเป็แค่ความฝันสินะแต่มันก็น่าอายมากเลยนะที่ผมดันฝันถึงพี่คลื่นแบบนั้นแต่ลึกๆก็แอบเสียดายเหมือนกันแหละ
“มึง”
“ว่า”
“ฝันเปียกหรอ แฉะเชียว”
ผมคิ้วขมวดมองหน้ามันเล็กน้อยก่อนจะเปิดผ้าห่มออกเมื่อเห็นกางเกงตัวเองเปียกแฉะไปหมด ผมนั่งประมวลผลอยู่ครู่นึกประติดประต่อกับความฝันพอนึกได้ผมก็รีบหันไปบอกเมลให้ออกจากห้องทันที
“ไอ้เมลๆ มึงออกไปรอข้างนอกก่อน”
“หือ? ทำไม”
“เอ่อน่า”
“อ๋อ โอเค ไม่ต้องรีบนะกูรอได้”
เมลยกยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องไปปล่อยให้ผมเสียสติอยู่คนเดียวใบหน้าแบบนั้นผมรู้เลยว่ามันกำลังคิดไม่ดีแน่ ๆ ฮือออออผมสลัดผ้าห่มให้พ้นตัวเม้มปากสูดหายใจลึกก่อนจะเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงััแรกที่ได้มันใช่ความเปียกที่พอธุระเสร็จก็แห้งจากไปแต่ที่ผมััได้มันคือความเหนอะหนะภายใต้กางเกงของผมผมใช้มือสำรวจบริเวณรอบทั้งด้านหน้าและด้านหลังพบว่ามันเหนอะหนะไปหมด งั้นก็เท่ากับแสดงว่าผมปลดปล่อยมันออกมาจริงๆน่ะสิว่าแล้วปล่อยตัวลงเตียงนอนเบะปากเล็กน้อยด้วยความสำนึกผิด
พี่คลื่นผมขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจคิดลามกแต่บรรยากาศมันพาไปเอง
“ฮือออออ แล้วแบบนี้กูจะแบกหน้าไปเจอพี่คลื่นยังไงเนี่ย”
ทอดมองถนนจากชั้นบนด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะถอนหายใจออกมาสักเล็กน้อยแม้ตอนนี้ทุกอย่างจะกลับมาเป็ปกติแต่ความรู้สีกผิดยังเต็มอยู่ภายในใจ
“เลิกถอนหายใจแล้วมาทำงานได้แล้ว”
ผมหันมองไอ้เมลมันกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานผมถอนหายใจออกมาอีกรอบก่อนจะหันมาทำงานตัวเองที่ค้างไว้วันนี้เรามานั่งทำงานที่ห้างสรรพสินค้าในโซน work space พวกเรานั่งทำงานกันมาได้ชั่วโมงกว่าๆและเหมือนว่าตอนนี้จะยังไม่เสร็จด้วย
“อ่าว นั่นน้องคนนั้นนี่”
พวกเราหันมองคนมาใหม่ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นกางเกงยีนส์ขาสั้นอายุของเขาดูใกล้เคียงกับพวกเรา
“เอ่อ คุณเป็ใครคะ”
เป็เมลที่เอ่ยถามส่วนผมก็ได้แต่มองอีกคนด้วยความสงสัย
“อ๋อ โทษทีๆพี่เป็เพื่อนไอ้คลื่นมันน่ะ”
พอได้ยินชื่อพี่คลื่นเท่านั้นแหละความสำนึกผิดก็โพล่งขึ้นทันทีพี่คินยิ้มอย่างเป็มิตรก่อนจะขอนั่งร่วมโต๊ะเราพูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อยจนได้รู้ว่าพี่เขาชื่อคินเป็เพื่อนกับพี่คลื่นและพี่บาเทนเดอร์คนนั้นั้แ่มัธยมปลายแล้วส่วนเหตุผลที่รู้จักผมได้ก็เพราะวันนั้นพี่คลื่นเอาแต่จ้องผมไม่วางตาจนพี่คินจับได้พอผมได้ยินแบบนี้แก้มผมก็เห่อร้อนขึ้นมาทันที
“แล้วพี่คลื่นเป็คนยังไงหรอครับ”
“นั่นแน่ ถามแบบนี้้าล้วงข้อมูลอะไรรึป่าว”
พี่คินหันมองหน้าผมพลางยกยิ้มแบบเ้าเล่ห์ราวกับจะจับผิดผมอย่างไงอย่างงั้น
“ป่าวนะครับ คือ…ผมแค่อยากรู้เฉยๆ”
“งั้นเราต้องตอบคำถามพี่มาหนึ่งอย่างก่อน แล้วพี่จะตอบคำถามเรา”
“ครับ”
“เราชอบไอ้คลื่นใช่ป่ะ”
เมื่อได้ยินคำถามผมแทบจะสำลักน้ำลายออกมาเลยก็คิดอยู่แล้วแหละพี่แกคงมีแอบคิดบ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะถามออกมาโต้งๆแบบนี้ผมเหลือบมองเมลเพื่อขอความช่วยเหลือแต่เหมือนว่าตอนนี้มันเมินผมหันไปทำงานต่อแล้ว
“คือ…”
“หือ?”
