เมื่อเห็นทั้งคู่เดินออกมา เสี่ยวไป๋ กับ ต้าไป๋ ก็วิ่งเข้ามาหาทั้ง 2 ทันที
"เสี่ยวไป๋ ต้าไป๋" หลิงหยุนะโและวิ่งไปหาพวกมัน
"เ้าดู หน้าตาข้าไม่อัปลักษณ์" เด็กน้อยหัวเราะพร้อมกับจบหน้าพวกมันให้มองใบหน้าเขา
"เดี๋ยวข้าต้องไปแล้ว" เย่ซวนเห็นแบบนั้นเขาก็ยิ้มตาม
"ท่านจะไปที่ใด"
"ไม่ไปหาท่านพ่อข้าก่อนรึ ?" หลิงหยุนอยากจะชวนให้เย่ซวนไปเป็แขกที่จวนของเขาจริง
"ไม่จำเป็" เย่ซวนส่ายหน้า พร้อมกับเดินไปลูบหัวบอกลาเสี่ยวไป๋ ต้าไป๋ พวกมันเอาหัวถูกับมือของเย่ซวนไปมา ก่อนที่เขาจะเดินจากไป
ระหว่างเดินออกไปข้างนอกเย่ซวนก็ห้ามไม่ให้หลิงหยุนบอกเื่ของเขากับใคร หลิงหยุนสงสัยเป็อย่างมากว่าทำไม แต่หลิงหยุนก็ยังตกปากรับคำทันทีว่าจะไม่เอาเื่ของเย่ซวนไปบอกใคร
ทั้งคู่เดินมาจนถึงกระท่อมไม้ เขาก็บอกให้หลิงหยุนรีบกลับบ้านไป ตอนแรกหลิงหยุนยังอยากจะตามเย่ซวนไปอยู่เลย แต่เย่ซวนให้เหตุผลว่าเ้ารีบไปบอกข่าวดีกับครอบครัวเ้าเถอะ เมื่อหลิงหยุนนึกขึ้นได้เขาก็อดยิ้มและนึกถึงใบหน้าที่ใของทุกคนไม่ได้
"งั้นข้าขอลาก่อน" หลิงหยุนพูดพร้อมกับวิ่งออกไป แต่เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่ายังไม่ขอช่องทางการติดต่อจึงหันกลับมาแต่เย่ซวนก็ไม่อยู่แล้ว
'สุดยอดไปเลย' หลิงหยุนคิดว่าเย่ซวนจากไปแล้วเขาถึงหันหลังแล้วรีบวิ่งกลับไปที่จวนท่านที
'พรุ่งนี้ค่อยมาหาพี่เย่ซวนที่นี่ใหม่'
แต่จริงๆแล้วเย่ซวนแค่เดินเข้าไปในกระท่อมไม้เพื่อเอาป้ายหยกไปคืนเท่านั้น
'ไปไวซะจริง'
"เ้ากลับมาแล้ว" เมื่อเย่ซวนเดินออกมาก็ถูกทหารยามคนที่มาส่งเขาทักขึ้น
"เยี่ยมไปเลยดูเหมือนเ้าจะไม่ได้รับอันตรายอะไร" เขามองสำรวจเย่ซวน
"นี้ค่าจ้างของเ้า" เขายื่นเงิน 5 ตำลึงเงินให้เย่ซวน
เมื่อเห็นเงินจำนวนเท่านี้เย่ซวนตาโตขึ้นทันที ในที่สุดเขาก็มีเงินเป็ของตนเองแล้ว
'1 ตำลึงเงินเอาคืนให้ โม่หยวน'
'ยังเหลืออีกตั้ง 4 ตำลึงเงิน' เย่ซวนยิ้ม
"ขอบคุณมาก"
"ไม่เป็ไรเดี๋ยวข้าจะให้ป้ายนี่ไว้กับเ้า"
ทหารนายนั้นยื่นป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า คนงานเลี้ยงสัตว์ให้เย่ซวน พร้อมกับอธิบายว่าป้ายนี่สามารถเข้าออกที่นี่ได้ แต่สามารถเข้าได้ทางประตูเล็กเท่านั้น ส่วนเงินค่าจ้างทุกครั้งจะมีจะทหารนำมาให้หลังจากที่เย่ซวนให้อาหารสัตว์เสร็จเรียบร้อย
"ไปกันเถอะ"
เขาเดินนำเย่ซวนออกไปด้านนอก
...
