ก่อนเปิดเรียนหนึ่งสัปดาห์พระพายย้ายเข้าหอพักศานต์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว แต่เขาใจหายนิดหน่อยที่ไม่ได้อยู่กับพ่ออีกพระพายไม่คิดว่าพ่อจะเอาใจใส่ตนขนาดนี้พอต้องจากเขาทั้งที่อยู่ด้วยกันไม่นานจึงรู้สึกหดหู่ แต่ก็ยังมีเื่ดีอยู่บ้างสกุณาที่ไม่ได้เจอกันสองอาทิตย์กว่ายังมาส่งให้ดีใจ
“ขอบใจมากนะญาอยู่ติวกับพายจนสอบผ่านยังอุตส่าห์มาช่วยย้ายเข้าหอ”
“ไม่เป็ไรไม่ต้องขอบใจหรอก โชคดีนะ ชีวิตมหา’ลัยเป็ยังไงเล่าให้ฟังบ้างเดี๋ยวปีหน้าจะตามไป”
“อื้มอย่าลืมรับโทรศัพท์นะ”บอกแล้วยิ้มน้อย ๆ ให้หญิงสาว คุณพ่อของทั้งสองสบตากันยิ้มมุมปากอย่างรู้ใจ
“บางทีที่เราเคยคุยเล่นอาจเป็จริง” ศานต์เอียงตัวไปกระซิบเพื่อน
ณัฐชัยยิ้มวางท่าก่อนตอบ“อย่าคิดว่าจะง่ายนะโว้ย”
“เออคอยดูแล้วกัน”
พวกพ่อหันมาดูอีกทีลูกก็กอดกันแล้วถึงจะเป็การกอดให้กำลังใจแบบเพื่อนทั่วไปก็เถอะ
“ดูแลตัวเองนะไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้นถ้าใครมารังแกอย่ายอม มีเื่ไม่สบายใจโทรหาได้” สกุณาบอกไม่รู้ทำไมถึงต้องห่วงคนอายุมากกว่าตัวเองขนาดนี้
“ญาก็สู้ ๆ นะขอให้สอบติดคณะที่ตัวเองหวังไว้ถ้ามีอะไรไม่สบายใจโทรมาเล่าให้ฟังได้เหมือนกัน”
“โอเควันนี้กลับก่อน ดูแลตัวเองดี ๆ ละ”
คนเข้ามหา’ลัยโบกมือลาเธอจนขึ้นรถไปกับคุณพ่อไม่รู้จะหาเพื่อนแบบสกุณาได้ไหมในมหาวิทยาลัย
เหม่ออยู่สักครู่ผู้เป็พ่อก็เข้ามาตบไหล่“อย่าเศร้านักเลยเดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก”
“ครับ”
“เราไปเดินดูรอบ ๆ เถอะ”บอกแล้วคุณพ่อผู้ห่วงลูกมากถึงกับมาค้างเป็เพื่อนหนึ่งคืนก็เดินนำเขาไปดูที่ทางต่างๆ รอบหอพัก ปากบอกพายจะได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนแต่ใจจริงพ่อจะได้สบายใจว่าลูกไม่อดอยากและปลอดภัย
“สมัยนี้ผับอยู่ใกล้มหา’ลัยขนาดนี้แล้วเหรอถ้าอยากลองรออายุยี่สิบก่อนนะ แต่อย่าลืมว่าตัวเองมีหน้าที่อะไรอย่าเที่ยวจนเสียเรียน”
“พายไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ”
“ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องทำแบบพอดีตั้งใจเรียนพ่อก็ดีใจแต่อย่ากดดันตัวเองเกินไปไม่ต้องคิดว่าทำเพื่อแม่เพื่อพ่อแต่ต้องเพื่อตัวพายเองพายคิดเอาเองว่าอนาคตอยากใช้ชีวิตแบบไหน”
“พายจะจำคำของพ่อไว้ครับ”บอกแล้วยิ้มให้ผู้เป็พ่อ “เมื่อคืนพายคุยกับแม่แม่ก็พูดแบบนี้ครับ”