“ผม…ชอบพี่คลื่นครับ”
“ว่าแล้วเชียว”
พี่คินตีโต๊ะเบาๆราวกับบอกว่าคำตอบของผมตรงกับความคิดของเขาพวกเรามองอีกคนด้วยความงงก่อนจะหันมองหน้ากัน
“ตอนแรกพี่ก็ไม่มั่นใจหรอกนะ เพราะตอนเห็นที่ร้านพี่ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่แต่พอมาเห็นจี้ราพี่ก็เลยอยากถามให้แน่ใจน่ะ”
“จ-จี้หรอครับ แต่ แต่มันไม่ใช่รูปพี่คลื่นนะครับ”
“ไม่ใช่รูปแต่ชื่อมันใช่ไง ชื่ออะไรนะ จี้พี่คลื่นป่ะ ถ้าจำไม่ผิด”
“พี่คินรู้ได้ไง”
“อ๋อวันที่ไอ้คลื่นมันไปเก็บกระเป๋าตังให้เราเผอิญพี่นั่งติดกับโต๊ะเราเลย”
เหมือนได้ยินเสียงบู้มในหัวอุณหภูมิในร่างกายเห่อร้อนจนแทบทะลุปรอทผมจับจี้พี่คลื่นยกแนบปากพลางเม้มปากด้วยความเขินอายนี่ผมโป๊ะแตกมาตลอดเลยหรอเนี่ย ฮือออออ
“ฮ่าๆๆๆ อีกอย่างเมื่อกี้เราก็หลุดพูดออกมาด้วยพี่เลยมั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย”
“ฮือออออ”
ผมเม้มปากแน่นพี่คินรู้แล้วว่าผมแอบทำจี้พี่คลื่นแล้วแบบนี้พี่คลื่นจะรู้ด้วยมั้ยคิดแล้วยิ่งปวดหัว ผมยกมือขึ้นแนบขมับคิดประติดต่อเื่ราวทั้งหมดจนหัวแทบหมุนพี่คินตบบ่าเบาๆผมเบาสองที
“ไม่ต้องห่วงหรอกตอนนี้ไอ้คลื่นมันยังไม่รู้ แต่อนาคตก็ไม่แน่”
“แงงงงง”
พี่คินหัวเราะพลางจับหัวผมโคลงเบาๆสมองของผมตอนนี้ขาวโพลนไปหมดแล้ว นี่อีกไม่นานความลับของผมคงโดนพี่คินรู้เข้าจนได้พี่คินโคตรน่ากลัวเลย
“เอ้อใช่ พี่ยังไม่ตอบคำถามเราเลย เราถามว่าไอ้คลื่นมันเป็คนยังไงใช่มั้ย”
ผมหันมองพี่คินพลางพยักหน้าตอบแต่เหมือนสมองผมจะไม่ทำงานแล้วตอนนี้
“ไอ้คลื่นน่ะ จริงๆแล้วมันเป็คนนิ่งๆไม่ค่อยพูดเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้เป็คนเลวร้ายนะ แล้วก็ชอบใจดีกับคนอื่นไปทั่วแหละ”
เหมือนจะพูดจบประโยคแล้วจู่ๆพี่คินก็จับเข้าที่บ่าผมก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกพี่คินหันมามองหน้าผมพร้อมกับทำสีหน้าที่จริงจังต่างจากเมื่อกี้ก่อนจะพูดบางอย่างด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าเดิม
“แล้วก็อีกอย่างนะ ไอ้คลื่นมันเป็เอส”
“เอส เอสเอ็มหรอครับ”
“ใช่”
