5ปีต่อมา.....โรงเตี๊ยมชาวยุทธในเมืองหลวงแคว้นต้าเว่ย
โรงเตี๊ยมชาวยุทธจะเป็ที่รู้กันว่า เป็สถานที่หาข่าวสารหรือเล่าเื่ราวในยุทธภพ เหตุการณ์สำคัญต่างๆ จะถูกบอกเล่ากันผ่านที่นี้ ไม่ว่าเื่การต่อสู้ของสำนัก การประลองของยอดฝีมือ หรือเื่ราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น โดยข่าวสารจะถูกขายส่งต่อกันที่นี้ หรือการบอกเล่าปากต่อปาก
ชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม รูปร่างไม่กำยำเหมือนชาย หน้าตางดงามเหมือนผู้หญิง แต่งกายด้วยชุดมือปราบ แขวนป้ายประจำตัวของสำนักต้าหลี่ เป็สำนักสืบสวนคดีความต่างๆที่ทางขุนนางท้องที่ไม่สามารถปิดคดีได้ โดยเฉพาะคดีในยุทธภพ
“เสี่ยวเอ้อ” ทุกคนในโรงเตี๊ยมหันมองด้วยความสนใจ น้อยนักที่คนของทางการ จะใส่ชุดเข้ามาแบบนี้
“ครับนายท่าน ไม่ทราบนายท่านรับอะไรดีครับ”
“เหล้ากับเนื้อมาให้ข้า” พูดจบก็ส่งกระดาให้เสี่ยวเอ้อ เมื่อเสี่ยวเอ้อเปิดอ่านจึงพูดขึ้น
“นายท่าน 10ตำลึงเงิน” พูดจบชายแปลกหน้าก็ยืนเงินให้ เสี่ยวเอ้อรับเงินและไปทันที
“วันนี้ท่านมือปราบมาเยือนที่นี้ คิดว่าท่านคงมาสืบคดีสำคัญ ไม่ทราบว่าท่านพอจะบอกพวกเราที่นี้ให้รู้ได้หรือไม่” ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
“ข้ามาที่นี้เพื่อมาหาข้อมูลเท่านั่น ไม่สะดวกจะตอบคำถาม”
“แม้ท่านมือปราบ พวกเราก็เป็ราษฎรเหมือนกัน ตอนนี้ในเมืองหลวงเกิดคดีใหญ่ขึ้นทุกคนพูดกันไปทั่วเมือง เราก็แค่อยากรู้ว่าทางสำนักต้าหลี่ จับโจรได้แล้วหรือยัง”
“คดีมีมากมาย ท่านพูดถึงคดีไหนกัน แต่ถึงท่านจะถามข้าก็คงไม่ตอบ”
“ตอนนี้คดีที่ดังที่สุดก็คงเป็คดีโจรผ้าคลุมแดง ลูกของขุนนางถูกลักพาตัวไปจากบ้านและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเป็ตายไม่รู้ คดีได้เกิดขึ้นที่เมืองตงผิงแล้วถึงหกคดี และในเมืองหลวงอีกสองคดี จนตอนนี้คนก็หวาดกลัวกันไปทั่ว นับแล้วตอนนี้ก็เกิดขึ้นถึงแปดคดี และผู้เคราะห์ร้าย เป็คนที่อยู่ในตระกูลสูงและลูกขุนนางที่เป็ผู้หญิงทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าท่านพอจะทราบเื่นี้บ้างหรือไม่”
“ทางการสืบคดีย่อมเป็ความลับ หากท่านอยากรู้ก็ไปสืบ ทางการก็เร่งสืบหาคนร้ายเช่นกัน”
“แสดงว่าทางการยังไม่รู้ตัวคนร้ายสินะ แล้วพวกเราจะอยู่กันยังไง เื่ก็เกิดมาหลายเดือนแล้ว แต่ทางการยังไม่มีเบาะแสแบบนี้ พวกท่านทำงานกันแบบไหนเนี้ย”
“ฮึ!” ปึง ถ้วยเหล้ากระแทกโต๊ะ “ข้าตงฟางแห่งสำนักต้าหลี่จะต้องจับโจรผู้นี้แน่นอน ไม่ให้พวกเ้าดูถูกเราได้”
