โอ้แม่นางเจ้างามล้ำเพียงชายตา คราใดใจจะหลุดเกินจะหยุดเกินหยั่ง
เกินรั้งถอนแม่สายน้ำพี่หวามไหวใจ ขอวอนอยากจะนอนอิงแอบแนบ นิทรา
ในขณะที่เมืองวังวลอัสนีกำลังปะทะกับกองกำลังกิลด์เจ็ดบาปหรือเมือง
เหลียงตันนั้นยามนี้หน้าวิหารสีฟ้าครามภายในห้องโถงกว้างที่มีผนึกล้อมรอบให้แสงสว่างเป็นทิวทัศน์พาใจสั่นไหวเกินจักษ์ห้ามเกินจักษ์ถอนปรากฎร่างของชายหนุ่มนั่งพิงกำแพงสองตาหลับสนิทพร้อมกับสองแขนโอบกอดร่างหญิงสาวไม่คลาย
ด้านนอกวิหารปรากฎกองไฟกองหนึ่งพร้อมกับหมูหันสี่ตัวที่กำลังสุกเกรียมได้ที่ทว่า
“เหมือนจะไม่ได้กินอาหารสะแล้วสิ”
สัมพาทีพูดขึ้นพร้อมกับซุนหงอคงสดายุพยักหน้ารับคำ
“นี่มัน?มีอะไรกำลังมา”
ศิลาลืมตาตื่นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับฟ้าครามจากนั้นทังสองก็รีบวิ่งออกมายังนอกวิหารเบื้องหน้าคือเหล่าสามพี่น้องของเขาที่กำลังตั้งท่าในมือกระชับอาวุธแน่น
ฟุ้บ ฟุ้บ เช้ง
เงาสีดำสองสายพุ่งตรงมายังศิลาทันควันก่อนจะแทงคมหอกปราดสามครั้งใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ถามไถ่หาความใดๆซึ่งศิลาเองก็ยกร่ำไห้ฟันต้านทานอย่างรวดเร็วก่อนที่ฟ้าครามจะตวัดดาบในมือฟันใส่เงาอีกสายทำให้ทั้งสองถอยห่างออกไปซุนหงอคงสัมพาทีสดายุชิงโอบร้อมทั้งสามทิศทาง
อย่างร็วดเร็ว
ผาคลุมหัวของสองปริศนาพลันหลุดออกเผยให้ศิลาเห็นชัดตาบุรุษแรกในมือถือคันธนูสีทองลวดลายกระหนกผิวกายสีเขียวเข้มสูงสองเมตรกว่าแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณสีทองลวดลายไทยพร้อมกับสังวาลย์เส้นงามพาดไขว้กันที่อกบนหัวสวมมงกุฎสีทองใบหน้าดุร้ายคมเข้มดวงตาดุดันยามจ้องมองผู้คนจนแทบอยากจะหลบหนีริมฝีปากปรากฎเขี้ยวสีขาวโค้งบริเวณใบหน้ามีลวดลายแบบชาติกำเนิดของพญายักษายืนประจันหน้ากับเขาไม่วางตา
“อินทรชิต”
ศิลาเอ่ยขึ้นทันทีก่อนจะปรายสาย ตาไปมองยักษาอีกตนข้างกายในมือถือหอกด้ามจับสีทองใบหอกสีเงินผิวกายสีเขียวดวงตาดุร้ายใบหน้าโหดเหี้ยมคมเขี้ยวสีขาวบนใบหน้าปรากฎลวดลายแบบอินทรชิตเส้นผมหยิกสีดำแต่งกายด้วยชุดไทยสีทองพร้อมกับสังวาลย์สองเส้น
“กุมภกรรณ”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่อินทรชิตและกุมภกรรณจะหรี่ตามองเขาด้วยแววตาฉายความสงสัยก่อนที่กุมภรรณจะเอ่ยถาม
“ท่านรู้จักพวกเราได้เช่นไร”
“ก็ฝีมือพวกท่านทั้งสองเรื่องชื่อลือชาน้อยคนนักที่จะไม่รู้”
“ขอบคุณในคำชมของท่านถ้ารู้เช่นนั้นขอท่านจงส่งดวงใจภูติให้เราเสียหากไม่อยากให้มีการนองเลือด”
กุมภกรรณเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับเผยมือมาด้านหน้าเพื่อจะรับสิ่งของจากชายหนุ่ม
