บทที่ 6 เลือกซื้อบริการเสริม (1)
ด้วยความที่ไม่มีเนื้อหมู จำนวนอาหารจึงแทบไม่พอกับการรับประทานของคนสองคน แต่นั่นก็ไม่สำคัญหรอก เดี๋ยวผมค่อยกินอย่างอื่นก็ได้
"สงสัยโลกจะแตกจริง ๆ แล้วสินะ…ไม่งั้นนายจะมาทำอาหารเองได้ยังไง? เกิดอะไรขึ้นกันแน่…"
ทำไมชอนอีเซถึงทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน? ผู้จัดการยังคงมองมาที่ผมด้วยความสงสัย ผมรีบยกหม้อซุปกิมจิที่กำลังเดือดปุดอีกครั้งกลับมาตั้งไว้บนโต๊ะ
"ลองชิมซุปก่อนเถอะครับ"
น้ำซุปกิมจิมีกลิ่นเปรี้ยวของกิมจิผสมมากับกลิ่นของปลาทูน่าชวนน้ำลายสอ…เห็นแค่หน้าตาของน้ำซุป ผมก็ยังอยากรับประทานแล้ว
ผู้จัดการมองเหมือนไม่อยากเชื่อว่าผมเป็คนทำซุปหม้อนี้จริง ๆ
"ฉันกินไปแล้วจะตายหรือเปล่าเนี่ย"
ผู้จัดการพึมพำ ใช้ช้อนตักน้ำซุปไปลองชิมคำหนึ่ง เมื่อลิ้นได้รู้รสชาติของน้ำซุป ดวงตาของเขาก็เป็ประกายด้วยความตกตะลึง
"เฮ้ย? ทำไมมันอร่อยแบบนี้?"
ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิ
ไม่มีเครื่องปรุงชนิดใดที่จะสามารถเพิ่มรสชาติของปลาทูน่าได้อีกแล้ว ดังนั้น ผมจึงไม่คิดจะซื้อเครื่องปรุงมาเพิ่ม ตลอดประสบการณ์ที่อยู่ในวงการอาหารมา 25 ปี ผมมักจะภาคภูมิใจเสมอในการนำเสนอรสชาติดั้งเดิมของซุปกิมจิ
"ผมเจอสูตรในอินเทอร์เน็ตน่ะ ก็เลยลองทำดู ผลที่ได้ก็ออกมาเป็อย่างที่เห็น..."
ผมยิ้มอย่างเยือกเย็น แต่แผ่นหลังมีเม็ดเหงื่อไหลอยู่เต็มไปหมด ผู้จัดการยังคงจ้องมองผมด้วยความระแวง แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังทานข้าวต่อไปด้วยความเอร็ดอร่อย
"ฉันคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าในชีวิตนี้จะได้เห็นนายทำอาหาร"
"เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่นิยมทำอาหารกินเองทั้งนั้น ใคร ๆ เขาก็ทำกันครับ"
"ฉันนึกว่านายเป็พวกที่ชอบชี้นิ้วสั่งคนอื่นซะอีก หรือไม่งั้นนายก็แค่ยืนเก๊กอยู่หน้าห้องครัว คอยชี้นิ้วกำกับให้คนอื่นทำตามที่ตัวเองสั่ง"
ผมหัวเราะออกมาเล็กน้อยและหยิบช้อนอย่างระมัดระวัง
ถึงผมจะเพิ่งรับรู้เกี่ยวกับชีวิตของชอนอีเซเพียงเล็กน้อย แต่ว่า…อย่างน้อยผมก็รู้แล้วว่าหมอนี่ทำให้ชีวิตของตัวเองเละเทะไม่เหลือชิ้นดี
ด้วยความที่ต้องแบกความหวังของบริษัทเอาไว้บนบ่า เวลาที่ทุกอย่างไม่ออกมาเป็ตามที่้า ชอนอีเซจึงรู้สึกผิดหวังมากกว่าใคร
และการควบคุมอาหารก็เป็สิ่งที่ต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่ง แต่ในเวลาเดียวกันนี้ ชอนอีเซก็ยังไม่สามารถกลับไปทำการแสดงบนเวทีได้...
