เสวี่ยเฟิ่งตามบ่าวรับใช้ผู้นั้นออกมาก่อนเอ่ยถามว่า "ผู้ใดให้เจ้าส่งกระดาษแผ่นนี้ให้ข้า"
บ่าวตอบว่า"เป็นแม่นางท่านหนึ่งขอรับ บนหน้ามีรอยแผลเป็นนางบอกว่าจะรอพบท่านที่แม่น้ำเป่ยโหวทางใต้ของเมือง"
ฟังจบ เสวี่ยเฟิ่งอดขมวดคิ้วไม่ได้ในข้อความมีเพียงสองคำคือ 'ช่วยข้า' จะให้เขาไม่ไปก็ไม่ได้แม้ในใจจะรู้สึกขุ่นเคืองนางอยู่ ทว่าก็ไม่อยากเห็นนางได้รับอันตรายดังนั้นจึงเป็นความขัดแย้งในใจที่น่าหงุดหงิดอย่างมาก
กระดาษในมือถูกขยำทิ้งรอครู่ต่อมาเขาจึงคลายมือออก บอกให้บ่าวผู้นั้นนำกระดาษไปเผาไฟ
เสวี่ยเฟิ่งตามไปดูก็เห็นว่าบ่าวผู้นั้นกำลังเช็ดเลือดกำเดาอยู่เกรงว่าข้อความนี้จะมาจากหลินหลานหรูจริงๆ
แปลกเกินไปแล้ว...
ก่อนออกจากโถงจัดงานเลี้ยงเสวี่ยเฟิ่งเห็นสายตามาดร้ายของจื่อเหวิน ทว่าหลินหลานหรูไม่มีทางปล่อยให้ใครเข้าถึงตัวนางได้ง่ายแล้วจะประมาทให้ใครหยิบของส่วนตัวมาใช้ได้อย่างไรกระดาษก็เคลือบยาพิษที่เป็นของนาง ลายมือก็เป็นของนางหรือหากมีเรื่องที่นางต้องการพูดกับเขา ในงานเลี้ยงคงจะเข้าหาตรงๆ ไม่ได้ทางเดียวคือส่งคนเข้ามา
สตรีที่มีรอยแผลเป็นบนหน้า?
ตรองดูแล้ว ต่อให้เป็นแผนลวงเขาก็ต้องไปที่นั่น
เสวี่ยเฟิ่งเดินดูรอบๆ คฤหาสน์เมื่อไม่พบหลินหลานหรู เขาจึงหลบบรรดาองครักษ์ขององค์ชายรองออกจากคฤหาสน์สกุลซือ
คฤหาสน์สกุลซือตั้งอยู่ทางเหนือดังนั้นกว่าจะควบม้ามาถึงแม่น้ำเป่ยโหวบนถนนทางใต้จึงต้องใช้เวลาพอสมควร
ระหว่างทางเขาคิดทบทวนถึงนิสัยของหลินหลานหรูทั้งชาติก่อนและชาตินี้ดังนั้นจึงเอะใจเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
หลินหลานหรูกำลังทำภารกิจ?
