บทที่1
ท่ามกลางแดดเที่ยงในมหาวิทยาลัยตามทางที่ทอดไปสู่โรงอาหาร
วินกับโยชิเพิ่งเลิกจากคลาสอิงลิชเดินคุยกันมาเพลินๆ
จู่ๆวินก็ร้องอุทานด้วยความใ เมื่อเขาถูกกอดรัดเอวจากข้างหลัง วินจะ คว้าแขนนั้นไว้แต่อีกฝ่ายผละไปหาโยชิที่ยืนเซ่ออยู่
โยชิจะเบี่ยงหลบแต่ไม่พ้นถูกเซนรวบกอดเอวไว้ เขาพยายามดึงดันให้หลุดจากวงแขนนั้นอย่างทุลักทุเล สีหน้าจืดเจื่อน จะยิ้มก็ไม่เชิงจะบึ้งก็ไม่ใช่
“น้องเซน ” วินหัวเราะ
ยิ่งพักเที่ยงแบบนี้คนเยอะกำลังดีเลยสายตาหลายคู่ที่มองมามันทำให้โยชิมีสีหน้าปั้นยากทั้งเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีแดง
“ เซนมึงจะกอดทำไมเนี่ย ”
“ก็อยากกอดอะ ”
เหมือนยิ่งแกล้งเซนกอดรัดแน่นอีกทีก่อนจะปล่อยเขา เมื่อเป็อิสระ โยรีบย้ายมายืนข้างเพื่อนสนิททันที
“ทำอะไรวะ คนเยอะแยะ ” โยชิหน้ายุ่ง
“ โหอายจริง หน้าแดงเลยอะ พี่วินดูดิ ”
เซนเรียกให้วินดูผิวแก้มผิวคอของโยชิที่เปลี่ยนจากสีขาวเป็แดงเรื่อเข้มขึ้น
“ น้องเซนเพื่อนพี่มันอ่อนไหวง่าย กอดบ่อยๆเดี๋ยวมันคิดจริงนะ ”
“ บ้า! ”
สองคนคุยกันสรวลเสแต่อีกคนหน้าตึง
“ น้องเซนกินข้าวแล้วเหรอ” วินถาม
“เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวจะไปทำงานต่อ ”
“ที่ตึกเหรอ ”
“ครับใช่ ”
“ดีแล้ว ขยันๆไว้ มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ ” วินว่าพลางจับไหล่
“พอดีเลยเนี่ย อยากให้ช่วยทำรายงานวิชาสิ่งแวดล้อมได้ป่าว ”
“ไม่ได้ดิ น้องเซนนี่ตลกอีกละ ”
“ก็มันยากอะ อาจารย์ไล่ให้พรีเซนท์ทุกอาทิตย์ โอ้ยไม่ชอบเลย ”
“รายงานอะไรวะ ” โยชิถาม
“วิชาสิ่งแวดล้อม เขาให้คิดให้ทำเพจเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม....ทำไม?พี่โยจะช่วยเซนทำเหรอ” เขายิ้มร่าแววตาเป็ประกาย
“ ฮึ?เปล่า แต่ถ้ามันยากก็ช่วยดูช่วยให้คำปรึกษาได้ ” โยชิวางท่าเป็รุ่นพี่ที่ดีเต็มที่
“หืม...ใจดีจัง ถ้าจะให้ช่วยจริงๆเซนจะบอกแล้วต้องช่วยจริงๆนะ ”
“ เออก็ลองมาดู ”
