ต้นสังกัดจัดแถลงข่าวถึงเื่ราวเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น พร้อมเปิดตัวซีรี่ย์วายรื่องใหม่ โดยมีสกายเป็นักแสดงนำ ฝีมือการแสดงของสกายพัฒนาขึ้นมาก จนผู้กำกับยังต้องออกปากชมเชยโดยเฉพาะฉากที่แสดงความรู้สึกรัก สกายทำออกมาได้ดีมาก พี่ส้มยืนกอดอกมองเด็กหนุ่มทำการแสดงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พร้อมคิดในใจ “สงสัยเ้าเด็กคนนี้คงโตพอที่จะรู้จักความรักของตัวเองแล้วซินะ”
1 ปีผ่านไป สกายเป็ที่รู้จักมากขึ้นในฐานะนักแสดงนำชายยอดนิยม จากซีรีย์วาย จนเป็กระแสคู่จิ้นดังไปทั่วประเทศ งานเดินสายงานอิเว้นท์เข้ามาตลอดแทบจะไม่มีเวลาว่างเลย แต่ด้วยความตั้งใจในเื่การเรียนที่จะจบให้พร้อมกับเพื่อนๆ เขาจึงไม่ยอมดรอปเรียนทำให้เขาต้องเหนื่อยมากกว่าปกติหลายเท่า และแทบจะไม่มีเวลาให้กับเพื่อนในคณะฯ จากที่ค่อยไม่สนิทกับเพื่อนๆอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งห่างเหินไปอีก โชคดีของเขาที่ได้รับความเอ็นดูจากอาจารย์ประจำภาคเพราะเห็นว่าเขามีความตั้งใจเรียนถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลา จึงคอยเก็บเอกสารการเรียนไว้ให้ในวันที่เขาเข้าคลาสเรียนไม่ทันและถ้าพอจะมีเวลาว่างสกายจะเข้าไปขอให้อาจารย์ติวให้บ่อยๆ เพื่อจะได้เรียนทันเพื่อน
“วันนี้อาจารย์มีไปบรรยายที่คณะเศรษฐศาสตร์นะ คุณไปรับเอกสารเรียนที่นั่นเลย” ------อาจารย์
“ขอบคุณครับอาจารย์”------สกาย
อาจารย์นัดหมายเพื่อรับเอกสารการเรียน สกายไปตามนัดของอาจารย์อย่างตรงเวลาถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีเวลา แต่หากนัดกับอาจารย์แล้วเขาจะมาตรงเวลาเสมอ เขารออาจารย์อยู่ที่หน้าอาคารเรียนคณะเศรษฐศาสตร์อาจารย์เดินมาพร้อมเอกสารในมือ ยื่นให้กับลูกศิษย์คนโปรด
“คุณลองอ่านทำความเข้าใจก่อนนะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนค่อยมาถามผมอีกที”------อาจารย์
“ได้ครับอาจารย์” ------สกายตอบ พร้อมพลิกดูเอกสารไปมา
“ผมต้องไปบรรยายแล้วตั้งใจนะ ่นี้เหนื่อยหน่อย แต่เมื่อสำเร็จแล้วคุณจะภูมิใจ”-----อาจารย์กล่าวพร้อมตบไหล่เบาๆเพื่อให้กำลังใจลูกศิษย์
“ขอบคุณมากครับ”----สกายกล่าวพร้อมยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม
อาจารย์เดินขึ้นอาคารเรียนไปสกายมองตามพร้อมนึกขอบคุณอาจารย์ที่เอ็นดูเขามาตลอด ทันใดนั้นเขาได้เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะใต้อาคารเรียนกำลังพูดคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนอย่างสนุกสนาน เขากำลังจะเดินเข้าไปดูให้แน่ใจว่าใช่คนที่เขารู้จักหรือเปล่า ขณะกำลังก้าวเท้าออกไปตามทางของสายตา แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น เขารู้ได้ทันทีว่าปลายสายเป็ใครและรับรู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องรีบไปทำงานแล้ว เขาส่ายหัวไปมาหันตัวกลับไปที่รถพร้อมรับโทรศัพท์
“ครับพี่ส้ม.........รู้แล้ว..........กำลังไปแล้วครับ”----สกาย