“แม่คงเป็ห่วงพายมากล่ะสิเอาไว้ปิดเทอมพายค่อยไปเยี่ยมแม่นะ”
มีพัสดุและจดหมายส่งมาที่ไร่คุณอนันต์ทุกวันั้แ่พระพายย้ายไปอยู่กับศานต์ ดอกเข็มมาทำหน้าที่จัดแยกมันทุกวันเผื่อว่าวันไหนจะเซอร์ไพรส์เจอจดหมายจากลูกรัก
วันนี้นางได้ยิ้มอีกแล้วลายมือลูกชายที่จ่าหน้าซองคนเป็แม่เห็นแล้วตื่นเต้นราวกับเจอทองในกองผ้าไม่ได้หวังว่าเขาจะส่งของอะไรมาแค่หวังว่าเนื้อความในนั้นจะบรรยายว่าลูกอยู่ดีมีสุขแม้จะคุยกันทางโทรศัพท์เกือบทุกวันแต่นางก็ห่วงอยู่ดี
“พระพายเขียนมาว่าไงเหรอเข็ม” มัสยาเห็นเพื่อนแนบจดหมายแนบอกอมยิ้มนานแล้วเอ่ยถาม
“เขาส่งรูปนักศึกษามาน่ะดูสิโตขึ้นเยอะเลย” นางยื่นรูปขนาดหนึ่งนิ้วที่ลูกชายส่งมาให้มัสยาดู
“โอ๊ะดูโตขึ้นมากเลยนับวันยิ่งหล่อไม่ใช่มีแฟนแล้วเหรอเนี่ย” มัสยาแซวระหว่างดอกเข็มอ่านจดหมายรอบสอง
แม่ของพระพายยิ้มมองดูรูปแผ่นเล็กในมือด้วยความคิดถึง“พายบอกว่าพอเข้าเรียนรุ่นพี่เลือกเขาไปประกวดเดือนคณะมีเพื่อนเยอะเลยแหละแต่่นี้ไม่ได้พูดถึงใครเป็พิเศษนะไม่เหมือนตอนไปอยู่กับพ่อแรก ๆ”
“แค่เขามีความสุขก็ดีแล้วละเนอะ” มัสยามองรูปตามเพื่อนแล้วยิ้มอีกแต่ก็แอบถอนใจเล็กน้อยจนป่านนี้ลูกสาวของตนยังซึมอยู่เลยนางกับสามีพยายามเอาใจสารพัดถึงจะยิ้มออกมาสักครั้งเห็นพระพายดูมีอนาคตสดใสก็หวังว่าลูกสาวของตนจะเป็เช่นนั้นบ้างหวังว่าการตัดสินใจของพ่อเธอจะไม่ผิด
“แม่อย่างเราก็หวังแค่นี้แหละเมื่อก่อนห่วงมากว่าคุณตากับลูกจะไม่ยอมรับพายไม่รู้เขาจะอยู่ยังไงแต่คุณศานต์เขาดูแลลูกดี เวลาพูดถึงพ่อเสียงพายฟังดูร่าเริง”
พระพายเข้าเรียนมาก็หลายเดือนแล้วเขาทำกิจกรรมเยอะไม่ค่อยได้กลับบ้านจนผู้เป็พ่อคิดถึงแวะไปเยี่ยมบ่อย ๆดูว่าลูกสบายดีไหม
“ยังไงพุธหน้าต้องกลับบ้านให้ได้นะวันเกิดพ่อจะจัดงานเลี้ยงที่บ้าน น้องญาก็จะมา”กลัวลูกลืมวันเกิดตัวเองจึงต้องมาเตือนเขาด้วยตัวเอง
แต่ถ้าคุณพ่อรู้ว่าที่ลูกชายรีบยิ้มแล้วพยักหน้าเป็เพราะได้ยินว่าใครบางคนจะมามากกว่าอยากไปฉลองกับเขาอาจจะน้อยใจก็ได้
“เป็อะไรทำไมหน้าแดง เผ็ดเหรอ”ศานต์ถามพลางมองอาหารตรงหน้าอาหารเกาหลีบนโต๊ะไม่มีอะไรเผ็ดหรือจะเป็กิมจิสูตรพิเศษ
“ไม่เผ็ดครับ งานวันเกิดคุณพ่อเชิญคนมาเยอะไหมครับ”
“ประมาณยี่สิบกว่าคนน่ะ ส่วนมากเป็คนทำงานใกล้ชิดพ่อทำงานกันหน้าดำหน้าแดงนาน ๆ จะมีโอกาสผ่อนคลายกันพายไม่ต้องกลัวหรอกก็เหมือนครอบครัวน้องญานั่นแหละ”