เซนมีใบหน้าหล่อผุดผาดแกมสวยลักยิ้มสองข้างแก้มยิ่งเสริมให้หวานและดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีก บุคลิกอ่อนน้อมพูดเพราะเป็นิสัยพอมารวมกันแล้วเซนมักจะสร้างความรู้สึกประทับใจและน่าหลงใหลั้แ่แรกเจอแก่ผู้คนทุกเพศอยู่เสมอ
เพราะมีภาพลักษณ์แบบนั้นเขาถึงได้รับเลือกให้แสดงชายรักชายโดยเป็ฝ่ายรับมาตลอด
‘ เซน คุณสมบัติเขาครบตามที่เรา้า เชฟร่างกำลังดีแอคติ้งได้ หน้าก็ดีด้วย พอเห็นปุ๊บ..มันใช่เลย ’
เคยมีผู้ใหญ่ในวงการท่านหนึ่งกล่าวถึงเซนไว้แบบนั้น
เซนไม่แปลกใจนักหรอกถ้าใครจะมองเขาว่าเป็แบบไหน เขากำลังสนุกกับงานแสดงและได้พบเจอผู้คนอีกมากมายในสายงานที่รัก
อย่างการได้มาเจอวินกับโยชิก็ถือว่าเป็กำไรชีวิตแค่วันที่เริ่มต้นเจอกันก็น่าสนุกแล้ว โยชิมักจะแสดงออกเหมือนไว้ท่าวางฟอร์มกับเขาใน่แรกอยู่เสมอซึ่งเซนมองว่ามันตลก
และพอยิ่งได้รู้จักกันโยชิก็เป็คนตลกในสายตาเซนจริงๆ ยิ่งแกล้งยิ่งสนุก แกล้งอะไรโยชิก็พาประสาทเสียไปกับเขาได้หมดถึงแรกๆอาจจะดูน่าอึดอัดในการคบหา แต่เซนกลับรู้สึกว่าปลอดภัยกับการอยู่ใกล้คนแบบนี้
เย็นวันนี้มีนัดถ่ายซีนสุดท้ายในมหาลัยแล้วพรุ่งนี้วันเสาร์จะเริ่มถ่ายซีนหอพัก ภายในระยะเวลาสองอาทิตย์ที่ออกกองกันมามันเป็ระยะเวลาที่ไม่นานขนาดที่เราจะสนิทสนมกับใครจนถึงขั้นตรงเข้ามากอด
แต่เซนทำได้หน้าตาเฉยจริงอยู่ว่าในกองถ่าย ได้ละลายพฤติกรรม เล่นกัน คุยกัน จนสนิทสนมอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้บรรยากาศการทำงานมันง่ายขึ้น แต่โยชิก็ยังไม่เข้าใจกับอารมณ์ที่เจอหน้าแล้วเข้ามากอดกันของผู้ชายอยู่ดี
ย้อนไปในวันเปิดกอง โยค่อนข้างเกร็งและแสดงออกมาเป็ไอซ์ได้ไม่ค่อยดีนัก
‘ โยชิคืองี้นะ ไอซ์เป็ผู้ชายที่ หล่อเลย เ้าชู้นิดๆกะล่อนหน่อยๆ ไอซ์อยู่หอพักและประกาศหาเมททางเว็บ แล้วทีนี้ พู่กัน ’
โต้ง ผู้กำกับหันไปทางเซน ที่รับบทเป็พู่กัน
‘ พู่กันเป็น้องปีหนึ่ง เป็เด็กทุนที่เรียบร้อยตั้งใจเรียนเป็เด็กกิจกรรมด้วยก็ติดต่อมา แล้วนัดเจอกันในมอ ’
ผู้กำกับบรีฟคาแรคเตอร์ตัวละครก่อนถ่ายจริงกันอีกรอบเซนฟังบรีฟก็เล่นผ่านฉลุยในเทคแรก
‘ น้องเซน ดีแล้วนะ ประมาณนั้นเลย โย อยากให้ดูทะเล้นกว่านี้อีกนิดแบบไม่ต้องออกท่าทางมาก ให้มันออกมาทางสีหน้าแววตา ’