สกายได้แต่ครุ่นคิด ว่าคนที่เขาเห็นในวันนี้ใช่เบสิกหรือไม่ ถึงแม้จะเห็นไกลๆ แต่เขาก็มั่นใจว่าเขาจดจำเบสิกได้ดี สกายครุ่นคิดซ้ำไปมาจนไม่มีสมาธิในการทำงานเหมือนเคย จนพี่ส้มต้องเตือนสติกันบ่อยๆ จนกระทั่งเลิกงาน
“วันนี้แกเป็อะไรเหม่อทั้งวัน”-----พี่ส้มกล่าวถามอย่างสงสัย
“พี่ .... (ครุ่นคิด) ผมว่าผมเจอเบสิก” ----สกาย
“เบสิกไหน..(ทำท่าคิด)......อ๋อคนที่เคยเล่าให้ฟังอ่ะนะ ไปเจอมาที่ไหน”--------พี่ส้ม
“ที่มหาลัย”--------สกาย
“เขาอยู่ทางเหนือไม่ใช่หรอ จะเจอที่มหาลัยได้ไง ”------พี่ส้ม
“นั้นน่ะสิถ้าเขาอยู่มหาลัยเดียวกันก็น่าจะบอกผม หรือบอกแล้ว ผมจำไม่ได้”-----สกายงุนงงกับตัวเอง
“ฉันว่าแกตาฝาดแล้วคิดถึงเขามากล่ะมั้ง”---- พี่ส้มพูดแหย่ พร้อมยิ้มอ่อน
“คิดถึงอะไรพี่ก็แค่สงสัย”-----สกายบอกปัดแบบเขินๆ
พี่ส้มยิ้มอ่อนแบบรู้ทันพลางคิดในใจ “ฉันรู้จักแกมานาน ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกจะคิดถึงใคร ไม่คิดถึงใคร เด็กน้อยเอ๋ย” ั้แ่กลับมาจากบ้านน้ำริน พี่ส้มก็สังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสกายอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มที่ไม่ประสาเื่ความรักมีความเป็ผู้ใหญ่มากขึ้น มีสมาธิในการเรียนการแสดง เข้าถึงอารมณ์เื่ความรักมากขึ้น ถึงแม้ว่าสกายจะไม่ได้เล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งหมดในหมู่บ้านน้ำรินให้ฟัง แต่ด้วยสายตาที่เป็ประกายแวววาวเวลาที่พูด น้ำเสียงที่มีความสุขในการเปล่งทุกๆคำพูดพี่ส้มก็รู้สึกได้ถึงสิ่งพิเศษบางอย่างที่เกิดขึ้นกับสกาย หรือว่าเด็กน้อยของพี่คนนี้จะค้นหาความรักของตัวเองเจอและเติบโตเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว
ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็ปีแล้ว สกายยังคงไม่เคยลืมอยากที่จะหวนกลับไปยังหมู่บ้านน้ำริน คิดถึงบรรยากาศ คิดถึง่เวลาที่ดี ความสุข ความสนุก และเสียงหัวเราะที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว จนถึงทุกวันนี้เขายังไม่เคยได้หัวเราะอย่างมีความสุขแบบนั้นอีกเลย ความรู้สึกสบายใจแบบนี้ ทำให้เขายังคงนึกถึงเสมอ
สกายยังคงก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดต่อไป เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่เขาเห็นในวันนี้ใช่เบสิกหรือไม่ เขาวางแผนที่จะหาโอกาสไปที่อาคารเรียนคณะเศรษฐศาสตร์อีกครั้งให้ได้ ด้วยความร้อนใจ
“พี่ส้มครับ พรุ่งนี้เช้าผมมีงานไหมครับ” -------สกาย
“ไม่มีงานนะ แต่มีเรียนคลาสสำคัญหนิ จะไปไหน จะไปหาเขาหรอ”------พี่ส้ม แกล้งถามแบบรู้ทัน
“เปล่า ก็แค่ถามดู” -----สกายตอบเสียงสูง
“ก็รีบๆหน่อยนะคลาสนี้ไม่อยากขาดไม่ใช่หรอ”-----พี่ส้มยังคงกระเซ้าไม่หยุด
สกายยิ้มส่ายหัวไปมากับการรู้ทันไปซะทุกเื่ของพี่ส้ม เขาไม่เคยปิดบังอะไรพี่ส้มได้เลยจริงๆ
ณ อาคารเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ เบสิกนั่งอยู่ที่โต๊ะใต้อาคารเรียนกับเพื่อนๆ พูดคุยกันเื่ปาร์ตี้เมื่อคืนกันอย่างสนุกสนาน พอส ลุกขึ้นยื่นหน้าโต๊ะเล่าเื่ถึงวีรกรรมของเพื่อนๆแต่ละคนอย่างออกรสออกชาด เหมือนกับตนเองรับบทพิธีกรหลักของงาน การพูดได้อย่างน้ำไหลไฟดับ น่าจะเป็ทักษะพิเศษของพอสไปแล้ว