“ครับ”ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจแล้วทานข้าวต่อระหว่างนั้นบริกรชายวัยยี่สิบต้นนำอาหารสำหรับกลับบ้านมาส่งให้ศานต์
“ขอบใจนะ”เขาบอกพลางวางถุงใส่กล่องอาหารไว้ข้างตัว “พ่อชวนมาเ้าชินก็ไม่มาเห็น ๆ อยู่ว่าอยากกินแต่ไม่มาด้วยกัน”พูดแล้วส่ายหน้าเหนื่อยใจที่ลูกคนเล็กไม่ยอมดีกับพี่ชาย
“คุณพ่อคงต้องพาเขามาคนละวันกับพาย”
ศานต์ถอนใจไหล่ตก“พายจะให้พ่อสับรางั้แ่หนุ่มยันแก่เลยเหรอสำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ย”
พระพายหลุดขำรีบยกมือปิดปากกลัวจะหัวเราะกับข้าวออกมา“ดีนะครับที่คุณแม่ไม่อยู่ด้วยไม่งั้นพ่อจะได้ฟังคุณแม่บ่นอีก”ศานต์บอกให้พระพายเรียกเขาว่าพ่อเฉย ๆแต่ชายหนุ่มยังเขินเดี๋ยวเรียกพ่อเดี๋ยวเติมคุณ เขาเลยตามใจแล้วแต่จะเรียก
“คุณแม่เขาพูดถูกนะพายกับชินน่ะอย่าเลียนแบบพ่อดีที่สุดแล้ว”
ทานข้าวกับลูกคนโตเสร็จคุณพ่อก็ถือกล่องอาหารกลับบ้านตอนทุ่มครึ่งเมื่อมาถึงเขาเห็นนิลตากับชินวุฒิกำลังคุยกันเครียดในห้องนั่งเล่น
นิลตากอดลูกคุยแสดงว่ากำลังปลอบใจบางอย่างคนเป็พ่อเดินเข้าไปนั่งด้วยความสงสัย
“ชินพ่อเอาข้าวเกาหลีที่ลูกชอบมาฝาก”
ชินวุฒิผละตัวจากผู้เป็แม่แต่ก็ยังนั่งติดกับนางมองกล่องอาหารที่พ่อนำมาแล้วก้มหน้า
“ลูกเป็อะไร”ศานต์ถามนิลตาที่ไม่มองตนเช่นกันพอดีเหลือบเห็นกระดาษบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะเขาจึงหยิบมาอ่าน
“นี่มันอะไร ลูกโดดเรียนจนครูส่งจดหมายเตือนเลยเหรอหมายความว่าไง”
คนมีคดีติดตัวไม่ตอบผู้เป็พ่อแต่ก้มหน้าน้ำตาไหลนิลตาโอบลูกไว้ไม่ให้ศานต์ว่าเขา
“เขาก็แค่หลงผิดไปชั่วคราวมันยังพอแก้ไขได้คุณอย่าดุลูกเลย”
“ไม่ให้ดุก็บอกมาสิว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ชินเงยหน้ามองพ่อ” ที่ผ่านมาชินวุฒิเป็เด็กรักการเรียนแต่ทำไมพอขึ้นม.1 ได้ไม่ถึงเทอมก็เป็แบบนี้
“บอกให้เงยหน้าขึ้น!” ศานต์ขึ้นเสียงเมื่ออีกฝ่ายไม่ทำตามที่บอก
“คุณศานต์อย่าขึ้นเสียงใส่ลูก” นิลตาไม่พอใจว่าสามีพลางลูบไหล่ลูกชาย
“ทำไมลูกมีปัญหาอะไรถึงไม่คุยกับพ่อแม่ โดดเรียนไปไหนกับใครไปทำอะไร”
“เขาก็แค่…”
“คุณไม่ต้องอธิบายแทนเขาพูดมาชิน!” ศานต์หยุดนิลตาที่กำลังจะพูดแทนลูก
“ไปเล่นเกมส์เหรอ” เขาถามอีกแต่ลูกก็ไม่เงยหน้าขึ้น