“ท่านอย่าโกรธไปเลย พวกเราก็แค่ถามหากท่านไม่รู้ตัวคนร้ายก็บอกไม่รู้ ไม่เห็นต้องฉุนเฉียวเลย”
“พี่ชาย ท่านบอกว่าเกิดคดีโจรผ้าคลุมแดง ท่านช่วยเล่าให้พวกเราฟังได้หรือไม่ พวกเรามาจากต่างเมือง เลยไม่ทราบเื่ราว”
“ได้ๆ คดีนี้แปลกประหลาดนัก เริ่มเกิดขึ้นเมื่อแปดเดือนก่อนที่เมืองตงผิง โดยเริ่มแรกจะมีผ้าคลุมแดงในพิธีแต่งงานของเ้าสาวถูกใส่กล่องวางไว้หน้าบ้านตอนกลางคืน แล้วหลังจากนั่นไม่นานลูกสาวของบ้านนั่นคนใดคนหนึ่งจะหายตัวไป แรกๆไปแจ้งทางการ ทางการก็คิดว่าหนีตามผู้ชายจึงไม่ได้สนใจ แต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นติดต่อกันมาอีกสองครั้งทำให้ ชาวเมืองเริ่มพูดกัน คดีแรกเป็ของคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้หนึ่ง แต่หลังจากนั่นก็เป็ลูกสาวของขุนนางในเมืองตงผิง ไม่ว่าจะวางกำลังปกป้องไม่ให้คนมาลักพาตัวผู้หญิงแค่ไหน แต่น่าแปลกที่สุดท้ายแล้วหญิงสาวเหล่านั่นก็ถูกลักพาตัวไปได้อยู่ดี จนสำนักต้าหลี่ถูกส่งไปทำคดีนี้ พอเกิดคดีที่ห้าขึ้น สำนักต้าหลี่ก็ระดมกำลังไปที่เมืองตงผิงเพื่อจับคนร้าย แต่หลังจากนั่นไม่นาน คดีที่หกและเจ็ดก็มาเกิดขึ้นที่เมืองหลวงฉีอานของเรานี้เอง ซึ่งตอนนี้คดีที่เจ็ดเกิดขึ้นที่ จวนของขุนนางกรมคลัง จนเมื่อคืนนี้หลังจากที่โจรได้วางผ้าคลุมไว้ นางก็หายตัวไปในคืนที่เจ็ดทั้งที่มีทหารและคนของสำนักต้าหลี่คอยปกป้อง โจรผู้นี้บ้างก็ว่าเป็จอมยุทธบ้างก็ว่าเป็ผี ไม่มีใครพบเห็นว่าเข้ามาทางไหนและเอาตัวหญิงสาวออกไปทางใด ทุกคนล้วนแต่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเป็ที่น่าแปลกยิ่งนัก”
“ฮึ! ไม่ว่ามันจะเป็ใครข้าจะจับมัน”
“ทางการมีแต่พวกไร้น้ำยาทั้งนั่น คิดหรือว่าจะจับได้ ขนาดคนมาหาข่าว หญิงก็ไม่ใช่ ชายก็ไม่เชิง ดูอ่อนแอแบบนี้จะหวังพึ่งได้ยังไง”
“ถ้าเ้ามีปัญหา ก็เข้าแล้วจะรู้ว่าข้าทำอะไรได้บ้าง”
“ใจเย็นๆ ใต้เท้า พวกข้าแค่พูดเล่นไปยังงันเอง อย่าใส่ใจเลย ข้าขอโทษไม่ยุ่งกับท่านแล้ว ไม่ยุ่งกับท่านแล้ว”
“นายท่าน นี้คือสิ่งที่ท่านขอครับ” เสี่ยวเอ้อส่งกระดาษให้ เป็รายชื่อของชาวยุทธจำนวนหนึ่ง
รายชื่อในนี้มีแต่จอมยุทธที่มีชื่อเสียง รายชื่อผู้ที่มีวิชาตัวเบาสูงส่ง ก็มีแต่คนที่มีชื่อเสียงคงไม่ทำอะไรแบบนี้ และถึงทำจริงแต่ในรายชื่อนี้ ทางเราก็สืบแล้วว่าพวกเขาอยู่ในเมืองหลวงระหว่างเกิดคดีที่เมืองตงผิง จึงไม่อาจเป็พวกเขาได้ จากที่เราดูที่เกิดเหตุมา คนร้ายจะต้องเป็ผู้มีวิชาตัวเบาสูงส่งและเป็ระดับห้าขึ้นไป จอมโจรที่อยู่ในรายชื่อนี้ ก็ไม่ได้เคลื่อนไหว เป็ใครกันนะ มาเที่ยวนี้เสียเปล่าแล้ว