SMที่พี่คินหมายถึงไม่ใช่ค่ายเพลงเคป๊อปแต่เป็ SM ที่เป็ซาโดมาโซคิสม์หรือผู้ที่มีรสนิยมชื่นชอบการถูกกระทำผมอ้าปากหวอก่อนที่เมลจะยื่นมือมาหุบให้ผมมองพี่คินก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเพราะบางทีผมอาจจะได้หูฝาดก็ได้
“จ-จริงหรอครับ”
“พี่ล้อเล่นน่ะ”
“โถ่พี่คิน”พอรู้ว่าเป็เื่โกหกผมถอนหายใจโล่งขึ้นมาทันทีก่อนจะหันไปเหวใส่อีกคน
“ทำไมอ่ะ เสียดายหรอ”
“ผมจะไปเสียดายทำไมล่ะ พี่นะพี่ทำพี่คลื่นเสียหายหมดเลย”
“ฮ่าๆๆๆๆ มีหวงกันด้วยเว้ย”
เรานั่งคุยกันอีกสักพักจนพี่คินก็ขอตัวกลับก่อนผมเท้าคางมองหน้าจอโน้ตบุ๊คกดเซฟงานแล้วส่งให้เมล
“มึง ถ้าเกิดพี่คลื่นเป็เอสจริงๆ เขาจะเป็แบบไหนวะ”
“มึงอยากรู้หรอ”
เมลทำอะไรสักอย่างกับมือถือก่อนมันจะส่งมาให้ผมเมลเพยิดหน้าให้ดูสิ่งที่เห็นบนหน้าจอเป็เว็บโป๊ที่มีวีดีโอสิปแปดบวกเต็มไปหมดผมเงยหน้ามองเพื่อนสาวที่ตอนนี้มันกำลังทำหน้าตายอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“นี่ มึงเอาเว็บโป๊มาให้กูดูเนี่ยนะ”
“อยากรู้ไม่ใช่หรอว่าคนเป็เอสเอ็มเขาเป็แบบไหน นี่ไงกูก็เปิดให้ดู”
“ไม่ใช่ดิ คือ มึงกู…”
“อย่าบอกนะมึงไม่เคยดู”
ผมส่ายหัวเล็กน้อยถึงผมจะคลั่งรักพี่คลื่นขนาดไหนแต่ผมก็ไม่เคยแตะต้องอะไรพวกนี้เลยนะ
“มึงเคยดูหรอ”
“ก็บ่อย”
พอได้ยินคำตอบแบบนั้นผมถึงกับเหวอเลยไม่คิดว่าคนนิ่งๆแบบเมลมันจะดูอะไรพวกนี้ด้วย โฮฮฮฮเพื่อนผมกลายเป็ตาแก่หื่นกามไปแล้ว
เมลดึงมือถือกลับไปไม่นานเสียงแจ้งเตือนแชตในโน๊ตบุ๊คดังขึ้นเป็ข้อความของเมลเหมือนมันจะส่งอะไรบางอย่างมา ผมกดเข้าไปที่ลิงค์ก่อนจะพบว่าเป็เว็บโป๊ผมรีบพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษไปหามันทันทีใครให้มึงส่งมาแบบนี้วะ
“มึงส่งมาทำไมเนี่ย”
“วันนี้หมดเวลาแล้ว กูส่งเอาไว้เผื่อมึงจะไปศึกษาต่อที่บ้าน”
“ศึกษาบ้าอะไรกูไม่เอา”
“งั้นหรอ ก็แล้วแต่ อย่าให้เห็นว่าไปแอบเปิดดูล่ะ”
“โว้ยย มึงนี่”
เมื่อเห็นเมลลุกออกจากโต๊ะผมก็ลุกตามโดยไม่ลืมปิดหน้าจอเว็บโป๊ที่ปิดค้างไว้ลงผมถอนหายใจก่อนจะทอดมองออกไปด้านนอกกระจกบานใหญ่ วันนี้มันวันอะไรของผมวะเนี่ยหัวจะปวดโว้ย