เด็กๆ ในชมรมดนตรีกำลังฟังเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นผ่านคำพูดของพลอยอย่างเคร่งเครียด เธอเล่าเื่ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นให้ทุกคนรับทราบคนในชมรมดนตรีต่างตกอยู่ในอาการร้องไห้เสียใจกันอย่างมาก น้องๆ แต่ละคนต้องช่วยกันปลอบใจกันเอง
“ถ้าเป็แบบนี้แสดงว่าพี่มะปรางต้องไปเป็ประธานชมรมใหม่ใช่ไหมครับพี่พลอย?”
“ก็คงงั้นแหละตอนนี้ครูใหญ่อยากให้มะปรางไปทำชมรมใหม่ และที่สำคัญกว่านั้นก็คือต่อไปทางกรุงเทพก็จะมีงบสนับสนุนเข้ามาด้วยแน่นอน...ทางผู้ใหญ่ที่กรุงเทพอยากสนับสนุนมะปรางให้มาทางกีฬาต่อสู้ดีกว่าก็เลยอยากให้ทำชมรมใหม่ควบคู่ไปด้วย”
“พี่พลอยถึงหนูจะอยู่ม.4 ไม่มีงบไม่เป็ไร พวกหนูจะทำ หนูกับเพื่อนๆ จะไปขอสปอนเซอร์ข้างนอก ทำกันเองก็ได้ค่ะหนูกับเพื่อนๆ อยากทำชมรมดนตรี...ช่างเถอะค่ะ พี่พลอยไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ”
“พวกเราว่างัยกันจะให้รุ่นน้องนุช ม.4 ทำต่อกันไหม?”
รุ่นน้องหลายคนพยักหน้าตอบรับ “ไม่ต้องห่วงครับพี่พลอยผมกับนุชจะช่วยกัน เดี๋ยวผมเอากีตาร์ที่บ้านมา ผมมีอยู่ 2 ตัว”
“บ้านหนูมีคีย์บอร์ดอยู่ตัวหนึ่งหนูจะเอามาไว้ที่ชมรมเอง หนูทำด้วย!!!”
การแสดงออกของรุ่นน้องหลายคนทำให้พลอยซาบซึ้งใจเป็อย่างมากที่ทุกคนมีความสามัคคีกันถึงขนาดนี้“เอางี้ก็แล้วกันพรุ่งนี้ใครว่างมาช่วยกันเก็บของที่ชมรม พี่คิดว่าเงินที่เหลืออยู่นิดหน่อยเก็บไว้ให้รุ่นน้องนุชใช้ดีกว่า เดี๋ยว่ปิดเทอมค่อยมาวางแผนสร้างชมรมดนตรีกันใหม่สำหรับเทอมหน้าดีกว่าไหม?”
พลอยเห็นการร่วมแรงร่วมใจของรุ่นน้องทำให้พลอยน้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจที่ชมรมดนตรียังคงมีรุ่นน้องทำกันต่อ “พวกเรารู้ไหมพี่ดีใจมาก ดีใจที่สุดดีใจที่ทุกคนรักชมรมนี้...ถ้าอย่างนั้นพี่ตั้งให้น้องนุชเป็ประธานชมรมต่อจากพี่ั้แ่ตอนนี้เลยก็แล้วกัน”
“อ้าวแล้วพี่มะปรางละพี่พลอย?”
“ช่างเขาเถอะเขาคงไม่อยากมาที่นี่แล้วล่ะ!!!”
“เห้ยยย!!!! ไอ้พลอยใจเย็นๆ หน่อย กูรู้ว่ามึงไม่พอใจมะปรางแล้วทำแบบนี้จะดีเหรอ ยังงัยไอ้ปรางมันก็อยู่ชมรมนี้มาั้แ่ ม.4 ถามความเห็นมันก่อนก็ได้...มึงใจเย็นๆหน่อย!!!!”
“ช่างเถอะ!!!ตอนนี้เป็ลูกรักครูใหญ่แล้วนี่น่า พวกเราจะทำอะไรได้ล่ะ!”
มะปรางวิ่งมาถึงประตูชมรมด้วยความร้อนใจ“พี่พลอย!!!พี่เข้าใจหนูผิด หนูไม่รู้เื่อะไรเลย หนูไม่้าชมรมใหม่อะไรทั้งนั้นหนูไม่อยากได้!!!!!!!”
สายตาของรุ่นพี่กับรุ่นน้องทุกคนต่างมองมาที่มะปรางด้วยสายตาเ็าบางคนเมินหน้าหนีไปทางอื่น ทำให้มะปรางต้องหยุดชะงักเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
“พี่พลอยหนูขอโทษ...” มะปรางพูดพร้อมกับยกมือไหว้ทุกคน “หนูไม่ได้ตั้งใจให้เป็แบบนี้หนูขอโทษ…”
ไม่มีใครตอบรับการขอโทษของมะปรางเลยแม้แต่คนเดียว“พี่พลอยเลิกประชุมกันเถอะพวกหนูต้องเข้าเรียนแล้ว!!!”
รุ่นน้องแต่ละคนลุกขึ้นเดินผ่านมะปรางไปโดยที่ไม่สนใจใยดีส่วนพลอยกับเพื่อนๆ ก็หันหลังเดินออกจากห้องไปทั้งหมดทิ้งให้มะปรางเหลืออยู่ในห้องเพียงคนเดียวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มะปรางเสียใจมากเธอทรุดตัวลงร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างถึงที่สุด
“ทำไม!!!! ทำไมถึงเป็แบบนี้!!ทำไม ทำไม...”
มะปรางนอนร้องไห้เสียใจอยู่คนเดียวจนเผลอหลับอยู่ที่พื้นห้องเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน วิทย์กับบัวเดินเข้ามาในชมรม
“มาอยู่นี่เอง...”
มะปรางได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาตื่นขึ้นมาก็เห็นวิทย์กับบัวยืนอยู่ข้างๆ เธอไม่รู้จะทำยังงัยโผเข้ากอดพี่บัวพร้อมกับร้องไห้อย่างหนักอีกครั้ง “พี่บัว...มีแต่คนเกลียดหนูไม่มีใครพูดกับหนูสักคน ทุกคนในชมรมเกลียดหนูหมดแล้วค่ะพี่พลอยไล่หนูออกจากชมรมแล้ว...”
“โอ๋บอกพี่ว่าปรางไม่ได้เข้าเรียนคาบบ่ายพี่กับพี่วิทย์ก็เลยออกมาเดินตามหา...ทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นแทนที่จะเป็เื่น่ายินดี ทำไมเื่กลับกลายเป็แบบนี้ไปได้ยังงัย”บัวเห็นมะปรางยังคงเสียใจร้องไห้อย่างต่อเนื่องไม่มีท่าทีว่าจะหยุดได้แต่โอบกอดด้วยความเห็นใจเป็อย่างมาก
“วันนี้พี่ไปส่งบ้านก็แล้วกันแบบนี้กลับบ้านเองไม่ได้แน่ๆ”บัวเอ่ยปาก
บัวพามะปรางมาส่งที่บ้านพร้อมกับเล่าเื่ราวความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างมะปรางกับชมรมดนตรีให้พ่อกับแม่มะปรางฟังทั้งหมดส่วนมะปรางได้แต่นอนร้องไห้คนเดียวในห้องนอน
“พรุ่งนี้แม่ว่าจะพาลูกไปทำบุญในตัวเมืองหน่อยพ่อ”
“ดีเหมือนกันแม่”
เช้าวันรุ่งขึ้นแม่พามะปรางไปั้แ่เช้าตรู่ส่วนพ่อของมะปรางขึ้นไปทำความสะอาดห้องของมะปรางพ่อหันไปหยิบรูปที่หัวเตียงขึ้นมาจ้องมองด้วยความสงสารลูกเป็รูปถ่ายของมะปรางกับพี่พลอยและเพื่อนๆ ั้แ่มะปรางยังอยู่ ม.4ในห้องชมรมดนตรี หันไปเห็นคราบน้ำตายังคงเลอะผ้าปูที่นอน
“ลูกของพ่อนอนร้องไห้ทั้งคืนเลยเหรอเนีย”
เช้าวันหยุดโอ๋ไม่ได้ออกไปไหนได้แต่นอนคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างมะปรางกับชมรมดนตรีลุกลามไปจนถึงรุ่นน้องทั้งชมรมไม่ต่างอะไรกับบัวที่กำลังนั่งครุ่นคิดอยู่ที่หน้าบ้านพักของตัวเอง
“แล้วจะคุยกันรู้เื่ไหม...”
ส่วนที่ห้องชมรมดนตรีพลอยกับรุ่นน้องหลายสิบคนกำลังช่วยกันขนของออกจากห้อง “วันจันทร์พี่จะไปแจ้งครูหนึ่งเองว่าเทอมนี้พวกเราขอยุติกิจกรรมทั้งหมดของชมรมชั่วคราวก่อน”
“พี่พลอยหนูจะไปทำแผนงานของชมรมใหม่เทอมหน้านะพี่่ปิดเทอมหนูจะไปเซ็ตทีมงานมาใหม่แล้วทำแผนให้ครูหนึ่ง”
“ดีแล้วล่ะช่วยกันคิดั้แ่ตอนนี้ เผื่อจะมีช่องทางอื่นๆ หลายๆ ทาง”
เวลาล่วงเลยมาจนถึง่เที่ยงตอนนี้ของทุกอย่างถูกขนออกมาจากห้องชมรมดนตรีจนเหลือแค่ตู้เก็บเอกสารกับตู้ล๊อกเกอร์ว่างเปล่า“ของพวกนี้เก็บไว้ที่บ้านพี่ก่อนปิดเทอมนี้ค่อยมาขนกันนะ”
พลอยหยิบกระดาษขนาด A4 มา1 ใบพร้อมกับเขียนข้อความ “ปิดชั่วคราว”ไปแปะไว้ที่ประตูทางเข้าชมรม “พี่หวังว่าห้องนี้จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งในรุ่นของนุช”
“ต่อไปจะทำอะไรกันดีล่ะไม่มีชมรมแล้ว”
“พวกเราเป็เด็กเรียนกันหน่อยเถอะเป็เด็กกิจกรรมมาเกือบ 3 ปีแล้ว”พลอยเดินไปเข้ากอดเพื่อนๆ ที่ร่วมกันทำชมรมดนตรีกันมาทั้งน้ำตา
เช้าวันรุ่งขึ้นพลอยทำหนังสือถึงครูหนึ่งขอปิดชมรมดนตรีชั่วคราวพร้อมกับคืนกุญแจห้องเพื่อส่งต่อให้กับรุ่นของนุชต่อไปในเทอมหน้า “ยังเหลือกุญแจห้องอีกดอกอยู่กับมะปรางค่ะครูหนึ่ง”
“ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวปรางก็เอามาคืนครูเองแหละ”
โอ๋ยังคงมารอมะปรางที่หน้าอาคารเรียนเหมือนเดิมไม่นานนักมะปรางก็เดินตรงเข้ามาหาโอ๋
“ครูหนึ่งบอกว่าให้พวกเราไปกินข้าวกลางวันกันก่อน แล้วให้ไปหา”
“มีเื่อะไรเหรอ?”
“ไม่รู้เหมือนกันเห็นพี่หมอบอกว่าน่าจะเป็ข่าวดีของปรางและดีกับทุกๆ คน”
ในขณะที่ครูหนึ่งนั่งอยู่ในห้องพักครูชั้น2 ในโรงยิม ในมือถือเอกสาร 2 ใบเขานึกย้อนหลังวันที่มะปรางต่อสู้กับต้อมที่ชั้นล่างรวมไปถึงวันที่มะปรางลื่นตกบ่อปลาทำให้มะปรางได้รู้จักกับโอ๋เป็ครั้งแรกแล้วก็กลับมานึกถึงคลิปที่มะปรางช่วยจับโจร 3 คนหน้าโรงเรียน
ต้อมกับนัทก็เดินเข้ามาในห้องครูหนึ่งก่อนเวลาไล่เลี่ยกันไม่นานนักโอ๋กับมะปรางก็เดินตามกันเข้ามา
“ครูเรียกพวกผมมามีอะไรเหรอครับ?” ต้อมถามด้วยความสนใจ
ครูหนึ่งยืนเอกสาร 2 ใบให้ทั้ง 4คนอ่าน “เอกสารทั้ง 2 ใบนี้ครูใหญ่ให้ครูมาเมื่อเช้านี้ นี่เป็โอกาสที่ดีที่ครูคิดว่าพวกเราต้องช่วยเหลือกัน”
เอกสารใบแรกเป็เอกสารจากสมาคมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่แห่งประเทศไทยส่งมาโดยท่านเลขาหนังสือฉบับนี้ขอเชิญนักกีฬาจากโรงเรียนของเราเข้าร่วมการแข่งขัน Ze-Corp Martial Arts Thailand Master ในปีนี้ เริ่มแข่งขันกันในเดือนหน้าที่กรุงเทพส่วนเอกสารอีก 1 ใบขอเชิญน้องมะปรางเข้าร่วมชมรายการนี้ในฐานะแขกของสมาคม
“รายการนี้มีแข่งกัน3 แบบ คือ ทีมชาย, ทีมหญิงและทีมแบบโอเพ่น 3 คน…โรงเรียนเราไม่มีทีมหญิงเรามีมะปรางคนเดียว ครูคิดว่ารายการที่เราพอจะแข่งได้ คือ ประเภททีมชาย ส่วนทีมแบบโอเพ่นเราแข่งไม่ไหวเป็ของผู้ใหญ่มีทีมชาติลงแข่งด้วย”
“ครูจะให้ต้อมรวมทีมกับโอ๋และนัทเหรอครับ?”