“ของๆผมหามายากลำบากคิดจะมาฉกชิงกันแบบนี้เห็นที่จะไม่งามนะท่านพญายักษ์”
คำตอบของศิลาทำเอาพญายักษ์ทั้งสองต้องหรี่ตาจ้องมองเขาด้วยสายตาเขม็งก่อนที่กุมภกรรณจะกล่าวต่อ
“เราไม่ได้ฉกชิงแต่เราขอท่านเพื่อแลกกับการที่พวกเราจะปล่อยท่านไป” คำพูดของกุมภกรรณทำเอาศิลาถึงกลับต้องฉีกยิ้มก่อนจะพูดขึ้น
“ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าจะชนะผมได้ผมตางหากที่ควรบอกว่าจะปล่อยพวกท่านไปหากท่านทั้งสองยอมระมือแต่โดยดี”
“โอหัง! ข้าคือลูกชายของพญายักษ์ทศกัณฐ์แห่งกรุงลงกาแม้แต่พระอินทร์ข้าก็สยบสิ้นเจ้านั่นแหละที่จะไม่รอดจากศรนาคบาศของข้า”
อินทรชิตตวาดออกมาอย่างหัวเสียงด้วยท่าทางกร้าวร้าวชี้นิ้วใส่ศิลาซึ่งๆหน้าด้วยสายตาเดือดดาน
เช้ง เช้ง เช้ง
ยามกระทันหันกุมภกรรณชิงแทงหอกใส่อากาศโจมตีใส่ศิลาซึ่งเขาเองก็ยกร่ำไห้ขึ้นมากันอย่างทันท้วงที
“พวกนายจัดการกับอินทรชิตสะอย่าประมาท”
ศิลาตวาดลั่นในขณะที่กำลังต้านรับคมหอกที่แทงใส่เขาอย่างหนักหน่วงรวดเร็วเฉียบคมก้าวร้าวแฝงสำนึกพลังธาตุลมมาเต็มเปี่ยม
เช้ง เช้ง เช้ง
อินทรชิตเปลี่ยนมาใช้ดาบคู่เป็นดาบทรงไทยโบราณสีเงินคมกริบมันต้านรับทั้งสามพี่น้องได้อย่างสูสีน่าดูชม
*********************************** ณ.เมืองวังวลอัสนี
“พลธนูยิงงงงง”
เบลเซ่ตะโกนลั่นเบื้องหน้าของเขาคือทหารนับหมื่นที่กำลังตั้งท่ายิงธนูจบคำของเบลเซ่ศรธนูนับหมื่นอัดแน่นด้วยพลังธาตุพุ่งแผ่ในอากาศราวกับร่างแหดินปานห่าฝนเข้าใส่กองกำลังอาชญากรอย่างบ้าคลั่งภาพที่ปรากฎราวดวงดาบนับหมื่นหลากสีท่อแสงระยับตาปุกคลุมไปทั่วผืนฟ้าในยามราตรีทั้งสวยงามบรรเจิดพิลาศล้ำ
“บาเรียพลังจิต”
น้ำแข็งตวาดลั่นพร้อมกับทหารจำนวนร่วมหมื่นคนกระโดดพุ่งทะยานมายังเบื้องหน้าทัพก่อนจะยื่นมือไปข้างหน้าปรากฎบาเรียพลังปราณสีฟ้าสูงร้อยเมตรกว้างสามกิโลเมตร
ตูมมมมม ตูมมมม ตูม ตูมๆๆๆๆๆ
เสียงระเบิดดังสนั่นจนแทบหูดับนับหมื่นครั้งพร้อมกับแสงสว่างวาบในความมืดฝุ่นควันไฟลอยฝุ้งไปทั่วบริเวณ
“บุกกกก บุกเข้าไปฆ่าพวกมันให้หมด”
เบลเซ่ไม่รั้งรอรีบสั่งการทหารที่เหลือพุ่งประจันบานทันที
เฮฮฮฮฮฮ ครืนนนนนนน
เสียงกู้ร้องดังสนั่นไปสรวงสวรรค์ผสมกับเสียงฝีเท้าของสัตว์ใหญ่ดังระงมวิ่งอย่างร้อนรนเพลิงสีแดงสว่างเหนือผืนฟ้าอีกครั้งบรรยากาศ
คลุกกลุ่นไปด้วยเปลวไฟและควันไฟผสมกับเสียงคมดาบเสียงระเบิดเสียงอาวุธกระทบกันดังกระหึ่มท่ามกลางหน้าเมืองวังวลอัสนีที่เป็นลานกว้างทอดยาวไปถึงป่าเมืองมนตราเสียงนั้นฟังดูราวกับสายฝนเหล็กกล้าที่ร้วงหล่นลงสู้พื้น