โยฟังเข้าใจแต่เขาสื่อมันออกมายังไม่ค่อยดีนัก
หลิวผู้ช่วยผู้กำกับเลยเข้ามาช่วยเสริม
‘ คืองี้นะโย ในตอนนี้ไอซ์เพิ่งมาเจอกับพู่กันมันยังไม่ได้ชอบพู่กันแบบนั้น แต่คือไอซ์ มันเป็คนเฟรช มีเสน่ห์ดึงดูดถึงเนื้อถึงตัวคนอื่นก่อนแบบไม่คิดอะไรเยอะ มันไม่ใช่จะเ้าชู้แบบผู้ชายเจอสาวแต่เหมือนแบบ..ถูกชะตากับไอ้น้องคนนี้จัง ดีใจที่ได้มาเป็เมทมากๆแต่ก็แบบ..เก็บอาการนิดๆ อะไรประมาณนั้นนะ ’
โยชิพยักหน้าหลับตานิ่ง เขาต้องทำสมาธิกับบรีฟและการทำตัวเองเป็ไอซ์ให้ดีที่สุด
ั้แ่แรกเริ่มที่คุยกันว่าจะทำหนังสั้นเพื่อเป็ผลงานก่อนจบ โยชิไม่ได้อยากแสดงสักเท่าไหร่ เขากับวินถนัดงานเื้ัแต่เมื่อทุกคนเห็นว่าเขามีรูปร่างหน้าตาที่เหมาะเหม็งอีกทั้งก็เคยเรียนการแสดงกันมาแล้ว โยเลยต้องมารับบทผู้ชายเ้าชู้ที่กำลังจะมาชอบผู้ชายด้วยกัน ซึ่งมันโคตรจะไม่ใช่ตัวเขาแบบสุดขั้ว
แต่เขาทำการบ้านมาพอสมควรยิ่งคนที่มาเล่นคู่เป็ดาราที่มากประสบการณ์ทั้งที่อายุยังน้อยอย่างเซน
ถ่ายวันแรกโยจัดไปหลายเทคแต่ทุกคนก็เอาใจช่วยกันสุดแรง โยเองก็รู้ว่าเซนพยายามเป็กันเองกับเขาพูดคุยหยอกล้อกับเขาเป็พิเศษ แล้วยังมีบ้างที่เซนลองสวมบทบาทเป็ไอซ์ให้ดูเล่นๆแต่โยชิก็ได้สังเกต จับสีหน้าแววตาได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากเซน ตรงนี้มันทำให้โยชิรู้สึกได้ว่าเซนมาเพื่อช่วยพวกเขาจริงๆ
ค่ำวันศุกร์หลังจากถ่ายซีนสุดท้ายเสร็จ แจมทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ของกองก็แจ้งว่า หอพักที่คุยไว้และกำลังจะเริ่มถ่ายกันค่ำวันพรุ่งนี้ขอแคนเซิลสำคัญคือทำเื่เบิกอุปกรณ์ของมหาลัยไว้แล้ว ยังไงก็ต้องหาหอใหม่
แต่พอเริ่มถามคนที่อยู่ในกองก็ไม่มีใครสะดวกสักคนหวยก็มาออกที่โยชิ ความที่เป็หอค่อนข้างดี โลเคชั่นหอดีงามใกล้มหาลัยเป็ชายโสดพักอยู่คนเดียว
“ไม่ไหวว่ะ ”
“ เอ้ยโยติดอะไรตรงไหน บอกเราได้นะ ”
แจมพยายามรุกไล่
“ ก็ห้องกูมันโร้กกของเยอะแยะไม่สะดวกหรอก ”
“เราให้ฝ่ายอาร์ตเข้าไปเซตฉากได้ เสร็จแล้วก็จัดคืนให้เรียบร้อย ”
