5 นาที ผ่านไป
*WTH !!!?
( ‾ʖ̫‾) ......
กันจิที่ปากหมาชอบพูดอะไรไม่คิดเจอระบบตอกกลับด้วยการแจ้งบิลค้างชำระที่จะเก็บจากมันหลังจากที่มันมีเงินเข้า หรือจะให้เข้าใจง่ายเหมือนพวกหนี้บัตรเครดิตที่ผ่อน 0 % หรือเปล่านะ ?
*ระบบจ้าข้าจะถามว่าผ่อ.....อุ๊บ!!!
*ไม่ถามดีกว่าวะเดี๋ยวแม่งมีดอกเบี้ยเราจะซวยเพราะปากอีก !!!
*ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
*ปากหมาได้โล่จริงจริงเลยตรูเนี้ย!!!
( ‾ʖ̫‾) ......
“ลองดูก่อนสิว่าเจ๊ปิงแกเขียนอะไรลงมาบ้าง ?!
“คุ้มค่ากับที่ค่าต้องจ่าย 10,000 ผลึกดินไหมนะ ?
*แกร็ก...แกร็ก...
กันจิเปิดจดหมายที่ถูกผนึกไว้ขึ้นมาเปิดอ่านด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง ความสิ้นหวังจากการที่ต้องสูญเสียเงินถึง 10,000 ผลึกดิน
*….!?
ไงเจ้าหนุ่มหน้าหื่น / สวัสดีจ้ะพ่อหนุ่มน้อย
ถ้าเจ้าสามารถอ่านภาษาที่ข้าเขียนลงไปในจดหมายนี้ได้แสดงว่าข้าม่านปิงปิงกับศิษย์น้องของข้าหลิวเยี่ยนฟางคิดถูกเรื่องเจ้ามาเจอเราโดยเป็นชะตาลิขิตและเจ้าต้องมีบุคคลในเงามืดคอยหนุนหลังของเจ้าอยู่เป็นแน่และภาษาที่เขียนลงไปเป็นภาษาโบราณเป็นอย่างมาก
เอาล่ะในเมื่อพวกเราคิดถูก ก็จะไม่มากความต่อ เจ้าคงสงสัยใช่หรือไม่ว่าทำไมเรามิบอกกับเจ้าโดยตรงเลย ทำไมต้องเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาให้ยุ่งยากอีก...
“เชี้ย!!! เจ๊แกเป็นเอสเปอร์หรือป่าววะ ?
*ไหนลองอ่านต่อสิว่าแกจะพูดยังไงต่อ ?
เจ้าคงกำลังสงสัยต่อว่าข้านั้นรู้ได้ยังไงใช่ไหม ? เจ้ามิต้องสงสัยมากเกินไปหรอกเมื่อมันถึงเวลาเจ้าจะเจอคำตอบที่เจ้าต้องการเอง
“เอ้า!...อีเจ๊นี้กวน.... ?
*ชิง! ชิง!
=_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)
*พรึบ พรึบ
มันหันซ้ายหันขวาเพื่อมองดูรอบๆบริเวณแห่งนี้ เพราะมันรู้สึกได้ถึงจิตสังหารสองสายที่อยู่ใกล้ตัวมันมากจนมันจำใจต้องหาคำพูดใหม่เดี๋ยวจะเกิดปัญหาเหมือนเจ๊ซีโร่อีก...
“เจ๊ปิงนี้ใช้คำพูดกวนใจข้าเหลือเกิน.... ?
หลังจากมันเปลี่ยนคำพูดสายตาสังหารทั้งสองนั้นก็หายไปอย่างที่มันยังไม่รู้เลยว่ามันมาจากที่ไหน ?! แต่มันรู้ว่ามันคงรอดแล้วกระมั้ง ?!
*เฮ้ออออออออ...!
ก่อนที่เจ้าจะอ่านต่อจงหยุดคิดและหยุดสุนัขในปากของเจ้าไว้ให้ดีดีก่อนล่ะ!! แล้วฟังที่เราจะอธิบายต่อไปนี้ ที่เราให้เจ้าที่มีพลังอ่อนด้อย ปวกเปียก หน้าหื่น หน้าหม้อ ปากหมา ....ฯลฯ
*...........