ขุมพลังเวทย์พลังธาตุพลังปราณแผ่พุ่งเข้าใส่สาดซัดใส่กันอย่างบ้าคลั่ง
เหล่าทหารสปาตันนั้นพละกำลังมหาศาลด้วยร่างกายที่บึกบึนซ้ำร้ายสุดคือพวกมันล้วนไม่กลัวตายเข้าต่อสู้อย่างบ้าบิ่นชนิดเลือดแลกเลือด
แต่ทว่าพวกมันที่มีกำลังพลมากกว่าถึงสองเท่าตัวกลับไม่สามารถรุกไร่ใส่กองทัพของเมืองวังวลอัสนีได้เนื่องจากSPCทหารของเมืองวังวลอัสนีคอยโจมตีออกมาจากบนกำแพงเมืองครั้งจะพุ่งไปจัดการพวกมันก็ทำไม่ได้เพราะทหารของกิลด์เจ็ดบาปถูกโอบร้อมไว้ทุกทิศทาง
ฝ่ายอาชญากรที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีทั้งกับดักหลุมพรางความชำนาญพื้นที่ ชิงกำลังรุกไร่อย่างหึกเหิมทันทีที่เริ่มสงครามเหล่าอาชญากรก็ปล่อยสัญชาตญาณดิบเถือนที่ถูกสะกดออกมาอย่างไม่ปกปิดเฉกเช่นไดโนเสาร์ออกล่าเหยื่อ
ตูมมม ตูมมม เปรี้ยงงง ฟิ้ววว อ๊ากกก
บนฟ้าปรากฎเทโรซอร์พร้อมกับเหล่าอาชญากรสายเวทย์สายธนูกำลังระดมโจมตีราวห่าฝนใส่ใจกลางกองทัพสปาตันพวกมันร้องโหยหวนถึงขีดสุดไม่ใช่ทุกคนจะเหาะเหินเดินอากาศได้หากไม่ใช่จอมเวทย์ก็แทบจะเลิกคิดเรื่องที่จะเหาะไปได้เลยเพราะต้องมีพลังธาตุลมและธาตุไฟที่ใช้เป็นแรงขับเคลื่อนในการลอยตัว
ฝ่ายอาชญากรอาชีพนักดาบที่นำโดยน้ำแข็งแสงโสมพลันกระโดดทะยานพุ่งไปด้านหน้าตวัดดาบเป็นวงกลมปัดป้องศรธนูพลังเวทมนต์บ่างก็ใช้พลังธาตุสร้างบาเรียเพื่อไม่ให้ขุมพลังเหล่านั้นเลยลงไปยังกองทัพด้านหลังที่เป็นหน่วยสนับสนุนหรืออาชีพนักบวชที่กำลังวิ่งไปร่ายเวทมนต์ฟื้นฟูแผ่คลื่นพลังสีทองสีเขียวรักษาบาดแผลของพรรคพวกรวมถึงฟื้นฟูมานา
ในขณะที่พวกน้ำแข็งเป็นแนวหน้าบุกทะลวงด้านเพิร์จและโซดาที่ถนัดสายรอบฆ่าก็แฝงเร้นกายนำอาชญากร ราวๆสามพันคนคอยรอบสังหารศัตรูในเงามืดเพื่อค่อยๆตัดกำลังของพวกมันอย่างไร้สำเนียง
เรดกรีนบูลแบล็คเองก็กำลังไร่ควบกิเลนเพลิงบุกฝ่าเข้าใจกลางอย่างองอาจตามมาติดๆคือเหล่าอาชญากรอาชีพนักรบที่มือซ้ายถือโล่มือขวาถือดาบบุกทะลวงประดุจดาวหางอย่างไม่มีใครหน้าไหนหยุดพวกเขาได้
“ทำไม...ทำไมพวกมันแค่อาชญากรธรรมดายังแข็งแกร่งขนาดนี้”
โลภะที่ยืนดูเหตุการใจกลางกองทัพพูดขึ้นลอยๆด้วยความไม่เข้าใจหากเป็นเหล่าเสนาธิการเขายังพอเข้าใจในฝีมือได้แต่นี่แค่พลทหารอาชญากรธรรมดาก็ดูฝีมือร้ายกาจเหลือคนา ก่อนที่เบลเซ่จะตอบ
“คงเพราะอาวุธชุดเกราะที่พวกมันใส่นั่นแหละทหารของพวกมันส่วมใส่ชุดเกราะอาวุธระดับเอขึ้นไปทั้งนั้น”
คำพูดของเบลเซ่ทำเอาเหล่าเจ็ดบาปถึงกับเหงื่อแตกหน้าซีดเผือด