ตอนที่อยู่ในบ้านของห้าวซือนางเคยบอกเขาว่านางกำลังทำหน้าที่คุ้มครองจื่อเหวินแม้จะไม่ได้บอกว่าภารกิจของจื่อเหวินคืออะไร แต่นางจะทิ้งจื่อเหวินไว้ในงานแล้วออกจากคฤหาสน์หรือ
ที่สำคัญคือ จะหลี่ถิงในชาติก่อนหรือหลินหลานหรูในชาตินี้ ...นางเป็นพวกขี้ระแวง
ทันทีที่เสวี่ยเฟิ่งตระหนักได้ถึงเรื่องทั้งหมดคิดจะถอยหลังกลับก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเขาพบสตรีนางหนึ่งขวางอยู่กลางถนน
สตรีที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า
แน่นอนว่าหลินหลานหรูไม่ได้ส่งข้อความใดให้เสวี่ยเฟิ่ง
อีกทั้งนางบอกแล้วว่าจะรอจื่อเหวินทำภารกิจเสร็จถึงจะตามสิบเก้ากับสี่สิบเอ็ดไปยังถนนทิศใต้ของเมืองซึ่งไม่ได้ระบุชัดว่าพบกันที่แม่น้ำเป่ยโหว
เพราะหลังจากที่รู้ที่อยู่ของหมายเลขหนึ่งชัดแล้วสิบเก้าจะส่งสัญญาณบอกนางอีกที
ดังนั้นก่อนที่จื่อเหวินจะออกมาร่ายรำบังเอิญเฉิงอิ้นกลับเข้ามา หลินหลานหรูจึงออกจากเรือนส่วนหน้าเพื่อหาที่ลับตาคนฟังเฉิงอิ้นรายงาน
"สี่วันก่อนดูเหมือนสตรีที่ท่านให้ข้าตามหาจะเคยมาที่นี่มีคนเห็นนางกับคุณหนูจื่อพูดตกลงบางอย่างกันขอรับ"
นัยน์ตาหลินหลานหรูเข้มขึ้น"ตอนนี้นางอยู่ที่ใด"
"คนของฮวาสิบสองกลีบเห็นนางอยู่ที่แม่น้ำเป่ยโหวไม่แน่ใจว่ามีแผนการใด" เฉิงอิ้นพูด
หลินหลานหรูรู้สึกหวั่นใจนางเอะใจตั้งแต่ที่เห็นแววตาของจื่อเหวินซึ่งมีลับลมคมในแล้วตอนที่นางออกมาจื่อเหวินกำลังจะร่ายรำ หากคาดไม่ผิดหญิงงามจะอาศัยช่วงที่ตนเองร่ายรำในเพลงที่สอง โปรยพิษอาบสุราลืมเลือน
พิษนี้ถูกปรุงขึ้นมาพิเศษยากที่คนทั่วไปจะหาทางถอน มันไร้สีก็จริง แต่กลิ่นหอมราวกับบุปผชาติหากอยู่บนตัวสตรีจะไม่ผิดสังเกต ออกฤทธิ์ร่วมกับสุราหากไม่ใช่สุราจะไม่เกิดผลทางพิษ หลังดื่มร่วมกับสุราไปแล้วหนึ่งเค่อแรกจะเกิดภาพหลอน จากนั้นก็หมดสติ รออีกเจ็ดวันก็ตาย
"คุณหนู"
หลินหลานหรูเงยหน้าขึ้นมองเฉิงอิ้นทว่าหลินหลานหรูไม่ได้พูดอะไรก็รีบกลับไปที่ห้องจัดงานเลี้ยงโดยมีเฉิงอิ้นตามมาด้วย เป็นช่วงที่จื่อเหวินร่ายรำจบเพลงพอดี แต่ในห้องกลับมีคนอยู่ไม่ครบ
ก่อนหน้านั้นหลินหลานหรูเข้าไปใกล้มากไม่ได้มุมที่นางเห็นจากด้านนอกจึงมีแค่องค์ชายรัชทายาทกับเสวี่ยเฟิ่งเท่านั้น
ตอนนี้เสวี่ยเฟิ่งหายไปแล้ว!
ทันใดนั้นองค์รัชทายาทลุกขึ้นยืนปรบมือกล่าวคำชื่นชมให้จื่อเหวิน เขาเพิ่งพูดไปสองประโยคก็ล้มหมดสติทั้งห้องเกิดความโกลาหล
หลินหลานหรูรีบสั่งความกับเฉิงอิ้น"ตามหาตัวเสวี่ยเฟิ่งให้ข้า เกรงว่าเขาจะถูกแผนลวงให้ออกไปข้างนอกแล้ว"
เฉิงอิ้นรับคำ
เมื่อหลินหลานหรูหันกลับเข้ามาในห้องจัดงานเลี้ยงอีกครั้งองค์ชายรองชักกระบี่อ่อนจ่อที่คอของจื่อเหวินอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้หลินหลานหรูไม่แปลกใจเจิ้งเสวี่ยหมิงน่าจะรู้เบื้องหลังของจื่อเหวินนานแล้ว
ดังนั้นคนที่อยู่ในห้องโถงจึงตกใจแตกตื่นองค์ชายสามสั่งให้ทหารคุมตัวพวกเขาทั้งหมดไว้รอสอบสวนอีกห้องโถงหนึ่งส่วนจ้าวมู่อวิ๋นกับหลินหลงอวี้ช่วยกันดูอาการขององค์รัชทายาท