"ท่านแม่ !" หลิงหยุนวิ่งกลับไปที่จวนด้วยความตื่นเต้น ตลอดทางสาวใช้กับทหารต่างสงสัยในการกระทำของนายน้อยตนเองมากเพราะตอนนี้ บนตัวของเขามีผ้าคลุมทั้งตัว
ปกตินายน้อยจะไม่ทำเช่นนี้พวกเขาคิดในใจ ถึงแม้หน้าตาของนายน้อยตนจะอัปลักษณ์ แต่ทุกคนที่ถูกคัดเลือกมาให้อยู่ภายในจวนนี้ไม่มีใครที่กล้าว่ากล่าวอะไรเกี่ยวกับหน้าตาของหลิงหยุน
"พวกเ้าเห็นท่านแม่ของข้ารึเปล่า" หลิงหยุนวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของสาวใช้คนหนึ่ง
"นายหญิงน่าจะอยู่ที่สวนด้านหลังเ้าค่ะ" หญิงรับใช้ตอบก่อนที่จะคิดในใจว่านายน้อยของตนไปดีใจอะไรมา ทำไมทำเสียงตื่นเต้นแบบนี้
"ขอบใจเ้ามาก" พูดเสร็จเขาก็วิ่งไปทางสวนด้านหลังทันที
เมื่อวิ่งมาถึงสวนด้านหลังหลิงหยุนเห็นท่านแม่กับท่านพี่กำลังนั่งดื่มชากันอยู่ แม่ของเขาคือฮูหยินของท่านเ้าเมืองมีชื่อว่า ลู่ซือ นางเป็บุตรสาวคนโตของตระกูลลู่ แห่งเมืองหลวง ส่วนอีกคนหนึ่งคือพี่สาวของเขามีชื่อว่า อันฉี
"ท่านแม่ ท่านพี่ !" หลิงหยุนะโและรีบวิ่งไปทางพวกเขาทันที
เมื่อวิ่งมาถึงตรงหน้าของคนทั้ง 2 หลิงหยุนก็ยืนหอบทันทีเพราะเ้าตัววิ่งมาด้วยความตื่นเต้นตลอดทาง
ผู้เป็แม่กับพี่สาวมองหน้ากันด้วยความสงสัยกับการกระทำของบุตรชายและน้องชายของตนเอง
"เกิดอะไรขึ้น" ลู่ซือถามบุตรชายที่น่าสงสารของตน
"ใครรังแกเ้าอีก !" อันฉียืนขึ้นเพราะคิดว่าน้องชายของตนถูกรังแก
"ไม่มีอะไรๆ ท่านแม่ ท่านพี่" หลิงหยุนยกมือบอกให้พี่สาวนั่งลง
"แล้วเ้าจะเอาผ้าคลุมตัวเ้าไว้ทำไม" อันฉีสงสัยในการกระทำของน้องชายตนเอง
"ข้ากำลังปกปิดตัวตนอยู่" หลิงหยุนพูดพร้อมกับหัวเราะ
เมื่อได้ฟังคำตอบของหลิงหยุน สองแม่ลูกก็มองหน้ากัน ลู่ซือลุกขึ้นแล้วเดินไปหาบุตรชายของตน เขามองไปที่หลิงหยุนด้วยสายตาสงสาร เ้าเด็กนี้ต้องถูกใครรังแกมาแน่ๆ
นางเอามือลูบหัวบุตรชายเบาๆพยายามที่จะดึงผ้าคลุมออก
"ท่านแม่อย่าเพิ่ง !" หลิงหยุนะโออกมา
"เ้าบอกแม่มาเถอะว่าใครรังแกเ้า"
"เ้ายังไม่ท่านพ่อ มีข้า และมีท่านพี่เ้า"
"ใครที่กล้ารังแกเ้าพวกข้าจะไม่ปล่อยเอาไว้แน่" นางพูดออกมาด้วยความเป็ห่วง
"ไม่มีใครรังแกข้าจริงๆท่านแม่" หลิงหยุนจนปัญญาเขาอยากให้ทุกคนในครอบครัวได้ในใบหน้าของเขาพร้อมกัน
"แล้วท่านพ่อละ ?"
"พ่อของเ้ากำลังประชุมอยู่" อันฉีตอบแทนผู้เป็แม่
"งั้นเหรอ งั้นพวกเรามานั่งดื่มชากันรอท่านพ่อเถอะ" หลิงหยุนพูดด้วยความกระตือรือร้น
ทั้งสองมองท่าทางแปลกๆของหลิงหยุน ระหว่างที่ดื่มชารอนั้น ลู่ซือกับอันฉีเฝ้ามองการกระทำแปลกๆของหลิงหยุนอยู่ตลอดเวลา แต่เ้าตัวกลับไม่รู้อะไรเลยเพราะตอนนี้ในหัวของเขาคิดแต่เื่ว่าเมื่อทุกคนรู้ความจริงหน้าตาของพวกเขาจะเป็ยังไง
'ฮ่าๆ' พวกเขาต้องใและทำหน้าตาตลกๆแน่ๆ หลิงหยุนกลั้นขำจนตัวสั่น
...