“มันไปหาอาวุธระดับเอมากมายขนาดนั้นมาจากไหนแค่ระดับบียังหาได้ยากแต่นี่อาวุธชุดเกราะระดับเอเป็นแสนๆชิ้น” ชายหนุ่มหน้าตาคมดุดันผมสีดำนามโทสะถึงกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดขัดด้วยความไม่เข้าใจถึงขีดสุด
วินาที่ต่อมาเสียงระเบิดพลันดังกระหึ่มดังยิบอีกครั้งเมื่อเหล่าจอมเวทย์ของกองกำลังวังวลอัสนีร่ายเวทมนต์ระดับห้าเสร็จระดมยิงใส่ใจกลางกองทัพของกิลด์เจ็ดบาปปรากฎแสงหลากสีพุ่งตกดุจดาวหางมรณะคล้ายกับฝนอุกาบาตถล่มโลก
ตูมมมม ครืนนน ตูมๆๆๆๆๆๆ อ๊ากๆๆๆ
เสียงระเบิดดังถี่ยิบพร้อมเพลิงสีแดง สาดแสงร้อนแรงเดือดระอุผสมกับเสียงร้องโหยหวนสุดชีวิตเศษซากชิ้นเนื้อลอยเคว้งในอากาศเลือดสีแดงไหลนองพื้นอาบไปทั่วบริเวณผืนธรณี
ภาพของทั้งสองฝ่ายคล้ายก่ำกึ่งแต่ทางกองทัพวังวลอัสนีดูได้เปรียบกว่าเล็กน้อยจากการโจมตีที่สูงจากบนฟ้า
มีทหารบางคนของกองทัพกิลด์เจ็ดบาปพยายามใช้ท่าร่างพุ่งทะยานขึ้นไปเพื่อโจมตีใส่หน่วยธนูและจอมเวทย์แต่ก็ไม่วายถูกเทโรซอร์ขยำร่างขาดเป็นสองส่วนส่งเลือดสีแดงสาดไปทั่วผืนฟ้าราวละอองสายฝนพร้อมเศษชิ้นส่วนต่างๆของร่างกายลอยตกลงพื้น
เพิร์จที่เป็นแม่ทัพนั้นรู้ดีว่ายามนี้กองกำลังของเขาดูเหมือนจะได้เปรียบทว่าเหล่าเสนาธิการของอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ลงมือซ้ำยังมีสามสาวที่ศิลาเคยฝึกปรือฝีมือมาให้กับมือก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรแถมกำลังพลของเขาและอีกฝ่ายก็ต่างกันถึงฝั่งเขาจะมีสัตว์ดึกดำบรรพ์ก็ตามถ้าหากเสนาธิการของฝั่งนั้นลงมือสัตว์เลี้ยงของพวกเขาก็แทบไร้ความหมาย
ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำก็คือโอบร้อมพวกมันอย่าให้พวกมันแตกรังไปทั่วบริเวณเพราะถ้าหากพวกมันแผ่ขยายกองทัพออกไปได้ด้วยจำนวนคนที่ต่างกันก็จะเท่ากับว่าพวกเขาถูกร้อมเสียเองในสงครามการถูกโอบร้อมก็เท่ากับตัวตาย
“พวกนายจัดการได้”
เพิร์จออกคำสั่งกับโซดาและน้ำแข็งในช่องติดต่อสื่อสารน้ำแข็งและโซดารู้ว่าพวกเขาต้องทำอะไรทั้งสองนำกองทัพราวๆสองหมื่นควบแร็พเตอร์วิ่งวนโอบร้อมไปทั่วพร้อมกับโจมตีรอบนอกตีต้อนขนาบวงในเข้ามาเลื่อยๆ
ทว่ายามนั้นเองปรากฎธงศึกสีแดงรูปหัวซาตานสีดำโบกสะบัดขึ้นในมือของหญิงสาวโฉมงามส่วมชุดเกราะสีน้ำเงินวาววับผมสีเงินยาวปลิ่วในสายลมมีผ้าปิดที่ตาซ้ายในที่สุดเบลเซ่ก็ยอมลงมือโดยการเรียกสัตว์รับใช้ออกมายามเมื่อหญิงสาวโบกธงศึกหนึ่งครั้งปรากฎคลื่นพลังสีเงินราวโลหะลอยไปทั่วปกคลุ่มทหารของกองทัพเจ็ดบาปต่อมาทหารเหล่านั้นกลับมีพลังเวทมนต์พุ่งสูงพรวดพราดไม่ใช่แค่พลังเวทมนต์แต่ทักษะทุกอย่างกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างหน้าตกใจ