=_=* (โกรธนะเฟ้ย หัวหยิกเลย)
ที่เจ้าได้เรียนรู้ภาษาที่เก่าแก่เช่นภาษาแห่งบรรพกาลนั้น เพราะในอนาคตเจ้าต้องได้ใช้งานมันแน่นอน ข้ามีเรื่องจะแจกแจงกับเจ้าเพียง 3 เรื่องเท่านั้น
*เดี๋ยวมันจะมีแค่ 1 ภาษาได้ยังไงในเมื่อข้าเสียค่าเรียนให้ระบบไป 2 ภาษา
*เฮ้อ!!! คงจะจริงอย่างที่ระบบกล่าวเรามันเจ้าหนูจำไม อ่านไม่จบก็ถามเอาคิดเองอยู่นั้นและ...
เรื่องที่ 1 เรื่องที่เจ้าสงสัยจนจิตวิญญาณถูกดึงเข้ามาในที่แห่งนี้คือเรื่องผลตอบแทนจากที่ข้าและฟางน้อยได้หยิบเอาผลึกทองของเจ้ามา 2 ก้อน ถูกไหม ?
*…..
ดีมากที่เจ้าไม่สงสัยแล้วคิดเองเออเอง
เรื่องที่ 1 ผลตอบแทนที่ข้าจะมอบให้กับเจ้าคือการเพิ่มระดับวรยุทธของเคล็ดวิชา หัตถ์สังหารเทพเจ้า ให้กับเจ้า ข้าที่อยู่ภายในจิตวิญญาณของเจ้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันขอยอมรับในการประยุกต์ใช้วิชายุทธของเจ้าเลย เดิมวิชานี้จะเป็นกระบวนท่าวิชาตัวเบาที่มีไว้ติดตามตำแหน่งของศัตรู หรือ เป้าหมายที่ต้องการติดตาม แต่เจ้า เจ้าหนุ่มเจ้ากับใช้กระบวนท่าที่1 : ตามเงา ที่เดิมที่ต้นตำรับมันเป็นวิชาตัวเบา เจ้ากับประยุกต์ใช้มันประสานกับเคล็ดวิชามวยเชื่องช้าของเจ้าเอง เพื่อนำมาผสานโจมตีได้เฉียบขาด ทำให้อนุภาพร้ายแรงขึ้นไปอีก มิใช่ว่าจะไม่มีใครคิดจะประยุกต์ แต่กระบวนท่าตามเงา กับ มวยเชื่องช้าของเจ้ามันคนละแนวทางกัน 1 เร็ว 1 ช้า เจ้าก็ยังคิดได้เนาะ ฮ่าฮ่าฮ่า
แต่คำชมนั้นก็เป็นเพียงแค่ส่วนนึง เพราะรางวัลที่แท้จริงที่ข้าได้ตอบแทนให้กับเจ้าคือ ข้าได้เพิ่มระดับของการใช้ลมปราณให้กับเจ้า นั่นคือหลังใช้วิชาตามเงานี้แล้ว เจ้าจะไม่หมดสติอีกจากการที่ข้าได้ช่วยปรับปรุงวิชาให้มันเหลือลมปราณค้างไว้ในตันเถียรที่อ่อนด้อยของเจ้า 1 ส่วนเพื่อใช้ในการประคองสติ
ส่วนของฟางน้อยนั้นนางปรับปรุงเคล็ดวิชา ร่างนิรันดร์กาล กระบวนท่าที่1 : ฟื้นกายา ให้กับเจ้า จากเดิมที่มันจะฟื้นอาการบาดเจ็บร่างกายให้เจ้าเพียง 25% ตอนนี้มันเพิ่มเป็น 30 % แล้วแต่เจ้าคงจะรู้ดีเพราะข้าได้กะพลังโจมตีให้เท่ากับผลของการรักษาพอดี
*เอออ....?!