ผมรู้ว่าเขารู้สึกยังไง เขากำลังใช้ชีวิตเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากที่ไม่รู้ว่าตนเองจะกินอาหารแบบควบคุมน้ำหนักไปทำไม เพราะเขาไม่สามารถกลับไปทำในสิ่งที่ตนเองรักได้อีกแล้ว
ด้วยการสนับสนุนของบริษัทชอนซูกรุ๊ป ชอนอีเซย่อมสามารถทำอะไรก็ได้มากกว่าการเป็ไอดอล เขาสามารถหันไปทำอาชีพอื่นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ดารานักร้อง แต่สุดท้าย เขาก็เลือกที่จะกินยานอนหลับเพื่อพยายามฆ่าตัวตาย...
ชอนอีเซไม่ควรจะดูถูกอาชีพอื่นอย่างนี้เลย นอกจากจะเป็คนที่มีจิตใจอ่อนแอแล้ว เขายังเป็คนที่มีจิตใจคับแคบอีกด้วย
“นี่ ฉัน...ฉันก็ไม่อยากจะถามคำถามนี้หรอกนะ หลังจากที่ฉันด่านายไปถึงขนาดนั้น"
ผมกำลังใช้ความคิด แต่ทันใดนั้น ก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินผู้จัดการพูดประโยคนั้นออกมา
"มีข้าวอีกไหม?"
ข้าวที่ผมทำให้ผู้จัดการชามแรกหมดเกลี้ยงแล้วโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย
...
"สรุปว่าไม่มีอะไรที่ฉันต้องเป็ห่วงสินะ...."
ผู้จัดการรับประทานข้าวถึง 2 ชาม แต่เท่านั้นยังไม่พอ เขายังนำซุปกิมจิไปซดเล่นจนหมดหม้ออีกด้วย
"ฉันเป็ห่วงเพราะเมมเบอร์คนอื่น ๆ ก็ติดต่อนายไม่ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะคยองฮวา เขาขอให้ฉันมาดูนายตลอดว่านายยังโอเคอยู่หรือเปล่า เพราะกลัวว่าทุกอย่างจะสายเกินไป แล้วท่านรองประธานก็เป็ห่วงมากด้วย หัดติดต่อแม่นายซะบ้างนะ คนอื่นจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนแบบนี้"
เมมเบอร์...ผมหยุดชะงักไปอีกครั้ง นึกขึ้นมาได้ว่าผมไม่รู้จักพวกเขาเลย
"ถ้าไม่อยากทำให้คนอื่นเป็ห่วง...ก็หัดรับโทรศัพท์ซะบ้าง"
หลังจากที่ผู้จัดการกลับไปแล้ว บรรยากาศก็ผ่อนคลายลง ผมกลับมารู้สึกหิวอีกครั้ง
"เดี๋ยวผมจะรับโทรศัพท์แน่ แต่คราวหลัง ผมขอกินอะไรให้เสร็จก่อนดีกว่า"
ความคิดนี้ยังไม่ทันจะสิ้นสุดลงในหัวของผม หน้าต่างข้อความก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าผมอีกครั้ง
"อะไรอีก..."
[กิจกรรม: ขอแสดงความยินดี คุณทำภารกิจพบผู้จัดการสำเร็จ! ได้รับ 20 แต้ม]
กาแฟเย็น...ใช่แล้ว ผมกำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่ผู้จัดการอ้างถึงก่อนหน้านี้
เ้าขนปุ๋ยหมุนตัวไปรอบ ๆ เหมือนมันกำลังมีความสุขที่แต้มเพิ่มขึ้น ผมหันไปถามมันว่า
"ก่อนหน้านี้เหมือนฉันได้ยินระบบบอกว่าสามารถจ่ายแต้มเพื่อแลกข้อมูลเพิ่มเติมได้ใช่ไหม สรุปว่ามันคืออะไรกันแน่?"
[ข้าพเ้าจะทำหน้าที่ตอบข้อสงสัยของอิมฮยอนซองผู้มีคำถามมากมาย]
ผมสามารถปรับเปลี่ยนภาษาให้มันดูเป็มิตรมากขึ้นกว่านี้ได้ไหมเนี่ย? ผมพยายามไม่ถอนหายใจออกมา และสะกดกลั้นความรู้สึกรำคาญใจ
[ทุกครั้งที่คุณทำภารกิจได้สำเร็จ คุณจะได้รับคะแนนในรูปแบบของแต้มสะสม]
[คุณสามารถนำแต้มสะสมเ่าั้มาแลกเป็ตัวช่วยต่าง ๆ ระหว่างการทำภารกิจได้]
"ถ้าฉันเอาแต้มไปแลกข้อมูล ฉันสามารถเลือกได้ไหมว่าจะดูข้อมูลเื่อะไร?"