“ ฉันไม่สะดวกวว่ะมันห้องส่วนตัวอะ ”
เขามีสีหน้าเครียดแจมก็พยายามโน้มน้าวอธิบายถึงปัญหา โยเองก็พยายามหาทางออกวินก็ช่วยโทรถามเพื่อนที่อยู่หอพักให้ทั่ว
“แล้วจะทำไงดีว้า ” โต้งเริ่มกุมขมับ
“ เฮ้ยโย หอมึงน่าจะมีห้องว่างใช่ปะ มึงว่าหอเค้าจะให้เราใช้ห้องว่างถ่ายหนังได้ปะ” วินถาม
“จ่ายเป็รายวันงี้เหรอวะ ” โต้งว่า
“มันจะได้เหรอวะ เขาไม่ได้ปล่อยเช่ารายวันนะ ” โยว่า
“ ถ้าเราเข้าไปคุยขอเช่าถ่ายหนังเก็บข้าวของไม่เกินเดือนล่ะ ไปคุยดู” แจมว่า
“ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้วนะ อยู่แต่แม่บ้านกับยาม ”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้เราไปแต่เช้า ”
“เอาจริงๆมั้ย กูว่าไม่ได้ แล้วถ้าไม่ได้จะหากันทันมั้ยวะ ถ่ายตอนเย็นนะ ”
“ใช่เพราะมันต้องเซตฉากจัดการสถานที่กันอีก ”
“เซนเช่าอยู่เองก็ได้นะครับ ”
เซนพูดด้วยเสียงทุ้มหนักแน่นทุกคนหันมาทางเขา
“ถ้าผมเข้าไปติดต่อทำสัญญาเช่าพรุ่งนี้เช้าจ่ายเงินเสร็จเราก็เข้าอยู่วันนั้นได้เลยมั้ยอะ พี่โย....แล้วเราก็เข้าไปเซตห้องหลังทำสัญญาเสร็จ แบบนี้ได้มั้ย ”
“เดี๋ยว แล้วน้องเซน..คือกะจะเช่าหออยู่แล้ว? หรือว่าอะไร ” วินถาม
“ ครับเซนก็คิดๆอยู่ว่าจะเช่าหอ แล้วเค้าต้องมัดจำกี่เดือนเซนต้องเตรียมเงินมาเท่าไหร่ยังไงอะพี่โย ”
“ เอ่อถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ ..”
จากนั้นก็คุยกันเื่รายละเอียดค่าเช่าซึ่ง่ที่ทางกองจะไปใช้สถานที่จะช่วยออกค่าเช่าค่าน้ำไฟ
โยชิไม่อยากเชื่อว่าเซนคิดจะเช่าหอพักจริงๆแต่แรก เพราะย้อนไป่แรกๆที่ถ่ายซีนในมหาลัยหลังจากเลิกกองในเวลาล่วงเข้าใกล้ค่ำ
‘ เดี๋ยวน้องเซนกลับไงครับ ’ วินถามเมื่อเซนมาร่ำลาก่อนกลับ
‘ เดี๋ยวเรียกแท็กซี่ครับ พอดีวันนี้ผมนั่งวินมา ’
‘ อ้าวเหรอ พี่ไปส่งมั้ย บ้านอยุ่แถวไหนล่ะ ’ วินถาม
เซนบอกย่านไป
คำตอบทำเอาทั้งโยชิและวินร้องโหเพราะมันไกลแบบไม่สมควรนั่งวินมา
‘ มันไกล อย่าเลยครับ ’
‘ นี่พี่ฟังผิดรึเซนพูดผิดเนี่ย ’ วินว่า
‘ เปล่าหรอกครับ พอดีเมื่อคืนเซนมานอนห้องเพื่อนห้องเพื่อนจะอยู่ใกล้กว่า แล้วพอดีเมื่อเช้าเซนตื่นสายเลยนั่งวินมาเลย ’