ใช่ ! อย่างที่เจ้าคิดนี่คือวิธีการถ่ายทอดวิชาและลมปราณในตำนาน เพราะข้าเห็นเจ้าทำหน้างงตอนข้าถ่ายทอดวิชาที่ปรับปรุงให้กับเจ้าผ่านจิตสำนึก และ ถ่ายทอดลมปราณให้กับเจ้าโดยตรง ได้เลย เพราะข้า ฟางน้อย และ ก็เจ้า เจ้าหนุ่มหื่น ใช้จิตวิญญาณร่วมกัน แต่มิต้องคิดว่าถ้าเจ้าตายพวกฆ่าจะตายนะ พวกเราอาจจะรอดก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
เรื่องที่ 2 พวกเรานับว่าลงเรือลำเดียวกันแล้วดังนี้นข้าจะให้หลักประกันความปลอดภัยให้กับเจ้านั้น คือ สิ่งที่นอนอยู่บนหัวกับไหล่ของเจ้าในขณะนี้ ข้าขอเตือนไว้ก่อนเจ้าต้องดูแล เอาใจใส่พวกมันเป็นอย่างดี ดีกว่าที่เจ้าดูแลตัวเอง เพราะทั้งสองตัวเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าม่านปิงปิง กับ ศิษย์น้องข้าหลิวเยี่ยนฟาง พวกมันกินผลึกเป็นอาหารหลัก กับอาหารรสชาติโอชะเท่านั้น นอกนั้นมันจะไม่แตะต้อง
เจอกันครั้งหน้าถ้าหากข้าเห็นว่าพวกมันทั้งสองผอมโซ หรือกับมาฟ้องข้าว่าเจ้ารังแกพวกมันคงจะรู้ชะตากรรมนะเจ้าหนุ่ม หึหึ !!!
*ชิง! ชิง!
=_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)
*เชี้ย!!! จดหมายบ้านไหนวะใส่จิตสังหารลงมาได้ด้วย ?!
เรื่องคงสงสัยอีกแล้วสิว่าทำไมข้าใส่จิตสังหารลงไปได้ เฮ้อ....อยากรู้เจ้าก็ไปหาคำตอบเองเอาแล้วกัน
เอาละเรื่องต่อไปเรื่องที่...
เออข้าลืมบอกชื่อพวกมันไปสินะ
เจ้ามังกรน้อยตัวสีแดงนั้น ให้เจ้าเรียกมันว่า มังกรแดงอนันตกาล เฟยเฟย หรือถ้ายาวไปเจ้าก็เรียกมันว่า เฟยน้อย

ส่วนเจ้าจิ้งจอกน้อยขนฟูตัวนั้น ให้เจ้าเรียกมันว่า จิ้งจอกแห่งกาลเวลา มีมี่ หรือถ้ายาวไปเจ้าก็เรียกมันว่า มี่น้อย

อย่าลืมเจ้าต้องดูแลมันทั้งสองให้ดี ดีที่สุด ดียิ่งกว่าชีวิตของเจ้า
เอาละเรื่องที่ 3 และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เจ้าจำได้ใช่ไหมว่า เจ้าเคยแอบเข้ามาดูพวกเราแช่น้ำพุร้อน !!!
**แอะ แอะ! ไม่ต้องมาแก้ตัวพวกเราคิดเห็นว่าเจ้าต้องชดเชยด้วยการหาผลึกมาให้พวกเราด้วยแค่นี้แหละ...
♡✧( ु•⌄• ) (บรัย)
*หมายเหตุ หลังอ่านจบจดหมายนี้จะระเบิดด้วยลมปราณพื้นฐานขั้นที่ 3 ภายใน....1 วินาที
*ตูม ตูม ตูม
“เออ....บทจะเร็วก็เร็วเกิน !?
กันจิที่นั่งอ่านอยู่นั้นจะไปเอาเวลาไหนมาหลบมันได้แต่โดนระเบิดไปเต็มเต็ม จนหน้าดำเป็นถ่านเผาไฟ
*เออ...ข้าจะทำอะไรได้ละ ?!
(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ ) (ปากกล่าวยอมรับแต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)
**หงิง หงิง หงิง หงิง…
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
**อาโฮก โฮก โฮก โฮก...
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
“ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะ เจ้าทั้งสองตัว ออกไปตอนไหนปล่อยข้าโดนระเบิดลมปราณเต็มๆอยู่คนเดียว
*นี้ข้าได้สหายช่วยรบ หรือ เจ้านายที่คอยซ้ำเติมกันแน่วะ ?!
*เฮ้ออออออ....
(ノ・ェ・)ノ (ทำหน้ามึนปัดผ่านไปแบบไม่สนใจใยดี)
***เอ้กอี๊เอ้กเอ๊ก....เอ้กอี๊เอ้กเอ๊ก
“เช้าแล้วเหรอ !!!
“ไปเจ้าตัวน้อยเราออกไปด้านนอกกัน...
**หงิง หงิง อะดิง อะดิง !
**วูบ...ซึบ...?!
**อาโฮก อาโฮก !
**พรึบ...พรึบ...?!
*ไม่ทราบว่าพวกคุณมึงจะจับจองที่นั่ง Vip นี้ตลอดไปเลยหรือไม่ขอรับ...
เขากล่าวขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดประชดประชันเป็นอย่างมาก เพราะ เฟยน้อยก็บินขึ้นมานอนบนหัวของเขาส่วนมี่น้อยก็วิ่งมานอนบนไหล่ขวาพร้อมหางที่มีขนฟูพันรอบคอจนเหมือนผ้าพันคอขนสัตว์อีกแต่เหมือนเจ้า 2 ตัวนี้จะเข้าใจที่เขาพูดออกมาเลยโต้ตอบกับเขาด้วยคำพูดที่เขาก็ไม่รู้ว่ามันพูดอะไรแต่ถ้าให้เขาเดาพวกมันคงจะพูดประมาณว่า “ถูกแล้วเจ้าทาสมนุษย์ข้าจะนั่งตรงนี้ตลอดไป งุงิงุงิ” เป็นแน่
**หงิง หงิง หงิง หงิง…
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
**อาโฮก โฮก โฮก โฮก...
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
*วูบ...วูบ
*เอ้า ก็นึกว่าเช้าแล้ว ฟ้ายังมืดแต่เริ่มมีแสงจางๆน่าจะประมาณ ตี 4 สินะ
กันจิดึงจิตวิญญาณกับมาที่ร่างต้นสิ่งแรกที่เขาทำคือมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนเลยและก็พบว่ามันยังมิใช่ตอนเช้า ที่โลกมนุษย์นั้นสำหรับคำว่าเช้าของเขาคือ 9 โมง แต่นิอะไร ตี 4 สำหรับเขาตอนนี้ยังนั่งเล่นเกมอยู่เลยกระมั้ง แต่มีเรื่องที่แปลกยิ่งกว่าคือมีเฟยน้อยนอนหลับสบายอยู่บนหัวของเขา ส่วนมี่น้อยก็นอนหลับอยู่บนไหล่ขวาของเขา ซึ่งขาเข้าไปโดนดึงเพียงจิตวิญญาณแต่ขากลับดันออกมาได้ทั้ง 2 ตัว ช่างแปลกแต่ไม่หน้าสงสัยเพราะเขาเคยอ่านเจอในนิยายแล้ว
*เฮ้อ !
*เฮ้อ !!
*เฮ้อ !!!
เขาถึงกับต้องถอนหายใจออกมาถึง 3 ครั้ง 3 คราด้วยความจุลมที่เต็มปอด เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก ทั้งวันทั้งคืนยังมิได้นอนพัก ทำงาน ต่อสู้ นอนหลับ ยังไป ขอขมา ฝึกวิชาต่ออีก
*นี่สินะที่เรียกว่า 1 วันพันกว่าเรื่อง ข้าก็พึ่งเข้าใจ…
*ข้านอนพักสักหน่อยแล้วกัน....
“เออคือคุณมึงทั้งสองจะไม่ลุกไปนอนที่อื่นเลยหรือยังไงครับ ?!
** หงิง หงิง…
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
** อาโฮก โฮก...
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
“ฟังไม่รู้เรื่องโว้ย !!!
“นิยายแม่งก็อีกอันไหนบอกพระเอกเทพต้องมีสัตว์เลี้ยงน่ารักไม่ก็เป็นสัตว์เลี้ยงสาวสวยวะ แม่งอยากจะบอกสะเหลือเกินว่ามาแหกตาเบิ่งดูสัตว์เลี้ยงตรูนี้ เห้อออ! เห้อออ!
