“ลุงจางไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจำทางได้ ลุงจางเองก็ดูแลตัวเองด้วย” ฟางหนิงเอ๋อกำตะกร้าสมุนไพรไว้แน่น ถึงเวลาแล้วสินะ...
“อืม ๆ ไม่ต้องห่วง เ้ารีบไปเถิด ข้าก็จะเดินทางต่ออีกสักหน่อย แล้วก็จะหาจุดที่พอจะนอนค้างอ้างแรมได้”
ในที่สุดทั้งสองคนก็แยกทางกัน ฟางหนิงเอ๋อทำท่าเดินตามสายน้ำ หันหลังมาอีกทีลุงจางเดินหายเข้าไปในป่าลึกแล้ว นางหันซ้ายหันขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงเดินไปอีกทางหนึ่ง สาวเท้าก้าวยาว ๆ อย่างเร่งรีบ นางต้องเดินไปให้ถึงจุดหมายก่อนจะค่ำ
ตะวันตกดินแล้ว ในที่สุดฟางหนิงเอ๋อก็มาถึงที่หมาย ซึ่งเป็วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ในป่า นางเดินเข้าไปอย่างคนคุ้นเคยจนไปถึงกระท่อมหลังหนึ่ง ที่อยู่ท้ายวัด
“ฟางหนิงเอ๋อ!!!” เสียงแม่ชีคนหนึ่งะโเรียก
หญิงสาวทั้งสองวิ่งโผกอดกัน น้ำตาไหลนองหน้า
…
ทางด้านบ้านเชิงเขา หวังลู่เอินนั่งกอดอกจ้องมองอาหารตรงหน้า
“นางยังไม่กลับมารึ”
ป้าซูฉีถอนใจ ส่ายหน้าช้า ๆ เป็คำตอบ
“นางคิดว่าคำพูดของข้าเป็เพียงแค่สายลมพัดผ่านหรือไง นี่คงจะขอร้องลุงจางให้พาไปด้วยแน่ ๆ นางคิดว่าในป่าลึกนั่นเป็ที่เที่ยวเล่นรึ?” หวังลู่เอินหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด
“คุณชายไม่ต้องเป็ห่วงนางหรอก ลุงจางเจนจัดเื่เดินป่า คงพานางเอาตัวรอดได้” นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้เห็นคุณชายแสดงอาการหัวเสียเช่นนี้
“ไปเป็ภาระเสียเปล่า ๆ” หวังลู่เอินส่ายหัว นึกในใจ เป็ห่วงลุงจางที่ต้องมีภาระเพิ่มขึ้นต่างหาก
…
ฟางหนิงเอ๋อนั่งคุกเข่าลง ก้มคำนับแทบติดพื้น
“ท่านแม่ชี ข้าขอโทษ...”
“เ้านี่มันโง่เสียจริง คิดปลิดชีวิตตัวเองเช่นนั้นไปได้ยังไงกัน!!!”
“ข้าขอโทษ ที่สิ้นคิด”
แม่ชีดึงตัวฟางหนิงเอ๋อเข้ามากอดแน่น
“ไม่เป็ไร ข้าดีใจมากที่เห็นเ้ายังไม่ชีวิตอยู่ เล่าให้ข้าฟังที เ้าหายไปอยู่ที่ไหน”
แล้วฟางหนิงเอ๋อก็เล่าทุกอย่างให้แม่ชีฟังตามความจริง
“เ้าโชคดี...ที่ไปเจอคนจิตใจดี ท่านเ้าอาวาสก็เป็ห่วงเ้ามากนะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงคืนวันเพ็ญแล้ว และเป็วันที่เ้าครบ 20 ปีด้วย”
“ท่าน...ข้ากลัว นางปีศาจจะมาเอาข้าไปอยู่ด้วยจริง ๆ เหรอ” ฟางหนิงเอ๋อเสียงสั่นเครือ กอดแม่ชีไว้แน่น
“ท่านเ้าอาวาสกับข้า จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ...นอนเถอะ...พรุ่งนี้ข้าจะพาไปหาท่านเ้าอาวาส” แม่ชีพูดออกไป ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะจัดการกับนางปีศาจได้หรือไม่
กลางดึก หวังลู่เอินนอนไม่หลับจึงออกมาเดินเล่น เขาเดินผ่านหน้าห้องยา คืนนี้ไม่มีแสงจากเปลวเทียน...ฟางหนิงเอ๋อ...เ้าละทิ้งหน้าที่คัดตำรางั้นรึ... ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวายใจ...ทำไมไม่เชื่อฟังกันบ้างเลย... ไม่นานนัก สายฝนเริ่มโปรยปราย
...ฝนหลงฤดูรึ... หวังลู่เอิน ยืนกอดอกมองสายฝน พลางคิดถึงผู้สูงวัย กับสาวน้อยที่เข้าไปอยู่ในป่า ...ขอให้ทั้งคู่ปลอดภัยด้วยเถิด...
ในวันรุ่งขึ้น แม่ชีพาฟางหนิงเอ๋อเดินฝ่าสายฝนโปรยปราย ไปพบเ้าอาวาส
“เ้าฆ่าตัวตายไม่สำเร็จหรอก เพราะนางปีศาจ จะขัดขวางทุกทาง” เ้าอาวาสที่นั่งขัดสมาธิ พูดด้วยท่าทีนิ่งสงบ
“จะถึงคืนวันเพ็ญแล้ว ท่านมีวิธีช่วยนางหรือไม่” แม่ชีถามด้วยอาการร้อนใจ
“ในเมื่อไม่มีทางหนี ก็ต้องเผชิญหน้า เมื่อถึงคืนเพ็ญ ให้เ้าพาฟางหนิงเอ๋อมาที่นี่ อาตมาจะลองเจรจากับนางปีศาจเอง” ผู้ทรงศีลหลับตาลงเข้าสู่ภวังค์สมาธิอีกครั้ง
วันนี้โรงบำบัดปิดเร็วกว่าปกติ ด้วยสายฝนที่โปรยปรายไม่ขาดสาย ทำให้ไม่มีคนมารักษามากนัก ป้าซูฉียกอาหารเย็นมาให้คุณชายที่กำลังนั่งอ่านหนังสือ
หวังลู่เอินกินอาหารไปได้เพียงเล็กน้อยก็วางมือ
“อิ่มแล้วเหรอคะ” ป้าซูฉีถาม
“อืม...อิ่มแล้ว”
“คุณชายเป็ห่วง...ลุงจางรึ” ป้าซูฉีไม่อยากจะคิดว่าเป็ห่วงสาวน้อยนั่น
“อืม...ฝนตกไม่หยุดเลย ไม่รู้จะเป็อย่างไรบ้าง” หวังลู่เอินพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ที่ผ่านมาลุงจางก็เข้าป่าไปบ่อย ๆ นี่นา...