ครู่หนึ่ง มีหญิงสาวหน้าตางดงามเดินเข้ามา พร้อมนั่งลงและยืนกระดาษให้เสี่ยวเอ้อ พร้อมเงินจำนวนหนึ่ง ทุกคนมองนางด้วยความสนใจในความงามของนาง นางคือเซียงหยางในวัย 18ปี เป็สาวเต็มตัวเป็เหมือนดอกไม้ที่งดงามแบ่งบานเต็มที่ เซียงหยางมองโดยรอบก็หันไปเห็นตงฟาง คิดในใจว่า คนผู้นี้แต่งกายทางการ มีใบหน้างดงามนัก ไม่แพ้หญิงเลย อาจจะงดงามกว่าหญิงทั่วไปด้วยซ้ำ
“แม่นาง นี้สิ่งที่ท่าน้า”
เซียงหยางพยักหน้ารับกระดาษมาเปิดอ่าน ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นและเดินออกจากโรงเตี๊ยม ทันใดนั่นก็มีชายสองคนมาขวาง
“แม่นาง เ้าจะรีบไปไหนหรือ ให้พวกเราช่วยคุมครองแม่นางดีหรือไม่”
“หลบไป ข้าไม่อยากตีคนวันนี้”
“ฮ่าๆๆ ดุแบบนี้พวกเราชอบ ข้าว่าเ้าไปสนุกกับพวกเราเถอะ” พูดเสร็จก็ยื่นมือมาจะจับหน้าของเซียงหยาง
ปับ! ตุบ! อา! ก่อนที่มือจะถึงตัวเซียงหยางเท้าของนางก็กระแทกเข้าที่ยอดยกของชายคนนั่น กระเด็นออกไปนอกประตู กระแทกลงกับพื้น
“นี้เ้าทำร้ายพี่ข้า!” ชายอีกคนพุ่งเข้ามาหาเซียงหยางอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะโจมตีนาง เซียงใช้ท่าก้าวเท้าอย่างรวดเร็วหลบออกและโจมตีกลับ ชายคนนั่นล้มลงกระแทกพื้นอีกคนและสลบทันที ชายคนแรกกำลังจะลุกขึ้นเซียงหยางก้าวเท้าอย่างรวดเร็วในพริบตา ก็ถึงตัวชายคนนั่น เท้าของเซียงหยางก็กระทืบเข้าที่หน้าอกอีกครั้ง ชายคนนั่นนอนหงายกับพื้น ครั้งนี้ลุกไม่ไหวร้องก็ไม่ออกด้วยอาการจุกที่หน้าอก สีหน้าทรมาน
“ถ้าหากว่าไม่มีคนอยู่เยอะ ข้าฆ่าพวกเ้าแน่ ครั้งหน้าข้าเห็นพวกเ้าอีกคือตาย” พูดเสร็จเซียงหยางก็เดินจากไป
ผู้คนที่ได้เห็นก็ตกตลึง ทุกคนในที่นี้ต่างก็เป็ชาวยุทธมีวรยุทธกันไม่น้อย แต่ทุกคนไม่มีใครเลยที่รู้ว่าเซียงหยางมีพลังยุทธ คิดว่าเป็เพียงแค่หญิงสาวธรรมดาเท่านั่น แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างก็รู้ได้ทันทีว่านางคือยอดฝีมือ จนคนที่เหลือไม่มีใครกล้ายุ่งหรือเข้าหานาง แต่มีผู้หนึ่งที่มองอยู่ตลอด ตงฟางมือปราบแห่งสำนักต้าหลี่
“วิชาท่าก้าวของนางเมื่อกี้นี้ แม้เพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถจัดการ คนถึงสองคนได้ในพริบตา หากใครจะมีวิชาตัวเบาที่ร้ายกาจก็คงมีแต่นางแล้ว” คิดเสร็จตงฟางก็รีบออกจากโรงเตี๊ยม เดินตามเซียงหยางไปในทันที ด้วยความสงสัย