พอส หนุ่มอารมณ์ดี อัธยาศัยดี พูดเก่งโดยเฉพาะเื่ที่ไม่มีสาระ รักเพื่อน สถานะโสดเพราะจีบสาวไม่เคยติด
“มึงคนแรกเลยไอ้อาร์มตัวดีเลยมึง แหม....หญิงโทรมาตาม ชิ้งเพื่อนเลยนะ”----พอส
“คนนี้ใหม่เว้ยเอาใจสักหน่อยดิ”-----อาร์มแก้ตัว
“กูเห็นนะไม่ถึงเดือนเดี๋ยวเปลี่ยนอีกแล้ว” -----พอส
“ก็คนมันหล่อทำไงวะ สาวๆก็ต้องแบ่งๆกันซิครับ”-----อาร์มพูดอย่างภูมิใจ พร้อมยกคอเสื้อเชิดขึ้น
อาร์ม หนุ่มหล่อ คารมดี เสน่ห์แพรวพราว ไม่เป็สองรองใครในเื่สาวๆ สถานะเปลี่ยนแฟนเป็ว่าเล่น ไม่เคยคบใครจริงจัง
“แล้วไงครับพอมึงกลับ ตกหนักใคร กูไง ไอ้สองตัวที่เหลือภาระทั้งนั้น”--------พอส
“มึงว่าใครภาระฮะ”----เจน
“มึงตัวแรกเลย ไอ้สัสถ้าเป็ผู้ชายกูว่าไม่รอด จะมีเื่ตลอด”-------พอส
“ก็มึงดูมันมองกวนตีนม่ะ”-------เจน
“คุณอีเจนครับกายหยาบมึงยังเป็ผู้หญิงนะครับ ผู้ชายเขามองเขาก็คิดว่าเป็ผู้หญิง เขาก็อย่างจะจีบ มึงก็จะไปมีเื่กับเขา กูล่ะเหนื่อยใจ”------พอส พูดพลางถอนหายใจ
“เื่ชวนไปหาตีนกูขอล่ะ กูไม่ถนัด”---------พอสพูดพร้อมทำหน้าเหยเก
“มึงก็เว่อร์ว่ากู แค่หน้าเมิงอยู่เฉยๆก็เรียกตีนอยู่แล้วเหอะ”-----เจนตอบกลับจนทำให้เพื่อนๆหัวเราะกันลั่นทั้งวง
เจน สาวสวย สาวเท่ ผมยาว รูปร่างสูงโปร่งไม่ว่าผู้ชาย หรือผู้หญิงด้วยกัน เมื่อพบเห็นเป็ต้องเหลียวมอง ด้วยความสวยห้าวมีสไตล์เป็ของตัวเอง นอกจากเรียนหนังสือแล้วยังเล่นดนตรีกลางคืนด้วยสถานะไม่ชัดเจนมีคนคุยเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็ผู้หญิง
“หยุดเลยพวกเมิง เหลือไอ้ตัวสุดท้าย ..... จี๊ดใจกูสุด”-------พอส
“คุณหนูเบสิกครับทำไมมึงถึงคออ่อนขนาดนี้ แดกไปไม่ถึง 3 แก้ว คอพับ”--------พอส
“ก็กูบอกแล้วว่าไม่กินอยากคะยั้นคะยอกูดีนัก เป็ไง”-------เบสิก
“กูก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ นี่ถ้าโดนมอมลากไปไหน เสียตัวไม่รู้เื่เลยมั้ง”-------พอส
“ใครจะมาทำอะไรแบบนั้นบ้าป่ะมึง”---เบสิก
“ก็ไม่แน่นะหน้าใสๆ หวานๆ แบบนี้”------พอสพูดแหย่เพื่อน พร้อมกัดปากแล้วทำท่าเชยคางของเบสิก เบสิกหมันไส้เพื่อนจนต้องทำท่าลุกขึ้นจะเตะแต่พอสอาศัยความชำนาญหลบได้ไว
“กูบอกแล้วปากมึงนี่ เรียกตีนสุดแล้ว”----เจนเสริมอีก จนเพื่อนๆได้ขำจนท้องแข็งอีกครั้ง
“เออ นั่นแหละเพราะพวกมึงทุกคนเลย กูอุตส่าดิวสาวโต๊ะข้างๆไว้ อด! หมดกัน แถมยังต้องแบกกายหยาบไอ้คุณหนูสิกกลับอีกกูล่ะเศร้า”-----พอส
“แล้วยังไง”-----อาร์มถามกลับ
“ก็พอกูเศร้าใช่ไหมกูก็จะหิว กูก็อยากกินหมูกระทะย้อมใจ”----------พอส พูดพลางทำตาปริบๆ
“เย็นนี้ป่ะล่ะ”---------อาร์ม
“เมิงนัดเองห้ามเบี้ยวนะ”-----พอส พูดพลางชี้ไปที่หน้าของอาร์ม
“เออ ไม่เบี้ยวแน่ เพื่อเป็การไถ่โทษที่กูชิ้งเดี๋ยวมื้อนี้กูเลี้ยงเอง”-----อาร์ม
สิ้นเสียงอาร์มกลุ่มเพื่อนทั้งแก๊ง ส่งเสียงเฮกันดังลั่น
เบสิกและเพื่อนๆคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะ และเพื่อนๆเป็บรรยากาศประจำของเขาที่อาคารเรียนเพราะเพื่อนๆกลุ่มนี้ที่คุยกันได้ทุกเื่จึงไม่ทำให้เขารู้สึกเหงาที่ต้องจากบ้านมาเรียนที่กรุงเทพฯ