“ใช่แล้วล่ะรายการนี้ถ้าเราเข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นทีมชายเราน่าจะพอได้เงินรางวัลมาบ้าง...เงินรางวัลส่วนนี้ ทางโรงเรียนจะมอบให้ชมรมดนตรีทั้งหมดเพื่อที่จะนำไปซื้อเครื่องดนตรีใหม่ได้บ้าง จะได้กี่ชิ้นก็ไม่เป็ไร เราจะได้เปิดชมรมดนตรีกันอีกครั้งหนึ่ง”
“หนูดีใจมากเลยค่ะครูหนึ่ง!!!!!” มะปรางได้ยินข่าวนี้ทำให้สีหน้าดีขึ้นทันตาเห็น “เย่ๆๆๆๆๆๆหนูดีใจที่สุด!!!!!!!!!!!”
“ครั้งนี้ครูอยากให้ชมรมมวยช่วยเหลือชมรมดนตรีหน่อยพวกเธอทุกคนก็เห็นกันอยู่แล้วว่า เด็กชมรมดนตรีตอนนี้ไม่มีกิจกรรมให้ทำกันแล้ว...ต้อม,นัท โอ๋ ว่างัย?”
“ผมยังงัยก็ได้ครับครู”ต้อมยืนยันคำตอบ
“อืมๆครูอยากให้ทั้ง 2 ชมรมรักกันช่วยเหลือกัน...งั้นพวกเราก็ไปเตรียมตัวฝึกซ้อมกัน ตอนนี้เหลือเวลาประมาณ1 เดือน เดี๋ยวครูจะทำเื่ยกเว้นการเข้าเรียนให้พวกเราทั้ง 3 คน”
“ได้ครับครู”
“ส่วนของมะปรางครูคิดว่าทางสมาคมอาจจะใช้โอกาสนี้เรียกมะปรางไปพูดคุยก็ได้นะ”
“คุย!!!...คุยเื่อะไรเหรอคะ?”มะปรางเอ่ยปากถามด้วยความงุนงง
“อีก5 เดือนข้างหน้าจะมีการแข่งขัน Ze-CorpMartial Arts Asia GX ปีนี้ประเทศไทยเป็เ้าภาพครูคิดว่าทางสมาคมอาจจะใช้โอกาสนี้เชิญมะปรางไปคัดทีมชาติหญิงก็ได้”
“ห๋า!หนูเหรอคะ คัดทีมชาติ!!!”คำพูดของครูหนึ่งทำให้มะปรางใเป็อย่างมาก
“เื่ราวที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ทางสมาคมรับรู้และจับตาดูมาโดยตลอดครูคิดว่าอยากให้มะปรางไปลองดูก่อนก็ได้ไม่เสียหาย ถือว่าไปเที่ยวที่กรุงเทพ แล้วก็ไปช่วยเชียร์พี่ๆทั้ง 3 คนด้วย”
“จะดีเหรอคะครูหนึ่ง...หนูไม่เคยคิดเื่นี้เลยนะคะ”
“ไปลองคุยที่กรุงเทพก่อนท่านเลขาทำหนังสือเชิญมา ครูไม่อยากให้เธอพลาดโอกาสสำคัญแบบนี้เธอเองก็เคยคัดทีมชาติมาแล้ว...ดูท่าทีก่อนว่าผู้ใหญ่ที่กรุงเทพคิดยังงัยหรือจะให้เธอทำอะไร”
“ได้ค่ะครูหนึ่ง...ดีเลยค่ะหนูจะได้ไปเชียร์ทีมชายแข่งด้วยค่ะ”
*****************************