“คุณอย่ากดดันลูกสิแล้วเขาจะตอบยังไงชินเอาข้าวไปกินในห้องอาหารเถอะลูกเดี๋ยวแม่คุยกับคุณพ่อให้จ้ะ”
ศานต์มองคนปกป้องลูกในทางที่ผิดอย่างหงุดหงิดตอนชินวุฒิยื่นมือมาหยิบถุงกับข้าวหน้าซึม ๆ เขาจึงคว้ามือเด็กชายไว้
ชินวุฒิเงยหน้ามองพ่อน้ำตาไหล“เป็อะไร ทำไมทำอย่างนี้”
เขาแกะมือศานต์ออกดึงมือตัวเองกลับ“พ่อไม่ต้องมายุ่งกับชิน”
“จะมากไปแล้วนะพูดแบบนี้กับพ่อได้ยังไง” ศานต์จับข้อมือเขาไว้อีกคราวนี้จับแน่นจนเป็รอย
“คุณศานต์เดี๋ยวลูกเจ็บหรอก คุณจะคาดคั้นเขาไปทำไมที่เขาเป็อย่างนี้เพราะคุณเอาแต่สนใจพระพายนั่นแหละ ปล่อยลูกฉันนะ”
มือศานต์คลายออกปล่อยลูกกลับไปหาแม่เื่นี้อีกแล้ว ขนาดพระพายไม่อยู่บ้านแล้วนะ
“ถึงพ่อจะไปหาพายแต่ก็ชวนชินไปด้วยทุกครั้งชินไม่ไปพ่อก็ไม่บังคับ พ่อไม่อยู่ชินก็ยังมีแม่อยู่ด้วยพ่อไม่เข้าใจเลยว่าชินมีปัญหาตรงไหน”เขาสบตาคุยกับลูกพยายามใจเย็นและไม่ใส่อารมณ์แล้ว
“ั้แ่มันมาพ่อก็ไม่รักชินเหมือนเดิมพ่อไม่มีเวลาให้ชิน อะไรที่ชินได้มันก็ได้เหมือนชินมันเป็แค่ลูกเมียน้อยทำไมต้องให้มันได้ทุกอย่างเหมือนชิน”
คำพูดของลูกทำศานต์อึ้งไปนานมากเขาหลับตาประคองสติอารมณ์ก่อนลืมขึ้นมองลูกที่ร้องไห้
“ใครว่าพ่อไม่รักชินล่ะ”คุณพ่อที่ถูกลูกน้อยใจยื่นแขนไปโอบเขาเข้ามากอด “พ่อรักชินเหมือนเดิมไม่เคยน้อยลงเลยแต่ก็ดูสิแค่พ่อให้ความรักกับพี่ทำให้ใช้เวลากับชินน้อยลงชินยังน้อยใจขนาดนี้พี่เขาไม่ได้อยู่กับพ่อมาั้แ่เกิดเลยนะ พอได้มาอยู่กับพ่อเขาก็ต้องจากแม่มาอีกชินลองคิดดูสิว่าพี่พายจะเสียใจแค่ไหน”
“ชินไม่สนพ่อต้องเป็ของชินคนเดียวพอมันมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด”
“พ่อรู้ว่าเื่นี้มันใหญ่เกินกว่าที่ชินจะรับไหวแต่ถ้าชินจะโทษใครก็โทษมาพ่อเถอะพี่พายเขาไม่ได้ผิดอะไรถ้าย้อนเวลาได้พ่อก็จะไม่ทำผิดแบบนี้ถึงพ่อจะไม่ได้เป็พ่อของชินคนเดียวแต่ชินก็มีพี่ชายมีคนที่รักชินเพิ่มมาอีกคนไม่ดีเหรอ”
“…”
“คำว่า“มัน ลูกเมียน้อย”มันทำให้ชินเหินห่างกับพี่ ถ้าลืมคำสองคำนี้ไปชินก็จะสนิทกับพี่เขาได้”
“ไม่”เด็กชายยังไม่ยอมรับแถมยังดิ้นออกจากอ้อมกอดผู้เป็พ่อ
ศานต์ถอนหายใจอีกรอบ“เื่พี่พายเอาไว้ก่อนแต่เื่โดดเรียนห้ามทำอีกเข้าใจไหม”
ชินวุฒิกอดอกไม่พูดอะไรศานต์จึงหยิกแก้มเขาด้วยความมันเขี้ยวรู้แล้วว่าตอนนี้เขารับฟังเื่โดดเรียนแต่ทำเป็ไม่ยอมรับเพราะอยากให้ง้อ
