ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 23/05/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 4
สายฝนที่เคยกระหน่ำแทบฉีกท้องฟ้าเปิดทางให้หมอกขาวข้นแผ่คลุมทั่วลานดินเปียกแฉะ
เสาไม้ท่อนใหญ่ที่รองรับโถงทางเดินใต้เทียนส่งเสียงกรอบแกรบเบา ๆ เมื่อหยาดน้ำหยดจากชายคาไหลลงกระทบพื้น
บรรยากาศยามเช้าเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ
ชิงเยว่นั่งตรงเรียบหลังตู้ยาเก่า ท่ามกลางกลิ่นเปลือกสมุนไพรแห้งผสมน้ำฝน องค์หญิงผู้ถูกทอดทิ้งกำลังตรวจดูสมุดบัญชีตำรับยาอย่างเงียบงัน เมื่อเสียงย่างเท้าแน่วแน่ดังขึ้นจากปลายทางเดิน
เฮยหลงในชุดทหารสีดำหม่นปรากฏตัว ท่ามกลางกลุ่มองครักษ์ติดตามสองสามนาย
สายตานิ่งเรียบไร้อารมณ์ของเขากวาดมองไปรอบโรงหมอรกร้าง สะกดบรรยากาศเย็นเฉียบไว้ในทันที
"ั้แ่บัดนี้ จะมีทหารผลัดเปลี่ยนเฝ้าอยู่ที่นี่" เสียงต่ำกังวานเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหยุดเท้า "ป้องกันพวกขโมยสมุนไพร...อย่าให้พวกสารเลวจากตลาดชายแดนฉวยโอกาส"
คำประกาศดังชัดเหมือนคมดาบสับอากาศ
ชิงเยว่เงยหน้าขึ้น ชั่วขณะหนึ่ง หัวใจเงียบงันราวหยุดเต้น
แม้คำพูดของเขาจะเฉียบขาดดังเช่นเคย ทว่าั์ตาที่หลุบต่ำหลบเลี่ยงไม่มองตรงมาอย่างจงใจ กลับบอกนางได้โดยไม่ต้องใช้คำว่า...การเฝ้าโรงหมอครั้งนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อคุ้มกันยาสมุนไพรเลยสักนิด
'...ท่านเพียงแค่ปกป้องข้า'
ความอุ่นวาบบางอย่างค่อย ๆ แผ่ซ่านขึ้นกลางอก รุนแรงเสียจนต้องหลบตา
ขณะสายลมเย็นโชยผ่านเสาไม้เก่า เธอกลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่ในกองไฟที่ไม่อาจมองเห็นเปลว
ร่างสูงของเฮยหลงหยุดลงตรงหน้าโต๊ะยา โต๊ะไม้ผุ ๆ ที่เคยว่างเปล่า บัดนี้มีจอกชาใหม่วางอยู่บนถาดเคลือบเงาเย็นเฉียบ
เขาหยิบจอกชาขึ้นมาหนึ่งใบ รินน้ำชาสีอำพันที่ยังอุ่นไอ แล้วถือมายื่นมาตรงหน้าเธอ
"ดื่มเสีย"
คำสั่งแหบพร่าฟังดูเ็า ทว่าภายใต้ม่านเสียงเรียบเย็นนั้น ชิงเยว่กลับได้ยินแรงสั่นเบา ๆ ที่เ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
มือเรียวของนางยื่นออกไปรับ...นิ้วสั่นไหวเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่
ปลายนิ้วทั้งสองแตะโดนกันเพียงครู่หนึ่ง ราวสายฟ้ากระทบในห้วงเวลาเงียบงัน
ััอุ่นจัดจากผิวปลายนิ้วผ่านเข้าสู่หัวใจ ก่อนจะรีบสะบัดออกประหนึ่งถูกไฟลวก
ชิงเยว่หลบสายตา จับจอกชาด้วยสองมือแน่น ราวใช้มันเป็เกราะกำบังเงียบ ๆ
เฮยหลงยืนนิ่งเพียงครู่ ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปด้านข้าง เสมือนต้องสะกดกลั้นบางอย่างไว้
"อย่าให้เสียหาย..." เขาทิ้งท้ายเสียงต่ำ "หากมีขโมย ข้าจะรับผิดชอบเอง"
คำพูดราวกับสายลมเย็นะเืที่พัดผ่าน ทว่ากลับทิ้งร่องรอยอุ่นซ่านอยู่ในอากาศ...เช่นเดียวกับสายตาคมปลาบที่หันกลับมาเสี้ยววินาทีก่อนเดินจากไป
