นอกจากเขาจะไม่ยอมปล่อยนางแล้ว ยังรั้งเข้ามาใกล้พร้อมฝังปลายจมูกกดลงบนพวงแก้มนิ่ม สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างจงใจยั่วยุแม่ทัพใหญ่
“เ้าไม่ได้อยู่ในสถานะที่เรียกร้องสิ่งใดได้ซินเอ๋อร์”
“…!”
“เ้าเองก็เช่นกัน หากคิดใช้วิธีตายเพื่อหนีปัญหาทั้งหมด พ่อเ้าจะต้องเป็ผู้ทนรับผลจากการกระทำโง่ๆ ของเ้า”
“เ้า!!”
“เอาตัวอดีตแม่ทัพใหญ่ไปขังคุก! แล้วก็ช่วยส่งว่าที่พระชายาข้ากลับจวนอย่างปลอดภัยด้วย อย่าให้มีาแแม้แต่รอยขีดข่วน อีกสามเดือนนางจะต้องเข้าพิธีอภิเษกกับข้า!!”
ประกาศคำสั่งประกาศิตจบจ้าวลี่ิจึงผลักร่างเล็กออกห่าง หยัดกายลุกขึ้นเดินเข้าไปหาร่างไร้ิญญาของพระมารดา นั่งโอบประคองกอดเอาไว้ราวกับกำลังซึมซับความอบอุ่นที่เหลืออยู่ นั่นเป็ภาพสุดท้ายที่หม่าเยว่ซินมีโอกาสได้เห็นก่อนถูกทหารส่งตัวกลับบ้าน
ขณะหม่าเยว่ซินกำลังใและหวาดกลัว ส่วนจ้าวลี่ิถูกความเสียใจกับความแค้นครอบงำสติ จึงไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าดาบซึ่งปักอยู่กลางลำตัวพระสนมจ้าวและฮ่องเต้แคว้นฟู่ แท้จริงแล้วไม่ใช่ของหม่าเหินเยว่ เพราะดาบของเขายังคงอยู่ในฝักบริเวณข้างเอวตนอยู่เลย
“อื้อ…”
เสียงคล้ายกำลังรู้สึกไม่พอใจบางสิ่ง หลุดออกจากริมฝีปากหยักของบุรุษซึ่งนอนหลับใหลอยู่บนเตียง ส่งผลให้ร่างเล็กที่ยังคงนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ด้านล่างสะดุ้งโหยงด้วยความหวาดหวั่น
แต่เมื่อหันไปและพบว่าจ้าวลี่ิเพียงแค่มีท่าทีคล้ายหนาวเท่านั้น ไม่ได้ลืมตาตื่นจากนิทราขึ้นมา หม่าเยว่ซินจึงถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอก
ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นปิ่นทองปักผมของตนร่วงหล่นอยู่บนพื้น พลันความคิดชั่วร้ายบางอย่างปรากฏขึ้นในหัวสมอง หากนางไม่สามารถตายได้ งั้นก็ส่งเขาไปปรโลกแทนเสียเลยทุกอย่างจะได้จบๆ กันไป
มือบางคว้ามันก่อนลุกปรี่เข้าหาร่างหนาด้วยย่างก้าวที่แ่เบา จ่อปลายแหลมคมลงตรงคอหอยซึ่งกำลังเคลื่อนขยับตามแรงหายใจ ทำท่าจะปักมันเข้าไปแต่พอใกล้ััิัอีกฝ่ายกลับเกิดความรู้สึกลังเล
แววตาของหม่าเยว่ซินสั่นระริก ยังคงถือปิ่นปักผมคาอยู่ที่เดิมไม่ยอมดึงออก ทว่าก็ไม่กล้าพอจะลงมือสังหารบุรุษผู้นี้ คิดทบทวนทุกอย่างอีกครั้ง จ้าวลี่ิจะโกรธแค้นตระกูลหม่าก็ไม่ผิด เพราะบิดานางเป็ฝ่ายลงมือทำร้ายครอบครัวเขาก่อน แล้วนางมีสิทธิ์อันใดไปคิดทำร้ายเขากัน
บิดาลงมือทำคนเป็ลูกต้องยอมรับผลกรรมแทนท่านนั่นคือสิ่งที่สมควรแล้ว ทุกอย่างที่หม่าเหินเยว่ก่อไว้หม่าเยว่ซินยินดีจะชดใช้แทนทั้งหมด ขอให้ความแค้นระหว่างสองตระกูลจบลงที่นางเพียงคนเดียว