เวลาผ่านไป ครึ่งชั่วยาม ก็มีบุรุษอายุ 40 ปีเดินเข้ามา เขาคือเ้าเมืองเทียนจิน หลิงเฉิงเต๋อ ถึงแม้ว่าจะมีอายุ 40 ปีแล้วแต่รูปลักษณ์ของเขายังเหมือนชายที่อายุ 30 ปีกว่าๆเท่านั้น
หลิงเฉิงเต๋อเกิดในตระกูลขุนนางเล็กๆ แต่ด้วยความรู้ความสามารถ เก่งทั้งด้านบู๊และบุ๋น ทำให้เขาประสบความสำเร็จั้แ่อายุยังน้อยสุดท้ายเขาก็ถูกแต่งตั้งให้มาดูแลเมืองเทียนจินแห่งนี้ เขาพัฒนาเมืองเทียนจิน จากเมืองเล็กๆให้กลายเป็เมืองใหญ่ภายในไม่กี่ปี
ทำให้ขุนนางต่างๆในเมืองหลวงต่างอยากสานสัมพันธ์ พยายามที่จะสู่ขอบุตรสาวคนโตของเขาไปเป็ภรรยาเอกของบุตรชายของตน เพื่อที่จะขยายอำนาจมายังเมืองเทียนจินแห่งนี้ไม่เว้นแม้แต่ราชวงศ์
จนสุดท้ายเขาจึงทนความกดดันจากหลายๆฝ่ายไม่ไหว เฉิงเต๋อเลยมีแผนที่จะจัดงานประลองยุทธเลือกคู่ขึ้น จะได้ไม่ผิดใจกับฝ่ายไหน แต่เขาก็ไม่อยากจะทำร้ายบุตรสาวของตน ทำให้เขาวางแผนต่างๆภายในงานประลองยุทธ
"ท่านพ่อมาแล้ว!" หลิงหยุนะโขึ้นเมื่อเห็นพ่อของตนเดินเข้ามา
เมื่อเดินมาถึง เฉิงเต๋อก็ได้ยินเสียงของบุตรชายตนเองทันที
"ท่านพี่" ลู่ซือลุกขึ้นคารวะ
"ท่านพ่อ" อันฉีเองก็เช่นกัน
"อืม" เฉิงเต๋อพยักหน้าให้กับทั้งสอง ก่อนที่จะนั่งลงตรงที่ลู่ซือลุกให้เขานั่ง
หลังจากที่ทุกคนนั่งลงกันครบแล้ว หลิงหยุนก็ลุกขึ้นไปที่ตรงหน้าของพวกเขา ทั้ง3 งงกับการกระทำของหลิงหยุนเป็อย่างมาก เฉิงเต๋อมองหน้าของลู่ซือก่อนที่นางจะส่ายหัวว่าตนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
"เกิดอะไรขึ้นหลิงหยุน" เฉิงเต๋อถามบุตรชายของตนเอง
"ข้ามีเื่ที่จะบอกพวกท่าน" อยู่ๆเสียงของหลิงหยุนก็เบาลง เขาทำตัวให้น่าสงสารเพื่อที่จะแกล้งพ่อ แม่ และ ก็พี่ของเขา
เมื่อได้ยินเสียงของบุตรชาย เฉิงเต๋อก็ทำท่าจริงจังขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ลู่ซือและอันฉี
"พวกท่านไม่จำเป็ต้องหาหมอมารักษาข้าแล้ว" หลิงหยุนยังทำเสียงน่าสงสาร
"ทำไม เกิดอะไรขึ้น !" เฉิงเต๋อพูดน้ำเสียงจริงจัง
"ข้าไม่้าแล้ว" หลิงหยุนพยายามที่จะทำเสียงให้ดูเศร้าเข้าไว้ และเขาก็ทำสำเร็จ
เมื่อได้ยินเสียงของบุตรชาย ดวงตาของลู่ซือกับอันฉีก็แดงขึ้นและมีน้ำตารื้นออกมา
"เ้าพูดอะไรของเ้า !" ลู่ซือะโออกมา นางคิดว่าลูกชายของตนหมดหวังที่จะรักษาแล้ว
"ใครมันรังแกเ้าบอกพ่อมา" เฉิงเต๋อยืนขึ้นพร้อมกับใช้มือตบไปที่โต๊ะน้ำชา
สุดท้ายลู่ซือก็ทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา
เมื่อเห็นมารดาของตนเองร้องไห้ หลิงหยุนก็เริ่มทำตัวไม่ถูก
"ไม่ใช่แบบนั้นๆ" เขายกมือโบกไปมา
"ท่านแม่ ท่านอย่าร้องไห้ ท่านอย่าร้องไห้" หลิงหยุนพูดติดๆกัน