“น่าแปลกจริงๆ นี้ก็มืดค่ำแล้ว นางออกมาคนเดียว เป็หญิงบ้านใดสกุลใด ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวสิ่งใด ท่าเดินของนางสังเกตดีๆ ชั่งมั่นคงยิ่งนัก ในแต่ละก้าวสม่ำเสมอ ในข้อมูลทั้งหมดของสำนักต้าหลี่ไม่เคยมีนางมาก่อน ด้วยฝีมือขนาดนี้เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครรู้ใครเห็น”
ตงฟางเป็คนมีฝีมือในการติดตามคนร้าย นางจึงสามารถติดตามเซียงหยางได้โดยไม่รู้ตัว ถึงเซียงหยางจะมียอดวิชาที่ใครยากจะต่อกร แต่ประสบการณ์ในยุทธภพของนางยังน้อยนัก เจอกับผู้เก่งกาจด้านการสะกดรอยอย่างตงฟาง จึงทำให้นางไม่รู้ตัว ตงฟางนางมาจนถึงบ้านใหญ่หลังหนึ่ง เซียงหยางะโข้ามกำแพงเข้าไปที่บ้านหลังนั่น
“นี้มันจวนแม่ทัพหลิน นางเข้าไปในจวน หรือว่านางจะเป็โจรลักพาตัว แต่ไม่มีข่าวว่ามีการวางผ้าแดงคลุมหน้าเ้าสาวจวนนี้ เข้าไปก่อนดูว่านางเป็ใครกันแน่” เซียงหยางกระโดข้ามกำแพงเข้าไปในจวนอย่างเงียบๆ เห็นหลังเซียงหยางไวไว ก็ตามไป จนไปถึงจวนคุณหนูใหญ่
“นี้มันจวนของใครกัน”ทันที่ที่ตงฟางก้าวเข้าไปในจวนหลังนี้ได้ไม่กี่ก้าว ก็ไม่เห็นเซียงหยางแล้ว
“นางหายไปแล้ว อะไรกันทำไมที่นี้ถึงดูประหลาด ไม่ได้ต้องออกไปก่อน”ทันทีที่ตงฟางหันหลังกลับ ก็มีต้นไม้พุ่งเข้ามากันและเส้นทางก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ตงฟางถอยหลังทันทีด้วยความใ และรีบมองไปรอบๆ เห็นว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปหมด
“แย่แล้ว นี้มันค่ายกล” ตงฟางรู้ตัวทันทีว่าตัวเองหลงเข้ามาในค่ายกลกับดักเข้าแล้ว จึงรีบหาทางออก แต่ก็ไม่สามารถหาทางออกได้ ขยับไปทางใด ก็ถูกต้นไม้บ้าง ก้อนหินบ้างกันไว้ ตงฟางพยายามใช้วิชาตัวเบาะโออก ก็ไม่สำเร็จ มีกิ้งไผ่แหล่มคมพุ่งใส่ทันที จนต้องตกลงมาที่เดิม ตอนนั่นตงฟางได้แต่ยืนเฉย มองไปรอบๆ แต่ไม่สามารถหาหนทางได้
“คุณหนูค่ะ นี้ค่ะ ข่าวที่ท่าน้า”
“นี้เ้าพาหนูเข้ามาด้วยหรือ”
“ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันเ้าค่ะ ข้าเองััถึงเขาไม่ได้เลย จนเขาเข้ามาในค่ายกลเ้าค่ะ”
“งันก็มาดูหนูหน่อยว่าเป็ใครกัน”
ตงฟางยังคงพยายามออกจากค่ายกล แต่พยายามมากเท่าไร การโจมตีก็ยังยิ่งรุนแรงขึ้น จนตงฟางต้องหยุดการกระทำของตนและยืนนิ่งมองไปมา “ครั้งนี้ข้าน่าจะแย่จริงๆแล้ว ที่นี้มันอะไรกันแน่ ถ้ารอจนเช้าต้องเป็เื่แน่ ข้อหาบุกรุกจวนขุนนางโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้ารับไม่ไหวหรอกนะ ทำยังไงดี”
“คนของสำนักต้าหลี่”
“คนของสำนักต้าหลี่ มาทำอะไรที่นี้”