‘ อ้าวแล้ว ปกติมาเรียนยังไงล่ะ ’ โยชิถาม
‘ ขับรถมาแต่ตอนนี้รถเซนจอดไว้ที่บ้านเลยว่าจะเข้าไปบ้าน ’
‘ โอเค งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน ไปหาไรกินกันด้วย ’
‘ ก็..ได้ครับ ’
เขามีท่าทีลังเล
‘ ดูคิดนานนะ ’ โยว่า
‘ หรือว่าน้องเซนไม่สะดวกถ้าไม่สะดวกไม่เป็ไรนะพี่ไม่ได้ซีเรียส’ วินรีบพูด
‘ ได้ครับได้ แค่มันไกลเลยเกรงใจ ไม่ได้ติดอะไรครับ ’
โยนั่งหน้าไปด้วย ระหว่างทางก็คุยกันหลายเื่หอพักก็เป็ประเด็นที่คุยกัน
‘ บ้านอยู่ไกลแบบนี้ คิดจะอยู่หอมั้ย ’ วินถาม
‘ ยังไม่ได้คิดเลยครับ ’
‘ ที่บ้านหวงละซี้ ดูทรงละ ’ โยชิแซว
‘ เออจริงเนาะ ใช่รึเปล่าน้องเซน ’ วินว่า
‘ ไม่ ไม่ใช่เลย ’ เซนหัวเราะโบกมือปฏิเสธเห็นเป็เื่ขำ
‘ เออ พี่โยชินี่มันก็อยู่หอนะถ้าคิดจะอยู่หอให้พี่โยแนะนำได้ หอเค้าน่าอยู่ ใกล้มอด้วย ’
‘ เหรอวะ? ’
‘ เซนยังไม่คิดจะอยู่หอหรอก เพราะจากบ้านเซนไปออฟฟิตจะใกล้กว่าเซนยังต้องไปทำงานบ่อยๆ น่าจะบ่อยกว่าเรียน...คิดว่านะ. ’
‘ ปีหนึ่งก็อาจจะคิดแบบนั้นได้อยู่ แต่ถ้าเรียนน้อยกว่าทำงานระวังไม่จบเอานะ’ วินพูด เซนไม่ตอบอะไร
‘ นึกว่าที่บ้านหวง จนไม่ยอมให้มาอยู่หอ ’ โยว่าพลางหันมา
‘ ไม่เลย..เซนไปนอนบ้านเพื่อนมากกว่าบ้านตัวเองอีก ’
‘ อ้าวเหรอ แล้วทำไมต้องไปนอนบ้านเพื่อนล่ะ ’ โยว่า
‘ ….ก็..เพราะ..ว่า...ที่บ้านมีเซนอยู่คนเดียว แล้วเซนี้เีอยู่คนเดียวเลยไปนอนบ้านเพื่อน ’
‘ ฮะ? อ้าวแล้วทำไมที่บ้าน ’
โยชะงักเพราะสายตาเชิงปรามของวินที่ส่งมา
‘ เออ โทษที กูก็ถามเพลินไปหน่อย ’
‘ ไม่เป็ไรครับ..บอกได้ เซนอยู่กับแม่สองคนแล้วแม่เซนเพิ่งเสียไปเมื่อสองปีก่อน เซนไม่อยากอยู่คนเดียวก็เลยไปนอนบ้านเพื่อน ’
ทำเอาโยชินั่งเงียบกริบ
‘ ไงล่ะมึง ’
วินกระซิบตอกย้ำความรู้สึกผิดไปอีก ถึงเซนจะบอกว่าเขาไม่ได้ซีเรียสอะไรเลยก็เหอะ แต่การที่บอกว่าไม่สามารถอยู่บ้านคนเดียวได้หลังจากแม่เสียแค่นี้โยก็รู้สึกแย่ที่ไปปากพล่อยถามซอกแซก และที่เคยมองเซนเป็แบบนั้นแบบนี้