หลินหลงอวี้ใช้ปลายนิ้วสัมผัสเศษผงบนโต๊ะกลิ่นของมันหอมฉุนมาก "กลิ่นหอมเช่นนี้ คงเป็นพิษอาบสุราลืมเลือน"
หลินหลงอวี้เป็นคนเดียวในกลุ่มที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษตั้งแต่หลินหลานหรูน้องสาวของเขาเกิดมา เขาก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกนางใช้ให้ทดลองพิษดังนั้นร้อยพิษจึงไม่อาจกล้ำกราย ภายหลังคิดถึงหลินหลานหรูจึงหยิบตำราหมื่นพิษจากหีบสัมภาระของนางออกมาอ่านบ่อยๆ
ส่วนจ้าวมู่อวิ๋นนั้นคุ้นเคยกับพวกสายลับ ย่อมสามารถแย่งออกว่าพิษนี้มาจากคนกลุ่มใด"พิษอาบสุราลืมเลือนมีแต่สายลับพรรคมารที่เรียกตนเองว่าผีราตรีเท่านั้นที่ใช้"
พริบตาเดียวภายในห้องโถงก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเนื่องจากถูกทหารคุมตัวออกไปแล้ว
แม้แต่หลินหลานหรูก็ไม่อาจอยู่นานนางเดินจากมา แต่ไม่ได้ไปไหนไกล หามุมมืดแอบฟังความเคลื่อนไหวด้านใน
จื่อเหวินเชิดหน้ายืนนิ่งนัยน์ตากลมโตกลับวูบไหวไม่มั่นคง
องค์ชายรองยิ่งกดเสียงต่ำขู่ให้นางส่งยาถอนพิษออกมา
"มู่อวิ๋น พิษนี้ร้ายแรงหรือไม่หากเซียงอี๋ตายขึ้นมา เกรงจะมิอาจหยุดสงครามระหว่างแคว้นได้แล้ว"องค์ชายสามมีสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย แม้แต่ตัวเขาก็จะพลอยถูกเสด็จพ่อตำหนิไปด้วย
"หากไม่ได้ยาถอนพิษภายในเจ็ดวันเกรงจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้"
หลินหลงอวี้พลันคิดถึงน้องสาวขึ้นมาหากเป็นนาง คงถอนพิษนี้ได้ไม่ยาก เสียดายที่เขาไม่รู้ว่าตอนนี้นางอยู่ที่ใดจึงจนใจจะเอ่ยให้ความหวังว่ายังมีทางออก
"ข้าไม่มียาถอนพิษ!" ยามนี้จื่อเหวินตระหนักได้เป็นอย่างดีหากนางคิดปฏิเสธก็ไม่ช่วยอะไร ในเมื่อบนตัวของนางมีกลิ่นหอมของพิษนี้อยู่เพียงแต่ไม่คิดว่าในจำนวนบุรุษเหล่านี้จะมีคนที่คุ้นเคยกับพิษของพรรคมารถึงสองคน
"เจ้า!"เส้นเลือดบนหลังมือขององค์ชายรองนูนขึ้นเป็นรอยเขียว ไฟโทสะในใจกำลังพวยพุ่งองค์รัชทายาทคือสหายของเขายิ่งได้ยินว่าเหลือเวลาอีกเจ็ดวันหากไม่ได้ยาถอนพิษก็จะตายจะให้เขาทนใจเย็นได้อย่างไร ที่อดกลั้นไม่เด็ดศีรษะสตรีนางนี้ก็เกินพอแล้ว
"เดิมทีสายลับพวกนี้มีไว้เพื่อทำภารกิจสังหารคนจะพกยาถอนพิษได้อย่างไร" จ้าวมู่อวิ๋นพูด กล่าวอีกว่า"ต่อให้ทรมานนางจนตายก็ไม่ได้ยาถอนพิษ"
หลินหลงอวี้จึงลูกขึ้นยืน"ในแคว้นตู๋ฝางมีหมอพิษอยู่หลายคนที่มีความสามารถเรื่องพิษพิสดารกระหม่อมพอจะรู้จักที่อยู่ของเขาหากส่งคนออกไปเชิญตอนนี้ เกรงว่าจะกลับมาทันก่อนวันที่เจ็ดพ่ะย่ะค่ะ"
"ทหาร! ส่งคนออกไปตามหมอพิสดารผู้นั้นมา!"องค์ชายรองตะโกนสั่ง กระบี่อ่อนในมือกดลึกบนลำคอจื่อเหวินข้ารับใช้ต่างไม่เคยเห็นองค์ชายรองเดือดดาลเช่นนี้มาก่อน จึงยิ่งสั่นผวาแม้แต่จื่อเหวินยังเผลอขบริมฝีปากที่สั่นระริก
เจิ้งเสวี่ยหมิงมีสีหน้าดำมืดเค้นคำพูดว่า "ในเมื่อนางไร้ประโยชน์เช่นนี้ ก็ให้ฆ่าทิ้งซะ!"
จื่อเหวินผงะได้ยินจ้าวมู่อวิ๋นพูดเสริม "สายลับล้วงข้อมูลอะไรไม่ได้อยู่แล้วทรมานไปก็เสียสุขภาพจิต หากองค์ชายรองอยากฆ่าทิ้ง กระหม่อมก็ไม่ขัดพ่ะย่ะค่ะ"
ในห้องโถงยังมีคณะทูตที่ติดตามมาพร้อมกับองค์รัชทายาทอยู่หลายคนคนหนึ่งไม่เห็นด้วย เขาแสดงเจตจำนงว่าต้องการตัวสายลับนางนี้ไปสอบสวนเองแต่เหมือนองค์ชายรองจะไม่ได้ยิน
จื่อเหวินไม่ใช่สายลับที่ถูกฝึกมาให้พร้อมฆ่าตัวตายเพื่อเสียสละนางเป็นสายลับระดับสูง มีหรือจะยอมตาย หากจะเผยข้อมูลลับเพื่อใช้ต่อรองขอชีวิตเช่นนั้นนางจะกลายเป็นคนทรยศพรรคทันที ท้ายที่สุดก็ถูกตามล่า
ด้วยเหตุนี้จื่อเหวินจึงร้องขึ้นว่า "ช่วยข้า! แล้วข้าจะบอกว่าคนรักเจ้าอยู่ที่ใด!"
หลินหลานหรูแอบฟังอยู่จื่อเหวินจนหนทางแล้ว
ความจริงนั้นหลินหลานหรูไม่จำเป็นต้องรอให้จื่อเหวินใช้เรื่องนี้มาต่อรองกับนางในเมื่อจื่อเหวินพูดเช่นนี้ ก็เป็นที่แน่ชัดว่าเสวี่ยเฟิ่งไม่ปลอดภัย
ในใจหลินหลานหรูคิดว่า...เจ้าคิดไม่ซื่อกับข้าก่อนเหตุใดข้าต้องช่วยเจ้า นิ้วเท้าเป็นของข้า ข้าย่อมรักษาไว้ได้อยู่แล้ว
หลินหลานหรูไม่มีความลังเลหากนางปรากฏตัว ก็ไม่แน่ว่าจะช่วยหญิงงามได้
ทันทีที่จื่อเหวินเปิดปากพูดก็กลายเป็นคนคิดการไม่รอบคอบแล้วนางถูกองค์ชายรองตวัดกระบี่สังหารทันที
ทูตจากแคว้นตู๋ฝางบริภาษองค์ชายรองชุดใหญ่ใช้มืออังที่จมูกจื่อเหวินก็พบว่าตายแล้ว ยิ่งโกรธเคืองจนยากจะระงับ
เจิ้งเสวี่ยหมิงตวัดตาแข็งกร้าวมองทูตชราทั้งหลายเมื่อคนทั้งหลายเงียบแล้วเขาถึงเริ่มสั่งการให้ทหารปิดล้อมคฤหาสน์สกุลซือเพื่อทำการตรวจค้นจับทุกคนที่คิดว่าน่าสงสัย
สิ่งที่สายลับนางนี้พูดไว้ก่อนตายพรรคพวกของนางคงยังอยู่ในพื้นที่คฤหาสน์สกุลซืออย่างแน่นอน
ก่อนหน้านั้นเสวี่ยเฟิ่งบอกกับเจิ้งเสวี่ยหมิงว่ามีสายลับสองคนเช่นนั้นคงไม่ผิดตัว จึงพูดว่า "ตามจับสาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวหลันมา!"
จ้าวมู่อวิ๋นชะงักลูกน้องของเขาเคยรายงานเรื่องของสตรีสองนางนี้ทั้งยังบอกว่าองค์ชายหกให้ความสนิทสนมกับสาวใช้นางนี้เป็นพิเศษจากนั้นภาพจำในหัวจ้าวมู่อวิ๋นก็ผุดเรื่องสายลับที่โผล่มาช่วยเสวี่ยเฟิ่งในคืนนั้นซึ่งลักษณะตรงตามที่คนสนิทของเขารายงานไว้ทุกอย่าง
นางก็คือสาวใช้จื่อเหวินที่ชื่อเสี่ยวหลัน
จ้าวมู่อวิ๋นเผลอกำหมัดแน่นทั้งสองมือพอรู้ตัวก็คลายมือออก ไพล่คิดไปว่า ไม่แน่เรื่องการสังหารในคืนนี้องค์ชายหกอาจมีส่วนรู้เห็น แต่ไม่อาจพูดโดยไร้หลักฐานได้มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นการใส่ความ เพราะองค์ชายทั้งสองพระองค์ที่อยู่ในนี้ไม่ว่าเรื่องใดก็ขัดแย้งกันทุกอย่างทว่ามีเรื่องเดียวที่ปรองดองกันได้และมีความรู้สึกแบบเดียวกันคือ 'รักน้องชาย'
กล่าวว่าองค์ชายสามเลี้ยงดูองค์ชายหกมาตั้งแต่เกิดจนอีกฝ่ายอายุสี่ขวบถึงถูกส่งออกจากวังระหว่างนั้นองค์ชายสามได้ส่งจดหมายติดต่อกับน้องชายมาตลอด
ส่วนองค์ชายรองอยู่ที่ทัพทหารสกุลเย่า รับช่วงต่อเลี้ยงดูองค์ชายหกอย่างดีเช่นกันอยู่ในค่ายทหารร่วมทุกร่วมสุขกันมาถึงหกปีต่อมาองค์ชายรองถึงถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวง
หลังเสวี่ยเฟิ่งกลับมาเมืองหลวงก็ไปๆ มาๆ ระหว่างตำหนักของพี่ชายทั้งสอง ไม่เคยละเลยใครแม้สักคน
แก้วตาดวงใจนี้จ้าวมู่อวิ๋นไม่สามารถแตะต้องได้จริงๆ
จ้าวมู่อวิ๋นหันสายตาไปมองศพของจื่อเหวินจับคอเสื้อพลิกเปิดไปมา ดูก็เห็นหมายเลขตรงไหล่ซ้าย...
องค์ชายสามเหลือบมองตัวเลขนั้นเช่นกันนึกไปถึงแววตาเสวี่ยเฟิ่งที่จับจ้องจื่อเหวิน จากนั้นเพิ่งจะเอะใจว่าน้องหกหายไป!
บนถนนทิศใต้
หลินหลานหรูควบม้าวิ่งประหนึ่งพายุมุ่งสู่สะพานข้ามแม่น้ำเป่ยโหว
นางจำได้ว่าตอนที่ออกมาจากพิภพร้อยสังเวียนถัดจากสะพานไปไม่ไกลค่อนข้างมีที่ลับตาคนอยู่มากเนื่องจากแถบนี้ทุกปีจะมีคลื่นน้ำสูงผู้คนที่เคยอยู่อาศัยจึงได้ย้ายที่อยู่ขึ้นทางเหนือของเมืองเป็นส่วนมากบริเวณนี้บ้านเรือนจึงถูกทิ้งร้างอีกทั้งยังได้ยินว่าทางการจะทำการรื้อถอนเพื่อสร้างเขื่อน
ส่วนหนึ่งได้ดำเนินการสร้างไปแล้วทว่าพื้นที่ใกล้สะพานยังไม่ทันรื้อถอน
หากหมายเลขหนึ่งตั้งใจล่อหลินหลานหรูออกมาจริงจะต้องเลือกสถานที่ที่ไม่มีคนของพรรคพบเห็น และจะยังไม่ฆ่าเสวี่ยเฟิ่งทันทีทว่าสภาพของเสวี่ยเฟิ่งที่นางเห็นตอนนี้กลับไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของนางแม้แต่น้อย
ภาพชายหนุ่มนั่งบนพื้นบันไดพิงหลังกับต้นเสาหน้าอาคารไม้เก่ามือซ้ายกุมต้นแขนขวาที่มีเลือดอาบแขนเสื้อ แต่ว่าเลือดหยุดไหลไปแล้ว
หมายเลขหนึ่งถึงกับใช้วิธีทรมานคน!เห็นได้ชัดว่าต้องการแก้แค้นหลินหลานหรู เริ่มจากการรีดเลือดออกจากตัวให้หมด
บัดซบนัก!