แต่เหตุผลสำคัญเลยที่หม่าเยว่ซินมิกล้าลงมือสังหารบุรุษผู้นี้ เพราะเขาคือรักแรกและรักเดียวของนางมาโดยตลอด ในเมื่อมอบหัวใจให้เขาแล้วก็มิอาจทวงคืนกลับมาได้ ต่อให้ถูกกระทำย่ำยีจนปี้ป่น จ้าวลี่ิก็จะเป็ผู้เดียวที่นางรัก
เมื่อคิดได้มือบางจึงโยนสิ่งที่ถือเอาไว้ทิ้งไป หยัดกายลุกลงไปหยิบผ้าห่มบนพื้นขึ้นมาคลุมร่างหนาเพื่อคลายความหนาวให้ ทอดสายตามองใบหน้าคมคายซึ่งกำลังหลับพริ้ม ก่อนกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงแ่เบาราวกับกำลังกระซิบกับตนเอง
“หากการทรมานข้ามันทำให้เพลิงแค้นในหัวใจเ้ามอดดับลงได้ ข้าก็ยินดีจะอยู่เป็เชลยเยี่ยงนี้เพื่อชดเชยทุกสิ่งให้กับเ้า...ลี่ิ”
ใน่เวลาที่รู้สึกเศร้าที่สุดในชีวิตกลับมีความสุขเล็กๆ แฝงอยู่ อย่างน้อยความฝันหนึ่งของหม่าเยว่ซินก็ได้เป็จริง การที่นางได้รวมเป็หนึ่งเดียวกันกับเขา ได้เปลี่ยนสถานะจากเพื่อนสนิทเป็สตรีข้างกาย ได้มอบสิ่งหวงแหนที่ทะนุถนอมมาตลอดชีวิตให้กับบุรุษที่นางรัก
ถึงทุกสิ่งจะไม่ได้เกิดจากความรักดั่งที่หม่าเยว่ซินหวังไว้ แต่มันก็ยังมีส่วนเล็กๆ ที่ได้เป็จริง และขณะกำลังจะชักมือออก ฝ่ามือใหญ่กลับคว้าข้อมือนางเอาไว้แน่น พร้อมดวงตาคมที่ลืมตื่นจ้องเขม็งอย่างไม่ไว้ใจ
“เ้ากำลังทำสิ่งใด คิดจะสังหารข้าทีเผลออย่างนั้นหรือ?”
“ข้าเพียงแต่นำผ้าห่มมาคลุมกายให้เท่านั้น เมื่อครู่เ้ามีท่าทางราวกับกำลังเหน็บหนาว”
หม่าเยว่ซินพยายามอธิบายการกระทำของตน เพราะรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายดูคล้ายจะไม่ไว้วางใจนาง จ้าวลี่ิจะนึกระแวงก็ไม่ผิด เพราะเมื่อครู่หม่าเยว่ซินก็มีความคิดจะลอบทำร้ายเขาจริงๆ
ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดโกนหรี่มองกลับอย่างพยายามกดดัน แต่เมื่อไม่พบพิรุธจากสตรีตรงหน้าเขาจึงผลักนางออกห่าง เหวี่ยงผ้าห่มออกจากตัวก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนบนพื้น จัดแต่งเสื้อผ้าให้กลับมาอยู่ในสภาพเรียบร้อย ปรายตามองหม่าเยว่ซินอีกครั้งด้วยสายตาไม่เป็มิตรเช่นเดิม
“ข้ารู้ว่าเ้าเป็บุตรีของหม่าเหินเยว่ ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น”
“…!”
“บิดาเลวทรามเยี่ยงไร ผู้เป็ธิดาย่อมชั่วช้าไม่ต่างกัน!”
กล่าวตราหน้าด้วยวาจาร้ายกาจเป็การทิ้งท้ายประโยคสนทนาในค่ำคืนนี้จบ จ้าวลี่ิจึงเดินออกจากห้องไป ทิ้งหม่าเยว่ซินให้อยู่ลำพังคนเดียวในคืนที่เงียบสงัด ขณะที่ดวงตากลมใสเริ่มมีหยาดน้ำตาไหลรินอีกครั้ง