“คุณนี่เดี๋ยวลูกเจ็บหรอก”นิลตาไม่ยอมตีมือศานต์ออกแล้วโอบตัวลูกไปนั่งข้างก้มหน้าพูดกับเขาเสียงอ่อนโยน
“แม่ก็ขออย่าทำแบบนี้อีกนะลูก นอกจากจะเสียการเรียนแล้วมันก็อันตรายเพื่อนจะชวนไปไหนไม่รู้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นแม่จะทำยังไงแม่มีแค่ชินคนเดียวนะ” นางว่าพลางแนบแก้มชิดแก้มเขา ชินวุฒิเงยหน้ามองแม่พยักหน้าสองสามที
“แม่พูดถูกแล้วอย่าทำแบบนี้อีก โลกภายนอกมันน่ากลัวกว่าที่คิดมากนะลูก”
“รู้แล้วครับพ่อเลิกพูดได้ยังชินหิว”
ให้ตายสิศานต์สบถในใจพร้อมหัวเราะหมั่นไส้ลูกชาย “โอเคเคลียร์ไปกินข้าวเถอะ” ถึงคุณพ่อจะพูดไปแบบนั้นแต่ไม่รู้คุณลูกเคลียร์ด้วยหรือเปล่าเขาพยักหน้าแบบขอไปทีแล้วเดินถือของกินเข้าครัวไปเลย
พระพายเรียนเสร็จก่อนเที่ยงรีบนั่งแท็กซี่กลับบ้านไปงานวันเกิดพ่ออย่างตื่นเต้นชายหนุ่มเห็นโซนสระว่ายน้ำกำลังวุ่นวายจัดโต๊ะจัดไฟจึงรีบนำของไปเก็บบนห้องเผื่อจะได้มาช่วยอะไรนิลตาบ้าง
ชายหนุ่มเปลี่ยนชุดไม่ทันเสร็จก็ได้ยินเสียงดังกระทบผนังห้องจึงไปเปิดม่านดูชินวุฒิเก็บลูกบาสอยู่สนามหญ้าด้านล่าง
ไม่รู้น้องชายหงุดหงิดอะไรถึงได้โยนขึ้นมาสูงถึงห้องเขาดีที่ถูกแค่ผนังไม่ถูกกระจก เขารีบแต่งตัวให้เสร็จลงไปดูว่าชินวุฒิเป็อะไร
“โยนอย่างนั้นแล้วเมื่อไหร่มันจะเข้าเป้า” กอดอกถามน้องที่กำลังหงุดหงิดจับลูกบาสโยนไปโยนมาแต่ไม่ลงแป้นสักที
“ยุ่ง” เขาตอบพลางโยนบาสใส่พระพายชายหนุ่มรับไว้ได้เลี้ยงลูกบาสต่อทันที จากนั้นก็ส่งเข้าเป้าของมัน
“ดูนะเขาเล่นกันอย่างนี้”เขาเก็บลูกกลับมาแล้วโชว์ฝีมืออวดชินวุฒิที่ยืนโมโหอยู่
“ไม่ดูหมดอารมณ์แล้ว”ตอบแล้วเดินฟึดฟัดชนพระพายเข้าไปในบ้านคนเป็พี่ไม่ยอมแพ้เก็บลูกบาสตามเข้าไปคุยด้วย
“ทำไมวันนี้ไม่ไปโรงเรียน”
“ป่วย” คนขาดเรียนหันมาตอบห้วน ๆส่งสายตาโกรธเคืองไปที่พี่ชาย
“ป่วยเป็อะไร ไปหาหมอแล้วเหรอ แล้วทำไมไม่พักผ่อน”
“อย่ามายุ่งได้ไหม”คนน้องหลับตาชังตอบก่อนวิ่งไปหาผู้เป็แม่ที่กำลังเตรียมงานเขาวิ่งเร็วจนเกือบชนแม่บ้าน หญิงสูงวัยที่ถือของอยู่ใจหายใจคว่ำ
“ไม่เป็ไรใช่ไหมครับคุณป้า” พระพายถามแม่บ้านคนดังกล่าว
“ไม่เป็ไรค่ะป้าแค่ใ”ว่าพลางยกมือข้างหนึ่งทาบอกถอนหายใจ
“วันนี้ชินป่วยเหรอครับทำไมเขาไม่ไปโรงเรียนหรือว่าหยุดเพราะเป็วันเกิดคุณพ่อ”
