บทที่ 17 เ้าช่างไร้มนุษยธรรมจริง ๆ
สองคนเดินมาที่โต๊ะหิน วางมือลงบนโต๊ะพร้อมกัน แม้ว่ามือของหลี่เต้าจะไม่เล็ก แต่เมื่อเทียบกับมือใหญ่ของเ้าั์แล้วก็ดูเล็กไปถนัดตา
"สู้ ๆ" แม้จะรู้ว่าโอกาสชนะนั้นมีน้อย แต่เสิ่นซานยังเข้าไปให้กำลังใจหลี่เต้าอยู่ด้านข้าง ถึงอย่างไรก็ควรพูดในแง่ดีมากกว่าแง่ร้าย
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเป็ผู้ตัดสินเอง" เว่ยอวิ๋นก้าวมาข้างหน้า จับมือทั้งสองคนไว้ แล้วประกาศ
"เริ่ม!"
หลี่เต้าและเ้าั์ต่างออกแรงพร้อมกัน
ในชั่วขณะถัดมา หลี่เต้ารู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ส่งผ่านมาจากข้อมือ
เพียงชั่วครู่ มือของเขาก็ถูกกดลงไปอีกด้านหนึ่ง เขาสูดลมหายใจลึก กล้ามเนื้อพองขึ้นตามมาด้วยเส้นเืที่ปูดโปน มือทั้งสองข้างค้างอยู่กลางอากาศ
เ้าั์ออกแรงกดลงไม่ได้ หลี่เต้าก็ไม่สามารถต้านทานได้ชั่วคราว
พละกำลังที่มากกว่าคนทั่วไปสิบเท่ายังไม่อาจเอาชนะเ้าั์ได้ ต้องยอมรับว่าพละกำลังนี้เป็พร์ที่หาได้ยากยิ่ง มือของทั้งสองคนค้างอยู่กลางอากาศ ไม่มีใครทำอะไรได้
อาจเป็เพราะแรงที่ทั้งสองปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ กระทบไปยังโต๊ะหิน
ทุกคนจึงเห็นว่าโต๊ะหินเริ่มสั่นะเื รอยแตกหลายสายปรากฏขึ้นโดยมีข้อศอกของทั้งสองเป็จุดศูนย์กลาง
จู่ ๆ โต๊ะหินก็แตกออกพร้อมกับเสียงดังกึก! ทั้งสองละมือออกจากกันโดยสัญชาตญาณ ทิ้งไว้เพียงเศษหินที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น
"จะตัดสินอย่างไรดี?" เสิ่นซานรีบหันไปถามเว่ยอวิ๋น
"เื่นี้น่ะหรือ..."
เว่ยอวิ๋นรู้สึกลำบากใจอยู่ครู่หนึ่ง
ในตอนนั้นเองเ้าั์ที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยปากขึ้นมา เขามองไปทางหลี่เต้าพลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำว่า "เ้าเก่งมาก ข้ายอมรับในตัวเ้า"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินไปยืนเหม่อลอยอยู่ริมกำแพง
เมื่อเสิ่นซานได้ยินคำพูดนั้นก็ดีใจทันที เขาหันไปพูดกับเว่ยอวิ๋นว่า "นับได้ว่าพวกเราทั้งห้าคนเห็นด้วยแล้วกระมัง"
หลี่เต้าส่ายหน้าแล้วเดินไปอีกด้านโดยไม่พูดอะไร
เว่ยอวิ๋นมองเสิ่นซานพลางยิ้มบาง ๆ กล่าวว่า "ข้าบอกั้แ่แรกแล้วไม่ใช่หรือ จุดประสงค์ที่มาวันนี้เพื่อเชิญพวกเ้ามาช่วยค่ายเว่ยอู่ของพวกข้า ทำไมข้าจะไม่เห็นด้วยเล่า"
"ช้าก่อน!" เสิ่นซานขมวดคิ้ว "ในเมื่อท่านเป็คนเชิญพวกข้า เช่นนั้นท่านก็ควรจะเกลี้ยกล่อมพวกข้าไม่ใช่หรือ?"
"ใช่แล้ว"
"เหตุใดพวกเราถึงต้องพยายามโน้มน้าวด้วยตัวเองเช่นนี้"
"ใครจะไปรู้เล่า?"
เสิ่นซานหันกลับไปมองหน้าหลี่เต้าที่ดูไม่ได้แปลกใจอะไรเลย จึงถามว่า "เ้าคงเดาได้ั้แ่แรกแล้วกระมัง?"