นาทีนั้นแม้เขายังมีคำถามเกี่ยวกับตัวเซนผุดขึ้นมาอีกมากแต่ก็ไม่ได้ปริปากถามอะไรอีก
และเมื่อรถมาจอดถึงหน้าบ้านเซน ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของโยชิยิ่งรุนแรงมากขึ้น บ้านจัดสรรโครงการใหญ่ใจกลางเมืองตัวบ้านสองชั้นมีต้นไม้หน้าบ้านบริเวณสวนหย่อมปล่อยรกไว้ ไม่ได้ดูแลตัดแต่งทำให้ยามค่ำแบบนี้ยิ่งดูมืดทึม
ภาพเซนเดินเข้าบ้านมืดๆนั้นไปโดยลำพัง โยชิยังจำได้ไม่ลืม
ตอนนี้เซนคือทางออกของกองหลังจากที่ผู้กำกับโต้งและโปรดิวเซอร์แจมคุยรายละเอียดเื่หอพักและค่าใช้จ่ายแล้วต่างก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้สายๆเซนมาหาที่หอนะ ” เซนบอกโยชิพลางโบกมือ
แต่คนพี่ยังมึนกับเหตุการณ์รู้ตัวอีกทีเซนก็เดินไปไกลแล้ว
ในมหาวิทยาลัยยามค่ำยังมีนักศึกษาอยู่ทำกิจกรรมอีกมากแสงไฟส่องทางสีส้มสว่างไสว แสงสปอร์ตไลท์จากสนามบอล สนามบาส สาดมาถึงทางเดินที่เซนกำลังเดินมุ่งไป
โยชิตามมาจนทัน
“ เซน”
เขาเรียกเสียงดังพลางก้าวยาวๆไปหา เด็กหนุ่มร่างเล็กกว่าหันมา
“ ครับมีอะไรพี่โย? ”
“คือ..” เขาอ้ำอึ้ง
“ถามจริงๆ ตอบกูตรงๆนะ มึงตั้งใจจะอยู่หอจริงๆเหรอคงไม่ใช่ว่าทำเพราะแค่เื่กองนะ ”
“ก็ส่วนนึงครับ คือจริงๆเซนก็คิดอยู่บ้างเหมือนกันเื่หาหอพัก ”
“แล้วที่ว่ามันไกลจากที่ทำงานล่ะ ต้องเดินทางไปทำงานด้วยไม่ใช่เหรอ ”
“ก็ใช่ครับ ก็ลองดู ถ้าไม่สะดวกจริงๆก็คืนห้องไป ”
“สัญญา1ปีนะ ”
“ อืม”
เซนนิ่งไปโยว่าเซนคงไม่เคยคิดถึงเงื่อนไขพวกนี้มาก่อน เขาได้แต่ถอนใจแทน
“เอารถมาใช่ปะ จอดไว้ไหนล่ะ ”
“จอดไว้ตรงด้านหลังหอในน่ะครับ ”
“งั้นตามมา เดี๋ยวกูขี่มอไซด์ไปส่ง ”
โยพาเดินกลับมาอีกทาง
“ สัญญาหอ1ปีคือถ้าอยู่ไม่ครบเขาไม่คืนเงินประกันนะ”
“ไม่ทันได้คิดเลยอะ แต่ช่างมันเถอะก็แค่ปีเดียว ยังไง่แรกก็คงยังไม่ได้อะไรมากให้ถ่ายหนังให้จบปิดกองก่อน ไม่แน่นะ เซนอาจจะมาอยู่หอมากกว่าก็ได้ ”
ไม่รู้ว่าเซนพูดปลอบใจตัวเองหรือเปล่า
พอเลี้ยวเข้าทางเดินแคบๆระหว่างตึกสูงที่มืดจนแทบมองไม่เห็นทาง
“ เฮ้ย! เชี่ย! ”
จู่ๆคนน้องก็สบถเสียงดังพร้อมกับเสียงฝาท่อกระดก เขาเสียการทรงตัวคว้าแขนโยหมับ โยก็คว้าเซนไว้ทันที