[ย่อมได้อย่างแน่นอน ทางระบบจะจัดทำรายการข้อมูลให้คุณได้เลือกสรรเดี๋ยวนี้!]
ไม่ว่าจะเป็ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ผมรู้สึกได้ว่า ข้อความที่ปรากฏขึ้นในขณะนี้ดูจะสื่ออารมณ์ความตื่นเต้นขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ในไม่ช้า รายชื่อหัวข้อการแลกคะแนนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม
และด้านล่างของหน้าต่างข้อความ เ้าขนปุ๋ยก็โค้งคำนับเล็กน้อย ราวกับว่ามันกำลังทำหน้าที่เป็พิธีกรเกมโชว์
[บริการฉายซ้ำความทรงจำ: 30 แต้มต่อ 1 ตอน]
[บริการทบทวนความทรงจำ: 15 แต้มต่อ 1 ตอน]
[บริการแทรกแซงเหตุการณ์: 100 แต้มต่อ 1 ครั้ง]
ต่อจากนั้น ก็เป็สถานะส่วนตัวของผมที่แจ้งเอาไว้ว่า
[ชอนอีเซ (อิมฮยอนซอง): อายุ 24 ปี]
[แต้มสะสมในปัจจุบัน: 30 แต้ม]
[ขณะอยู่ใน่ภารกิจฝึกสอน ไม่สามารถใช้งานบริการแทรกแซงเหตุการณ์ได้]
"หืม..."
แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ผมจะคิดว่ามันมีเหตุมีผลเลย
แต่อย่างไรก็ตาม ผมไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากเชื่อถือข้อความเหล่านี้อย่างจริงจัง
"บริการแทรกแซงเหตุการณ์คืออะไร?"
เมื่อผมถามคำถามนี้ออกไป ก็มีหน้าจอเล็กๆ เด้งขึ้นมาในหน้าต่างข้อความทำการอธิบายว่า
[บริการแทรกแซงเหตุการณ์ : บริการที่จะช่วยเหลือในการหลบหนียามวิกฤตเมื่อพบเจอกับสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือพบเจอทางตันที่ทำให้ปฏิบัติภารกิจต่อไม่ได้]
ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ดูเหมือนมันน่าจะเป็บริการอะไรสักอย่างที่จะช่วยทำให้ผมรอดพ้นปัญหาใหญ่หลวงได้สำเร็จ
"งั้นเรามาทำความเข้าใจกันก่อน ตกลงว่า...ฉันไม่รู้ว่าฉันคุยกับแกอยู่หรือเปล่านะเ้าหมา แต่ตกลงกันแล้วว่าฉันมีเวลาครึ่งปี ในการปรับตัวกับชีวิตใหม่ให้ได้ใช่ไหม?"
หลังจากนั้น หน้าต่างข้อความก็เกิดการสั่นไหว แล้วคำตอบก็ปรากฏขึ้น
[คุณเข้าใจถูกต้องแล้ว!]
ช่างเป็คำตอบที่น่ารังเกียจจริง ๆ
[ภารกิจฝึกสอนเป็กระบวนการที่จะช่วยทำให้อิมฮยอนซองสามารถปรับตัวกับชีวิตใหม่ได้อย่างราบรื่น]
"แล้วการที่ผู้จัดการเพิ่งเข้ามาเมื่อกี้คือส่วนหนึ่งของภารกิจฝึกสอนด้วยหรือเปล่า?"
[ถูกต้องแล้ว! และคุณ้าจะเริ่มภารกิจที่ 2 เลยหรือไม่?]
เ้าขนปุ๋ยพยักหน้ายืนยัน จมูกสีดำของมันสะท้อนแสงเป็ประกายระยิบระยับ
ผมเพิ่งจะส่งผู้จัดการกลับไปได้สำเร็จ ยังไม่ทันได้หาอะไรใส่ท้องเลยด้วยซ้ำ
"ภารกิจต่อไปจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่?"