"อืม"
ที่จริงแล้วหลี่เต้าเดาได้ั้แ่ตอนที่เสิ่นซานเดินกลับมา การแสดงละครไม่ต่างอะไรกับแม่ทัพเ้าเล่ห์ที่หลอกล่อชายวัยกลางคนน่ารังเกียจ
เสิ่นซานเกาศีรษะพลางกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า "เหตุใดท่านถึงไม่บอกพวกข้าเล่า?"
หลี่เต้าชี้ไปที่คนบ้าที่อยู่ข้าง ๆ "เ้าเคยให้โอกาสข้าได้บอกเ้าดี ๆ หรือไม่?"
เสิ่นซานทำหน้าเขินอายเพราะดูเหมือนว่าั้แ่ต้นจนจบ มีแต่เขาที่ก่อเื่วุ่นวาย
หลี่เต้าไม่ได้ใส่ใจกับเื่นี้แล้ว
เมื่อต้องร่วมงานกัน เขาต้องทดสอบความสามารถของ 'สหาย' เหล่านี้เสียหน่อย
เมื่อเื่ราวชัดเจนแล้ว เสิ่นซานก็ไม่ได้โง่ เพียงครุ่นคิดเล็กน้อยก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว
"เ้าช่างไร้ความเป็มนุษย์จริง ๆ" เขากล่าวกับเว่ยอวิ๋น
...
หนึ่งก้านธูปผ่านไป ทั้งห้าคนนั่งรวมกัน
เสิ่นซาน ชายชราและเ้าั์นั่งลงอย่างสงบ ไม่มีอะไรผิดปกติ มีเพียงคนบ้าด้านข้างที่พยายามก่อความวุ่นวาย
แต่สุดท้ายก็ต้องสงบลงภายใต้สายตาเพียงแวบเดียวของหลี่เต้า
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เว่ยอวิ๋นยิ้มบาง ๆ กล่าวว่า "เหมือนที่ข้าได้กล่าวไว้ั้แ่แรก ข้าขอให้พวกเ้าทั้งห้าช่วยจัดการเื่สามเื่ของค่ายเว่ยอู่ ทั้งสามเื่ไม่มีภารกิจที่ต้องตาย หลังจากเสร็จสิ้นทั้งสามเื่ ข้าจะคืนบ้านและให้อิสรภาพแก่พวกเ้า เงื่อนไขไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?"
"ไม่..."
เสิ่นซานกำลังจะพูดว่าไม่มีปัญหา แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รีบเอามือปิดปากตัวเอง สายตามองไปทางหลี่เต้าอย่างระมัดระวัง "ข้าขอถามหน่อย คำพูดของคนผู้นี้ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?"
หลี่เต้าชำเลืองมองเสิ่นซานแล้วพูดช้า ๆ "ไม่มีปัญหา"
"เฮ้อ" เว่ยอวิ๋นมองหลี่เต้าแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ "ถ้าเ้าไม่ได้ฉลาดมากขนาดนี้ก็คงจะดี"
หากไม่ใช่เก้าห้าสองเจ็ดที่อยู่ตรงหน้า เงื่อนไขที่เขาเสนอคงไม่ง่ายดายเช่นนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย "เก้าห้าสองเจ็ด เ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเ้ารู้ขีดจำกัดสามเื่ของข้าได้อย่างไร"
"ข้าไม่รู้หรอก"
"หากไม่รู้ แล้วเหตุใดเ้าจึงพูดเช่นนั้น?"
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เต้าก็ยักไหล่พลางกล่าวว่า "นี่แค่การต่อรองตามปกติ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อข้าพูดว่าสามเื่ ท่านก็จะตกลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้"
"ข้า..."
เมื่อเห็นสีหน้าจริงใจของเก้าห้าสองเจ็ด เว่ยอวิ๋นก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"ฮ่า ๆ ๆ เ้าก็มีวันที่ถูกคนอื่นหลอกเหมือนกันสินะ"
เสิ่นซานหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
เมื่อได้สติกลับมา เว่ยอวิ๋นสูดหายใจลึก มองหน้าหลี่เต้าแล้วกล่าว "เ้าหลอกข้า?"
หลี่เต้ายิ้มบาง "ท่านแม่ทัพเว่ยอย่าได้ถือสา นี่เป็เพียงการหยอกล้อเท่านั้น"
เว่ยอวิ๋นไม่ได้โกรธ กลับแย้มยิ้มอย่างพอใจ "ดูท่าหัวหน้าหลิวจะไม่ได้เลือกคนผิด เ้าเป็คนฉลาด เหมาะที่จะเป็หัวหน้าของพวกเขาจริง ๆ"
เว่ยอวิ๋นล้วงสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้หลี่เต้า
"นี่คืออะไร?"
"สมุดทะเบียน ข้างในมีข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาทั้งสี่คน แต่ไม่รวมของเ้า"
"เหตุใดจึงไม่มีข้อมูลของข้า?"
"เ้านั้นแตกต่างจากพวกเขา ข้อมูลของเ้าถูกลบทิ้งไปหมดสิ้น สำหรับคนภายนอกแล้วเ้าเป็เพียงคนตาย ส่วนพวกเขาทั้งสี่คนนั้น เพราะมีความพิเศษจึงถูกบันทึกไว้ในทะเบียนแล้ว"
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เว่ยอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "พูดตามตรง ด้วยความสามารถของเ้าควรจะถูกบันทึกไว้ในทะเบียนด้วย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีข้อมูลหลงเหลืออยู่เลย"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เต้าพอจะเข้าใจบ้างแล้ว อีกทั้งโอกาสที่จะออกจากค่ายนักโทษปะานั้นมีน้อยมาก ดังนั้นการลบทะเบียนราษฎร์จึงไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เพราะผลลัพธ์สุดท้ายคือ เมื่อคนตายทะเบียนก็หายไป
ส่วนนักโทษปะาอย่างเสิ่นซานนั้นมีฝีมือเหนือกว่าคนทั่วไป จึงถือว่าเป็กรณีพิเศษที่หายาก
แม้จะพูดว่า เมื่อเข้าค่ายนักโทษปะาแล้วจะถูกลบทะเบียนราษฎร์ แต่เพราะความพิเศษของพวกเขา ข้อมูลบางส่วนจึงยังคงถูกเก็บไว้
ส่วนเื่ของเขาถือเป็กรณีพิเศษโดยบังเอิญ หากไม่ใช่เพราะระบบ ตอนนี้เขาคงตายไปั้แ่ภารกิจนักโทษปะาครั้งแรกและคงไม่มีทางได้เข้าร่วมกลุ่มพิเศษห้าคนนี้
หลี่เต้าหยิบสมุดทะเบียนขึ้นมา พลิกเปิดหน้าแรก เนื้อหาด้านในปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา
ชื่อ: เสิ่นซาน
เพศ: ชาย
อายุ: 36
ความผิด: ลักทรัพย์ ขู่กรรโชก ลักพาตัว
วรยุทธ์: ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับหก
รายละเอียด: เชี่ยวชาญวิชาตัวเบา อาวุธลับ การไขกุญแจและกลไก
เสิ่นซานเข้ามาดูอย่างใกล้ชิด แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า "พวกเ้าทำผิดแล้วกระมัง ข้าเป็ยอดโจรผู้เลื่องชื่อ ข้าเคยไปลักพาตัวผู้ใดกัน?"
เว่ยอวิ๋นกล่าวเรียบ ๆ "ครั้งสุดท้ายที่เ้าขโมยของ เ้าเคยจับเด็กคนหนึ่งมัดไว้หรือไม่?"
เสิ่นซานเบิกตากว้าง "ข้าไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะโผล่มา ข้าแค่มัดเขาไว้ไม่ให้ส่งเสียงดัง นี่จะเรียกว่าลักพาตัวได้อย่างไร?"
เว่ยอวิ๋นเงยหน้าขึ้นพลางยิ้มพูดว่า "แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมโจรขโมยอย่างเ้าถึงต้องมาอยู่ในค่ายนักโทษปะาแห่งนี้?"
เสิ่นซานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "หรือว่าเป็เพราะเด็กคนนั้น?"
"อืม เด็กคนนั้นคือน้องเขยของฮ่องเต้ หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้เ้าก็แค่โจรขโมยธรรมดาคนหนึ่ง คงไม่มีค่าพอให้องครักษ์เสื้อแพรต้องลงมือกับเ้าหรอก"
น้องเขยของฮ่องเต้?
เสิ่นซานรู้สึกราวกับพังทลายลงในทันที ส่วนหลี่เต้าที่อยู่ด้านข้างไม่ได้สนใจการสนทนาของคนทั้งสอง เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเว่ยอวิ๋นถึงได้มอบสิ่งนี้ให้แก่เขา เห็นได้ชัดว่าตามที่เว่ยอวิ๋นกล่าว เขาต้องเป็หัวหน้าของคนทั้งห้า
เมื่อมองดูคนสี่คน เขารู้สึกว่าการเป็หัวหน้าครั้งนี้คงไม่ใช่เื่ง่ายเลย