“เอ้ยๆ ระวังๆ แถวนี้ทางเดินมันเป็ฝาท่อ มึงต้องเดินชิดมาทางขวาหรือซ้ายหน่อย ”
“ แล้วเพิ่งมาบอก! ใหมดเลยไอ้พี่โย! ” เซนโวยใส่
“ เอ้าก็ลืมคิดไปนี่หว่า ..โทษที ลืมไปว่ามึงมันเป็เฟรชชี่ ” โยขำ
เซนรีบตามติดคนพี่
“ ไอ้พี่โยทำไมมึงพามาทางแบบเนี้ยเมื่อกี้กูเดินทางสว่างๆก็ดีอยู่ละ ” เซนโวยแบบติดตลก
ระหว่างที่เดินลัดเลาะตามโยไปในทางเดินที่มืดนั้นคนน้องยังคงยึดแขนคนพี่ไว้แน่น โยรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกันที่มีผู้ชายมาจับจูงตามเขาต้อยๆแบบนี้ถ้าเป็ผู้หญิงก็คงเป็ซีนที่ละมุนพิลึก แต่เขายังไม่อยากคิดอะไรให้ขนพองสยองเกล้ามากไปกว่านี้
พอพ้น่ที่มืดมาก็จะเป็ที่จอดรถ เซนปล่อยมือจากโยทันที
รถมอเตอร์ไซด์ของโยเป็รถใหม่ที่ดีไซน์ออกมาเป็ทรงย้อนยุคสีฟ้าอ่อนทูโทนกลมกลืนกับบังลมสีครีม ตัดด้วยเบาะสีน้ำตาล
โยพาขี่วนในมหาวิทยาลัยจนมาถึงจุดที่เซนรถจอดไว้ ค่อนข้างเปลี่ยวลับตา ไม่มีคนเดินผ่านไปมา มีแค่แสงไฟนีออนให้ความสว่างห่างๆกัน
“โห..พอกลางคืนตรงนี้โคตรน่ากลัวเลยอ่ะ ” เซนดูจะอึ้งๆ
“ ก็ใช่สิถ้ามึงจอดตรงนี้ ตกเย็นต้องมาย้ายรถเข้าไปจอดแถวด้านใน กลางคืนเค้าไม่จอดกัน ”
“ โหนี่ดีนะพี่โยมาส่งขอบคุณมากๆ ”
โยพยักหน้ารู้สึกดีกับประโยคนี้ของเซน
“สรุปมึงจะเช่าหอชัวร์ ”
“เซนลั่นวาจาไปแล้วไม่เป็ไรหรอกในกองก็ช่วยกันออก เซนไหว ”
โยไม่เข้าใจความคิดเซนนักเพราะถ้าเป็เขาจะไม่ยอมให้ใช้ห้องเขาถ่ายแน่นอนมันจะเละและน่าปวดหัวขนาดไหนสำหรับคนที่้าพื้นที่ส่วนตัวอย่างเขาทำไมโยจะจินตนาการไม่ออก
“งานการมึงก็ต้องทำจะเดือดร้อนทีหลังรึเปล่าวะ ”
เซนมองหน้าโยชิภายใต้สีหน้ากังวลนั้นเขามองเห็นแววอาทรห่วงใยอยู่
แวบนั้นเซนนึกเอ็นดูโยชิขึ้นมา คนน้องอมยิ้ม ตบแขนตบไหล่เขาไป
“ ตามนั้นแหละขอบคุณนะครับที่เป็ห่วง ”
เซนเปิดประตูรถเข้าประจำที่คนขับ
“ ถ้าห่วงขนาดนี้งั้นพี่โยต้องดูแลเซนดีๆ พรุ่งนี้พาไปเลี้ยงข้าวด้วย โอเคนะ ”
เซนรวบรัดทิ้งคำท้ายด้วยน้ำเสียงน่าเอ็นดู คนพี่ยืนงงกับคำพูดเซน
มันใช่เหรอ?นี่เขาดูเป็ห่วงเซนขนาดนั้นเลยเหรอ ?