(¬⌒¬) (หรา!!! ไม่เชื่อโว้ย ! พร้อมเบะปากมองขวา
กันจิที่เหนื่อยล้าพักกายานอนหลับในท่านั่งสมาธิแม้จะไม่ค่อยชินแต่เขาที่เป็นคนฉลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็รู้ว่าต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นแน่ เพราะในตอนที่เจ๊ปิงพูดขึ้นมาเรื่องซ่อมอะไรสักอย่างกับถูกขัดคำกล่าวจากฟางน้อยที่ปกติใจดีเหมือนคุณยายข้างบ้าน ที่ไม่ว่าใครจะไม่หวังดีกับเรา แต่จะมีอีป้าข้างบ้านที่หวังดีกับเราเสมอ มันจึงเลิกคิดสิ่งที่ไม่มีเบาะแสให้สืบสาวเรื่องราวใดใดให้เปลืองสมองและกำลังจะหลับอย่างมีความสุขโดยที่มีเฟยน้อยนอนประจำการอยู่บนหัวของเขา ส่วนมี่น้อยก็นอนอยู่บนไหล่ขวาพร้อมหางที่มีขนฟูนุ่มนิ่มพันไว้รอบคอของเขาจนเหมือนผ้าพันคอขนสัตว์
แต่เมื่ออยากทะลุมาเป็นพระเอกก็ต้องเหนื่อยกว่าคนทั่วไป
30 นาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก
““เจ้าหนุ่ม…?
““เจ้าหนุ่มตื่นหรือยัง ?!
““เฮ้...เจ้าหนุ่มตื่นได้แล้ว ?!
““ไก่ขันแล้ว ยามรุ่งแสงอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว...
““ออกมาช่วยข้าตระเตรียมซาลาเปาไว้ขายได้แล้ว ข้าเตรียมเกือบจะหมดแล้ว
““ข้าได้ยินว่าเจ้าอยากขายซาลาเปาแสดงว่าเจ้าต้องมั่นใจในฝีมือเหมือนกัน
““ดังนั้นข้าจะให้เจ้าได้ลองทำ ข้าเจียดส่วนผสมซาลาเปาไว้ให้เจ้าแล้ว น่าจะทำได้สัก 1 ....
*หาวววววว !!!
กันจิ ที่พึ่งตื่นกำลังจะโวยวายขึ้นด้วยลูกตาที่ยังคงแดงกร่ำเหมือนคนโมโหร้าย นั้นกลับหยุดคำพูดคำกล่าวลง เมื่อเขาได้ยิน ได้ยินว่าท่านยายจะให้เขาได้ทำซาลาเปาขาย ส่วนอีกเหตุผลคือ เขาเริ่มชินกับแบบนี้แล้ว เขาชินเพราะเขาจำมาจากนิยายที่เขาเคยได้อ่านว่า มันนับเป็นเรื่องปกติไปสำหรับพระเอกสุดหล่อเช่นมันที่ต้องทำงานหนักกว่าชาวบ้านช่อง
“ท่านยายซุน ท่านบอกว่าได้เตรียมส่วนผสมทำซาลาเปาไว้ให้ข้าได้ทำ 1 ส่วนหรือขอรับ ?
“ท่านมั่นใจได้เลยขอรับ ซาลาเปาของข้าไร้เทียมทาน ไม่มีใครทำได้อร่อยไปกว่าข้าแน่นอนขอรับ ?
““…….
(¬⌒¬) (หรา!!! ไม่เชื่อโว้ย ! พร้อมเบะปากมองขวา)
“ท่านยายไหนส่วนผสมของข้าขอรับ ที่ตรงรถเข็นนี้มันไม่พอสองลูกด้วยมั้ง ?!
““ใควว่าข้าจะเหลือวัตถุดิบให้เจ้าถึง 1 ส่วน ที่ข้าเตรียมไว้ให้คือส่วนผสมซาลาเศษที่เหลือ 1 ลูกตั้งหากพ่อหนุ่ม
(✿ ◜◒◝ ) (ฮิฮิ)
“………….
(⊙ヮ⊙) ! (อึ้ง)
“ข้าคงหูฝาดท่านว่า 1 ลูก หรือ 1 ส่วนนะขอรับ ?!
““1 ลูกโว้ย!!!
(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ ) (ปากกล่าวยอมรับแต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)
*………….
(⊙ꇴ⊙) (อา...เอิ่มม / พูดไม่ออก)
*ยายแก่จอมกวน....