หลินหลานหรูไม่ทันชะลอฝีเท้าม้าก็พลิกตัวลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็วนางแทบถลาเข้าไปหาชายหนุ่ม ทว่ากลับหยุดนิ่ง ห่างจากเขาเพียงสองจั้ง
จู่ๆ นางก็รู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมาคนที่นางเห็นตรงหน้ามีแต่บาดแผลเต็มร่างกาย เขาก้มหน้า บนพื้นมีกองเลือดกองใหญ่ไม่มีเลือดไหลก็หมายความว่า
...หัวใจได้หยุดเต้นแล้ว
หลินหลานหรูสั่นไปทั้งร่างขบริมฝีปากพลางหลับตาลงอย่างอดกลั้น สุดท้ายนางก็ทนไม่ไหวกรีดร้องอย่างโกรธแค้นระคนเจ็บปวดออกมา เข่าทั้งสองทรุดลงพื้นดินราวกับถูกกระชากทิ้งไปทั้งจิตวิญญาณ
"โฮ? เจ้ามาช้าไป จะโทษข้าที่พลั้งลงมือหนักไม่ได้"หมายเลขหนึ่งเดินออกมาจากตัวอาคารด้านใน หยุดยืนข้างๆ เสวี่ยเฟิ่ง ก่อนพูดว่า"ไม่คิดว่าเขาจะทนรอเจ้ามาถึงไม่ได้ไหนเลยจะรู้ว่าก่อนหน้านั้นเขาก็บาดเจ็บอยู่แล้วข้าถึงได้ลงมือจัดการได้อย่างง่ายดาย จะโทษคงต้องโทษเจ้าที่มาช้า"
หลินหลานหรูเงยหน้าขึ้นเห็นหมายเลขหนึ่งใช้มือซ้ายผลักไหล่ขวาเสวี่ยเฟิ่งเบาๆ เขาก็ล้มลงไปนอนบนพื้นหลินหลานหรูปวดหนึบในใจอย่างสาหัส นั่นคนรักของนาง
"เจ้าฆ่าเขา!"ดวงตาของนางมีแต่ความรวดร้าวแฝงอยู่ในประกายโทสะที่กำลังลุกโชนมีดในมือจมลึกลงพื้นดิน กัดฟันกลั้นน้ำตา"ข้าน่าจะฆ่าเจ้าให้ตายตั้งแต่วันนั้น!"
สุดท้ายคนที่ข้ารักก็ตายด้วยน้ำมือคนที่ข้าไว้ชีวิต...ไม่มีอะไรน่าแค้นใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว...เป็นความผิดของข้าหรือ
"ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เจ้าใจอ่อนคิดอยากจะเป็นคนดีก็ต้องยอมรับเรื่องเช่นนี้ให้ได้" หมายเลขหนึ่งยิ้มเยาะสะใจเหลือประมาณ ไม่คิดว่าหลินหลานหรูจะมีสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ได้
ยิ่งคนตกต่ำยิ่งอยากถมซ้ำ
หลินหลานหรูได้ยินแล้วก็กรีดร้องเจียนคลั่งนางไม่อยากเห็นรอยยิ้มน่ารังเกียจของสตรีนางนี้อีกแล้วหากไม่ฆ่าหมายเลขหนึ่งให้ตายวันนี้ นางจะไม่ขอเป็นคนอยู่แล้ว!
