เช้านี้จิ่นฮวาไม่ได้ออกไปไหน มีเพียงมารดาที่ออกไปตลาดในหมู่บ้านเพื่อซื้อของสดมาทำอาหาร เมื่อกินข้าวกันเสร็จ ต่างก็แยกย้ายทำงานของตน
วันนี้นางตั้งใจจะเริ่มฝึกพลังธาตุเริ่มจากธาตุไฟก่อน นางอ่านตำราพื้นฐาน แล้วลองฝึกฝนโดยมีบิดาคอยชี้แนะ นางนั่งขัดสมาธิ รวบรวมปราณ แล้วยื่นมือไปข้างหน้า ส่งพลังปราณไปที่ฝ่ามือ จินตนาการว่ามีเปลวไปลุก ครั้งแรกนางทำได้เพียงรู้สึกอุ่นๆ ที่ฝ่ามือ แต่เมื่อฝึกหลายๆ ครั้ง ก็สามารถเรียกลูกไฟเล็กๆ ออกมาที่ฝ่ามือได้แล้ว วันนี้ทั้งวันนางฝึกฝนธาตุไฟ จนสามารถปาลูกไฟเล็กๆ ออกไปได้ไกลหนึ่งเมตรแล้ว ถือว่าฝึกฝนได้ไวพอสมควร เมื่อตกกลางคืน นางก็นั่งสมาธิรวบรวมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังที่ใช้ไปทั้งวัน
ชีวิตครอบครัวนางดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เมื่อมีเงินแล้วมารดาก็ไม่ต้องออกไปทำงาน ทั้งบิดามารดาจึงผลัดกันชี้แนะ การฝึกพลังธาตุไฟและพฤกษาให้แก่นาง
จิ่นฮวาเข้าไปขุดสมุนไพรธรรมดาจากในป่าชั้นนอก แล้วทำแปลงปลูกเล็กๆ ไว้บริเวณข้างบ้าน และฝึกฝนการหล่อเลี้ยงสมุนไพรด้วยพลังธาตุพฤกษา โดยมีมารดาและเยว่เอ๋อร์คอยชี้แนะ ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์สมุนไพรโตเร็วมาก
“สมุนไพรพวกนี้โตไวมากเลยเ้าค่ะท่านแม่ แต่ก็ยังไม่มีพลังิญญา” จิ่นฮวาเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“อาจเพราะพลังปราณเ้ายังไม่มากพอ” กู้ชิงชิงแสดงความคิดเห็น
“นายหญิงลองผสานธาตุแสงเข้าไปด้วยดูสิเ้าคะ ธาตุแสงก็ช่วยเพิ่มพลังิญญาให้สมุนไพรได้เช่นกัน”
เยว่เอ๋อร์แนะนำให้นางผสานธาตุแสงและธาตุพฤกษาเข้าด้วยกันแล้วใช้หล่อเลี้ยงต้นสมุนไพร ในตอนแรกนั้น การใช้สองธาตุพร้อมกันทำได้ยาก ต้องใช้สมาธิอย่างมาก แต่ด้วยพร์ของจิ่นฮวา เพียงพยายามไม่ถึงสิบครั้งนางก็ทำสำเร็จ ต้นสมุนไพรเริ่มมีพลังิญญาสีขาวจางๆแล้ว นางดีใจกับความสำเร็จครั้งนี้อย่างมาก
เมื่อฝึกฝนทั้งธาตุไฟและพฤกษาขั้นพื้นฐานได้ระดับหนึ่งแล้ว พลังปราณก็เลื่อนขึ้นถึงระดับรวมปราณขั้นหกแล้ว นางจึงเริ่มศึกษาตำราธาตุแสงและการรักษา ในตำรากล่าวว่าผู้มีธาตุแสงนั่นจะมีพลังในการเยียวยา และสามารถดึงพลังิญญาจากสมุนไพริญญามาใช้ได้โดยไม่ต้องหลอมเป็โอสถ และในตำรายังมีรายชื่อสมุนไพร สูตรยารักษาอาการต่างๆ มากมาย นางจึงเริ่มฝึกฝนธาตุแสงอย่างตั้งใจ และศึกษาวิธีรักษาขาของบิดาด้วย
นางใช้เวลาฝึกฝนธาตุทั้งสามจนชำนาญขั้นพื้นฐานของทั้งสามธาตุแล้ว จึงเริ่มฝึกฝนการดึงพลังิญญาออกจากสมุนไพริญญาตามวิธีในตำรา
นางเข้าป่าอาถรรพ์ชั้นกลางหลายครั้ง ทักทายเหล่าสัตว์อสูร แล้วขุดสมุนไพริญญาสิบปีออกมาฝึกฝน
เริ่มจากใช้พลังธาตุแสงโอบล้อมต้นสมุนไพรแล้วกลั่นพลังิญญาออกมา และดูดซับเพื่อเพิ่มพลังปราณของตนเอง เมื่อฝึกกลั่นพลังจนชำนาญแล้ว จึงเริ่มฝึกการรักษา
“อุ้ย เจ็บจัง” นางกลั้นใจใช้มีดกรีดปลายนิ้วเป็แผลเล็กๆ เพื่อใช้ตนเองเป็หนูทดลอง แล้วกลั่นพลังิญญาจากสมุนไพรสิบปี จากนั้นชักนำพลังิญญานั่นส่งไปรักษาาแ าแที่ปลายนิ้วเกิดการสมานกันอย่างรวดเร็วไม่เหลือแม้รอยแผลเป็ พลังที่กลั่นจากสมุนไพริญญานั้น มีทั้งพลังิญญาและสรรพคุณของตัวสมุนไพร และความบริสุทธิ์ยังสูงกว่าการหลอมโอสถทั่วไปอีกด้วย
“ทำได้ดีมากเ้าค่ะ นายหญิง” เยว่เอ๋อร์เอ่ยชม
แท้จริงแผลเล็กๆ แค่นี้ ใช้เพียงพลังธาตุแสงของนางก็รักษาได้ แต่การฝึกฝน นางต้องควบคุมพลัง ใช้เพียงพลังิญญาและสรรพคุณของสมุนไพรเท่านั้นในการรักษาแผล ซึ่งยากกว่าการใช้ธาตุแสงรักษาโดยตรง
นางฝึกฝนการรักษาทุกวัน โดยแบ่งเวลาฝึกธาตุไฟ ธาตุพฤกษาด้วย ผ่านมาสี่เดือน ตอนนี้นางใช้ธาตุไฟโจมตีต้นไม้เล็กๆ น้อยๆ ได้แล้ว และต้นสมุนไพรที่ปลูกไว้ก็มีพลังิญญาระดับสิบปีแล้ว
นางศึกษาตำราธาตุทั้ง 3 เล่มโดยลืมสนใจตำราเก่าๆ อีกเล่มที่วางทิ้งไว้ที่โต๊ะริมหน้าต่างไปเสียสนิท วันก่อนนางช่วยมารดาเก็บกวาดบ้าน หันไปเห็นตำราเล่มนั้นจึงหยิบขึ้นมาดู แล้วนำไปวางรวมกับตำราเล่มอื่นๆ และไม่ได้สนใจอีก
วันนี้จิ่นฮวาได้ฝึกฝนรักษาาแตนเอง โดนนำมีดกรีดปลายนิ้วอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางเผลอทำเืหนึ่งหยดกระเด็นไปโดนตำราที่ไร้ชื่อที่วางอยู่ใกล้ๆ แต่นางไม่ทันสังเกต กำลังเพ่งสมาธิกลั่นพลังิญญาจากสมุนไพรสิบปี จึงไม่ได้หันมามอง ตำราที่เรืองแสงสีทองออกมา และปรากฏตัวอักษรบนหน้าปกตำรา และตำราก็เปลี่ยนเป็สีทองบริสุทธิ์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนกลับมาเป็เหมือนเดิม โดยอักษรบนหน้าปกยังคงจารึกอยู่ไม่ได้เลือนหายไป
จิ่นฮวาเมื่อฝึกฝนเสร็จก็ออกไปช่วยมารดาทำอาหาร ไม่ได้สนใจตำราเล่มนั้นเลย
จิ่นฮวาฝึกฝนพลังปราณได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากดูดซับพลังิญญาจากสมุนไพริญญาไปมากมายในการฝึก ตอนนี้นางเลือนระดับถึงระดับปฐีขั้นหนึ่งแล้ว นับเป็อัจฉริยะ เพราะคนอื่นวัยเดียวกับนางฝึกฝนั้แ่ห้าขวบ จนอายุสิบสามปีเท่านางยังมีน้อยมากที่ฝึกถึงระดับปฐี ส่วนใหญ่มีตระกูลคอยสนับสนุนจัดหาทรัพยากร และโอสถมาใช้ในการฝึก เด็กวัยนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับรวมปราณขั้นกลางเท่านั้น
แต่จิ่นฮวาใช้เวลาสี่เดือนมาถึงระดับปฐีได้ไม่เรียกอัจฉริยะจะให้เรียกอะไรได้
ตอนนี้นางเริ่มฝึกการรักษาาแให้ผู้อื่นแล้ว โดยบิดาเสียสละ ใช้มีดปาดปลายนิ้วตนเอง แล้วให้นางใช้พลังิญญาจากสมุนไพรรักษา ซึ่งยากกว่าการรักษาตนเอง แต่นางก็ทำสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยบิดาปาดนิ้วตนเองไปหลายครั้งให้นางฝึกโดนหน้าไม่เปลี่ยนสี แผลเล็กแค่นี้จะนับเป็อะไรได้ เขาเป็รองแม่ทัพ สู้รบาเ็มามากมาย แผลแค่นี้ไม่ต่างจากมดกัด
เมื่อรักษาแผลเล็กๆ จนชำนาญแล้ว หลินซานหยางผู้เป็บิดาจึงใช้มีดปาดที่ฝ่ามือเป็แผลใหญ่ นางเริ่มใช้พลังิญญาจากสมุนไพรผสานกับธาตุแสง และรักษาาแให้บิดา อย่างรวดเร็ว นับว่าการฝึกฝนของนาง ก้าวหน้าอย่างมาก อีกไม่นานก็น่าจะรักษาขาให้บิดาได้แล้ว
“ฮวาเอ๋อร์ เ้าเก่งจริงๆ พ่อภูมิใจในตัวเ้ามาก” หลินซานหยางลูบหัวบุตรสาวอย่างอ่อนโยน
จิ่นฮวาก็ยิ้มให้กับบิดาอย่างมีความสุข “ข้าต้องรักษาท่านให้ได้เ้าค่ะ ข้าสัญญา”
“พ่อเชื่อเ้า อย่าฝืนเกินไป สุขภาพเ้าสำคัญกว่า” หลินซานหยางบอกนางอย่างห่วงใย
“เ้าค่ะ” จิ่นฮวารับคำเบาๆ