บทที่ 29 วิเคราะห์ผลงานที่ผ่านมา (2)
พี่ผู้จัดการแจ้งพวกเรามาแล้วว่าฝ่ายกลยุทธ์จะประชุมเกี่ยวกับคอนเซปต์ใหม่ของวงเราในสัปดาห์หน้า เขาบอกว่าผมจะมีส่วนร่วมในการวางแผนงานครั้งนี้ด้วย ชอนอีเซอยู่ในวงการมานานหลายปีแล้ว แต่แทบไม่มีใครรู้จักเขาเลย ผมจึงต้องวางแผนในการออกเพลงใหม่ครั้งนี้ให้ดีที่สุด ผมจำเป็ต้องวิเคราะห์การตลาดเพื่อผลักดันวงไคลแมกซ์ให้โด่งดังมากขึ้น เมื่อผมได้ลองวิเคราะห์ดูจริง ๆ เมื่อไหร่ ผมก็คงได้รู้เองว่าเรากำลังขาดอะไรอยู่
"ฉันเตรียมสลัดเป็อาหารกลางวันเอาไว้ให้แล้ว พวกนายจัดการกันเองก็แล้วกันนะ ส่วนนาซอนอู นายก็อย่าแอบกินอะไรแปลก ๆ ล่ะ ถ้าไปออกกำลังกายด้วยกันก็ฝากจับตามองด้วย"
แต่โอเยจุนก็ปฏิเสธขึ้นมาทันที
"กลางวันนี้ผมไม่อยู่ครับ ผมต้องออกไปข้างนอก"
ออกไปข้างนอก? ในจำนวนสมาชิกวงของเรา โอเยจุนน่าจะเป็คนที่ออกไปข้างนอกบ่อยที่สุดแล้ว เขาออกไปบ่อยจนผมเริ่มเป็กังวล
“นายจะออกไปไหนอีกแล้ว?”
"ผมนัดเพื่อนเอาไว้น่ะ ฮ่า ๆ ๆ"
เพื่อนอะไรเจอกันบ่อย ๆ? แต่ไม่ว่าจะเชื่อได้ยากขนาดไหน สุดท้ายผมก็ทำได้เพียงพยักหน้าด้วยความสงสัยเท่านั้น
"เอาเป็ว่าฉันเตรียมอาหารกลางวันเอาไว้ให้แล้วกัน เดี๋ยวตอนเย็นฉันจะกลับมา"
"ฉันเองก็ไม่อยู่เหมือนกัน นาซอนอู นายต้องคุมตัวเองให้ดีนะ"
ผมเตรียมอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้พวกเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผมจัดอาหารกลางวันที่เป็สลัดผักสำหรับ 3 คนใส่ในกล่อง และเมื่อนาฬิกาเดินมาถึงเวลา 11 โมงเช้า ผมก็ออกมาจากหอพักเงียบ ๆ และมุ่งหน้ากลับไปยังคอนโดมิเนียมของตนเอง
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้กลับมาที่นี่สัก 3 สัปดาห์ได้แล้ว
ผมควรจะเรียกที่นี่ว่าบ้าน…แต่ว่าผมไม่คุ้นเคยเลย หอพักรวมกับเพื่อนร่วมวงให้ความรู้สึกเป็บ้านสำหรับผมมากกว่าที่นี่อีก บางทีคงเป็เพราะไม่มีผู้คนคอยส่งเสียงวุ่นวาย มันก็เลยทำให้ผมรู้สึกเหงา ๆ อย่างประหลาด
โชคดีที่ห้องพักของผมยังคงสะอาดหมดจด แสดงว่ามีคนเข้ามาทำความสะอาดให้เป็อย่างดี แถมยังจัดของในตู้เย็นให้ใหม่ด้วย
"เราเองก็ทำอะไรกินบ้างดีกว่า!"
ไม่ว่างานจะสำคัญขนาดไหน แต่กฎแห่งการอยู่รอดก็คือ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ไม่นานหลังจากนั้น กลิ่นเนยก็หอมตลบอบอวล
ผมนำเบคอนวางลงไปบนขนมปังทาเนย ซึ่งนำไปแนบลงบนกระทะไว้แล้ว มันส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ
ผมไม่มีน้ำตาลไอซิ่ง ผมจึงนำแยมราสป์เบอร์รีมาทาลงไปปิดท้าย เพียงเท่านี้ก็อร่อยมากพอแล้ว
นี่สิ รสชาติของชีวิตที่แท้จริง
เวลาที่คนเรารับประทานอาหารเช้า ก็สมควรรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด แต่คนเรามักจะติดรสชาติความอร่อยของอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น นาซอนอู พฤติกรรมการรับประทานอาหารของเขานั้นค่อนข้างติดอาหารรสจัด อย่างหวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด เขาคงไม่มีความสุขเมื่อต้องมากินขนมปังปิ้งแบบผมแน่ ๆ
เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ผมก็เตรียมตัววิเคราะห์ผลงานที่ผ่านมาของวงไคลแมกซ์ การวิเคราะห์เพลงและท่าเต้นค่อนข้างน่าเบื่อ ดังนั้นผมจึงตั้งใจจะวิเคราะห์คอนเซปต์และกระแสตอบรับบนโซเชียลมีเดีย
ผมนำโน้ตบุ๊กออกมาเปิดและนั่งลงที่โต๊ะ
[ซิงเกิลเดบิวต์ของวงไคลแมกซ์ : One week with Your Man]
คอนเซปต์ของเพลงแรกคือความงดงามแสนป่าเถื่อน ตอนนั้น คอนเซปต์นี้กำลังได้รับความนิยมกันอยู่ใช่ไหมนะ?
ทุกคนแต่งหน้าจัดด้วยสีดำเหมือนเอาถ่านมาทาหน้า ซึ่งดูไม่เข้ากับสมาชิกแต่ละคนเลยสักนิด
ผมลองเข้าไปดูตามเว็บไซต์เพลงชื่อดัง จึงได้พบกับการตอบรับที่คาดเดาเอาไว้แต่แรกอยู่แล้ว
[แต่งหน้ากันไม่ได้เื่ ตั้งใจจะเลียนแบบแบล็กโซนใช่ไหมเนี่ย แต่ทำได้ห่างชั้นกันมากเลย...]
[ประธานฮงเสียสติไปแล้วหรือไง? เขาบอกว่าจะเปิดตัววงน้องใหม่ แต่นี่มันก๊อบวง แบล็กโซนชัด ๆ]
[ฉันไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็เพลงที่ออกมาจากค่ายวีแพลจริง ๆ]
อะไรคือวีแพล? ผมรีบกดค้นหาความหมายอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่ามันจะเป็คำที่ชาวเน็ตใช้เรียกชื่อค่ายวีแพลเนต ซึ่งเป็ค่ายต้นสังกัดของวงไคลแมกซ์นั่นเอง
ต่อให้ผมเป็อิมฮยอนซอง ผมก็ยังรู้จักวงแบล็กโซน พวกเขาเป็วงไอดอลที่ดังมากเมื่อ 7 ปีก่อน โดยยึดคอนเซปต์ ‘ผู้ชายอันตรายแสนป่าเถื่อน' จนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ผมถึงกับจำหน้าสมาชิกวงตัวเองที่เพิ่มขึ้นมาอีกสองคนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่ก่อนอื่น ซนซองวอนกับนาซอนอูเป็ผู้ชายหน้าหวาน พวกเขาไม่ใช่แนวผู้ชายอันตรายกล้ามใหญ่แน่ ๆ
แล้วตอนนั้น พวกผู้ชายหน้าหวานหายากอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง? ทำไมบริษัทถึงต้องจับเด็กพวกนี้มาแต่งตัวไม่เข้าท่าแบบนี้ด้วยนะ?
เมื่อสรุปรายละเอียดของซิงเกิลเดบิวต์เสร็จเรียบร้อย ผมก็เลื่อนไปดูข้อมูลของซิงเกิลต่อมา
[ซิงเกิลที่ 2 ของวงไคลแมกซ์ : Beach BooM]
ข้อมูลอย่างเป็ทางการระบุว่าเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาในเดือนสิงหาคม สมาชิกวงทั้งเจ็ดคนสวมใส่เสื้อลายตาข่ายที่เปิดเผยให้เห็นร่างกายท่อนบน
เพื่อนร่วมวงหลายคนสะดุดตาผมอยู่แล้ว พวกเขามีความโดดเด่นโดยที่ไม่ต้องใช้เสื้อตาข่ายพวกนี้เลยด้วยซ้ำ
[ทำไมต้องใส่เสื้อตาข่ายพวกนี้ด้วยนะ]
[ฉันเผลอกดเข้ามาดู ต้องรีบหาอะไรล้างตาตัวเองเลยเนี่ย ค่ายคิดว่าทำถูกต้องแล้วหรือไง]
แน่นอนว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่เป็ไปในทางที่ไม่ดีเลย
ถ้ามองในแง่ดี ก็คงมองได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นว่าไม่มีใครด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย
สำหรับตัวเพลง ผมว่ามันก็เป็เพลงที่เพราะดีอยู่หรอก
แต่คอมเมนต์ในเน็ตพวกนั้น...
ผมตระหนักได้ทันทีว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องพิจารณาอย่างละเอียดเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกปกซิงเกิล
เมื่อถึงซิงเกิลที่ 3 และอัลบั้มเต็ม คอมเมนต์ก็ไม่ดีเอาเสียเลย
สรุปก็คือ ซิงเกิลเดบิวต์ได้รับการตอบรับดีที่สุด ส่วนซิงเกิลที่ 2 ได้รับคอมเมนต์เยอะที่สุดในเชิงที่ผู้คนเข้ามาถกเถียงกัน
และเมื่อถึงซิงเกิลที่ 4 จำนวนสมาชิกในวงก็ลดลงเหลือ 5 คน
มีคอมเมนต์มากมายประท้วงเกี่ยวกับการออกจากวงของสมาชิกทั้งสองคนนั้น
ในที่สุด ก็ได้เวลาที่ผมจะเลื่อนมาดูซิงเกิลล่าสุด ผมเปิดคอมเมนต์อ่านด้วยความตึงเครียดอย่างมาก