ไม่เอื้อนเอ่ยคำใดอีก ทว่าเงาร่างสูงใหญ่กลับคล้ายทิ้งสิ่งหนึ่งไว้เื้ั...หนักอึ้งในใจผู้รับมากกว่าคำพูดนับพัน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นหายลับไปในม่านหมอกเบา ๆ
ในโรงหมอเงียบงัน มีเพียงไออุ่นจาง ๆ ของจอกชาที่อ้อยอิ่งอยู่ในมือ
ชิงเยว่วางจอกชาลงช้า ๆ หลับตาแน่น
เงาอดีตเลือนรางของลั่วเฉินผุดวาบขึ้นมา ภาพชายผู้ยื่นมือลวงหลอก พร้อมรอยยิ้มเจือพิษ
หัวใจนางราวถูกบีบแน่นด้วยมือที่มองไม่เห็น
'...ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครหลอกข้าอีก ไม่ว่าครั้งนี้จะเป็มารร้าย...หรือเทพจริง'
สาบานในใจดังเงียบงัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงไต้เทียนสลัววาววับ
และในอากาศเย็นจัดของเช้าวันนั้น...บรรยากาศหนาวเหน็บที่เกาะกุมโรงหมอแห่งนี้ ก็เหมือนจะละลายลงนิดเดียว
เสียงฝีเท้าเบาจากชายชุดดำค่อย ๆ เลือนหายไปในม่านหมอกเช้า เหลือไว้เพียงไออุ่นลาง ๆ ที่ยังติดตรึงอยู่ในอากาศ
ชิงเยว่นิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแ่ ลูบปลายนิ้วเบา ๆ ที่ัักับจอกชาราวกับยังรู้สึกถึงแรงสั่นไหวอันอุ่นร้อนเมื่อครู่
ทว่าในขณะที่ใจยังเต้นระส่ำ เสียงดัง ติ๊ง! คล้ายระฆังทองใสกังวานก็ดังขึ้นในห้วงสำนึกอย่างไม่บอกกล่าว
[ระบบแจ้งเตือน : ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย เร่งสูงเกินเกณฑ์ธรรมชาติ 17%]
น้ำเสียงแหบพร่าของระบบเปล่งออกมาด้วยโทนหยอกเย้าเจือขัน
[มารดำที่ขึ้นชื่อว่าเ็าดุจน้ำแข็งหมื่นปี...ดูท่า จะเริ่มละลายเสียแล้ว]
"..."
ชิงเยว่หรี่ตาลง กรามน้อย ๆ กัดแน่นด้วยแรงอัดอั้น หยิบก้อนหินก้อนเล็ก ๆ จากถาดสมุนไพรใกล้มือ ปาใส่เพดานเบา ๆ ราวกับระบายความหงุดหงิด
"เ้าปิดเสียงเ้าสักทีได้หรือไม่!" นางเค้นเสียงต่ำผ่านไรฟันอย่างอดกลั้น
[ขออภัย ระบบไม่สามารถปิดฟังก์ชันแจ้งเตือนได้โดยไม่ได้รับคำยินยอมจากหัวใจของเป้าหมาย]
เสียงหวานของระบบกล่าวขึ้นมาใหม่ด้วยท่าทีใสซื่อไร้เดียงสาเกินทน
"หุบปากไปเดี๋ยวนี้!" นางถลึงตาใส่ หันไปควานหาพัดขนนกเก่า ๆ บนโต๊ะหมายจะขว้างอีกรอบ
ขณะนั้นเอง เสียง ติ๊ง! ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ตามมาด้วยข้อมูลที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน
[แจ้งเตือน : อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายพุ่งสูงเพิ่มขึ้นอีก 25%]
[สรุปสถานะ : เข้าข่าย "คลื่นอารมณ์รุนแรงผิดปกติ"]
"อะไรอีกเล่า!" นางโพล่งขึ้นด้วยเสียงเบา ขมวดคิ้วจนเป็ปม แล้วหันขวับไปทางต้นเสียงที่ยังไม่หายไป
ทว่าไม่ทันได้ตั้งตัว
ขาข้างหนึ่งของนางเผลอสะดุดกองสมุนไพรแห้งที่กองไว้บนพื้น
ร่างบอบบางเอนเซไปข้างหน้าในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างพร้อมเสียงอุทานหลุดริมฝีปาก
แต่ก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้นเย็นเฉียบ แขนแข็งแกร่งคู่นั้นก็โฉบคว้าเอวคอดไว้ได้ฉิวเฉียด
โลกทั้งใบชะงักนิ่ง
เฮยหลงที่เพิ่งวกกลับมา หยุดยืนเหนือร่างนาง ดวงตาดำลึกคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าตกตะลึงของชิงเยว่เต็มดวงตา
แขนหนึ่งโอบรัดแน่นแนบหลัง ส่วนอีกข้างยังประคองข้อศอกนางไว้ราวกับกลัวแม้แต่นิดเดียวจะทำให้เจ็บ
ลมหายใจที่ปะทะกันกลางอากาศอวลไอร้อนประหลาดในห้องยาเย็นชืด
เวลาราวหยุดหมุน
ชิงเยว่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นถี่ไม่ต่างจากเสียงกลองศึก ขณะที่มือเรียวเล็กวางทาบกลางอกกว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว
อกกว้างนั้นร้อนจัดกว่าที่คิด...อุณหภูมิราวกำลังจะเผาทะลุปลายนิ้วนาง
เฮยหลงเองก็ไม่ต่างกัน
ดวงตาคมปลาบที่เคยเ็านิ่งสงบ บัดนี้กลับสะท้อนแววไหวไหวที่ควบคุมไม่อยู่ ทว่าปลายนิ้วที่โอบเอวเธอกลับยังกระชับแน่น ไม่ยอมปล่อย
ทั้งสองยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเพียงอึดใจเดียว...
ทว่าไฟอุ่นวาบที่พุ่งขึ้นกลางอกทั้งคู่ กลับเหมือนจะแผดเผารากใจลึก ๆ ไปแล้วเรียบร้อย
ชิงเยว่รีบขืนตัวออกมาอย่างเงอะงะ
เฮยหลงเองก็กระตุกมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน
ความเงียบที่กระอักกระอ่วนเคลือบคลุมห้องยาในทันใด มีเพียงเสียงหายใจขาดห้วงของคนทั้งคู่ดังลอดออกมาเบา ๆ
ชิงเยว่ก้มหน้าแน่น สีแก้มแดงระเรื่ออย่างไม่อาจปกปิด
เฮยหลงหันขวับไปอีกทาง ไหล่กว้างแข็งเกร็ง ริมฝีปากบางเม้มสนิทราวกับพยายามกลั้นอะไรบางอย่าง
และในอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรขม ๆ และกลิ่นฝนจากนอกหน้าต่าง...มีเพียงเปลวไฟบางเบาที่ซ่อนตัวลุกไหม้อยู่ในใจของคนทั้งสองเงียบ ๆ
เสียงหยาดฝนพร่างพรมลงกระเื้ัคาศาลาเบา ๆ เยียบเย็น พอ ๆ กับความวาบหวามที่ยังอ้อยอิ่งอยู่ในอกทั้งสองหลังเหตุการณ์เมื่อครู่
ชิงเยว่นั่งลงเงียบ ๆ ใต้เสาไม้เก่า ผายมือจัดชุดเครื่องปรุงยาอย่างระวัง แม้นิ้วเรียวจะขยับอย่างคุ้นชิน แต่ปลายมือกลับสั่นไหวราวกับควบคุมไม่อยู่
เฮยหลงยืนพิงเสาอีกฝั่งหนึ่ง เงาร่างสูงใหญ่กลืนไปกับเงามืดยามราตรี ใบหน้าคมคร้ามซ่อนอยู่ใต้แสงเทียนสลัว สายตาเขาคอยมองเธอเงียบ ๆ ไม่ขยับเขยื้อน
ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเสียงหัวใจของเขาและเธอ...สอดประสานในจังหวะอันละเอียดอ่อนเกินจะจับต้อง
ปลายนิ้วเรียวของชิงเยว่เผลอกระตุก เศษใบสมุนไพรที่บดยังไม่ทันละเอียดดีหล่นเกลื่อนบนผืนผ้า นางกัดริมฝีปากแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างบังคับตัวเองให้สงบ แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าใด...มือก็ยังสั่นระริกไม่หยุด
เฮยหลงมองอยู่นาน ในที่สุดก็เอ่ยเสียงต่ำขรึม ทุ้มลึกแทรกผ่านเสียงฝนอย่างไม่บีบบังคับ ทว่ากลับก้องะเืเข้าไปในใจกลาง
"กลัวสิ่งใด...ถึงเพียงนั้น?"
ถ้อยคำเรียบง่ายเหมือนสายลม แต่หนักหน่วงเสียจนหัวใจดวงน้อยแทบปลิดปลิว
ชิงเยว่ชะงักกึก
นางหลุบตาลง ก้มหน้าจนเงาผมยาวสลวยบดบังสายตาทั้งหมด กลบความสั่นไหวในดวงตาคู่นั้นเอาไว้
ริมฝีปากเม้มแน่น ลมหายใจตื้น ๆ วูบวาบขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังะโเสียงดังลั่น
'เ้า...จะเข้าใจได้อย่างไร...'
ภาพอดีตวูบแล่นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่เคยทอดยิ้มอ่อนโยนที่สุดในชีวิตนาง ทว่าเื้ักลับแทงข้อตกลงทรยศลึกที่สุดเข้ามาในหัวใจ
เงาของลั่วเฉิน...แผ่คลุมทับหัวใจบางเบาราวกับควันหมอกจาง ๆ
มือเรียวสั่นเทาอีกครั้ง ยาชาที่บดไว้หล่นลงจากถาดอย่างเก้อเขิน
เสียงนั้นเบาแทบไม่ได้ยิน แต่เฮยหลงที่จับจ้องอยู่ตลอดกลับรับรู้ได้ทุกความสั่นไหว
ชายหนุ่มขยับตัวอย่างเชื่องช้า ร่างสูงใหญ่เคลื่อนเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าเธอ ท่ามกลางแสงเทียนที่ไหวระริกคล้ายจะดับ
มือหยาบกร้านข้างหนึ่งยื่นออกมาในความเงียบ
บนฝ่ามือนั้นมีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง วางนิ่งรอให้นางตัดสินใจ
แสงเทียนทาบทอผ่านฝ่ามือใหญ่ที่แบออกอย่างเงียบงัน เห็นได้ชัดถึงเส้นเืและาแเก่า ๆ ที่ฝังลึกอยู่บนหลังมือ
เหมือนกับ...าแในใจของคนยื่นให้เช่นกัน
ชิงเยว่เม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิม ร่างเล็กสั่นน้อย ๆ อย่างคนที่กำลังต่อสู้กับความกลัวลึกสุดหัวใจ
เฮยหลงไม่เร่งรัด ไม่เอ่ยคำใดเพิ่มเติม แม้แต่ดวงตาดำสนิทคู่นั้นก็เพียงทอดมองเงียบ ๆ อย่างให้เกียรติ
เหมือนบอกกับนางด้วยภาษาที่ไร้ถ้อยคำ
'ข้ามิได้จะพรากสิ่งใดจากเ้า...เพียงอยากอยู่เคียงข้าง'
ชั่วขณะหนึ่ง...โลกทั้งใบเงียบงัน เหลือเพียงเสียงหัวใจเธอที่สั่นไหวกับความเงียบนี้
สุดท้าย...มือเรียวที่สั่นไหวมาตลอดค่อย ๆ เอื้อมออกไปอย่างลังเล ปลายนิ้วแตะขอบผ้าผืนนั้นเบา ๆ แล้วค่อย ๆ รับมาไว้ในมือ
ปลายนิ้วัักันแ่เบา ราวกับไฟอุ่นจุดขึ้นกลางความมืดมิด
เมื่อผ้าเปื้อนยาแห้งกรังถูผ่านปลายนิ้วเรียว ชิงเยว่เบือนหน้าหนีไปอีกทางซ่อนสีหน้า
แต่เฮยหลงกลับไม่ได้ผลักไส ไม่ได้หลีกหนี หากเพียงยืนอยู่ตรงนั้น
มั่นคง เงียบงัน และอบอุ่นเหลือเกิน
ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยม่านหมอกและความเยียบเย็นนี้...
ประกายแสงเล็ก ๆ ของ 'ความเชื่อใจ' ได้ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบงัน
เล็กน้อยนัก
แต่สว่างเกินกว่าจะแสร้งว่ามองไม่เห็น