“บ...บ้าน่าหญิงสาวที่จัดว่ามีสกิลที่โกงที่สุดในสงครามผู้อัญเชิญธงศึกบรุนฮิลด์”
เพิร์จพูดขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาเขาพลันกระจ่างวูบแล้วว่าเหตุใดกองกำลังเหล่านี้ถึงยึดเมืองเหลียงตันที่มีทหารรวมสองล้านคนได้แค่ชั่วข้ามคืน
สกิลของบรุนฮิลด์ยามเมื่อเธอสะบัดธงศึกหนึ่งครั้งกองกำลังฝ่ายเดียวกันจะเพิ่มค่าพลังทุกอย่าง20%และเธอสามารถใช้ทักษะนี้ได้ในทุกๆ30นาที
วินาทีต่อมาเหตุการกลับพลิกผันเหล่าทหารสปาตันพลันกระโดดพุงทะยานตัวออกจากหลังเสือดำเข้าสังหารทหารของวังวลอัสนีอย่างเลือดเย็น
อ๊ากกก อัก อ๊ากก ฉ๊วะ
เสียงร้องของเหล่าอาชญากรดังระงมพร้อมกับร่างที่นอนทอดกายจมผืนธรนียามนั้นเองเพิร์จพลันร่ายบทสวดอย่างรวดเร็ว
“จอมราชันย์แห่งพายุผู้ปกครองท้องทะเล
ขอจงเสด็จจากท้องนภาเพื่อมอบความสะพรึงกลัว
ในนามแห่งข้าผู้เป็นนายแห่งความภักดี
ด้วยพันธสัญญาที่มีจงตอบรับเสียงเรียกขานของข้า
จงออกมาเทพวายุซึซาโนะโอะ
ครืนนนน เปรี้ยงงง เปรี้ยง เปรี้ยง
ปรากฎวงเวทมนต์สีฟ้าสีเขียวรัศมีกว้างหนึ่งกิโลเมตรพร้อมสายฟ้าสีเขียวแล่นออกจากวงเวทย์ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คนค่อยๆปรากฎร่างของชายวัยกลางคนสูงสองเมตรกว่าร่างบึกบึนสวมชุดยูคาตะสีดำแต่สวมเสื้อปล่อยเสื้อให้รัดพลันกับเอวพร้อมกับเชือกเส้นใหญ่สีน้ำตาลรัดเอวผิวกายสีน้ำตาลมีลวดลายมังกรตัวสีแดงรัดพลันทั่วร่างหนวดสีดำยาวแทบจะถึงเข่าใบหน้าดุร้ายเหี้ยมโหดตาแดงฉานในมือถือดาบบวกกับร่างที่ใหญ่ยักษ์บึกบึนกล้ามเป็นมัดๆทั่วร่างปกคลุมด้วยคลื่นพลังเวทมนต์สีเขียวสดธาตุลมส่งคลื่นพลังกดดันทุกสรรพสิ่งในมือถือดาบคาตานะเล่มงามส่งคลื่นพลังชั่วร้ายปานจะกลืนกินได้ทั้งโลกดาบคาตานะปกคลุมด้วยออร่าสีดำสนิท
ซึ่งดาบที่ซึซาโนะโอะถืออยู่นั้นมีชื่อว่าดาบคุซานางิเป็นดาบที่เมื่อครั้งซึซาโนะโอะถูกลงโทษขับไล่มายังโลกมนุษย์เขาได้กำราบยามาตะโนะ
โอโรจิและนำดาบคุซานางิออกมาจากส่วนหางของมันและนำไปถว่ายแด่เทพีอามาเทราสึแต่ทว่านั่นคือตำนานยามนี้ดาบคุซานางิอยู่ในมือของซึซาโนะโอะแสนจะร้ายกาจ
ครืนนนนน
ยามเมื่อเท้าของซึซาโนะโอถึงพื้นคลื่นลมพายุพัดทำลายบริเวณรอบอย่างบ้าคลั่งเชือดเฉือนเหล่าทหาร
สปาตันอย่างโหดเหี้ยม
ครืนนนน ตูมมมมม
ซึซาโนะโอะตวัดดาบทีเดียวคลื่นลมแหลมคมพัดทำลายใจกลางกองทัพรอบตัวของมันพินาศย้อยยับ
“ไปกันพวกเราเห็นท่าจะแย่”
เบลเซ่เอ่ยพร้อมกับลงจากหลังของราชสีเพลิงปราณก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเข้าหาเพิร์จอย่างช้าๆและมั่นคง