"ที่ข้าไม่้ารักษา เพราะว่าข้าหายแล้ว"
เกิดความเงียบขึ้น ลู่ซือเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายด้วยสายตางงๆ
"เ้าบอกว่าอะไรนะ" เฉิงเต๋อถามขึ้นอีกครั้ง
"ข้าบอกว่า ข้าหายแล้ว"
"ไม่เชื่อท่านดู" หลิงหยุนถอดผ้าคลุมออก
ปรากฏให้เห็นใบหน้าของเขาที่ตอนนี้ปราศจากตุ่มบนใบหน้า เมื่อทั้งสาม เห็นใบหน้าของหลิงหยุน พวกเขาก็ตาโต อ้าปากค้างทันที
"ฮ่าๆ" หลิงหยุนหัวเราะใบหน้าของพวกเขา
"ดูหน้าตาของพวกท่านสิ" หลิงหลุนยิ้มแก้มปริ
"เ้า เ้า" ลู่ซือพูดติดอ่าง อันฉีเองก็ไม่อยากจะเชื่อภาพที่เห็นตรงหน้า
เป็เฉิงเต๋อที่กลับมาเป็ปกติไวที่สุด
"เ้ามานี่" เขาเรียกหลิงหยุนให้เดินเข้ามา เมื่อหลิงหยุนมาถึงเขาก็ใช้มือลูบไปที่ใบหน้าลูกชายตนเอง
"ดีๆๆ" เฉิงเต๋อพูดดีติดต่อกันหลายครั้ง
"เ้าหายแล้ว" ลู่ซือตั้งสติได้ก่อนเดินมาหาลูกชายของตนเอง เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของบุตรชายชัดๆน้ำตาของนางก็ไหลออกมาอีกครั้ง
"ดีเหลือเกิน" นางกอดบุตรชายร้องไห้ แต่คนที่ดีใจที่สุดคงเป็อันฉี เพราะสาเหตุที่ทำให้น้องชายของตนเป็แบบเมื่อก่อน มีนางเป็ต้นเหตุถึงแม้ว่านางจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยก็ตาม นางโทษตัวเองตลอดเวลาเมื่อเห็นใบหน้าของหลิงหยุน
"ใบหน้าของเ้าหายได้ยังไง" เฉิงเต๋อถามขึ้น
หลิงหยุนเริ่มเล่าเื่ต่างๆให้ครอบครัวของตนเองฟัง เขาบอกเพียงว่าเจอเซียนวิเศษช่วยรักษาให้เท่านั้น
"แล้วท่านเซียนคนนั้นไปที่ใดแล้ว" ลู่ซือถามบุตรชายของตน
"เซียนวิเศษ ?" เฉิงเต๋อไม่เชื่อ แต่ในเมื่อบุตรชายของเขาไม่ยอมบอกก็ไม่เป็ไรขอแค่ช่วยบุตรชายของเขาก็ดีมากแล้ว
"เขาไปแล้วละ" หลิงหยุนตอบมารดา
"ได้ยังไงกัน พวกเรายังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย" ลู่ซือพูด
"เอาเถอะ เขาคงไม่อยากได้อะไรจากพวกเรา" เฉิงเต๋อคิดตาม คนระดับนั้นคงไม่ขาดเหลืออะไร
"ท่านพี่" หลิงหยุนหันไปหาอันฉี เขารู้ว่าคนที่เ็ปที่สุดคือพี่สาวของตนเอง นางโทษตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา
"เ้าหายก็ดีแล้ว พี่ดีใจยิ่ง" นางยิ้มให้น้องชายของตนเอง
"แบบนี้ต้องฉลองฮ่าๆ" หลิงหยุนหัวเราะขึ้น
"ได้" เฉิงเต๋อพยักหน้า
"ท่านพ่อ พวกท่านอย่าบอกใครนะว่าข้าหายแล้ว" หลิงหยุนพูดขึ้น
"ทำไมละ" ลู่ซือสงสัย
"เพราะข้าไม่อยากให้ใครรู้น่ะสิ" หลิงหยุนตอบพร้อมยิ้มีเลศนัย แต่ที่จริงแล้วเขาอยากเลียนแบบ เย่ซวนก็เท่านั้น
"ตามใจเ้า" เฉิงเต๋อพูด
"เอาละพวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ" เฉิงเต๋อลุกขึ้น และเดินนำทุกคนเข้าไปภายในจวน
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม