รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสคลาส สีดำเงาปลาบแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้ามุขของคฤหาสน์หลังงามสไตล์ยุโรป ทันทีที่ประตูรถเปิดออก รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมสีแดงสดก็ก้าวลงมาประทับบนพื้นหินอ่อน เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนไร้ที่ติ ตามด้วยร่างระหงของ 'รินดา' หญิงสาววัย 22 ปี ในชุด
เดรสรัดรูปสีครีมที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน ทั้งหน้าอกหน้าใจที่อวบอิ่ม เอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้ต้องหยุดมอง
รินดากยกมือขึ้นถอดแว่นกันแดดสีชาออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างประณีต ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบ
เหยียดยิ้มบางๆ เมื่อทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอไม่ได้กลับมาเหยียบเกือบสี่ปีเต็ม ั้แ่ถูกส่งไปเรียนต่อที่เมืองนอก
"ยัยริน! ลูกแม่!"
เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างของ 'คุณหญิงดาริกา' มารดาของเธอที่วิ่งเข้ามากอดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยความคิดถึง รินดาสวมกอดผู้เป็แม่ รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้า แต่ทว่า... ดวงตากลมโตที่เย้ายวนกลับมองข้ามไหล่ของมารดาไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายอีกคนที่ยืน
ซ้อนอยู่เื้ั
'ธันวา'
ผู้ชายวัย 35 ปี เ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของประเทศ และพ่วงด้วยตำแหน่ง 'พ่อเลี้ยง' ของเธอ
สี่ปีที่ไม่ได้เจอกัน ธันวาดูหล่อเหลาและภูมิฐานขึ้นมาก เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่พับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเืปูดโปน รูปร่างของเขาสูงใหญ่ ไหล่กว้าง และมีกล้ามเนื้อซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดีนั้น ใบหน้าคมคายที่มีกรอบกรามชัดเจน ดวงตา
คมกริบที่ดูสุขุมนุ่มลึก และไรหนวดบางๆ ที่ทำให้เขาดูเป็ผู้ชายเต็มตัวที่มีเสน่ห์เหลือร้าย
รินดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบเชียบ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความเคารพรักแบบลูกสาวที่มีต่อพ่อ แต่เป็ความปรารถนาอัน
เร่าร้อนที่ถูกซุกซ่อนไว้มานานแสนนาน
ความจริงแล้ว เธอแอบปลื้มผู้ชายคนนี้มาั้แ่ก่อนไปเรียนเมืองนอกเสียอีก ตอนที่แม่พาเขาเข้ามาแนะนำในฐานะสามีใหม่ รินดาในวัย 18 ปีไม่ได้
ต่อต้านเลยสักนิด
เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นด้วยซ้ำที่มีผู้ชายหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบขนาดนี้เข้ามาอยู่ในบ้าน แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กเกินไป และเขาก็คือสามีของแม่ เธอจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้จนกระทั่งถูกส่งไปเรียนไกลถึงอีกซีกโลก
แต่ตอนนี้... รินดาไม่ใช่เด็กกะโปโลคนเดิมอีกต่อไปแล้ว สี่ปีในต่างประเทศสอนให้เธอรู้จัดใช้เสน่ห์ของตัวเอง สอนให้เธอรู้จักความสุขทางกาย และที่สำคัญ...
มันทำให้เธอรู้ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่สามารถเติมเต็มความ้าของเธอได้เท่ากับจินตนาการที่มีต่อผู้ชายตรงหน้านี้
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะรินดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของธันวากันขึ้นแทรกความคิดของเธอ รินดาผละออกจากอ้อมกอดของแม่ แล้วเดินเข้าไปหาพ่อเลี้ยงหนุ่ม เธอช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยจริตมารยามองสบตาเขาตรงๆ
"ขอบคุณค่ะ... คุณพ่อ"
รินดาจงใจเน้นคำว่า 'คุณพ่อ' ด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและยั่วยวนจนคนฟังถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ธันวาหรี่ตาลงมองลูกเลี้ยงสาวที่เปลี่ยนไปเป็คนละคน รินดาในวันนี้ไม่ใช่เด็กสาววัยรุ่นที่ชอบแต่งตัวมิดชิดอีกแล้ว
แต่เธอกลายเป็หญิงสาวเต็มตัวที่เปล่งประกายความ 'ร่านร้อน' ออกมาอย่างปิดไม่มิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นกายสาวลอยมาแตะจมูกเขาจนต้องลอบพรูลมหายใจ
"ไปๆ เข้าบ้านกันเถอะลูก ร้อนจะแย่แล้ว แม่ให้ป้าสายเตรียมของโปรดไว้ให้ลูกเต็มโต๊ะเลยนะ" คุณหญิงดาริกาพูดขึ้นโดยไม่ทันสังเกตเห็นกระแสไฟฟ้าที่แล่นแปลบปลาบระหว่างสายตาของสามีหนุ่มและลูกสาว
่ค่ำ ที่โต๊ะอาหาร
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของคุณหญิงดาริกาที่ไถ่ถามเื่ราวการใช้ชีวิตในต่างแดนของลูกสาว รินดาตอบคำถามแม่อย่าง
ฉะฉาน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ใช้พื้นที่ใต้โต๊ะอาหารตัวยาวในการเริ่มต้น 'เกม' ของเธอ
รินดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับธันวา เธอจงใจขยับตัวและไขว่ห้าง ทำให้กระโปรงเดรสที่สั้นอยู่แล้วร่นขึ้นมาจนเกือบเห็นโคนขาขาวเนียน จากนั้นเธอก็ใช้ปลายเท้าที่เปลือยเปล่า
ปราศจากรองเท้าส้นสูง ค่อยๆ ยื่นไปแตะเบาๆ ที่หน้าแข้งของพ่อเลี้ยงหนุ่มใต้โต๊ะ
ธันวาสะดุ้งเล็กน้อยจนช้อนในมือชะงัก เขาตวัดสายตาคมกริบขึ้นมามองหน้ารินดาทันที แต่ลูกเลี้ยงสาวกลับทำหน้านิ่งเฉย ยิ้มหวานให้แม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าปลายเท้าของเธอกลับยังคงกรีดกรายลูบไล้ขึ้นลงไปตามหน้าแข้งของเขาผ่านเนื้อผ้าสแล็คราคาแพง
ธันวากัดฟันกรอด เขาเป็ผู้ชายเต็มตัว มีหรือที่จะไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำอะไร เขาขยับขาหนีเพื่อหลบการัันั้น พร้อมกับกระดกไวน์แดงในแก้วรวดเดียวจนหมดเพื่อดับความร้อนรุ่มที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง
"คุณธันวาเป็อะไรคะ หน้าแดงเชียว ไวน์แรงไปเหรอ" ดาริกาหันมาถามสามีเมื่อเห็นความผิดปกติ
"เปล่าครับคุณหญิง อากาศมันอบอ้าวนิดหน่อยน่ะครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ
แต่สายตายังคงจ้องมองรินดาอย่างคาดโทษ ซึ่งรินดาก็เพียงแค่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบแล้วส่งยิ้มมุมปากกลับไปให้เขา เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเชื้อเชิญ
เมื่อมื้ออาหารค่ำจบลง ดาริกาขอตัวขึ้นไปอาบน้ำและเตรียมตัวพักผ่อน ทิ้งให้รินดาและธันวาอยู่ด้วยกันในห้องนั่งเล่นเพียงสองคน รินดาเดินถือแก้วไวน์เข้าไปใกล้ๆ
ธันวาที่กำลังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่
"รินโตขึ้นเยอะเลยนะคะ คุณธันวาว่ามั้ย" รินดาเอ่ยทำลายความเงียบ เธอจงใจไม่เรียกเขาว่าคุณพ่อเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าแม่
ธันวาหันกลับมามองร่างระหงที่เดินเข้ามาประชิดตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน "ก็เปลี่ยนไปเยอะ... จนฉันแทบจำไม่ได้" เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาระยะห่าง
"เปลี่ยนไปในทางที่ดี... หรือแย่ลงล่ะคะ?" รินดาเอียงคอถาม ดวงตาคู่สวยช้อนมองเขาอย่างออดอ้อน มือเรียวข้างที่ว่างจากการถือแก้วไวน์ ค่อยๆ เอื้อมไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของเขา
ปลายนิ้วกรีดกรายจัดปกเสื้อให้เขาอย่างอ้อยอิ่ง
ธันวาลอบกลืนน้ำลาย ความนุ่มละมุนของปลายนิ้วและกลิ่นหอมยวนใจของหญิงสาวตรงหน้ากำลังทดสอบความอดทนของเขาอย่างหนักหน่วง เขา
จับข้อมือเล็กของเธอเอาไว้เพื่อหยุดการกระทำที่จาบจ้วงนั้น
"เธอเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ควรจะขึ้นไปพักผ่อนได้แล้วรินดา" ธันวากดเสียงต่ำ สายตาของเขาดุดันขึ้นเพื่อเตือนให้เธอรู้สถานะของตัวเอง
รินดาไม่สะทกสะท้าน เธอกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากสีสดแทบจะเฉียดกับปลายคางของเขา ลมหายใจร้อนๆ
รินรดลงบนผิวเนื้อของชายหนุ่ม
"รินไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... รินแค่รู้สึกว่า... บ้านนี้มันน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย"
รินดากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะดึงมือกลับช้าๆ แล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไป ปล่อยให้ธันวายืนขบกรามแน่นอยู่เื้ั สายตาคมกริบของชายหนุ่มทอดมองตามสะโพกกลมกลึงที่ส่ายไหวไปมาทุกจังหวะการก้าวเดิน