ภายในห้องอาหารใหญ่บนโต๊ะมีอาหารเพิ่มมากกว่าปกติเพราะมีแขกเป็หนุ่มหล่อแปลกหน้า คุณแม่บ้านวัยทองและเด็กสาวต่างก็มองเป็อาหารตากะชุ่มกะชวยหัวใจจริงๆ บ้านนี้ไม่ค่อยได้ต้อนรับใครมากนักนอกจากคุณกันต์หลานชายของเ้าบ้านก็จะมีคู่ค้านักธุรกิจที่อายุมากแล้ว คุณกานต์นั่งอยู่หัวโต๊ะตักกับข้าวใส่จานของลูกสาวก่อนจากนั้นก็ตักให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือของเขาแล้วทั้งสามคนก็เริ่มลงมือทานอาหาร เป็เื่ปกติสำหรับหญิงสาวที่ผู้เป็พ่อจะตักอาหารให้เธอก่อนั้แ่เล็กจนถึงตอนนี้ผิดกับชายหนุ่มพ่อของเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้และไม่มีทางทำแน่ เพราะการแสดงความรักความเอาใจใส่ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ของทุกคนจะมี พ่อแม่บางคนมีลูกเพื่อให้คำว่าครอบครัวนั้นสมบูรณ์มีทั้งพ่อแม่และลูก หรือบางคนพอเสียภรรยาไปก็เอาแต่เศร้าโศกเสียใจและลืมไปว่ายังมีลูก ลูกที่เสียแม่ก็ยังมีพ่อ
แต่ฟ้าเสียแม่และก็เหมือนเสียพ่อไปด้วยในคราเดียวกัน หลังจากแม่จากไปพ่อก็เอาแต่กินเหล้าคร่ำควรหาแม่พร่ำบ่นว่าอยากไปอยู่กับแม่โดยมีเด็กชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ข้างหลังฟังผู้เป็พ่อพูดว่าอยากตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กชายได้แต่คิดในใจว่า แล้วเขาละ พ่อลืมไปแล้วหรือว่ายังมีเขาเพราะงั้นเขาถึงโตมาอย่างทุกวันนี้ไม่เคยัักับคำว่ารัก ั้แ่เข้ามาเรียนในเมืองเขาก็ไม่เคยกลับไปที่บ้านอีกเลยมันไม่ทำให้ความรู้สึกว่าเป็บ้าน พ่อไม่เคยติดต่อมาหาเขาโทรถามสักครั้งยังไม่เคยเลยและเขาเองก็เช่นกัน
"แล้วเอาไงเรานอนนี่ไหมฝนตกหนักขนาดนี้ไม่รู้จะหยุดตอนไหน"
"เดี๋ยวให้เพื่อนมารับก็ได้ครับ"
"ไม่ต้องรบกวนเพื่อนหรอกขับรถตอนฝนตกมันอันตราย เนี้ยะนอนห้องน้องก็ได้"
"ครับ? ห้องน้อง มันจะดีเหรอครับ" ชายหนุ่มถึงกับสำลักข้าวยกใหญ่เมื่อพ่อของนางเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น
นางนั่งอมยิ้มขำกับท่าทางไปไม่เป็ของชายหนุ่มช้อนในมือหลุดแล้วหลุดอีกบอกแล้วพ่อของเธออินดี้เกินไปเื่ที่ควรถือกับไม่ถือทีเื่ไม่เป็เื่ละชอบดีนัก
"จะเป็อะไรไปละ ไม่นอนตอนนี้เดี๋ยววันหน้าก็นอนอยู่ดีงั้นเริ่มวันนี้มันจะเป็อะไรไป"
คุณกานต์พูดราวกับเป็เื่ปกติเพราะจริงๆมันก็เป็เื่ปกติสมัยนี้อยู่ก่อนแต่งกันเยอะแยะ ดีซะอีกจะได้ลองใช้ชีวิตด้วยกันดูจะได้รู้ว่าเข้ากันได้หรือไม่ได้เอ่อ...หมายถึงนิสัยน่ะนะ
แล้วก็ลงเอยที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ปลายเตียงใหญ่ในห้องของร่างบางที่นั่งทำงานอยู่โซนโต๊ะทำงานตากลมเงยหน้ามามองเขาเป็ระยะแล้วก็ยิ้มขำเพราะร่างสูงยังคงไม่หายช็อกกับทัศนคติของพ่อเธออยู่แต่เธออยู่กับท่านมาั้แ่เด็กจึงชินแล้ว
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้นปลายสายปรากฏชื่อของพี่รหัสคนสวยมือบางกดรับอย่างไม่ลังเล
"ว่าไงค่ะมีอะไรเอ่ย" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างสดใสเรียกความสนใจจากร่างสูงให้หันมามองเธออย่างสงสัยว่าใครโทรมาทำไมต้องรับเสียงหวานขนาดนั้น
(คนสวยของพี่ พี่มีเื่จะขอร้องอ้อนวอนน้องน้อยของพี่ได้โปรดช่วยพี่ด้วยเถอะ) เสียงสองของสาวสองดังมาตามสายอย่างเว้าวอน
"เื่อะไรคะ"
(คือเื่งานกีฬาน่ะจ้ะช่วยอีพี่ตัวเล็กๆคนนี้ด้วยเถอะพวกมันจะหยุมคอพี่อยู่แล้ว)
"แต่นางบอกไปแล้วนิคะว่าไม่อยากทำนางไม่แย่งงานใครนะคะพี่จี้"
เพราะงานนี้เป็งานใหญ่คนที่สมควรได้ก็คือคนที่เขาผ่านการประกวดมาอย่างถูกต้องคือดาวคณะ หากให้เธอไปทำคนจะไม่หาว่าเธอแย่งซีนน้องหรอกหรือ
(แต่หัวหน้าคณาจารย์ฝ่ายท่านเป็คนฟิกค์มาแล้วว่าต้องเป็เราเท่านั้นพี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว)
เสียงพี่รหัสบวกประธานกิจกรรมพูดออกมาอย่างอับจนหนทางทำไมเธอจะไม่รู้ว่าน้องรหัสเธอคนนี้ไม่ชอบตกเป็จุดสนใจสักเท่าไหร่ถึงทุกวันนี้จะเป็ที่สนใจอยู่ดีก็ตาม ด้วยความสวยอย่างหาตัวได้ยากทำให้ดึงความสนใจจากผู้คนมากมายอยู่แล้วอีกทั้งยังเป็ทายาทคนเดียวของธนจิรกานต์สกุลที่อนาคตต้องได้สืบทอดทุกอย่างอีกยิ่งทำให้เป็ที่หมายปองของหนุ่มๆทั่วมหาลัยจนได้ฉายาของสูงของคณะมาครอง
"คุยกับใคร"
เสียงทุ่มดังขึ้นข้างหูนางหันไปหาคนที่เดินมาหาเธอั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้พลางเอามือจุปากเชิงให้เบาเสียงก่อน แต่ว่าคนในสายคงจะได้ยินแล้วแหละ
(อุ้ย!!เสียงใครอ่ะยัยน้อง) นั่นไงว่าแล้ว
"ไม่มีนิคะ พี่จี้หูฝาดแล้ว"
(แต่พี่ว่าพี่ได้ยินจริงๆนะเสียงผู้ชายน่ะ)
"เอ่อ ตกลงเื่งานกีฬาหนูขอคิดดูก่อนนะคะเดี๋ยวหนูบอกพรุ่งนี้"
นางเปลื่ยนเื่อื่นไปทันทีพลางจิกตามองคนตัวสูงที่ยืนคร่อมโต๊ะกับเก้าอี้ของเธอยืนฟังเธอคุยโทรศัพท์อย่างอยากรู้
(จริงนะ!!)
"ค่ะ"
(โอเคเลยพี่รอฟังข่าวดีวันพรุ่งนี้นะคะ บายจ้ะยัยน้อง) พูดจบรุ่นพี่ก็ชิงตัดสายทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจยังไงยังงั้น
เธอหันหน้ามาเผชิญหน้ากับคนทำเธอโดนรุ่นพี่จับผิดอย่างดุๆแต่เขากับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ราวกับตัวเองไม่ได้ทำอะไร
"ตกลงเื่งานกีฬาทำไมเหรอ"
"รุ่นพี่ขอร้องให้ช่วยถือป้ายคณะงานกีฬานะ"
"ทำไมไม่ให้ดาวคณะถือละ"
ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วยุ่งเขาไม่อยากให้เธอทำงานนี้เลยเขาก็เป็ฝ่ายกิจกรรมเหมือนกันเพราะปีสาม ได้รับมอบหมายให้เป็ฝ่ายคุมงานเขารู้ดีว่ามันเหนื่อยแค่ไหนถึงจะโดดมาเป็อาทิตย์แล้วก็เถอะ หากนางไปถือป้ายก็ต้องไปซ้อมเดิน ต้องตื่นแต่เช้าไปแต่งหน้าทำผมอีกแล้วไหนจะคนมากมายที่จะต้องจ้องมองมาที่เธออีก ยิ่งคิดหน้าเขาก็ยิ่งไม่น่ามองเข้าไปใหญ่จนมีมือเล็กดันคิ้วยุ่งๆของเขาให้คลายออกพรางยิ้มอ่อนหวานส่งมาให้ ใจของฟ้าอ่อนยวบลงคว้ามือบางมากุมเอาไว้
"ไม่อยากให้ถือเหรอ" คนน่าหวานเอียงคอถามอย่างน่ารัก
"ก็...อื้ม"
"แต่ทำไงได้ละอาจารย์ขอมานี่นา"
เช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสสำหรับร่างบางเ้าของฉายาของสูงบริหารรองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อดังก้าวลงจากรถกระโปรงพลีทยาวเลยเข่าขยับไปตามจังหวะก้าวเดินของเธอมือเก็บกุญแจรถลงในกระเป๋าสะพายเล็กๆเพราะเป็สัปดาห์ของการแข่งกีฬาเธอจึงไม่มีเรียนพกแค่โทรศัพท์และกระเป๋าตังค์แค่นั่น เรียวขางามเดินตรงไปยังคณะของตัวเองโดยไม่แวะที่ไหนต้องไม่ส่งข้าวให้ผู้ชายของเธอแล้วก็เพราะว่ากินด้วยกันมาแล้วจากบ้านของเธอจากนั้นเธอขับรถไปส่งร่างสูงที่บ้านตอนแรกจะรอแต่เขาบอกให้เธอมาก่อนได้เลยเขาต้องขึ้นไปปลุกเพื่อนก่อนค่อยตามมา
"มาแล้วววโอ้แม่เ้า!!"