บทที่ 19 ทำท่านแม่โกรธจนเป็ลม
เอ้อร์เป่าดีใจจนะโลั่น "เย้! ขอบคุณขอรับท่านแม่"
หนานเป่าตัวน้อยก็อุ้มลูกหมาป่าของนางขึ้นมา หอมแล้วหอมอีกจนขนของมันเปียกชุ่มไปหมด
ลูกหมาป่าของพวกนางก็เป็มิตรอย่างยิ่งเลียพวกนางกลับ
คราวนี้ ลูกหมาป่าตัวที่ยังไม่มีใครอุ้มและอยู่ในตะกร้าสะพายหลังของเจียงเหลียนจูดูจะยิ่งร้อนใจ มันเฝ้ามองต้าเป่าด้วยสายตาละห้อย
แถมยังส่งเสียง ‘อู้ว อู้ว’ ออกมา
ต้าเป่าเดินเข้าไปด้วยท่าทางเหมือนจำใจแล้วหิ้วมันขึ้นมาจากตะกร้า
ลูกหมาป่าตัวนั้นดีใจจนดิ้นตะกุยสี่เท้ากลางอากาศ
เจียงเหลียนจูเห็นแล้วอยากจะหัวเราะนางปล่อยให้เด็ก ๆ ไปเล่นกันเอง ขอเพียงเด็ก ๆ มีความสุขก็พอแล้ว ลูกหมาป่าพวกนี้ลองเลี้ยงดูไปก่อนสักสองสามวันเถอะ ไม่แน่ว่าอาจจะเลี้ยงไม่รอดก็ได้
นางใช้เชือกมัดไก่ป่าสามตัวและกระต่ายป่าสองตัวแล้วนำไปขังไว้ในโรงเรือนหลังบ้าน
จากนั้นจึงทำความสะอาดสมุนไพรแล้วนำไปตาก แล้วก็ไปทำอาหาร
มีแผ่นแป้งข้าวโพด ไข่ป่าผัด ซุปกระดูกหมูใส่เห็ด และยังต้มโจ๊กข้าวโพดเป็พิเศษให้ลูกหมาป่าสามตัว โดยราดซุปกระดูกหมูลงไปในโจ๊กด้วย
เมื่อเริ่มทานอาหารในตอนแรกเด็ก ๆ ต่างตั้งใจจะแบ่งอาหารของตนเองครึ่งหนึ่งเพื่อเอาไปเลี้ยงสุนัขของตนจริง ๆ
ต่อมา เจียงเหลียนจูบอกว่าลูกหมายังเล็กยังไม่หย่านม กินของแห้งไม่ได้ต้องกินของที่เปื่อยยุ่ยเท่านั้น นางจึงตั้งใจต้มอาหารให้พวกมันโดยเฉพาะ ซานเป่าถึงได้ทานได้อย่างสบายใจ
เจียงเหลียนจูยังกังวลว่าลูกหมาป่าที่ยังไม่หย่านมสามตัวนี้จะไม่ยอมทานโจ๊กข้าวโพด ซึ่งหากเป็เช่นนั้นนางก็ไม่มีวิธีอื่น เพราะในหมู่บ้านไม่สามารถหานมวัวหรือนมแพะได้
ต่อให้หาได้ก็ต้องให้ลูก ๆ ของตนดื่มก่อนไม่ถึงตาของสัตว์พวกนี้หรอก
นึกไม่ถึงว่าลูกหมาป่าทั้งสามตัวอาจจะหิวจัด จึงสามารถทานโจ๊กข้าวโพดได้และทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
เจียงเหลียนจูพาลูก ๆ ทานอาหารที่โต๊ะตัวเล็ก
ใต้โต๊ะลูกหมาป่าสามตัวดื่มโจ๊กข้าวโพดกระดูกหมูอย่างร่าเริง
เด็ก ๆ ก็ดูมีความสุขและพูดเก่งขึ้นกว่าปกติมาก
แม้แต่ต้าเป่าที่ปกติจะทำหน้าบึ้งตึงและประหยัดคำพูดราวกับเสียดายทองบนใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้มปรากฏ
บรรยากาศดีมากทีเดียว
ดูเหมือนว่าการเลี้ยงสัตว์จะมีข้อดีอยู่เหมือนกัน
ทำให้เด็ก ๆ ยิ้มได้มากขึ้น ร่าเริงไม่เก็บตัว มีเสียงหัวเราะในการเติบโตมากขึ้นก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
เพียงแต่สัตว์เลี้ยงชนิดนี้ไม่ธรรมดาเสียหน่อยทำเอาปวดหัวชะมัด
***
ฝั่งทางด้านของยายเฒ่าหวังหลิวกลับถึงบ้านก็รีบไปฟ้องตาเฒ่าหวังทันที
"ตาเฒ่า ตาเฒ่า แย่แล้ว! เจียงซื่อจะก่อเื่ใหญ่แล้ว ไม่รู้ว่าไปคว้าเอาชู้รักที่ใจกล้ามาจากไหนตอนนี้ถึงกับกล้าท้าทายพวกเรา พวกเด็กเหลือขอพวกนั้นก็ถูกนางสอนจนเสียคนไปหมดแล้ว แค่จะเอาเนื้อหมาป่าสองชิ้นของพวกเขากลับมาก็จะสู้ตายกับข้า ทุกคนต่างไม่เห็นหัวใครไม่เห็นยายเฒ่าคนนี้อยู่ในสายตาเลย แถมเกือบจะลงมือตีข้าด้วย โอ๊ยโหย วันนี้ข้าเกือบต้องทิ้งกระดูกแก่ ๆ ไว้ที่บ้านเจียงซื่อแล้ว"
น้ำเสียงขึ้นลงตามอารมณ์ทั้งตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ตาเฒ่าหวังกำลังสูบยาเส้นอยู่ที่หน้าประตูค่อย ๆ ยกกล้องยาสูบขึ้นมาเคาะกับธรณีประตู
"เกิดอะไรขึ้น พูดให้รู้เื่หน่อย"
สะใภ้สามชูมือที่บวมเป่งของตนขึ้น "ท่านพ่อ! ท่านดูสิเ้าคะ นี่เป็เพราะเจียงซื่อให้เอ้อร์เป่าเอาตะขาบมากัดข้าจนเป็แบบนี้ เด็กคนนั้นใจคออำมหิตนัก! ทั้งหมดเป็เพราะเจียงซื่อสอนมาผิด ๆ เอ้อร์เป่าน่ะ ข้าเคยอุ้มเขามาก่อน ตอนที่น้องห้าอุ้มเขากลับมาตัวยังเล็กนิดเดียว ถ้าไม่ใช่พวกเราทุกคนในครอบครัว ใครจะมีเวลาช่วยเลี้ยงเขาจนโตกัน ไม่กตัญญูเลยสักนิด มีแต่ความแค้นเอาเนื้อหมาป่าของพวกเขาไปชิ้นเดียวทำราวกับจะเอาชีวิตกันอย่างนั้นแหละ!"
"กัดข้าน่ะช่างมันเถอะ ข้าเป็เพียงอาสะใภ้ของมัน แต่พวกนางทำกับท่านแม่แบบนี้ถือว่าไม่เคารพกันเกินไปแล้ว ไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่กลัวฟ้าผ่าหรืออย่างไรช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดีเ้าค่ะ! ด่าท่านแม่ว่าเป็นังแพศยาผูกใจเจ็บที่ตระกูลหวังของพวกเราแยกให้แม่ลูกพวกนางออกไปอยู่กันเอง แถมยังจ้องจะเอาที่นาของบ้านเรา พวกนางคงจะใจดำอำมหิตสิ้นดี
"กินข้าวบ้านตระกูลหวังมาตั้งกี่วัน ได้รับผลประโยชน์จากตระกูลหวังไม่รู้เท่าไหร่ ตอนนี้ท่านแม่แค่จะไปขอเนื้อสองชิ้นเท่านั้นกลับทำให้ท่านแม่โกรธจนเป็ลมล้มพับไปเสียอย่างนั้นท่านพ่อ ข้าเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงที่อกตัญญูขนาดนี้เป็ครั้งแรก ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับพวกเรานะเ้าคะ"
คราวนี้คนในบ้านตระกูลหวังทั้งบนและล่างต่างโกลาหลกันหมด
ประจวบเหมาะกับลูกชายหลายคนเพิ่งเสร็จงานจากนาและกลับมาพอดี เมื่อได้ยินก็ต่างโกรธแค้นกันถ้วนหน้า
"เจียงซื่อคนนี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย มีลูกสะใภ้ที่ทำตัวแบบนี้ด้วยหรือ"
"ท่านแม่ ท่านไม่เป็ไรใช่ไหมขอรับ หากมีอะไร ลูกจะไปสั่งสอนนางให้รู้เื่"
ตาเฒ่าหวังไม่เชื่อคำพูดของสะใภ้สามและยายเฒ่าหวังหลิว เขารู้สึกว่ามันเกินจริงเกินไป
เขาไม่ได้เพิ่งรู้จักเจียงซื่อเป็วันแรก นิสัยของเจียงซื่อเป็อย่างไรเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร
ดังนั้นตาเฒ่าหวังจึงเหลือบมองสะใภ้รอง "สะใภ้รอง เ้าบอกมาซิ เป็แบบนั้นจริงหรือ"
สะใภ้รองเป็คนที่สุขุมที่สุดในบรรดาสะใภ้ ไม่โวยวายเหมือนสะใภ้สาม
จากนั้นทุกคนก็หันไปมองสะใภ้รอง
สะใภ้รองตอบว่า "ท่านพ่อ ท่านแม่กับน้องสะใภ้สามพูดได้ใกล้เคียงความจริงเ้าค่ะ ตอนนี้เจียงซื่อเหมือนเปลี่ยนเป็คนละคน พูดจามั่นอกมั่นใจยิ่งนัก ท่าทางแบบนั้นดูเหมือนจะหาที่พึ่งได้ ไม่ค่อยเหมาะสมนักเ้าค่ะ"
ตาเฒ่าหวังเริ่มจริงจังขึ้น "เ้าเล่ารายละเอียดั้แ่ต้นมาให้หมด"
สะใภ้รองจึงเล่าว่า "ท่านแม่พาพวกเราไปดูบ้านหลังใหม่ของพวกนาง อยากจะคุยกับเจียงซื่อ และยังนำเมล็ดแตงโมไปเป็ของว่างให้ต้าเป่า เอ้อร์เป่า และซานเป่าด้วย แต่ปรากฏว่าเจียงซื่อไม่อยู่พอจัดบ้านหลังนั้นเสร็จต้องบอกว่ากว้างขวางทีเดียว บ้านของท่านซิ่วไฉช่างแตกต่างจริง ๆ มีห้องโถงใหญ่สามห้อง ขื่อหลังคาเป็ไม้ซุงขนาดใหญ่ มุงด้วยกระเบื้องสีเขียว หลังบ้านยังมีโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่เลี้ยงสัตว์ และมีแปลงผักขนาดใหญ่"
"หากปลูกผักคงทานกันไม่หมดทั้งครอบครัว ท่านแม่จึงบอกว่าบ้านหลังนี้ดี ต่อมาเห็นเนื้อหมาป่าหลายชิ้นตากอยู่ในลานบ้านใส่เกลือไว้เพียงพอและมีเครื่องปรุงด้วย ท่านแม่จึงบอกว่าเนื้อหมาป่าที่หมักแบบนี้ต้องอร่อยและรสชาติเข้มข้นแน่ จึงอยากจะขอชิ้นหนึ่งกลับมาลองชิม"
"จากนั้นเด็ก ๆ ก็ไม่ยอมให้บอกว่าเป็ของบ้านพวกเขา เป็อาหารของพวกเขา หวงของมาก ส่วนหนานเป่านั่นฟันยังขึ้นไม่ครบเลยด้วยซ้ำแต่กลับกัดมือท่านแม่ ไม่รู้ว่าเจียงซื่อสอนลูก ๆ ให้ไร้การศึกษาเช่นนี้ได้อย่างไร"
"ประจวบเหมาะกับที่เจียงซื่อกลับมาพอดี นางนึกว่าท่านแม่รังแกหนานเป่า นอกจากจะไม่ขอโทษท่านแม่แล้วยังด่าทอท่านแม่ด้วยถ้อยคำหยาบคายยิ่งนัก ชาวบ้านต่างก็ได้ยินกันหมด นางยังทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าตระกูลหวังของพวกเราเป็ฝ่ายผิด จนชาวบ้านมองพวกเราด้วยสายตาเหยียดหยาม สุดท้ายจึงทำให้ท่านแม่โกรธจนเป็ลมไปเ้าค่ะ"
ตาเฒ่าหวังหน้าเคร่งขรึมมือที่ถือกล้องยาสูบสั่นเล็กน้อย
แสดงให้เห็นว่าเขาไม่พอใจอย่างยิ่ง
"เพียงเพราะเนื้อชิ้นเดียวแล้วเื่เงินกับเื่บ้านได้พูดหรือเปล่า?"
สะใภ้สามส่ายหน้า "เปล่าเ้าค่ะท่านพ่อ ไม่ได้เอ่ยถึงเลย เพียงเพราะเนื้อชิ้นเดียวเจียงซื่อกลับก่อเื่ประจานต่อหน้าผู้คนจนดูไม่จืดและทำให้ท่านแม่โกรธจนเป็ลม"
สีหน้าของตาเฒ่าหวังยิ่งดูแย่ลงไปอีก
วันนี้เขาให้ยายเฒ่าไป หลัก ๆ คือตั้งใจจะให้พวกนางคืนบ้าน รวมถึงนำเงินที่ขายหมาป่าออกมาแต่ผลคือเื่สำคัญยังไม่ได้เริ่มพูด เจียงซื่อกลับตบหน้าตระกูลหวังเช่นนี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย