ชายหนุ่มแบกร่างของนภันต์ขึ้นมายังห้องส่วนตัวของตนเอง กระซิบกับอีกฝ่ายว่า “นายไม่บอกว่าพักอยู่ที่ไหน จะปล่อยให้นายนอนข้างถนนก็ไม่ได้นี่นา เพราะฉะนั้น คืนนี้พักที่ห้องฉันก็แล้วกันนะ”
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง ทั้งยังตื่นเต้นที่ได้ััความรู้สึกแบบนี้เป็ครั้งแรก
เขาต้องคอยเลียนแบบพี่ชายทุกอย่างจนหัวใจด้านชาไม่รู้สึกรู้สา แม้จะพบเจอคนมากหน้าหลายตาแต่ไม่มีเลยสักคนที่จะทำให้หัวใจของเขาวูบวาบได้ขนาดนี้
ไม่นึกเลยว่าใบหน้าของนภันต์เวลาร้องไห้จะสวยงามตรึงใจจนตัวเขาคิดทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม
ข้างในร่างกายที่โปร่งโล่งเวลานี้เหมือนมีอะไรบางอย่างเติมเต็มจนเ้าตัวอิ่มเอมไปกับความรู้สึกเ่าั้
คนคนนั้นทิ้งนภันต์ไปหาคนอื่น แต่ใจเขากลับอยากคนตรงหน้าและไม่อาจปล่อยวางได้เหมือนเื่อื่น ๆ นับเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าไม่อยากเลียนแบบพี่ชายในเื่นี้เลย
หลังจากวางนภันต์บนเตียงนอนเรียบร้อยแล้ว เขาจึงนั่งลงข้าง ๆ แล้วจ้องมองใบหน้าที่กำลังหลับใหลไม่รู้ตัว “ต้องทำยังไงถึงจะได้เห็นนายร้องไห้อีกนะ”
“...” นภันต์ลืมตาปริบ ๆ มองคนที่กำลังจ้องไม่วางตา น้ำตาเ้ากรรมดันเอ่อคลอเบ้าจนอีกฝ่ายยิ้มกว้างจนอดใจไม่ไหวก้มหน้าลงมาจูบเขาไม่เว้นจังหวะให้หายใจ
“ฉันชอบตอนนายร้องไห้ สวยจริง ๆ” คำพูดนั้นทำให้คนเมาชะงักไปครู่หนึ่งเพราะกำลังงงว่าคนตรงหน้าพูดถึงใครพลางหันซ้ายหันขวา ภาพที่เห็นรอบตัวเลือนรางไปหมด
“ผมเมาจนตายแล้วเหรอ ทำไมตรงนี้มีทูต์ด้วย” นภันต์ยกมือขึ้นลูบใบหน้าอีกฝ่าย “ทำไมถึงฝันเห็นคุณได้ล่ะ”
“...”
“แต่ดีแล้วล่ะที่ไม่ฝันถึงพี่” เ้าตัวสะอื้นไห้ ไม่รู้ตัวเลยว่ายิ่งน้ำตาเอ่อมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกระตุ้นให้หัวใจของจิรายุเต้นแรงมากเท่านั้น “คบกันมาตั้งสามปีแต่ตอนนี้บอกว่าอยากมีลูกเนี่ยนะ นึกว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดชีวิตเสียอีก ความผิดผมใช่ไหมที่มีลูกให้พี่ไม่ได้”
“...” อีกฝ่ายไม่พูดอะไรแต่ไล้นิ้วเช็ดน้ำตาให้อย่างนุ่มนวล
“คุณทูต์ มีพรข้อไหนที่ทำให้ผมลืมเขาได้ไหมครับ” นภันต์ไม่อยากจดจำความเ็ปอีกต่อไปแล้ว “ว่าแต่ ทำไมคุณทูต์หน้าเหมือนคุณจิรายุล่ะครับ”
“เฮอะ” เขาแสยะยิ้ม แล้วบอกนภันต์ว่า “เรียกฉันว่าเจย์สิ”
“...”
“ไม่ใช่จิรายุสักหน่อย” เขาย้ำอีกครั้ง “จำให้ดีล่ะ ชื่อของฉันคือเจย์”
“เจย์”
ครั้นได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองแบบเจาะจงอย่างนั้น เจย์ถึงกับอดทนไม่ไหว ก้มลงจูบที่หางตาของนภันต์ทันที เรียวลิ้นตวัดหยดน้ำตาลิ้มรสพึมพำคนเดียว “หวานนี่นา”
ความเมาของนภันต์ไม่ได้มีแค่นั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่แตะแอลกอฮอล์สักเท่าไหร่นักเพราะต้องทำหน้าที่ดูแลคิรากร แต่ทว่าครั้งนี้ เศร้าใจมากจนคิดว่าถ้าดื่มเหล้าเข้าไปสักหน่อยอาจจะทำให้ลืมความเ็ปไปได้ชั่วคราว
แต่ถึงอย่างนั้นกลับยั้งตัวเองเอาไว้ไม่ได้เพราะต่อให้เมามากแค่ไหนก็ยังคงจดจำทุกเื่ราวได้เหมือนเดิมจนกระทั่งแทบไร้สติอย่างเช่นตอนนี้
เขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อของตัวเองเพราะความร้อนในร่างกายเริ่มระอุขึ้นมาจากฤทธิ์เหล้า ผิวกายสีน้ำผึ้งและกล้ามหน้าท้องได้รูปปรากฏต่อสายตาของเจย์ราวกับยั่วยวนคนตรงหน้า
“หืม” เขาเอียงคอพลางเลิกคิ้วนึกสงสัย เอื้อมมือแตะหน้าท้องนภันต์แล้วแสยะยิ้ม “กำลังยั่วฉันอยู่หรือไง” ก่อนจะคร่อมร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความเร็วแสง
“เปล่านะ” เขาส่ายหน้าเพราะไม่ได้คิดอย่างนั้น
“นี่ นายกำลังฝันอยู่สินะ” จู่ ๆ เจย์โพล่งออกมาแบบนั้นหลอกล่อให้เขาเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เื่จริงแล้วจับหน้าอกกว้างของคนใต้ร่างเต็มสองมือ คลึงจุดแต้มเล็ก ๆ ตรงนั้นเบามือ แต่กระนั้นกลับได้ยินเสียงครางและสีหน้าอีกแบบหนึ่งของนภันต์
“...”
“ตรงนี้ของนายอ่อนไหวจังเลยนะ แค่แตะนิดหน่อยก็แข็งชันแล้ว” เ้าตัวยังคงหยอกล้อตรงหน้าอกของนภันต์ด้วยความชอบใจ และรู้สึกดีที่หัวใจของตัวเองเต้นตึกตักจนแทบะเิออกมา
“...”
“ต่อจากนี้ไป จำไว้ว่านายเป็ของฉันก็พอ นภันต์” สายตาเ้าเล่ห์มองเรือนร่างตรงหน้าแล้วเลียริมฝีปากของตัวเอง ติดเครื่องหมายแสดงความเป็เ้าของให้นภันต์โดยที่เ้าตัวไม่รู้เื่
“ทำอะไรน่ะครับ คุณทูต์” คนเมาเพิ่งตระหนักได้ว่าเสื้อผ้าของเขาถูกถอดออกจนหมดสิ้น ทั้งยังมีััของบางอย่างไล้ด้านหลังของเขา คลึงที่ปากทางเข้าก่อนจะสอดใส่เข้ามาข้างใน
“เตรียมตรงนั้นให้นายไง” เจย์เอ่ยปากแล้วสอดนิ้วชี้กับนิ้วนางเข้าไปเพิ่ม ขยับเข้าขยับออกราวกับควานหาอะไรบางอย่างข้างใน
“คุณทูต์” นภันต์เรียกคนตรงหน้าแบบนั้นเพราะคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป ร่างกายได้สัดส่วนสั่นระริกเพราะเจย์จงใจกดจุดอ่อนไหวข้างในย้ำ ๆ
“บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้เรียกฉันว่าเจย์” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยกับนภันต์ “เรียกฉันสิ”
“...”
คนเมากำลังงงงวยและสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดตอนนี้คือเื่จริงหรือเื่ฝันแต่ความรู้สึกนั้นมันดีมากจนเขาอธิบายไม่ถูก เวลานี้ภาพที่เห็นมีแต่ใบหน้าของเจย์
“ฝันนั่นแหละ คนอย่างเจย์จะมาสนใจอะไรผมล่ะ” เขาสรุปให้ตัวเอง แล้วนึกเขินอาย “แต่ทำไมถึงฝันอะไรแบบนี้ล่ะ ถ้าตื่นขึ้นมา ผมจะมองหน้าเขาได้ยังไง”
เจย์ได้ยินแบบนั้นหัวเราะลั่น “คราวหลังอย่าดื่มเหล้าจนเมาเละแบบนี้นะ ห้ามไปดื่มกับใครด้วยถ้าไม่ใช่ฉัน”
“...” เ้าตัวทำตาปริบ ๆ แล้วเม้มปากแน่น
“นายอยากรู้ใช่ไหมว่าฉันสนใจอะไรในตัวนาย” คำถามมีเลศนัยทำให้คนตรงหน้าตอบไม่ถูก “ฉันชอบตอนนายร้องไห้เพราะมันทำให้หัวใจของฉันเต้นแรง ยิ่งนายร้องมากแค่ไหน ยิ่งเห็นน้ำตาของนาย ตรงนั้นฉันมันก็แข็งจนทนไม่ไหวแล้ว”
สายตาของนภันต์มองสิ่งที่ชูชันเหนือร่างของตัวเองพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ คนตรงหน้าอ้าขาทั้งสองข้างของเขาออกแล้วขยับเข้าใกล้ ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปข้างในทีละนิดอย่างอ่อนโยนแม้ใจจริงอยากจะกระแทกเข้าไปให้หนำใจ
พอได้ลองขยับหลายครั้งเข้า เขาจึงได้เห็นสีหน้าอีกแบบของนภันต์
“อ๊ะ ดีจัง...” นภันต์เผลอหลุดปาก ทุกครั้งที่เจย์ขยับ เขารู้สึกเหมือนว่าสิ่งนั้นมันเข้าไปลึกจนถึงจุดััจนน้ำตาไหลออกมาราวกับร้องไห้ “ตรงนั้น รู้สึกดี... อ๊า”
เจย์แสยะยิ้มรู้วิธีทำให้นภันต์หลั่งน้ำตาจึงยิ่งเน้นย้ำตรงจุดอ่อนไหวภายใน เร่งรอบถี่ขึ้นจนคนใต้ร่างเสียวซ่านร่างกายสั่นระริก น้ำตาไหลเอ่อเพราะรู้สึกดี ด้านหลังนภันต์บีบรัดแก่นกายของเขาจนเ้าตัวปลดปล่อยออกมาจนล้น
เหตุการณ์ต่อจากนั้น นภันต์แทบจำไม่ได้แล้วและสติเลือนรางไปทุกขณะ สุดท้ายภาพจึงตัดไปโดยไม่รู้ตัว
หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง เจย์มองผลงานของเขาบนร่างเปลือยเปล่าของนภันต์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รอยแดงที่ประดับตามลำคอ หน้าอก หน้าท้อง ท่อนขา และส่วนอื่น ๆ กระจายไปทั่วราวกับป้ายน้ำลายจองว่าคนตรงหน้าเป็ของเขาโดยสมบูรณ์เพราะไม่เหลือที่แห่งไหนว่างให้ใครมาทำรอยได้อีก
เจย์เอนตัวลงนอนข้างกายของของเขาหลังจากทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย แขนสองข้างเอื้อมไปกอด คลอเคลียราวกับกับหลงใหลสิ่งที่เป็ของตนเอง
“ไม่อยากให้เื่ของเราจบแค่นี้เลย ฉันต้องทำยังไงนายถึงจะเป็ของฉันจริง ๆ บอกฉันหน่อยสิ รู้ไหมว่าฉันรู้สึกแบบนี้เป็ครั้งแรก ฉันเลยไม่รู้จะทำยังไง นายช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมนภันต์”
เขาเอ่ยกระซิบกับคนที่ไม่รู้ตัวอยากรู้คำตอบแต่เหมือนกับว่าวันนี้จะใช้พลังงานเยอะเกินไป เปลือกตาของเจย์จึงค่อย ๆ ปิดลงทีละนิดผล็อยหลับไปทั้ง ๆ ที่กำลังกอดนภันต์เอาไว้ราวกับกลัวว่าตื่นมาแล้วคนในอ้อมกอดจะหายไป