แม่บ้านทำท่ากลัวๆ นิดหน่อยมองไปทางสวนที่สองแม่ลูกกำลังปลอบกันนางหันมาหาพระพายแล้วป้องปากขึ้น
“หลายวันก่อนทางโรงเรียนส่งจดหมายแจ้งว่าคุณหนูชินโดดเรียนค่ะั้แ่วันนั้นก็ยังไม่หายงอนที่โดนคุณพ่อดุวันนี้คุณศานต์ง้อด้วยการให้หยุดเรียนหนึ่งวันค่ะ”
“แล้วทำไมชินถึงโดดเรียนล่ะครับ”
“ป้าก็ไม่รู้ค่ะแต่คุณหนูพายอย่าบอกคุณตานะคะว่าป้าพูดเื่นี้” แม่บ้านหันไปมองทางนิลตา ถึงกลัวแต่คันปากอยากเล่า
“ไม่ต้องห่วงครับเดี๋ยวพายจะไปดูว่าคุณแม่มีอะไรให้ช่วยไหม”
“จะดีเหรอคะระวังคุณแม่หงุดหงิดนะ”
“ไม่เป็ไรครับชินแล้ว”เขายิ้มให้ป้าแม่บ้านแล้วเดินไปสวนกว้างริมสระว่ายน้ำนิลตากำลังคุยกับชินวุฒิเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขาด้วยความอ่อนโยนพระพายเห็นแล้วคิดถึงแม่ของตน
“จะตามมาอีกทำไม”ชินวุฒิเห็นหน้าเขาแล้วโมโหอีก
“คุณแม่มีอะไรให้พายช่วยไหมครับ”นิลตาถอนหายใจกอดลูกรักแล้วจ้องพระพาย
“รีบกลับมาเอาใจพ่อแกเชียวนะ”
“ขนาดชินยังไม่ไปโรงเรียนเลยนี่ครับ” เขาแกล้งไม่รู้อะไรว่าไปอย่างนั้น
“แกคิดว่าจะแข่งกับลูกฉันได้งั้นเหรอ”
“พายแค่อยากให้คุณพ่อสบายใจที่เห็นพายกับชินดีกันครับ นี่น่าจะเป็ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคุณพ่อ”
“ของขวัญที่ดีงั้นเหรอแต่ฉันว่าแกเป็ฝันร้ายของฉันกับชินมากกว่า”นานแล้วที่ไม่ได้ฟังคำพูดแบบนี้จากนิลตาฟังทีไรหัวใจก็เจ็บจี๊ดแต่ไม่อยากถือสาจนตัวเองเป็ทุกข์ พยายามเข้าใจในมุมของนางไหนจะเื่ชินวุฒิโดดเรียนโดนคุณพ่อดุ ไม่แปลกที่นิลตาจะจงเกลียดจงชังเขา
่หลังศานต์เล่าให้พระพายฟังตลอดว่าชินวุฒิอารมณ์รุนแรงขึ้นไม่ค่อยสนใจเรียน พอเตือนหน่อยก็ตะคอกใส่พ่อหาว่ารักแต่พี่อาจเป็เพราะศานต์เป็ห่วงเขามากพอว่างก็ไปเยี่ยมที่มหา’ลัยทำให้ลูกชายคนเล็กและภรรยาไม่พอใจ
พระพายนึกว่าตนไปอยู่หอพักแล้วสถานการณ์ในบ้านจะดีขึ้นแต่กลับไม่เป็อย่างนั้นเลย เห็นทีเขาต้องเปลี่ยนวิธีคิด
“วันนี้มีแขกเยอะมากเหรอครับคุณแม่จัดโต๊ะเยอะเลย”เขาเปลี่ยนไปคุยเื่อื่นก่อนนิลตาจะหงุดหงิดกว่าเดิม
“ก็ใช่น่ะสิถ้าไม่อยากให้พ่อแกขายหน้าทางที่ดีอยู่แต่ในห้องอย่าออกมา”
“ถ้างั้นพายจะลองไปถามคุณพ่อดูครับว่าอยากให้ทำอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าคุณแม่ไม่มีอะไรให้ช่วยพายไปอ่านหนังสือก่อนนะครับ”ความจริงคือจะไปคิดหาวิธีใหม่ ๆ มารับมือทั้งสองนั่นแหละ