“คุณหนูให้ข้าฆ่าเขาเลยไหมครับ” ถังเทียนบริวารคนที่สองของหลินเยว่อิงพูดขึ้น
“ยังก่อน เซียงหยางเ้าไปคุยกับเขาว่ามีอะไร ถ้าดูไม่ดีก็ฆ่าทิ้ง”
ในขณะที่ตงฟางยืนคิดหาวิธีออกจากค่ายกลนี้ ต้นไม้หินต่างๆก็ขยับออกเปิดทาง พร้อมกับเซียงหยางที่เดินเข้ามา
“คนของสำนักต้าหลี่บุกเข้ามาทำอะไรที่นี้ บุกจวนแม่ทัพในยามวิกาลมีโทษสถานใด”
“แม่นางโปรดใจเย็นก่อน ข้าไม่มีเจตนาร้าย ข้าตามสืบคดีลักพาตัวคนหาย่นี้อยู่ เห็นแม่นางทำลับๆล่อเข้ามาในจวนแม่ทัพ ข้าเลยเข้าใจว่าแม่นางอาจจะเป็โจร จึงได้เข้ามาเพื่อตรวจสอบดู”
“ท่านคือใคร มีนามว่าอะไร”
“ข้าน้อยมีนามว่า ตงฟางเป็มือปราบสังกัดฝ่ายสืบสวนสำนักต้าหลี่ เื่นี้เป็ข้าเองที่ไม่ระวัง หากแม่นางจะเอาเื่ก็เอาเื่ข้าคนเดียวเทอญ สำนักต้าหลี่ไม่เกี่ยวข้องด้วย”
“นายของข้าถามว่า คนของสำนักต้าหลี่มีขันทีด้วยอย่างนั่นหรือ”
“นี้ท่าน! ข้าไม่ใช่ชายหรือหญิงแต่ก็ไม่มีข้อห้ามไม่ให้ข้าเป็มือปราบไม่ใช่หรือ”
“นายของข้าไว้ชีวิตท่าน แต่ท่านต้องรับปากว่าจะไม่พูดเื่ในวันนี้ให้ใครได้ยิน มิเช่นนั่น”
“ข้ารับปาก หากข้าผิดคำพูด ให้ข้าตายในสามวัน”
“ผิดแล้ว หากท่านผิดคำพูด ข้าจะไปเอาชีวิตท่าน”
ทันใดนั่นเซียงหยางก็แพร่พลังออกมาพร้อมจิตสังหาร ตงฟางมองด้วยความน่าสะพรึงกลัว พร้อมกับเย็นวาบไปทั้งตัว
“ข้าขอสาบาน หากข้าพูดเื่ในวันนี้ ข้ายินดีตายด้วยมือท่าน”
“ก่อนท่านจะไป ข้าขอถามท่านใช้วิชาใดสะกดรอยตามข้ามา”
“เช่นนั่นแม่นางโปรดบอกได้หรือไม่ วิชาก้าวของท่านคือวิชาใด ข้าน้อยไม่เคยเห็นวิชาก้าวที่รวดเร็วเช่นนี้มาก่อน”
เซียงหยางไม่ตอบคำถามใดๆ “นายของข้า บอกท่านไปได้แล้ว”
“ขอบคุณแม่นาง” ตงฟางค่อยๆถอยก้าวออก และะโด้วยวิชาตัวเบาออกจากจวนไป
“คุณหนูทำไมไม่ฆ่าเขาไปเลยเ้าค่ะ จะได้ไม่ต้องยุ่งยาก” ถิงถิง บริวารคนที่สามของหลินเยว่อิง
“เ้าว่าคนที่สามารถสะกดรอยตามเซียงหยางโดยไม่รู้ตัวได้ ต้องเป็ยอดฝีมือขั้นใด”
“ด้วยความแข็งแกร่งของน้องเซียงหยาง อย่างน้อยต้องยอดฝีมือขั้นห้าขึ้นไปที่สามารถทำแบบนี้และต้องเป็ผู้ที่ฝึกการสะกดรอยโดยเฉพาะ”
“แล้วเ้าละ ถังเทียน”
“ข้าน้อยกว่าจะรู้ว่าเขาเข้ามาก็ตอนที่เข้าใกล้จวนนี้แล้วครับ แต่จากที่เห็นเขาน่าจะมีวรยุทธยังไม่ถึงขั้นที่ห้าแน่นอน”
“คุณหนู เขาไปแล้ว ข้าไม่ระวังตัว ลงโทษข้าด้วยเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร การพลาดครั้งนี้ แต่กลับมีคนน่าสนใจ เขามีระดับความแข็งแกร่งอยู่แค่ระดับสี่ แต่กลับสามารถสะกดรอยเ้ามาได้ถึงที่นี้ แสดงว่าวิชาสะกดรอยของเขาจะต้องดีมาก สามารถลบตนตัวจากเ้าได้ ยังไงก็อย่าพลาดแบบครั้งนี้อีก มีครั้งหน้าข้าจะเอาโทษเ้า”
“ค่ะคุณหนู แล้วจะให้ข้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเขามาหรือไม่”
“ก็ดี เพื่อคนคนนี้สามารถเอามาใช้งานได้ ถังเทียนนี้คือข้อมูลทั้งหมด ของสำนักกระบี่สาดส่องเวลานี้ และตระกูลถังของเ้า อีกสองเดือนจะมีการประลองยุทธประจำปีของสำนักกระบี่สาดส่อง เ้าพร้อมแล้วได้เวลาเอาทุกอย่างที่เป็ของเ้ามาให้ข้าแล้ว”
“ครับคุณหนู ข้าจะให้ท่านได้ชมอย่างสนุกสนาน”
“ดี ดี ฮ่า ฮ่าฮ่า”
ณ บ้านของตงฟาง
“วันนี้ข้าเกือบเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว ที่นั่นมันอะไรกัน จวนตระกูลแม่ทัพมีคนใช้ที่เป็ยอดฝีมือขนาดนั่นได้ยังไง และยังมีคนที่อยู่ในเรือนนั่น ที่นางเรียกว่านายท่านอีก ข้าััได้ว่าภายในนั่นมีคนที่อันตรายมากอยู่ จวนแม่ทัพหลิน ตอนนี้มีแต่ผู้หญิงและเด็กๆเท่านั่นที่เหลืออยู่ ในจวนหลังนั่นมันยังไงกันแน่นะ มีแต่เื่น่าสงสัย ชั่งเถอะ ชั่งเถอะ ตอนนี้เื่นี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องสนใจ เื่ของโจรผ้าคลุมแดง อีกเจ็ดวันหากข้าไม่สามารถไขคดีได้ ข้าคงถูกไล่ออกจากสำนักต้าหลี่”
ตงฟางมองไปที่ป้ายิญญา และเดินไปจุดธูปคำนับ “ท่านพ่อท่านแม่ ท่านพ่อบุญธรรม ตอนนี้พวกท่านไม่อยู่แล้ว ถึงข้าจะเป็แบบนี้แต่ข้าจะพิสูจน์ว่าข้าก็มีความสามารถไม่แพ้คนทั่วไป พ่อบุญธรรมข้าจะเป็คนไขคดีนี้ ให้ท่านได้ภูมิใจในวิชาที่ท่านได้สอนข้ามา พวกท่านโปรดคุ้มครองลูกให้สำเร็จด้วย”
เช้ารุ่นขึ้น ณ สำนักต้าหลี่
“ตอนนี้ มีคนหายไปแล้วอีกคนหนึ่ง เป็ถึงลูกของขุนนางในเมืองหลวง สองคดีแล้ว พวกเ้าจะให้ข้าทำอย่างไร พวกเ้าจะให้ข้าตอบฝ่าาว่าอย่างไร” ผู้บัญชาการสำนักต้าหลี่ ลู่ถง
“ตอนนี้ข้าได้กระจายกำลังออกไปทั่วเมือง และตามจับพวกโจรในบัญชีดำ รวมถึงค้นหอนางโรมทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ความอะไร ข้าคิดโจรผู้นี้ต้องเป็ยอดฝีมือจากต่างแดนแน่ครับ”
“เรียนใต้เท้า คนต่างเมืองในความดูแลของข้า ตามสืบแล้ว ่นี้มีแต่พ่อค้าเข้ามาทำการค้า และไม่มีใครที่น่าสงสัย”
“นี้พวกเ้ามีปัญญากันแค่นี้หรือไง! คนที่ก่อคดีอุกอาจเช่นนี้ต่อให้เป็ยอดฝีมือมาจากไหน มันก็ต้องมีเบาะแสบ้าง แต่พวกเ้ากลับไม่รู้อะไรสักอย่าง เ้าสองคนเป็รองผู้บัญชาการ แต่กลับหาคำตอบให้ข้าไม่ได้ ข้าจะมีพวกเ้าไว้ทำไม เฮออออ!” นั่งถอนหายใจ
“เรียนใต้เท้า ข้าตงฟางสังกัดฝ่ายสืบสวน ข้าคิดว่า.....”
“อุบปาก! ใครให้เ้าสอดกัน เป็แค่มือปราบเล็กๆ ไม่รายงานหัวหน้า เ้าคิดจะทำอะไร”
“เดี๋ยวก่อน จิงชวน ข้าอยากรู้เขาจะพูดอะไร ให้เขาพูด”
“เรียนใต้เท้า เขาไม่ได้สำคัญอะไร แค่ขันทีที่ไม่สามารถเข้าวังได้ ตงจิงสงสาร จึงเก็บมาเลี้ยง ด้วยความที่เขาเป็คนมีความสามารถ เขาเลยได้อนิสงค์จากพ่อบุญธรรมให้เขาเข้ามาทำงานที่สำนักต้าหลี่ แต่เขาเองไม่มีพร์วิชายุทธก็อ่อนด้อย ข้าว่าท่านผู้บัญชาการอย่าใส่ใจเขาเลย”
“อ่อ ที่แท้ก็ลูกของตงจิงสินะ ไอบ้าที่สนแต่สืบคดี จนไปลวงเกินคนใหญ่คนโต ขนาดท่านอาข้าเขาก็จะเอาเื่ สุดท้ายจนตายก็เป็ได้แค่มือปราบเล็กๆ งันก็ชั่งเถอะ”
“ใต้เท้า!”
“หุบปาก ถ้าเ้ายังพูดอีก ข้าจะไล่เ้าออกจากสำนักต้าหลี่”
“ท่านรองผู้บัญชาการ ท่านบอกว่าให้เวลาข้าสิบวันในการไขคดีนี้ นี้เพียงแค่สามวัน ท่านจะไล่ข้าแล้วรึ”
“ฮา ฮา ฮา นี้จิงชวนเ้าไปวางเดิมพันอะไรกับเขาไว้ยังงันหรือ”
“เรียนใต้เท้า ตอนสืบสวนคดี เขาเป็คนหัวรั้น โต้เถียงกับข้าไม่ให้เกียรติผู้ที่ตำแหน่งสูงกว่า และเขาเองก็บอกอย่างมั่นใจว่าสามารถสืบคดีได้ ข้าจึงเดิมพันกับวางว่าหากไขคดีไม่ได้ ให้เขาออกจากสำนักต้าหลี่ แต่ถ้าข้าแพ้เขา ข้าจะคุกเข่าขอโทษหน้าหลุมศพตงจิง”
“เ้าชื่ออะไร”
“ข้าน้อยตงฟาง”
“ในเมื่อพวกเ้าเดิมพันกัน ข้าจะเดิมพันด้วย เจ็ดวัน หากเ้าไขคดีไม่ได้ เ้าจะยึดตำแหน่งเ้า และลงโทษฐานลวงเกินขุนนางขั้นสูง แต่ถ้าเ้าชนะและทำให้ข้าไปตอบผ่าบาทได้ ข้าจะให้เ้ามารับตำแหน่งรองผู้บัญชาการแทนเ้า”
“ใต้เท้า! ใต้เท้าทำไมท่านกล่าวเช่นนี้ ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจ ท่านโปรดบอกข้า”
“ไม่พอใจ ไม่พอใจ” แล้วพูดออกด้วยความโกรธ “เ้าเป็หัวหน้าฝ่ายสืบสวน คุ้มคนเป็ร้อย แต่ไม่มีความสามารถ เ้ารู้ไหม ฝ่าากำหนดวันมาแล้ว ภายในเดือนนี้ หากยังปิดคดีไม่ได้ ข้าจะถูกปลด”
“หน้าที่ของพวกเ้าคือทำยังไงก็ได้ ไปเอาไอโจรชาติชั่วนั่นมาให้ข้า เข้าใจไหม เ้าสองคนยังมาเดิมพันกันเหมือนว่าเื่นี้แค่คดีทั่วไป แล้วจะให้ข้ารู้สึกยังไง!”
“ข้าน้อยผิดไปแล้ว ขอใต้เท้าโปรดอภัยให้ผู้น้อยด้วย” จิงชวนคุกเข่าลงด้วยความกลัว
“เ้าเป็ลูกของตงจิง ตงฟางสินะ ถึงข้าจะไม่ชอบเขาแต่ก็รู้ว่า ตงจิงนั่นมีความสามารถมากแค่ไหน งันก็จงใช้มันให้ดี ส่วนเ้าจิงชวนเจ็ดวัน หากยังจับมันไม่ได้ ก่อนข้าจะถูกปลด ข้าจะปลดเ้าก่อนแน่นอน ตำแหน่งของเ้าจะได้อยู่ต่อหรือจะเป็ของเขาก็พิสูจน์เอาเอง พวกเ้า!แยกย้ายกันไปสืบได้แล้ว”
“รับทราบ! รับทราบ! รับทราบ!” แล้วทุกคนก็เดินออกจากห้องประชุม
“ตงฟาง! เื่ครั้งนี้หากเ้า ไขคดีได้ข้าจะออกไปตามที่ผู้บัญชาการบอก และหากเ้าทำไม่ได้ ข้าบอกเ้าไว้เลย ข้าฆ่าเ้าแน่”
“หัวหน้า เื่มาถึงขั้นนี้ ข้าก็คงต้องทำ แต่ท่านสัญญาไว้หากข้าทำได้ ท่านต้องขอโทษพ่อบุญธรรมของข้าที่ท่านลบหลู่ไว้”
จิงชวนและตงฟางบอกหน้ากันด้วยสายตาที่โกรธแค้น หนทางจากนี้เขาทั้งสองไม่อาจลงลอยกันได้อีก
“พี่น้องทั้งหลายจงฟัง จากนี้ให้ฟังคำสั่งข้าคนเดียว หากใครช่วยตงฟางถือว่าขัดคำสั่ง ลงโทษสถานเดียวไม่มียกเว้น”
“ทราบ! ทราบ! ทราบ!”
“นี้ท่าน จะไม่ให้ข้าร่วมทำงานกับพี่น้องยังงันหรือ”
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว พวกเราคือพี่น้อง เ้าละเป็อะไร ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าเป็ชายหรือหญิง กองสืบสวนตามข้ามา” และทุกคนก็ค่อยๆเดินจากไปทิ้งให้ตงฟางยืนอยู่ผู้เดียว
ค่ำคืนอันเงียบสงัด เื่ราวการตามหาโจรผ้าคลุมแดงผ่านไป 3 วัน ก็ยังไม่มีพบผู้ก่อเหตุ หญิงสาวที่หายตัวก็ตามหาไม่พบ ทั้งเมืองเริ่มหวาดกลัว พอฟ้ามืด ก็ให้หญิงสาวเข้าบ้าน โดยเฉพาะจวนขุนนางต่างๆ จากเมืองที่ผู้คนเดินกันคึกคัก คนก็หายไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้หญิง ถึงแม้จะมีการล่าตระเวนเพื่อป้องกันมากขึ้น แต่ก็มีกล่องหนึ่งปรากฏขึ้นหน้าจวนใหญ่หลังหนึ่ง
จวนสกุลหลิน