ไม่พูดให้มากความรอบตัวหลินหลานหรูเต็มไปด้วยไอมารนางสะบัดมีดเข้าฟาดฟันกับหมายเลขหนึ่งราวกับคนไร้สติ
หมายเลขหนึ่งที่ลอบฝึกวิชามารยามนี้แข็งแกร่งไม่แพ้หลินหลานหรูการต่อสู้นี้จึงเจ็บปวดทั้งยังสะบักสะบอมกันไปทั้งสองฝ่าย
หลินหลานหรูปวดในใจมากกว่าบาดแผลที่ได้รับทางร่างกายนี้หลายเท่านักแรงที่ส่งออกไป หมายเลขหนึ่งตั้งรับไม่ไหวอาคารบ้านร้างในแถบนั้นพังระเนระนาดไม่มีชิ้นดี
หลินหลานหรูกราดฝ่าไปที่ไหนก็พังที่นั่นซัดพลังมารจนรอบทิศวอดวาย
เสียงดังโครมครืนเป็นหลังคาอาคารหลังที่สิบแปดพังครืนลงมาทับหมายเลขหนึ่ง กระนั้นก็ยังไม่สาแก่ใจของหลินหลานหรูนางจับข้อเท้าหมายเลขหนึ่งลากอีกฝ่ายมาตรงอาคารหลังที่เสวี่ยเฟิ่งอยู่
หลินหลานหรูไม่ได้เข้าใกล้ชายหนุ่มเช่นเดิมนางรู้สึกทนรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้
ปล่อยหมายเลขหนึ่งที่มีสภาพหมดสติใกล้ตายอยู่รอมร่อไว้ด้านหลัง จากนั้นก็ทิ้งตัวคุกเข่าร้องไห้จะขาดใจ
น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงลงพื้นดิน
เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเพียงใบหน้าขาวซีดของเสวี่ยเฟิ่งตอกย้ำให้นางรู้ว่าเขาตายแล้ว
โลกใบนี้ช่างน่ารังเกียจนักเดิมนางคิดว่าหากไม่มีเขาแล้วนางจะอยู่ได้ จะมีชีวิตอยู่แทนเขาได้ ทว่า...ไม่เลย!
นั่นมันก็แค่ความคิดสวยหรูที่เทียบกับความจริงแล้ว ทั้งดวงตาแทบมองไม่เห็นสิ่งใด
ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วยิ่งข้ารู้ว่าไม่มีทางหาเจ้าเจอได้อีกบนโลกใบนี้ มันก็ยิ่งเจ็บปวดจนทนไหว
หลินหลานหรูไม่มีน้ำตาไหลอีกแล้วรอบตัวของนางมีแต่ความว่างเปล่า "เช่นนั้นก็ให้ข้าตายไปพร้อมกับท่านเถอะ"
มีดในมือหลินหลานหรูยกสูงขึ้นหมายจะปลิดชีพตัวเองขณะที่หมายเลขหนึ่งด้านหลังเค้นพลังชีวิตหยดสุดท้ายที่แสนน้อยนิดออกมาได้แรกกับจิตวิญญาณที่อาจแตกดับเพื่อให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนเงียบๆเงื้อมีดเหนือศีรษะหลินหลานหรู
ยามนี้หลินหลานหรูตั้งใจจะตายจึงไม่สนว่ารอบข้างเกิดอะไรขึ้น ขอแค่นางตาย เป้าหมายก็นับว่าสำเร็จ
หลินหลานหรูหลับตาลงรู้สึกว่าในใจสุขสงบที่สุด
หมายเลขหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังทั้งร่างดุจผีดิบที่ฟื้นจากนรกภูมิ ประกายมีดในมือสะท้อนแสงปัดผ่านใบหน้าของเสวี่ยเฟิ่ง
หลินหลานหรูรับรู้ได้ถึงลมที่แผ่วมาจากด้านหลังเป็นมีดของหมายเลขหนึ่งที่แทงลงมา
จากนั้นก็ได้ยินเสียงปัง!ดังลั่นไปทั้งแถบพื้นที่รกร้าง เป็นเสียงกัมปนาทที่พาให้คนตกใจจนขวัญผวามิต่างจากสายฟ้าที่ฟาดกลางพายุ
แม้แต่หลินหลานหรูยังสะดุ้งตกใจนางลืมตาขึ้น
หมายเลขหนึ่งที่ด้านหลังถึงกับทรุดตัวหงายเนื่องจากบางสิ่งบางอย่างฝังลึกกลางหน้าผาก
หลินหลานหรูมองเสวี่ยเฟิ่งด้วยสีหน้าตกตะลึงขณะเดียวกันนางก็หวาดกลัวเขาอย่างมาก