กฤตยชญ์เฝ้าดูอาการคนป่วย แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว เพราะ่ดึกๆ จันทิมันตุ์มีอาการไข้ขึ้นสูง เขาจึงต้องคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คนตัวเล็ก ให้อุณหภูมิความร้อนในร่างกายปรับลดลงมาให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งเขาได้มาหลับเอาจริงๆ จังๆ ก็ตอนรุ่งสางนี้เอง
จันทิมันตุ์งัวเงียตื่นขึ้นมา รู้สึกว่าไม่มีอาการหนาวสั่น และปวดหัวแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงอยู่ เพราะตัวเธอพึ่งจะฟื้นจากไข้มาหยกๆ หันไปมองดูคนตัวโต ที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ แต่ถึงจะหลับอยู่ คนตัวโตก็ยังคงสวมกอดเธออยู่อย่างไม่ยอมปล่อยห่างจากตัวเลย
“ขอบคุณนะคะ”
จันทิมันตุ์ยื่นมือเรียวเล็ก ขึ้นไปจับแก้มสากเบาๆ มองใบหน้าครามครันอย่างรู้สึกซาบซึ้งใจเป็ที่สุด ที่เขาตามหาเธอจนเจอ เพราะหากเขาไม่ตามหา ปานนี้เธอจะเป็ยังไงบ้างก็ยังไม่รู้เลย ไม่แน่อาจจะหนาวตายไปแล้วก็เป็ได้ หญิงสาวยื่นปากบางอวบอิ่มขึ้นไปจูบที่คางสากแ่เบา
กฤตยชญ์ขยับตัวและกระชับอ้อมกอดเข้าไปอีก จันทิมันตุ์ตาโตขึ้น รีบชักมือเรียวเล็กกลับทันที กลัวว่าคนตัวโตจะทันตื่นขึ้นมาเห็นเธอทำไปเมื่อกี้ จึงก้มหน้างุดอยู่กับอกแกร่ง ตัวเกร็งนิดๆ
“อืม! ตื่นแล้วเหรอ? ดีขึ้นหรือยังฮึ!?” กฤตยชญ์รู้สึกตัวั้แ่คนตัวเล็กทำยุกยิกๆ ั้แ่แรกแล้ว และรู้ว่าคนตัวเล็กพูดและแอบจูบด้วย
“อืม! ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ยังรู้สึกเพลียๆ เหนื่อยๆ อยู่ค่ะ” จันทิมันตุ์เงยหน้าขึ้นมองหน้าคนตัวโตนิดหนึ่ง แล้วก้มหลบตาอย่างอายๆ เพราะไม่รู้ว่าคนตัวโตจะรู้หรือเปล่า ว่าเธอแอบจูบไปหนึ่งที
“จริงเหรอ!? ไหนขอพิสูจน์หน่อยสิว่าดีขึ้นแล้วจริงๆ”
ว่าแล้วกฤตยชญ์ก็ใช้มือใหญ่เลื่อนมาจับคางเล็ก ให้เงยหน้าขึ้นมามองสบตากันชั่วครู่ แล้วค่อยๆ ยื่นปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากนูนเนียนใส ค่อยๆ พรมจูบไปตามเปลือกตาทั้งสองข้าง ไล่ลงไปตามสันจมูกโด่งรั้น แล้วมาจบลงที่ปากบางอวบอิ่ม จูบซุกไซร้ชอนไชลิ้นสากร้อนลื่น เข้าไปในโพรงปากเล็ก ดูดดึงหยอกล้อเรียวลิ้นเล็ก อยู่ไม่นานเพราะรู้ว่าคนตัวเล็กตัวยังอุ่นๆ อยู่ ยังไม่หายไข้ดี
“หากจะจูบขอบคุณพี่ต้องจูบอย่างนี้สิ พี่ถึงจะชอบ” กฤตยชญ์ถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้มอย่างอ้อยอิ่ง พูดชิดริมฝีปากให้ได้ฟังกันเบาๆ ด้วยน้ำเสียงครางกระเซ้าแหบพร่า
“พะ พี่ยชญ์” จันทิมันตุ์หน้าแดงซ่านระเรื่อขึ้นมา จนลามไปถึงใบหู ด้วยความเขินอายเป็อย่างยิ่ง
“ต่อไปจูบอย่างที่พี่จูบนี้นะ” กฤตยชญ์กระซิบบอกคนตัวเล็กยิ้มๆ แถมยังส่งสายตาล้อเลียนมาให้ด้วยอีกต่างหาก
จันทิมันตุ์ก้มหน้างุดกับอกแกร่งนั้นทันที เพราะทนความเขินอายไม่ไหว
“หึหึหึ!!” กฤตยชญ์หัวเราะชอบใจออกมาเบาๆ กดจูบลงไปที่กลุ่มเส้นผมดำนุ่มสลาย ของคนตัวเล็กหนักๆ หนึ่งที
“บอกพี่สิ ทำไมถึงขึ้นไปติดอยู่ที่เสากระโดงเรือได้ฮึ!” กฤตยชญ์เริ่มเข้าโหมดจริงจัง แต่ก็ยังคงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มอ่อนโยน
“มนก็ไม่รู้ค่ะ คุณวรรณบอกว่าพี่ยชญ์ไม่สบาย มนก็เลยคิดว่าจะขึ้นไปดูพี่ว่าไม่สบายเป็อะไรมากหรือเปล่า แต่พอขึ้นไปที่นั้นก็ไม่เห็นมีใครสักคนอยู่บนนั้น แต่พอจะลงมาประตูก็ล็อคซะแล้ว มนร้องเรียกให้ใครช่วยก็ไม่มีใครได้ยินเลย แต่ดีที่พี่มาช่วยมน เพราะมนไม่รู้ว่าหากไม่มีใครมาช่วยแล้ว มนจะทำยังไงต่อไปดี มนขอบคุณพี่นะคะที่ช่วย ขอบคุณจริงๆ”
จันทิมันตุ์เงยหน้า เล่าเื่ที่เธอไปติดอยู่ที่เสากระโดงเรือ ให้คนตัวโตได้รับฟังอย่างละเอียด
“ใครบอกว่าพี่อยู่ที่เสากระโดงเรือนั้นล่ะ?” กฤตยชญ์ขมวดคิ้วถามอย่างสงสัยเป็อย่างยิ่ง ที่ทำไมคนตัวเล็กถึงได้เข้าใจว่าเขาอยู่ที่เสากระโดงเรือนั้นได้
“คุณวรรณบอกว่าพี่อยู่ที่นั้นน่ะค่ะ” จันทิมันตุ์ขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะตอบคำถามคนตัวโต อย่างสงสัยและงงๆ สับสนไปหมด ว่าอะไรยังไงกันแน่
“พี่ไม่ได้ไปที่เสากระโดงเรือเลยนะวันนั้นน่ะ นั่งปวดหัวอยู่ที่ห้องทำงาน จึงได้ให้วรรณเอายาแก้ปวดมาให้”
กฤตยชญ์พูดบอกคนตัวเล็กอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ ว่าวรรณวลัยทำไมถึงบอกกับจันทิมันตุ์ไปอย่างนั้น วรรณวลัย้าอะไรหรือคิดจะทำอะไรกัน
๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